Emperor of the Immortal God

    ตอนที่ 51 สยบหรือตาย

    *** แถมให้1 ตอนวันหยุดนะครับขอให้ทุกคนพักผ่อนอย่างมีความสุข นิยายแต่ละตอน 10 หน้ากระดาษ A4 Font 16 นะครับ ไม่สั้นหรือยาวจนเกินไป ขนาดมาตรฐานเลยครับ”

     

    ลักษณ์มังกรสีม่วงกระแทกร่างของเพชรคีรีอย่างรุนแรงจนปราณคุ้มครองร่างกายแตกสลายย เขากระอักเลือดออกมานับสิบครั้งถอยหลังกรูดจนล้มลงตรงนั้น

     

    ‘เวรแล้วลืมไปว่าเราฝึกเพลงหมัดเทพอสูร’

     

    ไตรภพคิดในใจ เขาลืมตระหนักถึงความหนาแน่นของพลังลมปราณที่มากกว่าผู้อื่นสิบเท่าจากผลลัพธ์จากการฝึกฝนเพลงหมัดเทพอสูรแม้ระดับลมปราณของเขาและเพชรคีรีจะห่างกันสองขั้นแต่เขาก็สามารถใช้พลังลมปราณสยบเพชรคีรีได้ยิ่งกว่าพลิกฝ่ามือ

     

    นี่เป็นครั้งแรกที่เขาใช้ลักษณ์จากพลังลมปราณต่อสู้กับผู้บ่มเพาะจึงไม่รู้ถึงความรุนแรงของอานุภาพ แม้การต่อสู้ความช่วงชั้นลมปราณเขาจะทำได้ในอดีตแต่อานุภาพคงไม่เท่าภาพเบื้องหน้า ที่กระบวนท่าเดียวทำให้คู่ต่อสู้ปางตายเช่นนี้

     

    “หัวหน้า”

     

    เพชรอุมารีบไปคองร่างของเพชรคีรีเลือดโชกไปทั้งตัว หายใจโรยรินพร้อมที่จะจากไปทุกเมื่อ น้ำตาเธอไหลออกมาหัวหน้าเป็นเหมือนพ่อซึ่งเลี้ยงดูเธอมาตั้งแต่เล็ก ๆเธอจึงไม่อาจจะหักห้ามใจเห็นเขาตายไปต่อหน้าได้

     

    “กะ แก”

     

    ฟึบ

     

    เพชรอุมาถลึงตาไปมองไตรภพด้วยความแค้นเคืองซัดเข็มพิษไปมากกว่าสิบเล่ม หมายจะแก้แค้นให้กับเพชรคีรี ร่างกายเธอทะยานเข้าหาไตรภพด้วยพลังเต็มสิบส่วน

     

    “เดี๋ยวก่อน! ฉันไม่อยากจะทำผู้หญิงเท่าไหร่หรอกนะ”

     

    ไตรภพได้แต่หลบเลี่ยงเข็มพิษที่ซัดเข้ามาอย่างต่อเนื่องลอบมองร่างเพชรคีรีด้วยความรู้สึกผิดอันที่จริงเขาไม่ต้องการจะเล่นงานหนักขนาดนั้น

     

    เปรี้ยง

     

    ไตรภพเคลื่อนที่มาด้านหลังเพชรอุมาซัดฝ่ามือเบา ๆ ไม่รุนแรงมากนัก แต่ก็เพียงพอให้เพชรอุมาล้มลงทันทีไม่อาจจะยืนหยัดได้

     

    ไตรภพเดินช้า ๆไปยังร่างของเพชรคีรี ที่ยังคงนอนก้มหน้า ศีรษะยกขึ้นมามองเพชรอุมาล้มลงเขาพยายามจะขยับตัว แต่ร่างกายกลับไม่ทำตามที่สั่ง มือทั้งสองข้างกำพื้นหญ้าด้วยความคับแค้นใจ

     

    “อะอย่าทำหัวหน้า”

     

    “ขอร้อง”

     

    “นายท่านอย่าทำหัวหน้า”

     

    เสียงสามเสียงประสานกันเมื่อเห็นไตรภพเดินไปที่เพชรคีรี เป็นเสียงของเพชรอุมา เพชรกล้า และเพชรสมิงพวกเขาทิ้งศักดิ์ศรีทั้งปวงอ้อนวอนชายหนุ่ม

     

    “หืม”

     

    ไตรภพหรี่ตามองทั้งสามคนในใจรู้สึกชื่นชม ดูท่าทางพวกเขาก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรมากนักเขาตัดสินใจเดินกลับหลัง มองทั้งสามคนด้วยสายตาสลับไปมา

     

