ตอนที่ 68
กำจัดเพื่อแผ่นป้ายหยก
“ซวงเอ๋อร์ตอนนี้เจ้าสามารถนั่งสมาธิดึงลมปราณได้นะแม้มันจะบางเบามากแต่ก็ดีกว่าอยู่เฉยๆ รอดูคืนนี้จะมีเรื่องสนุก ๆเกิดขึ้น”
“เรื่องสนุก?” หญิงสาวเลิกคิ้วสูงทำหน้าแปลกใจในคำพูดของคนตรงหน้า นางไม่รู้ว่าไป๋เหอไปรู้อะไรมาแต่นางจะเฝ้ารอว่าคืนนี้จะเกิดอะไรขึ้นและเตรียมตัวเองให้พร้อมตลอดเวลาด้วยเผื่อมีอันตรายเข้ามา
ไป๋เหอที่นั่งสมาธิรับลมปราณฟ้าดินไปเรื่อยๆ หูทิพย์ยังคงเปิดอยู่เพื่อฟังความเคลื่อนไหวของคนในโรงเตี๊ยมและได้รู้ว่ามีคนอีก3 กลุ่มมาพักที่นี่ด้วยแต่กลุ่มที่มาใหม่นั้นล้วนไม่มีใครมีป้ายหยกแถมวรยุทธก็อยู่ชั้นรวมลมปราณขั้นที่8 และที่ 9 อายุก็ไล่เลี่ยกันกับเขา ส่วนคนที่ติดตามมานั้นล้วนอยู่ในขั้นรวมจิตที่ 2 และที่ 3คืนนี้เป้าหมายของโรงเตี๊ยมเป็นเจ้าโอหังสองคนนั่น คิดแล้วก็อยากจะดูจุดจบคนเช่นนี้เหมือนกันแผนที่เขาได้ยินมานั้นถือว่าเป็นแผนที่ไม่เลวคนแบบนั้นโดนกำจัดถือว่าทำให้แผ่นดินสูงขึ้นเท่าตัวเลย
หลังจากนั่งสมาธิมานานความหิวก็ทำให้ซวงเอ๋อร์ลืมตาขึ้นเพราะได้กลิ่นอาหารยั่วๆ จากพี่ชายที่เอาขึ้นมาให้กลิ่นของมันทำให้นางทนฝึกต่อไม่ไหว
“มานั่งกินของอร่อยได้แล้วพี่ให้คนทำอาหารขึ้นชื่อที่นี่ให้เจ้ากินเจ้าจะได้มีแรงฝึกต่อ”
“เพราะกลิ่นอาหารพวกนี้ทำให้ซวงเอ๋อร์ท้องร้อง” นางพูดอย่างเก้อเขินเมื่อได้กลิ่นอาหารท้องนางก็เกิดร้องขึ้นมาเฉย
“งั้นก็มานั่งกินเอาแรงดีกว่าเดี๋ยวเราต้องดูเรื่องสนุกในคืนนี้อีก”
“เจ้าค่ะ”
เขารู้ว่านางจะต้องหิวจึงได้สั่งอาหารไว้แค่ได้ยินเสียงท้องร้องของนางเขาก็เกิดนึกขำแล้วนางคงจะหิวอยู่หรอกเล่นตั้งใจฝึกฝนเช่นนี้เขารู้ว่านางตั้งใจทำก็เพื่อต้องการความแข็งแกร่งไม่อยากเป็นที่พึ่งเขา เห็นแค่นี้เขาก็มีความสุขมากที่นางตั้งใจทำ
ไป๋เหอเฝ้ารอเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นอย่างใจจดใจจ่อในห้องถัดไปอีก3ห้องที่กำลังจะเกิดเรื่องในคืนนี้และสิ่งที่เขาเฝ้ารอก็กำลังย่างกรายด้วยฝีเท้าไร้เงาหากไม่มีดวงตาทิพย์เขาก็ไม่สามารถมองเห็นชายสองคนนั้นได้ ถือว่าความเร็วและน้ำเสียงในการย่างกรายเบาหวิวจนไม่ได้ยินเสียงว่ามีคนกำลังเดินผ่านห้องเขาไป
