กับคำถามนี้ของชายชราหญิงสาวก็ได้แต่ส่ายหน้า
“แล้วเอาไงดีละทีนี้”
ลุงผ่อง งงไปเหมือนกัน
“ลุงพอจะรู้ไหมว่าเขาออกไปไหน”
“ลุงก็ไม่รู้เหมือนกัน เขาไม่ได้บอกเอาไว้”
“พอดีหนูมีธุระสำคัญที่จะต้องพูดกับเขาให้ได้เสียด้วยสิ”
“จะรอไหมล่ะ ลุงว่าเขาคงไปไม่นานหรอก”
“คงต้องรอค่ะ เพราะหนูมาไกลยังไงก็ไม่ยอมกลับไปโดยที่ยังไม่ได้เื่อะไรแน่”
“งั้นก็เข้ามานั่งรอในบ้านลุงก่อนก็ได้ ยืนตากแดดอยู่อย่างนั้น ร้อนแย่”
“เอ่อ ลุงค่ะ คือ...หนูหิว ไม่ทราบว่าหนูพอจะหาอะไรทานได้ที่ไหนคะแถวนี้มีร้านอาหารหรือเปล่า”
“โธ่เอ๊ย ร้านอาหารนะมีน่ะ แต่มันอยู่ลึกเข้าไปในหมู่บ้านโน้นแน่ะแต่จะต้องเสียเวลาเดินไปให้เหนื่อยแถมต้องเสียเงินด้วยทำไมล่ะถ้าไม่รังเกียจก็กินที่บ้านลุงนี่แหละ เดี๋ยวลุงจะให้ป้าเขาดูกับข้าวให้”
ลุงผ่องบอกอย่างมีน้ำใจ แล้วคนอย่างพิชชาภัสร์หรือจะรังเกียจใครเป็เธอรีบตอบรับคำชวนเชิญนั้นทันทีแบบไม่ให้ขัดศรัทธา
“ขอบคุณมากค่ะลุง”
หญิงสาวเดินตามลุงกับป้าผู้มีน้ำใจเข้าไปนั่งที่แคร่ไม้ไผ่หน้าบ้านก่อนที่ภรรยาของลุงผ่องที่ชื่อชบาจะเข้าไปลำเลียงอาหารจากในบ้านออกมาให้ อาหารมีทั้งน้ำพริกกินกับยอดตำลึงลวกแกงส้มดอกแค และปลาทอดตัวโตรสชาตินั้นก็อร่อยเอามากๆหญิงสาวจึงทานข้าวเข้าไปตั้งสองจานเต็มๆจนอิ่มแปล้ทีเดียว
“ขอบคุณค่ะป้า ป้าช่วยให้หนูรอดตายไปอีกหนึ่งมื้อแล้ว”
หญิงสาวกล่าวอย่างสดใสร่าเริงขณะช่วยป้าชบายกจานชามเอาเข้าไปเก็บในครัว
“แม่หนูพูดราวกับว่าอาหารของป้าเป็ของวิเศษทีเดียว”
“ก็วิเศษจริงๆนี่คะ นอกจากจะช่วยให้หนูไม่ต้องอดตายแล้ว มันก็ยังเป็อาหารอีกมื้อที่อร่อยเอามากๆอีกด้วยและหนูก็คงจะไม่มีวันลืมอาหารมื้อนี้เลย”
ป้าชบายิ้มรับคำพูดหวานๆของหญิงสาวขี้ประจบและโดยที่ไม่ได้พูดอะไรออกมาแต่ในใจนั้นก็รู้สึกเอ็นดูสาวน้อยที่พึ่งเคยเจอหน้าคนนี้เอามากมายทีเดียว
“แล้วจะเอาไงต่อไปดีละทีนี้”
ลุงผ่องถามเมื่อหญิงสาวกลับมานั่งลงบนแคร่ใกล้ๆ
“ลุงว่าคุณเดชบดินทร์เขาใกล้จะกลับมาหรือยังคะ”
“คงใกล้แล้วหละ ออกไปได้ครู่ใหญ่แล้วนี่”
“งั้นหนูออกไปรอเขาที่หน้าประตูรั้วบ้านเขาดีกว่า”
“อุ้ย จะต้องไปยืนตากแดดอยู่ทำไม รออยู่ที่บ้านป้านี่แหละ ไว้เขามาแล้วค่อยไปก็ได้”
“เอ่อ หนูขอไปรอเขาอยู่ที่โน้นดีกว่านะคะ”
หญิงสาวยืนกรานเธอไม่ได้บอกลุงผ่องกับป้าชบาไปตามตรงว่าเธอกลัวอีตานั้นจะวิ่งหนีเข้าบ้านไปโดยที่ไม่ยอมฟังอะไรจากเธออีกไปยืนดักรออยู่ที่หน้าประตูรั้ว พอเขาเปิดเธอก็จะได้ฉวยโอกาสรีบตามเข้าไปด้วยเลยจะดีกว่า
และเมื่อเห็นความมุ่งมั่นของเธอแล้วลุงกับป้าผู้มีน้ำใจก็ไม่ทัดทานอะไรอีก
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
