TheFirstOne เซียนกระบี่โลกวิวัฒน์

    ตอนที่ 46 เจ้าหน้าที่ระดับแปด นิวโฮป

    ตอนที่ 46 เจ้าหน้าที่ระดับแปด นิวโฮป


    *****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****




    โลกในยุคนี้นั้นเต็มไปด้วยการแข่งขัน


    แม้นิวโฮปจะเป็นองค์กรของรัฐบาล แต่ภายในประเทศก็มีแคลนที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับอบิสซึ่งเป็นนิติบุคคลเช่นกัน


    แคลนใหญ่ๆ บางแคลนถึงกับสามารถเข้าตลาดหลักทรัพย์ได้


    การแข่งขันธุรกิจอบิสจึงมีทั้งภายในภายนอก แม้แต่นอกประเทศเองก็ยังมีแคลนที่แข็งแกร่งพยายามที่จะซื้อตัวเวเนเตอร์ที่มีความโดดเด่นให้เข้าร่วม


    ทั้งนี้หน่วยงานที่มีโอกาสในการเฟ้นหาเวเนเตอร์เก่งๆ ได้มากที่สุดก็คือนิวโฮป เพราะพวกเขาคือผู้ที่ดูแลเวเนเตอร์มาตั้งแต่ถือกำเนิด มันจึงมีโอกาสที่มากสำหรับการดึงตัวเวเนเตอร์เก่งๆ ให้เข้าร่วม


    พวกเขาถึงกับจัดตั้งแคลนของตัวเองเพื่อแข่งขันกับแคลนต่างๆ ในประเทศ


    ต้องรู้ไว้ว่าการดำเนินงานตามข้อปฏิบัติของราชการนั้นค่อนข้างเชื่องช้า พวกเขาจึงแยกตัวเองออกมา ก่อตั้งเป็นแคลนเพื่อความคล่องตัว


    แต่ถึงอย่างนั้น แคลนของนิวโฮปแต่ละแห่งล้วนมีแต่เวเนเตอร์ยอดฝีมือทั้งนั้น พวกที่เกษียณหรือฝีมือตกลงล้วนถูกเก็บเข้ามาในสำนักงาน พวกเขายังมีโอกาสเป็นพนักงานของนิวโฮปต่อไป


    “ว่าไงนะมีเด็กอายุสิบหกเป็นทั้งผู้มีพรสวรรค์ ทั้งผู้มีความสามารถพิเศษอย่างนั้นหรอ?” ชายวัยกลางคนในชุดสูทสีขาวเอ่ยอย่างตกใจ


    “ครับ เด็กคนนี้มีประวัติเป็นผู้มีความสามารถพิเศษและได้รับการยืนยันจากวอชเชอร์ว่าเป็นเรื่องจริงครับ ส่วนเรื่องที่เขาเป็นผู้มีพรสวรรค์ บ่มเพาะได้ไม่ถึงหนึ่งปีก็สามารถสำหรับดาราขาวเจ็ดแฉกได้แล้ว ทางสำนักงานเขตจังหวัดได้ตรวจสอบแล้วว่าเป็นเรื่องจริงเช่นกัน ทั้งนี้ได้รับการยืนยันแล้วว่าเขาเป็นเวเนเตอร์สายสนับสนุนที่ใช้เข็มในการจารึกวัตถุได้ก็ถูกตรวจสอบแล้วเช่นกันครับ” พนักงานชายคนนั้นกล่าวรายงานโดยละเอียด


    “ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องจริงอย่างนั้นหรอ?” ชายผู้เป็นหัวหน้าเอ่ยย้ำอีกครั้งหนึ่ง


    “ครับ ผมได้รับการยืนยันมาอย่างนั้นจริงๆ”


    “ดี ถ้างั้นคุณรีบนำที่อยู่ของเขามา ผมจะไปเจรจากับเขาด้วยตัวเอง แล้วอย่าลืมปิดเรื่องนี้ไว้เป็นความลับด้วยล่ะ” ชายผู้เป็นหัวหน้ารีบลุกขึ้นเหมือนพร้อมที่จะเดินทางตอนนี้


