อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก

    บทที่ 35 เปลี่ยนลุค

    บทที่ 35 เปลี่ยนลุค




    อันซูหยวนได้รับคำแนะนำก็คลี่ยิ้มจางๆแสดงความขอบคุณต่ออีกฝ่าย เธอคาดเอาไว้บ้างแล้วว่าท่าทางของทุกคนจะเป็นเช่นนี้ ดังนั้นในการเลือกห้องพักของเธอ อันซูหยวนไม่ได้เลือกมั่วๆ เธอเลือกห้องพักที่มีคนของตระกูลจางอยู่ด้วย เพราะเชื่อว่าอีกฝ่ายจะไม่กระทำรุนแรงต่อตนเองที่จะกลายเป็นพลังให้พวกเขาในอนาคต


                


    นอกจากนี้ ถ้าเธอเลือกห้องพักอื่นแล้วดันไปเจอรุ่นพี่ที่มาจากตระกูลอริกันกับตระกูลจาง เชื่อเถอะว่าพวกเธอจะหาทางรังแกตนเองมากกว่าปกติแน่ๆ 


                


    แม้ว่าซูหยวนจะไม่ได้คาดคิดเกี่ยวกับผลลัพธ์ที่กระตือรือร้นเช่นนี้ แต่เธอก็คาดว่าข้อเสนอของตนเองคงไม่ถูกปฏิเสธ ส่วนเธอจะไปอยู่ที่ไหนในช่วงสองสัปดาห์นี้...แน่นอนว่าต้องเป็นห้องสมุดแล้วก็ฟาร์มแสนสุขของเธอน่ะสิ




    “ขอบคุณรุ่นพี่ที่แนะนำค่ะ”




    “อืม เข้ามาสิ หลังจากนี้มีอะไรก็ถามฉันได้” เมิ่งซีซีเป็นมิตรมากเมื่อไม่มีคติต่อซูหยวนอีก การแสดงออกของเธอต่อหญิงสาวเหมือนกับการแสดงออกต่อน้องสาวคนหนึ่งเลย


               


     ก่อนหน้านี้ไม่มีใครไม่รู้ว่าคนที่ท่านจางเลือกมาคนแรกนั้นกลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่ขนาดไหน ดังนั้นในสายตาของสาวๆรวมถึงสมาชิกในตระกูลจางทั้งหมด อันซูหยวนที่ท่านจางเลือกมาด้วยตนเองนั้นย่อมเป็นคนที่มีแนวโน้มไปได้ไกลมาก ไม่น่าแปลกใจที่พวกเธอต้องการเป็นมิตรกับอันซูหยวนมากกว่าที่จะเป็นศัตรู




    “ขอบคุณมากค่ะ” อันซูหยวนเดินเข้าไปอย่างเรียบร้อย ถึงจะเห็นว่าทุกคนแสดงท่าทีเป็นมิตรต่อเธอ แต่ซูหยวนก็ไม่ได้เปลี่ยนท่าทางของตนเองเลย ยิ่งเห็นแบบนี้...ทั้งสามคนก็ยิ่งชอบเด็กสาวมากขึ้นไปกว่าเดิมอีก


                


    ไม่มีใครไม่ชอบคนสุภาพเรียบร้อย ทั้งยังให้เกียรติพวกเธอหรอก แน่นอนว่าคนๆนั้นจะต้องอยู่ในเงื่อนไขของผู้แข็งแกร่งด้วยล่ะนะ




    “พรุ่งนี้ก็เปิดเรียนแล้วใช่ไหม เพื่อที่จะเปิดตัวในฐานะนักเรียนทุนชั้นปีหนึ่งที่ท่านจางเลือกมา อย่างที่ฉันบอก...เธอควรจะต้องปรับปรุงการแต่งตัวของตนเองเสียก่อน จะมาใส่ชุดดำๆด่างๆ เนื้อผ้าเหมือนกับเศษขยะแบบนี้ได้อย่างไร เธอวางข้าวของของตนเองแล้วตามฉันไปเถอะ เดี๋ยวจะพาไปร้านเสื้อผ้าที่ฉันใส่เป็นประจำให้เอง” 




    เมิ่งซีซีกระตือรือร้นมาก อย่างที่เห็น...เธอเป็นคนที่ชอบแต่งตัวอยู่แล้ว ดังนั้นจึงใส่ใจเกี่ยวกับการแต่งกายของซูหยวนเป็นพิเศษ


