ไม่พอใจ
ครั้นเมื่อทั้งสองแต่งเนื้อแต่งตัวจนเสร็จต่างก็ออกมาที่ห้องอาหารซึ่งมีเล่าฮูหยินเหวินนั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหารโดยมีสาวใช้หลี่หยางเหมยสาวใช้คนสนิทยืนอยู่ข้างกาย
ทั้งสองต่างเดินมาร่วมโต๊ะอาหารในทันที
“จ้วนสือแม่ได้ยินมาว่าเมืองไฉ๋ตงมีผ้าไหมชั้นดีหากเรานำผ้าไหมเ่าั้เข้ามาขายในเมืองนี้น่าจะทำกำไรได้อย่างดี”เล่าฮูหยินพูดขึ้นก่อนจะคีบอาหารเข้าปาก
“อื้ม ก็ดีเหมือนกันถ้าเช่นนั้นเช้านี้ข้าจะเดินทางไปที่เมืองไฉ๋ตงเลยก็แล้วกัน”
เหวินเฟิงเหอตาโตลุกวาวด้วยความตื่นเต้น
“ให้ข้าไปด้วยได้หรือไม่”
เล่าฮูหยินมองหน้าเหวินเฟิงเหอด้วยความประหลาดใจ
“เ้าจะไปทำไมกัน ร้อยวันพันปีข้าไม่เห็นเ้าจะสนใจเกี่ยวกับเื่ค้าขาย อีกทั้งผ้าไหมเ้าก็ไม่เคยรู้เื่จะไปให้เป็ภาระจ้วนสือทำไมกัน หากจะไปข้าส่งหลี่หยางเหมยไปจะไม่ดีกว่าหรือนางเป็ลูกสาวพ่อค้าเก่าน่าจะมีความรู้เกี่ยวกับการเลือกผ้าไหมดีกว่าเ้า ส่วนเ้าก็อยู่ดูแลข้าในระหว่างที่จ้วนสือไม่อยู่จะดีกว่า”
หลี่หยางเหมยค่อยๆเผยรอยยิ้มออกมาอย่างดีใจ
เหวินเฟิงเหอแสยะยิ้มออกมาเบาๆแม้จะรู้สึกไม่พอใจในสิ่งที่เล่าฮูหยินพูดนักก็เถอะ
“ท่านแม่ ท่านพูดเช่นนั้นก็ไม่ถูกข้าเป็ถึงฮูหยินของคหบดีเหวินจ้วนสือผู้เป็ถึงพ่อค้าและเศรษฐีอันดับหนึ่งในเมืองฮุ่ยหยาง ท่านจะให้ข้าอยู่บ้านปรนนิบัติท่านโดยที่ไม่ช่วยเหลืองานของสามีได้เช่นไรกัน อีกอย่างการที่ท่านจะส่งสาวใช้หลี่หยางเหมยไปกับท่านพี่มิเป็การดูิ่ฮูหยินเช่นข้าหน่อยหรือ การให้สามีเดินทางไปค้างคืนโดยมีสาวใช้ติดตามเช่นนั้นดูท่าจะไม่เหมาะหากใครเห็นเข้าว่าท่านพี่เดินทางไปต่างเมืองกับสาวใช้ข้าคงจะถูกเอาไปนินทาเป็แน่จริงหรือไม่ท่านพี่”นางพูดขึ้นพร้อมกับหันไปมองผู้เป็สามี
“จริงเช่นที่เฟิงเหอพูดข้าว่าให้เฟิงเหอไปกับข้าน่ะดีแล้วท่านแม่”
“หึ จ้วนสือเ้าคิดว่าหากให้นางไปกับเ้าจะไม่เป็การลำบากเช่นนั้นหรือ นางไม่เคยรู้เื่การค้าขายใยจะไปเข้าใจเื่พวกนั้นสู้ให้หลี่หยางเหมยไปยังจะมีประโยชน์ซะอีก”