    “ครับ ผมจะรีบจัดการเดี๋ยวนี้” พนักงานชายกล่าวด้วยรอยยิ้มแล้วรีบออกไปทำหน้าที่ของตนเองทันที


    ภายในห้องทำงานสีขาว ชายวัยกลางคนในชุดสูทสีขาวเดินไปที่หน้าต่างและทอดสายตาออกไป


    “เหมือนว่าเราจะมีโชคดีเข้ามาบ้างแล้ว หากสามารถดึงตัวเขามาแต่เนิ่นๆ ได้ แคลนนิวโฮปภาคเหนือคงจะมีสมาชิกที่มีอนาคตเพิ่มขึ้นอีกคน” ชายผู้เป็นหัวหน้ากล่าวพึมพำ


    แท้จริงแล้วนิวโฮปทั้งสี่เขตภาคเองก็มีการแข่งขันกันเองเช่นกัน 


    ต้องรู้ไว้ว่าแคลนนิวโฮปภาคกลางนั้นเป็นถึงหนึ่งในห้าท็อปแคลนของชาติ ที่แคลนนิวโฮปภาคอื่นๆ ก็ต่างแหงนหน้ามอง นั่นเพราะภาคกลางนั้นมีเวเนเตอร์รวมตัวอยู่เป็นจำนวนมากจึงสามารถคัดสรรค์เวเนเตอร์ฝีมือดีได้มากกว่า


    ติ๊ด ติ๊ด ...


    เสียงของกำไลข้อมือของชายวัยกลางคนดังขึ้น 


    ‘หัวหน้าครับ นี่คือที่อยู่ของเวเนเตอร์เฟิร์สวัน ผมได้เตรียมโดรนไว้ให้คุณที่ดาดฟ้าเรียบร้อยแล้วครับ’


    มันคือข้อความของพนักงานชายคนก่อนหน้านี้ ในข้อความนี้มีพิกัดระบุตำแหน่งแนบมาด้วย


    เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญของนิวโฮปเขตภาคกลาง เขาจึงไม่อาจชักช้าได้


    ชายชุดสูดขาวจัดเสื้อผ้าของเขาเล็กน้อยก่อนจะหยิบกระเป๋าแล้วเดินออกไป


    ไม่นานเขาก็มาถึงดาดฟ้า ที่นี่มีลานจอดโดรนอยู่หลายลำ ซึ่งโดรนแต่ละลำนั้นมีทั้งโดรนขนส่งสินค้า และโดรนที่เป็นพาหนะส่วนบุคคล


    ใช่แล้ว มันเรียกว่าโดรนพาหนะส่วนบุคคลจริงๆ เพราะโดรนลำนั้นมีที่นั่งพอจะให้คนเบียดเข้าไปได้แค่สองคน แต่ปกติแล้วพวกเขาจะใช้เดินทางคนเดียวมากกว่า


    ชายผู้เป็นหัวหน้ามองโดรนลำที่มาจอดไว้รอเขาก่อนแล้ว แล้วเบียดตัวขึ้นไป 


    เขาป้อนข้อมูลพิกัดตำแหน่งที่ได้รับมา เมื่อประตูห้องโดยสารถูกปิด โดรนลำนี้ก็บินขึ้นน่านฟ้าทันที 


    โดรนลำนี้ถูกควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ มันขับโดยอัตโนมัติเมื่อป้อนพิกัดตำแหน่งที่จะไป


    อย่างไรก็ตาม ความเร็วในการเคลื่อนที่ของมันนั้นดีกว่ารถยนต์มาก


    ไม่กี่สิบนาที โดรนลำนี้ก็มาโผล่ที่น่านฟ้าของจังหวัดเล็กๆ แห่งหนึ่ง แล้วมุ่งตรงไปที่บ้านหลังสีขาวที่ตั้งอยู่แถบชานเมือง