                


    ซึ่งซูหยวนก็ไม่ได้ปฏิเสธน้ำใจของอีกฝ่าย เสื้อผ้าจากเขตชั้นนอกนั้น แม้ว่าจะเป็นชุดใหม่ แต่ก็ทำจากวัสดุที่ไม่ดีนัก เนื้อผ้าค่อนข้างหยาบกระด้าง ขนาดอันซูหยวนมาอยู่ในร่างนี้เป็นเวลานาน เธอก็ยังรู้สึกเจ็บตามผิวสัมผัสอยู่ดี ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีทางเลือกอื่น เดิมทีเสื้อผ้าของเธอนั้นเต็มไปด้วยรอยเลือดของพวกกลายพันธุ์จนมีน้ำหนักมาก แค่ได้ซื้อเสื้อผ้าใหม่สำหรับการเข้าสถาบัน น้ำหนักที่ลดลงไปก็ทำให้ซูหยวนพอใจแล้ว


                


    ซึ่งเป็นเพราะเธอเพิ่งเข้ามาเขตชั้นในได้ไม่นาน การเลือกซื้อเสื้อผ้ามาเปลี่ยนจึงถูกมองข้ามไป อันซูหยวนใช้เวลาไปกับการสำรวจในสถาบันก่อนเป็นอันดับแรก ส่วนพื้นที่ในเมืองชั้นในนั้นยังไม่ได้เดินไปมั่วๆ เธอรู้อีกเช่นกันว่าแค่เธอปรากฏตัวออกไป ด้วยสภาพแบบนี้ อาจจะไม่มีร้านค้าไหนต้องการซื้อขายแลกเปลี่ยนกับเธอเลย


                


    ดังนั้น เมื่อเมิ่งซีซีบอกว่าจะเป็นคนแนะนำร้านเสื้อผ้าให้ อันซูหยวนย่อมไม่ปฏิเสธ การเดินไปตลาดพร้อมกับคนในพื้นที่ย่อมดีกว่า แล้วก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ


                


    ขนาดเมิ่งซีซีมาที่นี่ด้วยตนเอง ทั้งยังบอกว่าจะจ่ายเงินค่าชุดให้สองชุดเป็นของขวัญต้อนรับ พนักงานที่ดูแลเสื้อผ้าให้ซูหยวนก็ยังมองเธอด้วยสายตาดูถูกเลย


                


    สุดท้ายแล้วอันซูหยวนก็ซื้อชุดมาเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด 4 ชุด เป็นของขวัญจากเมิ่งซีซีสองชุด ของจากจางเสวี่ยผิงหนึ่งชุด และอีกชุดจากกวนหลิวลู่ ซึ่งทั้งสามเองก็ได้ชุดใหม่ไปกันไม่น้อยตามประสาสาวๆที่ชอบของสวยงาม 


                


    เสื้อผ้าใหม่นี้เนื้อผ้าค่อนข้างดี คล้ายกับชุดลำลองจากยุคปัจจุบันที่ซูหยวนจากมา เนื้อผ้าเบาสบายและทำให้โล่งตัวมาก ในที่สุดอันซูหยวนก็ไม่รู้สึกเจ็บตามเนื้อตัวเวลาสวมใส่เสื้อผ้าอีกแล้ว นอกจากนี้...ในเมื่อเสื้อผ้าของคนจากเขตชั้นในมีเนื้อผ้าเหมือนกับเสื้อผ้าในฟาร์มของเธอ เช่นนั้นหลังจากนี้...อันซูหยวนก็สามารถเอาเสื้อผ้าดีๆจากฟาร์มออกมาใช้งานได้แล้ว


                


    จริงอยู่ที่รูปแบบในการตัดเย็บนั้นต่างออกไป แต่โรงเย็บผ้าของเธอก็มีฟังก์ชั่นตัดเย็บเสื้อผ้าแบบพิเศษอยู่ แม้จะใช้เหรียญมากกว่าปกติ แถมยังต้องออกแบบเสื้อผ้าเอง กระนั้นอันซูหยวนก็มีประสบการณ์มาไม่น้อยแล้ว


               