ซวงเอ๋อร์เฝ้ามองดูพี่ชายที่ใช้สายตาสอดส่องราวกับว่าเขากำลังมองเห็นอะไรบางอย่างซึ่งนางไม่อาจจะรู้ได้ว่าพี่ชายตนเองมีความสามารถอะไรบ้าง รู้แต่ว่าเขาสามารถบอกได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น
ในขณะที่ไป๋เหอเพ่งจิตมองไปยังในห้องนั้น ดูเจ้าสองคนนั้นมันก็ระวังตัวอยู่ไม่น้อยแต่สองคนที่อยู่หน้าประตูก็ใช่ย่อยและชั้นพลังของทั้งสองก็เทียบเท่ากันอันนี้ขึ้นอยู่กับประสบการณ์แล้วว่าใครจะเป็นฝ่ายได้เปรียบเสียเปรียบ
แต่ไม่สิไป๋เหอมองไปทางด้านหน้าต่างอีกก็ได้พบกับคนของโรงเตี๊ยมอีก 3 คนแอบซ่อนอยู่ตรงนั้น
“นี่จะดักทุกทางอย่างนั้นเชียวเหรอเจ้าสองคนในห้องไม่น่าจะรอดออกมาจากห้องได้ดูท่าแล้ว”
ไป๋เหอกล่าวออกมายิ้มๆ เขาไม่ได้สะทกสะท้านหรือรู้สึกสงสารเจ้าสองคนนั้นเลยสักนิด มีชีวิตอยู่ต่อไปก็มีแต่จะมาเป็นเสี้ยนหนามของเขาตายไปก็ดี
“เจ้าสองคนที่พี่ไป๋เหอกล่าวถึงเขาเป็นใครอย่างนั้นเหรอเจ้าคะ”ซวงเอ๋อร์ที่เฝ้ามองดูเอ่ยถามขึ้นนางอยากรู้ว่าใครกำลังจะตายในคืนนี้ดูท่าแล้วพี่ชายก็ดูจะชอบอกชอบใจเสียมากเลย
“ก็ไอ้เจ้าสองคนที่เข้ามาข้างหลังเราไงที่มันไม่ชอบพวกเราคืนนี้มันกำลังโดนคนในโรงเตี๊ยมกำจัด”
“คนในโรงเตี๊ยมเหรอ? นี่พวกนี้เหตุใดถึงน่ากลัวเช่นนี้” เมื่อรู้ว่าการตายของสองคนนั้นจะเกิดจากคนในโรงเตี๊ยมนางถึงกับขนลุกไม่คิดว่าสถานที่ที่นางอยู่จะอันตรายเพียงนี้เหตุใดถึงขั้นฆ่าแกงกันได้ลงคอ
“ก็เพราะคนในโรงเตี๊ยมต้องการแผ่นป้ายหยกหากข้าเอาออกมาให้พวกมันเห็นพวกเราก็โดนกำจัดเช่นกัน”
“อ๋อซวงเอ๋อร์เข้าใจแล้วเหตุที่พี่ไม่เอาออกมาก็เพราะเช่นนี้นี่เองแล้วเราควรจะทำยังไงดีเจ้าคะพวกนั้นมีวรยุทธพลังสูงส่งหรือไม่”
หญิงสาวไม่สามารถมองสัมผัสพลังคนในโรงเตี๊ยมได้ด้วยตนเองตอนนี้ยังไม่แกร่งพอที่จะมองเห็นชั้นพลังของแต่ละคนได้อาจจะเป็นเพราะชั้นพลังยังต่ำอยู่ที่แน่ๆ นางคาดเดาว่าคนในโรงเตี๊ยมต้องมีพลังยุทธที่สูงกว่านาง