    เด็กหนุ่มกำลังนั่งสมาธิทำความเข้าใจวิถีชี้แนะจากไอเทมสปีริตพลันลืมตาขึ้น


    สัมผัสของเขารับรู้การมาถึงของแขก


    เพียงแค่กวาดไปครั้งเดียว เฟิร์สก็รู้ว่าคนที่มานั้นเป็นใคร 


    “เครื่องแบบของนิวโฮป ดูเหมือนว่าคนของนิวโฮปจะทำงานได้รวดเร็วไม่น้อย” เด็กหนุ่มยกร้อยยิ้มขึ้นที่มุมปาก


    เขาลุกขึ้นไปที่สวนหลังบ้าน และแหงนหน้ามองโดรนที่กำลังบินเข้ามา


    แน่นอนว่าสวนหลังบ้านของเขามีพื้นที่ว่างเพียงพอที่จะให้โดรนลำนั้นลงจอด


    เมื่อชายวัยกลางคนในชุดสูทสีขาวเดินออกมาจากโดรน เขาก็ตรงไปที่เด็กหนุ่มด้วยรอยยิ้ม ในสายตามีการประเมินอย่างรอบคอบ


    “สวัสดี ผมเอไอ เจ้าหน้าที่ระดับแปดจากนิวโฮปเขตภาคเหนือ” ชายวัยกลางคนกล่าวพร้อมกับยื่นมือออกไป


    เฟิร์สยังคงสงบนิ่ง เขาเหลือบตามองมือที่ยื่นออกมาเล็กน้อย ก่อนจะยื่นมือของตัวเองไปจับอย่างมีมารยาท


    เขาเองก็พอจะรู้เรื่องลำดับขั้นของนิวโฮปมาบ้าง เนื่องจากนิวโฮปคือองค์กรของรัฐบาลหรือจะเรียกว่ารัฐวิสาหกิจก็ได้ พวกเขาจึงมีลำดับขั้นของตำแหน่ง ซึ่งมีทั้งหมดสิบสามระดับด้วยกัน 


    ส่วนเจ้าหน้าที่ระดับแปดตรงหน้านี้คือหัวหน้าแผนกอาวุโสคนหนึ่ง ซึ่งมีอำนาจภายในองค์กรนิวโฮปประเทศไทยพอสมควร


    “สวัสดี ผมคือเฟิร์สวัน” เฟิร์สกล่าวแนะนำตัว แน่นอนว่าเขารู้ว่าชื่อของอีกฝ่ายก็เป็นฉายานามเช่นกัน เขาจึงเอ่ยแนะนำตัวด้วยฉายานามออกไปเช่นกัน


    ‘คนคนนี้มีกลิ่นอายที่แข็งแกร่งมาก คาดว่าพลังรบของเขาจะเหนือกว่าเก่งกาจด้วยซ้ำ’ เฟิร์สทำการประเมินอีกฝ่ายในใจ


    พวกเขาทั้งสองต่างประเมินซึ่งกันและกัน


    ต้องบอกไว้ว่าเฟิร์สนั้นไม่ได้ทำให้เอไอผิดหวัง บุคลิกท่าทางของเด็กหนุ่มทำให้ชายวัยกลางคนประทับใจเป็นอย่างมาก 


    ‘สมแล้วที่เป็นทั้งผู้มีพรสวรรค์และผู้มีความสามารถพิเศษในคนเดียวกัน’ เอไอคิดในใจ


    “พวกเราจะยืนคุยกันแบบนี้หรอ?” ชายวัยกลางคนเอ่ยอย่างยิ้มๆ ท่าทางของเขาดูเป็นมิตรเป็นอย่างมาก


    “เสียมารยาทแล้ว ช่วงนี้พ่อผมมีงานที่โรงพยาบาล เชิญคุณมาคุยกันด้านในได้เลย” เฟิร์สกล่าวพร้อมกับเดินเข้าไปในบ้าน


    เขาต้อนรับแขกของเขาที่โซฟากลางบ้าน


    “เชิญว่าธุระของคุณมาได้เลย” เฟิร์สกล่าว


    คำพูดและท่าทางของเด็กหนุ่ม ทำให้เอไอรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย


    ‘ทำไมดูเหมือนฉันไม่ได้กำลังคุยกับเด็กอายุสิบหกเลย แม้ว่าเขาจะเป็นคนพิเศษก็ตาม’ ดวงตาของเอไอหรี่ลงเล็กน้อยก่อนที่สีหน้าของเขาจะเปลี่ยนไปเป็นปกติอย่างรวดเร็ว