     ไม่ใช่ว่าเธอมีความสามารถในการออกแบบเสื้อผ้าแต่อย่างใด ทว่าในเกมนี้...อันซูหยวนตัดเสื้อผ้าใหม่สำหรับตัวละคร รวมทั้งขายใส่ตะกร้าไปหลายครั้งแล้ว ดังนั้นเธอจึงคุ้นเคยกับเครื่องมือในการดีไซน์ทั้งหมดและสามารถเริ่มสั่งผลิตเสื้อผ้าใหม่ได้เลย แน่นอนว่าเพื่อตัดเสื้อผ้าใหม่ ซูหยวนจะต้องปลูกฝ้ายมากขึ้น ดูแลแกะและเก็บเกี่ยวขนแกะอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากก่อนหน้านี้เธอละเลยไปไม่น้อยเพราะเห็นว่ายังไม่ได้มีความต้องการใช้นั่นเอง




    เพราะการต้อนรับที่ดีแบบนี้ อันซูหยวนเดินเข้ามาในสถาบันอีกครั้งก็ไม่มีใครรู้ตั้งแต่ที่เห็นแล้วว่าอันซูหยวนเป็นเด็กจากเขตชั้นนอก พวกเขาเดินผ่านหญิงสาวเหมือนกับเดินผ่านนักเรียนทั่วไป ซึ่งมันช่วยอันซูหยวนได้มาก




    ถ้าเธอรู้ก่อนว่าจะเกิดเรื่องเพราะปัญหาจากเสื้อผ้า อันซูหยวนคงไม่เข้าสถาบันเป็นอันดับแรก แต่จะเลือกไปที่ร้านค้าเสื้อผ้าข้างนอกก่อน ถึงจะถูกสายตาดูแคลนและไม่อยากให้บริการ ทว่าซูหยวนก็คิดว่าตนเองทนกับมันได้ เพราะขอแค่ได้ใส่เสื้อผ้าใหม่ การลงทะเบียน การเลือกห้องพัก รวมถึงสายตาของรุ่นพี่ครั้งแรกคงจะไม่เป็นแบบนั้น


                


    เนื่องจากวันรุ่งขึ้นเป็นวันเปิดเรียนวันแรก นักเรียนชั้นปีที่หนึ่งจะต้องมีการปฐมนิเทศก่อน ในขณะที่พวกรุ่นพี่จะมีการทดสอบในวันแรกของการเปิดเรียนเพื่อเป็นข้อมูลตั้งต้นสำหรับปีการศึกษาใหม่ พวกเขาจะต้องวัดความสามารถกันทุกครั้งที่เปิดเรียนและก่อนปิดภาคการศึกษา โดยข้อมูลค่าพลังที่เพิ่มขึ้นนั้นจะถูกเปลี่ยนเป็น “ตั๋วทรัพยากร” ที่นักเรียนสามารถนำไปแลกทรัพยากรการฝึกฝนพลังได้


                


    กล่าวคือ ถ้าพวกเขามีค่าพลังงานเป็นจำนวนมาก เช่นนั้นก็จะได้รับ “ตั๋วทรัพยากร” เป็นจำนวนมากขึ้นไปด้วย ไม่น่าแปลกใจเลยที่นักเรียนหลายคนจากเขตชั้นในจะเลือกเรียนหลังจากที่พวกเขาได้ฝึกฝนกับตระกูลมาบ้างแล้ว นั่นก็เพื่อตั๋วทรัพยากรพวกนี้ด้วยส่วนหนึ่งนั่นเอง


                


    แต่ตั๋วทรัพยากรเหล่านี้จะเปิดให้แลกเปลี่ยนแค่หนึ่งเดือนแรกของปีการศึกษาเท่านั้น ดังนั้นจะมีโอกาสแค่ช่วงนี้ที่พวกเขาสามารถได้รับทรัพยากรที่ล้ำค่าจากสถาบัน ส่วนนักเรียนปีหนึ่งจะได้รับตั๋วทรัพยากรเท่ากันก่อน เพื่อแสดงถึงความเท่าเทียม และเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ฝึกฝน  


                


    เรื่องนี้ดีต่อพวกนักเรียนทุนที่มาจากเขตชั้นกลางและชั้นนอก ถ้าไม่มอบตั๋วทรัพยากรให้พวกเขา เช่นนั้นโอกาสที่จะฝึกฝนและก้าวขึ้นเป็นผู้แข็งแกร่งคงจะยากขึ้นไปอีก