เดชบดินทร์กลับจากไปธุระมาในเวลาประมาณบ่ายสี่โมงแต่เมื่อจอดรถลงในโรงใกล้บ้านของลุงผ่องแล้วเปิดประตูลงไปเขาก็แอบชะงัก เมื่อมองไปที่บ้านแล้วยังเห็นยัยบ้าคนที่เขาตั้งใจหลบ ยังยืนอยู่ที่หน้าประตูรั้วบ้าน นี่หล่อนทนยืนตากแดดรอเขาอยู่อย่างนั้นนานกว่าสองชั่วโมงเลยเหรอตื้อชะมัด
“ไปไหนมาครับคุณเดช”
ลุงผ่องคนที่เขาจ้างให้เฝ้าบ้านและทำอะไรอีกหลายๆอย่างตามแต่ที่เขาจะสั่งได้ออกมาถาม
“ไปคุยธุระกับโรงสีที่จะรับซื้อข้าวมา เพราะเห็นว่านาแปลงหลังนั้นข้าวใกล้จะเก็บเกี่ยวได้แล้ว”
“เหรอครับแล้วนี่คุณเดชจะจ้างรถมาเกี่ยวหรือว่าจะจ้างคนในหมู่บ้านมาเกี่ยวกันละครับ ยังไงแล้วผมก็จะได้เตรียมการได้ถูก”
“จ้างคนดีกว่า ถึงจะเสร็จช้าและเสียค่าใช้จ่ายพอๆกันแต่การจ้างคนก็ทำให้ข้าวเสียหายน้อยกว่า แถมยังช่วยให้ชาวบ้านที่กำลังว่างงานไม่มีรายได้ ได้มีงานทำอีกด้วย”
ชายหนุ่มตอบให้ลุงผ่องรู้สึกแปลกใจในความเป็คนรุ่นใหม่ของเขามากยิ่งขึ้นไปอีก เพราะอย่าว่าแต่คนที่ไม่ได้มีอาชีพทำนามาั้แ่เกิดและมีอายุแค่สามสิบต้นๆอย่างเขาเลยคนทำนามาแต่ไหนแต่ไรจนอายุปาเข้าไปห้าสิบ หกสิบปีแล้วสมัยนี้ก็ล้วนเลือกจ้างรถเกี่ยวข้าวกันทั้งนั้นจะว่าไปแล้วสมัยนี้หาคนที่อยากทำนาด้วยหัวใจนั้นยากเต็มที ลูกหลานแท้ๆของชาวนาที่เป็คนรุ่นใหม่ต่างก็ล้วนหันเหไปหางานอื่นทำทั้งสิ้นต่างพากันพร้อมใจหนีให้ห่างจากอาชีพชาวนาให้มากที่สุด ด้วยตัวของชาวนาเองนั้นแหละที่สั่งสอนลูกหลานแบบนี้เพราะเห็นว่าการทำนาเป็อาชีพที่ลำบากและต่ำต้อยแต่ชายหนุ่มผู้นี้ที่มาจากไหนก็ไม่รู้กลับสวนกระแส
เขาพยายามที่จะอนุรักษ์การทำนาแบบเดิมๆเอาไว้ทั้งๆที่ไม่ได้มีความรู้ความเชี่ยวชาญอะไรเกี่ยวกับการทำนาแบบดั้งเดิมมาก่อนเลยเขาทำให้ชายชราคิดว่าหากมีคนอย่างเขาคนนี้อยู่ในประเทศมากๆอนาคตที่คนไทยจะต้องไปรับซื้อข้าวจากต่างประเทศมากินก็คงจะไม่มี
“ผู้หญิงคนนั้นมาทำอะไรอยู่ที่หน้าบ้านของฉัน”
เดชบดินทร์ถามขึ้นพร้อมกับทอดสายตาฝ่าเปลวแดดที่ก็ยังคงความร้อนแรงอยู่พอสมควรไปยังร่างที่มองเห็นได้
“แกมารอพบคุณไงครับ ผมบอกให้มารออยู่ที่นี่ก่อนก็ไม่เอา ไปยืนตากแดดรออยู่นั้นแหละ”
คำตอบของลุงผ่องทำให้ชายหนุ่มยิ่งรู้สึกหงุดหงิด แต่ก็ไม่กล้าแสดงอะไรออกไปให้ชายชราจับได้ เขารีบเอ่ยขอตัวแล้วเดินตรงไปที่บ้านของตัวเองทันที
“โอ๊ย คุณ ฉันคิดว่าคุณจะไปนอนค้างที่อื่นเสียแล้ว”
ผู้หญิงคนนั้นแสดงท่าทางตื่นเต้นดีใจเมื่อหันมาเห็นเขา
“ถ้ารู้ว่าเธอรออยู่ ฉันก็อาจจะทำอย่างนั้น”
“อ้าว...”
“ออกไปให้พ้นจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้นะ”
ชายหนุ่มตวาดสวนกลับไปให้เ้าหล่อนต้องอ้าปากค้าง
“อ้าวคุณ ทำไมพูดอะไรอย่างนั้นฉันอุตส่าห์ลำบากลำบนเดินทางไกลมาเป็ร้อยกิโล แถมต้องมายืนตากแดดอยู่อีกตั้งนาน แต่คุณมาพูดกับฉันอย่างนี้เหรอ”