    “เมื่อคุณเป็นคนง่ายๆ แบบนี้ ผมก็จะเข้าเรื่องเลยก็แล้ว ทางเราต้องการทาบทามคุณมาเข้าร่วมกับแคลนนิวโฮปภาคเหนือของพวกเรา”


    “แล้วผมจะได้ประโยชน์อะไรกับการเข้าร่วมนี้” เฟิร์สเอ่ยอย่างสงบนิ่ง ราวกับว่าเขารู้เรื่องนี้มาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว และต้องการฟังข้อเสนอของอีกฝ่าย


    “เนื่องจากเฟิร์สวัน คุณกู้เงินจากพวกเราไป ...”


    ยังไม่ทันที่เอไอจะเอ่ยจบ เสียงของเฟิร์สก็พูดแทรกขึ้น


    “นี่คุณกำลังข่มขู่ผมอยู่รึป่าว” เด็กหนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เยียบเย็น


    ชายวัยกลางคนถึงกับเบิกตากว้างขึ้นทันที เขาไม่คิดว่าเด็กอายุสิบหกจะกล้าพูดกับเขาแบบนี้ อย่างไรก็ตามเขาก็เป็นถึงเจ้าหน้าที่ระดับแปดของนิวโฮป แต่เมื่อคิดถึงเรื่องที่เด็กคนนี้เป็นคนพิเศษ อารมณ์ของเขาก็สงบลง


    “แน่นอนว่าไม่ใช่ ที่ผมกำลังจะพูดก็คือเราจะทำการล้างหนี้ให้กับคุณ”


    “แค่นี้หรอครับ?” เด็กหนุ่มเลิกคิ้วขึ้น


    ทว่าชายวัยกลางคนกลับขมวดคิ้วเข้าหากัน


    “แน่นอนว่าไม่ พวกเราจะให้การคุ้มครองครอบครัวของคุณและสนับสนุนทรัพยากรบ่มเพาะให้กับคุณ พร้อมกับฝึกฝนให้คุณก้าวหน้าในระดับเวเนเตอร์แนวหน้าระดับประเทศ เมื่อถึงตอนนั้นผลตอบแทนของคุณย่อมสมเหตุสมผลกับความสามารถที่คุณแสดงออกมา” 


    “นั่นไม่ใช่สัญญาปกติของแคลนทั่วไปหรอครับ ผมเชื่อว่ามีหลายแคลนที่สนใจในตัวผม” เฟิร์สกล่าวอย่างยิ้มๆ


    สถานการณ์ในตอนนี้ดูเหมือนพวกเขากำลังต่อรองกัน


    “หนี้พ่อของคุณเองก็จะถูกล้างไปด้วยและพวกเราจะสนับสนุนการบ่มเพาะของเขาด้วย คุณพอใจกับข้อเสนอนี้ไหม?” เอไอเพิ่มข้อเสนอไปอีก แน่นอนว่าผู้ตื่นจากนิทราหลายคนล้วนหวงแหนความเป็นอยู่ของคนในครอบครัวและเด็กตรงหน้านี้ก็เช่นกัน


    พวกเขานั้นรู้ว่าการบ่มเพาะนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย การสนับสนุนทรัพยากรที่ว่าอย่างมากก็แค่ผลักดันคนคนหนึ่งให้เข้าสู่ดาราขาวเก้าแฉกเท่านั้น นั่นยังถือว่าเป็นการคุ้มค่าที่จะลงทุนกับเด็กหนุ่มคนนี้ 


    เขาไม่อาจปล่อยเด็กคนนี้ไปให้แคลนอื่นได้


    แน่นอนว่าหลังจากข่าวนี้รั่วไหลออกไปจะมีแคลนมากมายมายื่นข้อเสนอทาบทามต่อเด็กคนนี้


    ทว่าตอนนั้นเองเด็กหนุ่มตรงหน้าก็ทำให้เจ้าหน้าที่ระดับแปดอย่างเอไอต้องประหลาดใจ