                


    ตั๋วทรัพยากรเหล่านี้จะถูกมอบให้ในวันปฐมนิเทศ โดยนักเรียนทุกคนจะต้องผ่านการปฐมนิเทศให้เสร็จก่อนแล้วจะได้รับมันคนละ 100 ตั๋วทรัพยากร หรือเทียบเท่ากับนักเรียนที่มีระดับพลัง 100 ในชั้นปีอื่นๆ พูดให้ถูกก็คือพลังงานหนึ่งหน่วยมีค่าเท่ากับหนึ่งตั๋วทรัพยากรนั่นเอง


                


    อย่างไรก็ตาม วันปฐมนิเทศนี้ยังเป็นอีกหนึ่งด่านสำคัญที่จะชี้ชะตาตัดสินว่าคนๆนั้นมีสิทธิได้อยู่ในการดูแลของอาจารย์ท่านไหน โดยการแสดงออกของพวกเขาในวันปฐมนิเทศนี้จะตกอยู่ในสายตาของอาจารย์จำนวนมาก หากเห็นว่ามีศักยภาพมากพอที่จะสนับสนุนต่อไป เช่นนั้นก็จะได้รับเลือกให้ไปเป็นศิษย์สายตรง ซึ่งถ้าการแสดงออกมาไม่ดี พวกเขาก็จะไม่ถูกเลือก หรือก็คือ...ไม่มีอาจารย์คอยชี้แนะเป็นการเฉพาะนั่นเอง


                


    เนื่องจากอันซูหยวนเป็นผู้ถูกเลือกจากตระกูลจาง ดังนั้นจึงได้รับข้อมูลเกี่ยวกับอาจารย์สองคนที่อยู่ในการดูแลของตระกูลจางมาก่อนแล้ว ไม่ว่าการแสดงออกครั้งนี้จะเป็นอย่างไร...จะต้องมีอาจารย์อย่างน้อยหนึ่งคนเลือกพวกเขาเข้าไปฝึกฝน นับว่าเป็นสิทธิพิเศษของพวกเธอด้วย


                


    แต่ตระกูลจางไม่ได้บังคับขนาดนั้น หากมีอาจารย์ท่านอื่นที่เลือกเธอแล้ว อันซูหยวนยังสามารถเลือกอาจารย์ท่านอื่นได้ พูดให้ถูกก็คือ...อาจารย์สองคนของตระกูลจางเป็นแค่หลักการันตีให้ก็เท่านั้น ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะสั่งสอนเธอได้ดีกว่าผู้อื่น


                


    อันซูหยวนที่จัดการปัญหาเรื่องที่พักได้อย่างเหมาะสม ถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญของเธอ ดังนั้นก้าวต่อไปเธอก็ไม่ควรพลาดอีกเช่นกัน


                


    สำหรับข้อมูลของอาจารย์ในสถาบันศึกษา อันซูหยวนได้ใช้เวลา 5 วันก่อนหน้านี้อ่านข้อมูลเกี่ยวกับอาจารย์ในสถาบันทั้งหมดแล้ว เธอมีอาจารย์ที่ชอบอยู่ 2 ท่าน คิดว่าน่าจะสนับสนุนเธอให้มีความรู้มากขึ้นได้ 




    คนแรกเป็นอาจารย์ที่มีความสามารถในการล่าตามลำพัง ได้ยินว่าตอนที่ยังไม่ได้เป็นอาจารย์นั้น เขาก็คือแนวหน้าที่แข็งแกร่งมากที่สุดอีกผู้หนึ่ง รวบรวมทรัพยากรให้กับมนุษย์ชาติได้ไม่น้อยเลย


                


    น่าเสียดายที่ตอนนี้เขาถูกทำให้เป็นเหมือนคนพิการ จุดกักเก็บพลังงานของเขาเป็นพิษ ทุกครั้งที่เรียกใช้พลังงานจะทำให้ร่างกายได้รับบาดเจ็บจากภายใน ถึงจะกำลังรักษาอยู่ แต่โอกาสที่จะกลับมาหายดีนั้นไม่มีอีกแล้ว ดังนั้นเขาจึงต้องละทิ้งแนวหน้าแล้วกลายมาเป็นอาจารย์ มอบประสบการณ์ความรู้ให้กับเด็กรุ่นใหม่แทน