    “ถ้าพวกแกทั้งสามคนยอมติดตามฉันภักดีต่อฉัน ฉันจะไม่ฆ่าหัวหน้าแก ทั้งยังจะให้โชควาสนาอันสูงสุดด้วย”

     

    ไตรภพตัดสินใจเสนอทางรอดให้แก่พวกเขาอันที่จริงด้วยนิสัยที่ซื่อสัตย์และภักดีต่อเพชรคีรีทำให้ไตรภพอยากจะได้ทั้งสี่คนมาเป็นลูกน้อง

     

    “ดะ ได้ถ้าคุณยอมปล่อยหัวหน้าไป”

     

    “ฉันก็ยินยอมขอเพียงปล่อยหัวหน้า”

     

    “ผะ ผมด้วย”

     

    สรรพนามการเรียกไตรภพเปลี่ยนไปทันทีชายหนุ่มเดินไปเบื้องหน้าเพชรกล้าและเพชรสมิง ใช้มือทาบไปบริเวณศีรษะของทั้งคู่

     

    “ฉันไม่เชื่อแค่คำพูดลมปากหรอกนะหลับตาซะ ทำใจยอมรับ ไม่เช่นนั้นฉันจะฆ่าหัวหน้าพวกแก”

     

    ทั้งเพชรกล้าและเพชรสมิงเมื่อเห็นชายหนุ่มเอามือมาทาบศีรษะพวกเขาคิดว่าชายหนุ่มจะทำร้ายเขา จึงพยายามต่อต้าน แต่เมื่อได้ฟังคำพูดของชายหนุ่มจึงลดการต่อต้านลง เนื่องจากกลัวว่าไตรภพจะสังหารเพชรคีรี

     

    “อ้ากกกกกกก”

     

     

    ไตรภพแผ่พุ่งพลังลมปราณผ่านมือทั้งสองข้างไปยังทั้งสองคนใช้วิชา ‘สัญญาประทับทาสนิรันดร์’ ที่เคยใช้กับจักรภพและปรีชา การประทับทาสเช่นนี้ผู้ถูกประทับต้องยินยอมทั้งกายและใจ มิเช่นนั้น จะไม่สามารถบังคับให้ทำสัญญาได้

     

    “เรียบร้อยจากนี้ไปพวกแกทั้งสองคนคือคนของฉัน หากคิดคดทรยศ เพียงแค่ความคิดของฉันร่างของพวกแกจะตกตายลงทันที”

     

    เพชรกล้าและเพชรสมิงลองที่จะใช้ความคิดแง่ร้ายกับไตรภพผลลัพธ์กลับกลายเป็นพวกเขาดิ้นทุรนทุรายด้วยความเจ็บปวด

     

    “อยากลองของ ?ฮ่า ๆ เอาหละ ถึงตาเธอแล้ว”

     

    ไตรภพประทับสัญญาทาสนิรันดร์ลงบนศีรษะของเพชรอุมาเธอไม่ได้ขัดขืนใด ๆ เนื่องจากเห็นผลลัพธ์จากเพชรกล้าและเพชรสมิงแล้ว เพียงห้านาทีไตรภพได้ประทับสัญญาทาสนิรันดร์ถึงสามคน

     

    “เห็นแก่ความภักดีฉันจะรักษาเขา”

     

    ไตรภพเดินไปเบื้องหน้าเพชรคีรีแผ่พุ่งพลังลมปราณเข้าไปในร่างกาย ชักนำลมปราณที่ยุ่งเหยิงให้กลับมาเป็นปกติก่อนที่จะหยิบเม็ดยาจากกระเป๋า ป้อนเข้าปากเพชรคีรี

     

    “ทำใจให้สงบอดทนกับความเจ็บปวดไว้”

     

    ร่างกายของเพชรคีรีแม้จะบาดเจ็บสาหัสยังไม่เจ็บปวดเท่าฤทธิ์ของเม็ดยา เขาได้แต่อดทนตามคำพูดของชายหนุ่มระยะเวลาผ่านไปประมาณสิบนาที ร่างกายของเขาก็เริ่มจะฟื้นตัว

     

    “อย่าพึ่งลุกขึ้น”

     

    ไตรภพเอ็ดเพชรคีรีที่กำลังจะประคองตัวเองลุกยืนขึ้น เขากดไหล่เพชรคีรีลงถ่ายทอดพลังลมปราณชักนำเม็ดยา เวลาผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมง

     

    “หะ หายแล้ว ?”