“ท่านแม่ ท่านอย่าเพิ่งดูแคลนข้าเช่นนั้นข้าว่าบางทีข้าอาจจะเก่งเื่การค้าการขายกว่าที่ท่านคิดก็เป็ได้นะเ้าค่ะ”เหวินเฟิงเหอพูดขึ้นด้วยความมั่นใจเพราะนางในยุคที่จากมากคือแม่ค้าออนไลน์ที่นับว่าขายของเก่งมากไม่แพ้ใคร
“หึ อวดเก่งคนเช่นเ้างั้นรึจะรู้จักการค้าการขาย”เล่าฮูหยินพูดขึ้นด้วยความดูถูกก่อนจะหันไปมองหน้าของคหบดีเหวินอย่างไม่พอใจ
“เ้าก็ชอบให้ท้ายนางนัก อยากทำอะไรก็แล้วแต่เ้าข้าจะไม่ยุ่งแล้วไปกันเถอะหยางเหมยข้ากินอะไรไม่ลง”นางพูดขึ้นด้วยความหงุดหงิดก่อนจะลุกออกจากโต๊ะอาหารไปพร้อมกับสาวใช้คนสนิทของนาง
เหวินเฟิงเหอยิ้มออกมาราวกับผู้ชนะก่อนจะคีบอาหารเข้าปากอย่างมีความสุข
ครั้นเมื่อทานมื้อเช้าเสร็จคหบดีเหวินก็สั่งให้ลูกน้องเตรียมเรือเพื่อจะเดินทางไปที่เมืองไฉ๋ตง
เหวินเฟิงเหอรีบตระเตียมเสบียงใส่ห่อผ้าอย่างรู้หน้าที่
“เฟิงเหอเ้าหอบหิ้วอะไรมาเยอะแยะเช่นนี้”คหบดีเหวินถามขึ้นด้วยความแปลกใจ
“ข้าก็เตรียมเสบียงอาหารและน้ำดื่มไว้กินระหว่างทางเช่นไรเล่า ท่านรู้หรือไม่กว่าเราจะเดินทางไปถึงเมืองไฉ๋ตงต้องใช้เวลานานเพียงใด”
เขายิ้มให้กับความรอบครอบของนาง
“แล้วเ้าแน่ใจใช่หรือไม่ว่าจะเดินทางไปที่เมืองไฉ๋ตงกับข้าระหว่างทางทั้งร้อนและเหนื่อยเ้าไหวเช่นนั้นหรือปกติเ้าไม่ชอบเดินทางไกลๆไม่ใช่หรอกหรือ”
ใบหน้าเล็กๆที่งดงามเผยรอยยิ้มอันสดใสออกมา
“ท่านพี่ท่านอย่าได้ห่วงเลยข้าไม่เหมือนเมื่อก่อน”นางพูดขึ้นก่อนจะขึ้นเรือที่จอดรออยู่
“มาเถอะท่านพี่ หากช้าเดี๋ยวแดดจะแรงเอา”
คหบดีเหวินมองดูท่าทางกระตือรือร้นนั่นของนางที่ดูแปลกไปจากเมื่อก่อนแต่หัวใจเขากลับรู้สึกมีความสุขที่นางเป็เช่นนี้ เขายิ้มพร้อมกับรีบตามนางขึ้นเรือไป
ครั้นเมื่อเรือแล่นมาถึงกลางแม่น้ำใหญ่คหบดีเหวินก็คอยดูแลนางอย่างใกล้ชิดเพราะเหวินเฟิงเหอผู้เป็ฮูหยินหาได้เคยขึ้นเรือเดินทางไกลเช่นนี้เขาจึงห่วงว่านางอาจเกิดเมาเรือได้
“ท่านพี่ท่านดูโน่นสิ คงอีกไม่ไกลแล้วสินะที่เราจะถึงเมืองไฉ๋ตง ข้าล่ะอยากให้รีบถึงเร็วไวนักข้าอยากเห็นแล้วว่าผ้าไหมที่นั่นจะงดงามจริงตามที่ล่ำลือหรือไม่”
คหบดีเหวินขมวดคิ้วขึ้นด้วยความแปลกใจนอกจากนางจะไม่มีอาการเมาเรือแต่กลับดูมีความสุขที่ได้นั่งเรือด้วยซ้ำ