                


    คนที่สองที่ซูหยวนสนใจไม่แพ้กันนั่น เขาก็คืออาจารย์ที่มีความสามารถในการโจมตีระยะไกล และทุกวันนี้ก็ยังเป็นผู้ที่กองทัพยังคงเรียกหาถ้ามีภารกิจสำคัญ เพราะแบบนั้นจึงมีนักเรียนที่ใช้การโจมตีระยะไกลต้องการเป็นศิษย์ของเขาอยู่เสมอ ทว่า...อาจารย์ท่านนี้ไม่ค่อยรับศิษย์มากนัก ปัจจุบันเขามีศิษย์ส่วนตัวอยู่แค่ 3 คนเท่านั้น 




    เรื่องนี้มีสาเหตุอยู่ ไม่ใช่ว่าเขาไม่ต้องการสั่งสอนนักเรียน แต่เป็นเพราะเขาไม่ค่อยมีเวลาว่าง และอีกอย่าง...อาจารย์ท่านนี้เลือกศิษย์อย่างพิถีพิถันมาก การมาเป็นศิษย์ของเขานั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ถ้ายอมรับเขาเป็นอาจารย์ เมื่อมีการเรียกตัวไปทำภารกิจ เขาก็จะพาเด็กๆเหล่านั้นไปด้วย




    ดังนั้นทุกวันนี้ ศิษย์ทั้งสามคนของเขาก็เคยผ่านสนามต่อสู้ที่ดุเดือดมาแล้วมากมาย ได้ยินว่าก่อนหน้านี้เขาเคยทำให้ศิษย์ของตนเองตายในสนามรบใหญ่ด้วยซ้ำ ดูเป็นอาจารย์ที่ทำให้เด็กๆอยากเรียนรู้ แต่ก็หวาดกลัวไปพร้อมๆกัน 




    นอกจากสองท่านนี้ก็ยังมีอาจารย์ที่ซูหยวนดูเอาไว้ในใจบ้าง อันที่จริงมีอาจารย์ที่เหมาะสมอีกหลายคน ทว่าอาจารย์เหล่านั้นมีพื้นฐานนิสัยที่ไม่น่าจะเข้ากันได้ดีกับซูหยวน พวกเขาไม่มีประวัติที่รับนักเรียนจากเขตชั้นนอกมาเป็นศิษย์เลย ทั้งๆที่เขารับเด็กมากมายเข้าเป็นศิษย์ของตนเอง




    เทียบอัตราส่วนแล้ว แม้อาจารย์สองท่านที่เธอกล่าวมาจะไม่ค่อยรับศิษย์ ทว่าในประวัติการทำงานของเขาแล้ว เขายังเคยรับศิษย์จากเขตชั้นกลางมาบ้าง แสดงให้เห็นถึงความใจกว้างของพวกเขา 




    และแล้ว วันปฐมนิเทศก็มาถึงอย่างรวดเร็ว รุ่นพี่ทั้งสามคนในห้องไม่ได้กระตือรือร้นที่จะไปเข้าเรียนวันแรก ดังนั้นเมื่อซูหยวนเตรียมตัวเสร็จ พวกเธอก็เพิ่งจะตื่นขึ้นมา




    “วันนี้ไปเข้าปฐมนิเทศหรอหยวนหยวน” เมิ่งซีซีที่เป็นคนกระตือรือร้นมากที่สุดยังเป็นคนเริ่มกล่าวทักทายซูหยวนเป็นคนแรก


                


    หญิงสาวมองรุ่นพี่แล้วพยักหน้ารับ ส่งผลให้เมิ่งซีซีหัวเราะออกมา




    “อย่าลืมที่ฉันบอกล่ะ ถ้าเธออยากจะมีอาจารย์ส่วนตัว เธอต้องประกาศออกไปว่าเธอมาจากเขตชั้นนอกก็จริง แต่เป็นท่านจางที่เลือกสนับสนุนเธอด้วยตนเอง ถ้าเธอไม่บอกแบบนี้...อาจารย์ร้อยละ 98 จะไม่ชายตามองเธอด้วยซ้ำ”


                