“เจ้าไม่ต้องเป็นกังวลไปพวกนั้นหากจะลงมือกับเราข้าคิดว่าพวกนั้นไม่สามารถทำอะไรเราได้หรอกเจ้าเชื่อข้าเถอะ”เขาคิดว่าตนเองสามารถเอาตัวรอดจากเรื่องนี้ได้แต่ก็ไม่ประมาท
“เจ้าค่ะซวงเอ๋อร์เชื่ออยู่ข้างกายพี่ซวงเอ๋อร์ปลอดภัยที่สุดและพี่ไป๋เหอไม่ต้องเป็นกังวลซวงเอ๋อร์สามารถปกป้องตนเองได้แล้วไม่ให้พี่เป็นห่วง”
“พี่ดีใจที่เจ้ามีความพยายามขนาดนี้”
ทางด้านอีกฝั่งหนึ่งที่กำลังเอาดาบตนเองมาเช็ดถูราวกับเป็นของรักของหวงพวกเขาไม่รู้เลยว่าตนเองจะได้รับอันตรายถึงชีวิต
“พี่หากพวกเราได้เจอเจ้านั่นอีกข้าอยากเข้าไปหาเรื่องมันเสียหน่อยข้าไม่ชอบขี้หน้ามันเลย”
ชายคนที่นั่งเช็ดดาบกล่าวขึ้นและมีอายุน้อยกว่าคนตรงหน้านึกถึงชายผู้นั้นที่เจอตอนแรกที่เข้ามาที่นี่ได้ดี เขากลับไม่สบอารมณ์นักด้วยใบหน้าเจ้านั่นดูดีกว่าเขาแล้วยังใช้สายตามองเขาอีกเขาจึงไม่ชอบขี้หน้า
“เจ้ากำลังหมายถึงเจ้านั่นที่มากับเด็กสาวผู้นั้นเหรอที่มาก่อนหน้าเรา”
“ใช่แล้วข้าไม่ถูกใจและไม่ถูกชะตาไม่อยากเห็นหน้ามัน” ทั้งที่ไม่รู้จักกันมาก่อนแต่เพราะชายที่เขาเกลียดหน้าตาดีกว่าจึงมีใจคิดริษยาพอสมควร
“งั้นเจ้าก็จัดการมันสิให้มันพ้นทางพวกเรา”หากน้องชายไม่ชอบหน้าใครคนที่โดนเรียกว่าพี่ไม่เคยคิดห้ามปรามกลับเสนอให้จัดการตามอำเภอใจได้เลยอะไรที่น้องถามเขาคิดว่าดีหมดจึงไม่ห้ามปรามกลับช่วยส่งเสริมเข้าไปอีก
“ได้หากข้าเจอมันข้าจะจัดการมันทันทีโทษฐานทำให้ข้าเกลียดขี้หน้า”
การสนทนานั้นคนภายในหัวเราะขบขันหารู้ไม่ว่าชะตาชีวิตกำลังจะขาด ไป๋เหอถึงกับยิ้มมุมปากน้อย ๆ ในความโง่เขลาของสองคนผู้นี้
ระหว่างฉากเด็ดที่ลงมืออย่างรวดเร็วและการวางแผนอย่างรอบคอบการกำจัดสองคนในห้องก็เป็นเรื่องที่ง่ายดายอย่างยิ่งไป๋เหอตั้งใจมองอย่างไม่คลาดสายตาฝีมือไม่ปรานีผู้ใดสังหารอย่างโหดเหี้ยมเขาถึงกับกลืนน้ำลายนึกหวาดเสียวคอตนเองทีเดียว