     

    เพชรคีรีสำรวจร่างกายตนเองบัดนี้อวัยวะที่บอบช้ำได้หายเป็นปลิดทิ้ง เขารีบลุกขึ้นมายกมือคารวะชายหนุ่มตรงหน้า

     

    “ขอบคุณ”

     

    “ไม่ต้องขอบคุณหรอกลมปราณสับสน เหมือนถูกวางยาพิษ”

     

    ไตรภพวิเคราะห์อาการจากการประเมินสภาพร่างกายเพชรคีรีทั้งสี่คนดวงตาเบิกกว้างตกใจเหตุใดชายหนุ่มตรงหน้าถึงบอกว่าร่างกายของเพชรคีรีมียาพิษ

     

    “มันเป็นพิษที่ไม่ร้ายแรงอะไรมากนักแต่จะทำให้การบ่มเพาะติดขัด หากทิ้งไว้นาน ชั่วชีวิตนี้ย่อมไม่อาจจะทะลวงขึ้นสู่ลมปราณชนชั้นสีครามได้”

     

    “!!!!!!”

     

    “ไม่ต้องห่วงฉันได้ถอนพิษออกเรียบร้อยแล้ว”

     

    เพชรคีรีลองโคจรพลังลมปราณรู้สึกว่าลมปราณไม่ติดขัดเหมือนแต่ก่อนแล้วแต่เดิมนั้นเขาพบว่าแม้ระดับลมปราณของเขาจะสูงถึงระดับเก้าแต่ก็ไม่อาจจะต่อกรกับเจ้านายได้แม้แต่กระบวนท่าเดียว นี่มันเป็นเรื่องจริงหรือพลังฝีมือไม่น่าจะห่างถึงเพียงนั้น

     

    “ต้องเป็นเจ้านายแน่ๆ ”

     

    เพชรสมิงพูดโพล่งขึ้นมาพลางอธิบายรายละเอียดของทรัพยากรการบ่มเพาะที่เจ้านายจะสกัดยาน้ำให้เพชรคีรีกินอยู่เสมอ ทั้งหมดรับฟังและวิเคราะห์ตามจึงคิดว่าเป็นเรื่องสมเหตุสมผล

     

    “ถ้าจากที่กล่าวมานั่นน่าจะเป็นยาสลายยุทธ์ ฤทธิ์ยาจะไม่ออกฤทธิ์ทันที จะค่อย ๆกัดกร่อนการบ่มเพาะไปกักเก็บในตันเถียน แต่กลับไม่อาจจะนำมาใช้ได้ส่วนมากมักจะเป็นพรรคมาร ที่จับผู้คนมากินยา ก่อนที่จะช่วงชิงพลังลมปราณ”

     

    “!!!”

     

    ทั้งสี่คนยิ่งรับฟังยิ่งแสดงท่าทีตกใจร้องขอให้ไตรภพตรวจสอบร่างกายคนที่เหลือ ชายหนุ่มตรวจสอบพบพิษในร่างกายทั้งสามคนจึงถอนพิษออก

     

    “ชั่วช้า ! ”

     

    เพชรอุมาทนไม่ไหวสบถออกมา ตอนนี้พวกเขารู้แล้วว่า เจ้านายผู้ลึกลับนั้นต้องการที่จะช่วงชิงพลังการบ่มเพาะของทุกคน เพื่อก้าวข้ามลมปราณชนชั้นสีครามไปสู่ลมปราณชนชั้นถัดไป

     

    “เพชรคีรีฉันรู้สึกชื่นชอบนายมาก นายนับได้ว่าเป็นลูกผู้ชายคนหนึ่งนายสนใจมาเป็นลูกน้องฉันไหม”

     

    “ลูกน้อง ?”

     

    เพชรคีรีมองไปที่เพชรอุมาเพชรกล้า และเพชรสมิง ซึ่งบัดนี้ได้ตกเป็นลูกน้องของชายหนุ่มตรงหน้าแล้วเขาถอนหายใจ ความภักดีอันแสนโง่เขลาเป็นเหมือนโซ่ตรวนในจิตใจเขา

     

    “ผมมีคำขอ”

     

    “ได้ถ้าฉันทำได้ ฉันยินดีรับปาก”

     

    “คุณจะดูแลพวกเราอย่างดีไม่ทำเรื่องผิดศีลธรรม เราทั้งสี่คนสัญญาว่าจะภักดีกับคุณจนวันตาย”

     

    เพชรคีรีเค้นเสียงนึกถึงความชั่วช้าของเจ้านาย เอ่ยขอคำมั่นสัญญาจากชายหนุ่มตรงหน้า

     

    “ได้ตราบใดที่ภักดีต่อฉันไม่กี่เดือนนี้พวกนายสามารถตัดผ่านไปสู่ชนชั้นสีครามได้อย่างแน่นอน”

     

    หลังการพูดคุยจบเพชรคีรียินยอมให้ไตรภพทำสัญญาประทับทาสนิรันดร์บัดนนี้พวกเขาทั้งสี่คนได้กลายเป็นลูกน้องของชายหนุ่มโดยสมบูรณ์แล้ว

     

    “ฉันจะส่งเบอร์หนึ่งให้กับพวกนายโทรหาเขา แล้วรอฉันที่นั่นภารกิจของพวกนายคือการฝึกฝนคนของฉันเพื่อเตรียมพร้อมร่างกาย ก่อนที่ฉันจะไปสอน”

     

    “คนของเจ้านาย?”