    เพื่อไม่ให้สิ้นเปลืองเวลาไปเปล่าประโยชน์ อีกอย่าง...อาจารย์เหล่านี้รู้ดีว่าการฝึกฝนเพื่อที่จะเป็นนักล่าที่แข็งแกร่งนั้นต้องใช้ทรัพยากรมากมายขนาดไหน หากพวกเขาเลือกนักเรียนที่เป็นนักเรียนทุน พวกเขาก็ต้องลงทุนกับการพัฒนานักเรียนมากขึ้น เพราะถ้านักเรียนที่เขาสั่งสอนอยู่ไม่มีการพัฒนาที่ดี ชื่อเสียงของเขาก็ย่ำแย่เช่นกัน


                


    ดังนั้นแทนที่จะเลือกนักเรียนมีพรสวรรค์จากเขตชั้นนอก อาจารย์หลายคนเลือกนักเรียนที่มีความสามารถระดับปานกลางจากเขตชั้นในจะดีกว่า


                


    แต่ถ้าเป็นนักเรียนทุนขององค์กรตระกูลจางที่ท่านจางเลือกมาด้วยตนเอง เรื่องนี้ย่อมต่างกันออกไป....


                


    ต่อให้ต้องใช้ทรัพยากรเพื่อนักเรียนคนนั้นเป็นจำนวนมากเหมือนเดิม ทว่า...หลังจากนี้ สิ่งที่กำลังรอพวกเขาอยู่อาจจะเป็นการสร้างตำนานก็ได้ ในฐานะคนเป็นอาจารย์และมีส่วนช่วยผลักดันศิษย์ให้ประสบความสำเร็จ พวกเขาจะมีชื่อเสียงขนาดไหน ยังไม่รวมถึงว่าท่านจางคนนั้นอาจจะมองมายังพวกเขามากขึ้นด้วยก็ได้ เมื่อถึงเวลาที่จะติดต่อซื้อทรัพยากรจากองค์กรตระกูลจาง พวกเขาอาจจะได้รับสิทธิพิเศษบางประการก็เป็นได้


                


    เมิ่งซีซีให้คำแนะนำที่จริงใจเช่นนี้ อันซูหยวนที่ผ่านโลกมามากก็พยักหน้ารับ ด้วยนิสัยของอีกฝ่าย...ถ้าเป็นเด็กคนอื่นคงมองว่าคนเหล่านี้ไม่น่าคบหา ตอนที่เธอยังไม่แสดงตัวออกไปก็ถูกรังแกอย่างหนัก เห็นได้ชัดว่าเป็นคนนิสัยไม่ได้ดีมากอะไร แต่ตอนนี้กลับทำมาเป็นห่วงเป็นใย...แน่นอนว่าถ้าอันซูหยวนอายุน้อยกว่านี้ เธอก็อาจจะคิดแบบนั้นเหมือนกัน


                


    ทว่า นิสัยที่ถูกขัดเกลามาตลอดหลายปีที่ผ่านมา เธอไม่ได้สนใจหรอกว่ารอบข้างจะมีเสียงอะไรเกิดขึ้นบ้าง เพราะเธอเคยชินกับการมองไปข้างหน้า เธอสนใจแค่ว่าเป้าหมายของตนเองเป็นอะไร ดังนั้นจึงสามารถยอมรับท่าทีที่เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือเช่นนี้ได้


                


    ก่อนหน้านี้ เธอรับมือกับลูกค้าที่นิสัยเลวร้ายกว่านี้เป็นสิบเป็นร้อยเท่า ถ้าเธอใส่ใจทุกรายละเอียดแล้วเก็บเอามาคิด เชื่อเถอะว่าเธอคงไม่ประสบความสำเร็จในชีวิตที่แล้วขนาดนั้นหรอก




    “ขอบคุณค่ะรุ่นพี่เมิ่ง” ซูหยวนตอบอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงสุภาพและรอยยิ้ม 




    เห็นเช่นนั้นทั้งสามคนในห้องก็พึงพอใจกับท่าทางของเธอเป็นอย่างมาก สุดท้ายแล้วบรรยากาศในห้องพักของอันซูหยวน แทบจะเป็นห้องพักเดียวเลยที่มีนักเรียนจากเขตชั้นนอก แต่กลับมีบรรยากาศที่กลมกลืนกันขนาดนี้




    ……………………………………………

    คล้ายกับเรื่องอันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก ที่คุณอ่าน