“คนพวกนี้น่าจะฝึกมาอย่างดี กำจัดสองคนนั้นรวดเร็วเพียงใช้อาวุธลับก็สามารถสังหารคนที่อยู่ในห้องอย่างง่ายดาย หากพวกนั้นมุ่งเป้ามาที่เราก็น่าหวาดเสียวเหมือนกันแต่พี่ไม่ยอมให้ใครทำอะไรเราได้หรอก” ไป๋เหอเอ่ยพูดขณะที่มองการจัดการของคนพวกนั้นที่ใช้ความเร็วได้อย่างช่ำชองจนเขาทึ่งอดที่จะเป็นกังวลลึกๆ ไม่ได้หากตนเองโดนบ้าง
“คนพวกนี้น่าจะทำมาบ่อยจนชำนาญไปแล้วยังไงพวกเราควรจะไปหาที่อยู่ใหม่ดีหรือไม่”
ไป๋เหอเข้าใจซวงเอ๋อร์ดีว่านางห่วงความปลอดภัยไม่อยากให้เกิดเรื่องขึ้น แต่เหลือเวลาอีกตั้งหลายวันที่สำนักเมฆาสวรรค์จะเปิดแล้วที่นี่ก็ไม่มีที่พักแล้วด้วย
“ข้างนอกเมืองก็มีคนมากมายนอนรออยู่ด้านนอกก็มากโข ที่นี่แม้จะอันตรายหากเราไม่แสดงพิรุจน่าจะปลอดภัยได้นะแค่ระมัดระวังตัวเองมากขึ้น หากเราไปอยู่ที่อื่นพี่ก็ไม่มั่นใจว่าจะเจอในแบบเดียวกันกับที่นี่หรือไม่ยิ่งช่วงนี้คนเดินทางเข้ามาในเมืองนี้ค่อนข้างหนาแน่นไม่รู้หรอกว่าข้างนอกจะเป็นอย่างไร แต่เจ้าไม่ต้องกลัวไปข้าจะปกป้องเจ้าจนสุดชีวิตของข้า”
ซวงเอ๋อร์ได้ฟังถึงกับรู้สึกอบอุ่นภายในใจในชีวิตนี้ของนางมีแค่เขาที่เป็นเสาหลักแล้วหากพี่ไป๋เหอเป็นอะไรไปนางก็ไม่รู้จะมีชีวิตเดินต่อไปได้ยังไงนางสัญญากับตัวเองแล้วว่าจะขอเดินติดตามพี่ไป๋เหอตลอดชีวิต
ทางด้านหัวหน้าโรงเตี๊ยมที่ได้ส่งลูกน้องไปจัดการเพื่อเอาป้ายหยกมากำลังนั่งมองพิจารณาป้ายหยกนั้นแล้วยิ้มๆ อย่างพอใจ
“ร่างเจ้าสองคนนั่นเจ้าจัดการดีหรือไม่”
“จัดการเรียบร้อยท่านไม่ต้องห่วงว่าจะมีคนรู้เรื่องที่เราทำเพราะเรื่องนี้พวกเราไม่มีพลาดอย่างแน่นอน”
“ดีงั้นเจ้าเอาป้ายหยกนี่ไปประมูลที่ตลาดมืดซะ ป้ายนี้จะทำให้เรามีกำไรมากโข”
“ขอรับ”
ลูกน้องรับป้ายหยกไปแล้วนำไปยังสถานที่หนึ่งที่เรียกว่าตลาดมืดจะมีของมากมายที่โดนแย่งชิงขโมยมาเอามาขายและส่วนมากของพวกนี้ก็จะได้มาจากพวกที่เดินทางมาเรียนสำนักเมฆาสวรรค์ทั้งนั้นแล้วในตลาดมืดจะค่อนข้างคึกคักเป็นพิเศษและราคาบางชิ้นก็สูงมาก
เปิดอ่านฟรีวันละ 1 ตอนและจะติดเหรียญอ่านล่วงหน้าทยอยเปิดอ่านฟรีวันละ 1 ใครไม่อยากจะรอก็สามารถซื้ออ่านล่วงหน้าได้เลย จะเริ่มอัพทุกวันแล้วหลังจากหายหน้าติดงานประจำ แต่จะแบ่งเวลามาอัพสม่ำเสมอ