     

    “ต่อไปนี้เรียกฉันว่าบอส! ใช่ฉันกำลังรวบรวมผู้คนเพื่อฝึกให้เป็นกองกำลังผู้บ่มเพาะ รายละเอียดต่าง ๆจักรภพจะบอกพวกนายเอง”

     

    “ครับ/ค่ะ”

     

    หลังจากกำชับเรื่องราวต่างๆ ไตรภพได้แยกทางกับทั้งสี่คน จากการรับฟังข้อมูลมา เจ้านายเก่าของพวกเขาต้องอยู่ในระดับลมปราณชนชั้นสีครามแน่นอน

     

    “หากไม่รีบบ่มเพาะคงไม่มีทางต่อกรได้แน่”

     

    ไตรภพถอนหายใจแม้จะสามารถต่อสู้ได้ข้ามช่วงชั้นลมปราณแต่หากฝ่ายตรงข้ามอยู่ห่างจากเขาเกินสิบระดับ อยู่ในลมปราณชนชั้นสีครามระดับ 8 – 10 เขาคงไม่สามารถต่อกรได้เช่นกัน

     

    “การฝึกเพลงหมัดเทพอสูรมันดีหรือไม่ดีกันแน่เฮ้อ หากเป็นยามปกติ ด้วยทรัพยากรการบ่มเพาะเช่นนี้เราคงทะลวงได้ถึงลมปราณชนชั้นสีครามขั้นปลายแล้ว!”

     

    ไตรภพบ่นออกมาแต่อีกใจหนึ่งก็ทึ่งในความแข็งแกร่ง หากเขาฝึกไปเรื่อย ๆจนก้าวขึ้นสู่ลมปราณชนชั้นสีรุ้งเหมือนในอดีตหละความแข็งแกร่งจะมากกว่าเดิมสิบเท่าหรือไม่

     

    ชายหนุ่มเดินมาเรื่อยๆ จนถึงอาคารเรียน ตอนนี้เป็นเวลาเลิกเรียนแล้ว ผู้คนต่างแยกย้ายกันกลับบ้านเขาเดินไปห้องอาจารย์สาวทันที

     

    ก๊อก ก๊อก ก๊อก

     

    “ใครหนะ”

     

    เสียงแหลมใสพูดออกมาจากในห้องไตรภพเปิดประตูเข้าไปทันที มองอาจารย์สาวตรงหน้า ดูเหมือนเธอจะหงุดหงิดเล็กน้อย

     

     

    “เธอไปไหนมารู้ไหมฉันรอนานแล้วนะ”

     

    “ไปธุระนิดหน่อยครับขอโทษที”

     

    “เอาไลน์นายมา”

     

    “อาจารย์ขอไลน์ผมหรอไม่ดีนะ”

     

    ไตรภพเย้าแหย่อาจารย์สาวเธอค้อนไตรภพตาเขียวปั้ด สุดท้ายทั้งสองคนก็ได้แลกไลน์ส่วนตัวกัน วันนี้ไตรภพได้เรียนรู้วิชาสังคมศึกษากนกพรได้เล่าเรื่องราวต่าง ๆ ที่เป็นเรื่องเกร็ดประวัติศาสตร์ชาติไทย

     

    “นายพอจำได้ไหม?”

     

    “ได้ครับให้ผมเล่าประวัติศาสตร์ตั้งแต่สุโขทัยจนถึงปัจจุบันให้อาจารย์ฟังไหม”

     

    “ได้ ว่ามา”

     

    ไตรภพเล่าเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ทั้งการเมือง การปกครอง เศรษฐกิจ ศาสนา วัฒนธรรม และสถาปัตยกรรมแต่ละยุคสมัยอย่างไม่ติดขัด เหมือนกับอาจารย์ที่จบเกียรตินิยมจากคณะโบราณคดีมาเล่าให้ฟัง

     

    กนกพรมองที่ใบหน้าของไตรภพด้วยความเคลิบเคลิ้มใบหน้าแดงซ่านอย่างไม่รู้ตัว เสียงของชายหนุ่ม นุ่มนวล ชวนให้อ่อนระทวยอย่างยิ่ง

     

    “จบแล้วครับ”