บทที่ 28 เสี่ยวจิง ไม่ต้องกลัว
กู้หนิงไม่อยากคุยกับกู้พ่านเหวิน เธอหันไปมองจ้าวกุ้ยฮวาซึ่งยังคงนอนอยู่บนพื้น ก่อนจะรีบประคองหญิงชราขึ้นมา เมื่อเห็นว่าคุณย่าไม่ตอบสนอง เธอก็ตัดสินใจอย่างรวดเร็ว "รีบพาคุณย่าไปโรงพยาบาลเร็วเข้า"
เมื่อได้ยินคำนั้น กู้เจี้ยนเป่าซึ่งกำลังวิ่งไล่ตามกู้เหยาพลันหยุดชะงักทันที เขาลังเลเล็กน้อย "ไม่ต้องหรอก... คนบ้านนอกอย่างเราจะไปโรงพยาบาลทำไม?" แค่กินยาอยู่บ้านก็พอแล้ว
การไปโรงพยาบาลมีค่าใช้จ่ายเยอะมาก! มันคือหลุมที่ไม่มีวันถมให้เต็ม
จ้าวกุ้ยฮวานอนนิ่ง แต่หูยังได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวรอบตัว เมื่อได้ยินคำตอบของลูกชายคนโต เธอพลันรู้สึกหนาวเหน็บไปถึงขั้วหัวใจ
กู้หนิงหันมาเห็นเปลือกตาของคุณย่าขยับเล็กน้อย ก็รีบพูดเสียงเคร่งขรึมว่า "ไปโรงพยาบาลดีกว่าค่ะ อย่าเพิ่งห่วงเื่เงินเลย" เธอไม่ทันเห็นว่ามีหยาดน้ำตาซึมออกมาจากหางตาของจ้าวกุ้ยฮวา
เมื่อเห็นว่ากู้เจี้ยนเป่ายังคงลังเลอยู่ กู้หนิงก็ขึ้นเสียงแข็งกร้าวมากขึ้น "คุณลุงคะ คุณย่าไม่สบายหนักแล้วนะ คุณลุงจะปล่อยให้แม่ของตัวเองตายหรือไง!"
กู้เจี้ยนเป่าไม่สามารถนิ่งเฉยได้อีกต่อไป
เขากัดฟัน พูดว่า "งั้นก็ไปโรงพยาบาลกันเถอะ" แล้วก็หันไปพูดกับกู้พ่านเหวิน "ไปตามอารองกับอาสามกลับมา อธิบายทุกอย่างให้ละเอียด บอกให้พวกเขาหาเงินสำหรับจ่ายค่าโรงพยาบาลมาด้วย..."
กู้หนิงเป็คนนอกยังรู้สึกหัวใจสลาย นับประสาอะไรกับจ้าวกุ้ยฮวา หญิงชราอยากจะลุกขึ้นมาบีบคอลูกชายคนโตของตัวเองจริง ๆ คนอะไรจิตใจเ็ากับแม่ตัวเองได้ถึงขนาดนี้!
โชคดีที่ใช้เวลาไม่นานนัก กู้เจี้ยนเว่ยกับกู้เจี้ยนเซ่อก็กลับมาถึงบ้าน เมื่อได้ยินว่าเกิดอะไรขึ้นกลับมารดาของตนเอง สิ่งแรกที่พวกเขาทำคือหาทางส่งหญิงชราไปโรงพยาบาล
ส่วนเื่เงิน พวกเขายังไม่ได้เตรียมเอาไว้เลย สิ่งสำคัญคือส่งตัวคุณแม่ไปให้ถึงโรงพยาบาลก่อน ดังนั้น พวกเขาจึงไปยืมรถแทรกเตอร์จากชุมชน เติมน้ำมันให้เรียบร้อย แล้วพาจ้าวกุ้ยฮวาขึ้นรถไป
แม้จ้าวกุ้ยฮวาจะยังไม่ได้สติ แต่หญิงชราจับมือกู้หนิงอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น หญิงสาวจึงได้ไปโรงพยาบาลด้วย ระหว่างทาง พวกเขาได้รู้ถึงต้นสายปลายเหตุ ปรากฏว่านี่เป็เพราะกู้เหยาไปมีเื่พัวพันกับคณะกรรมการปฏิวัติ จนทำให้จ้าวกุ้ยฮวาต้องตกอยู่ในสภาพนี้
อารมณ์ของพวกเขาคุกรุ่นขึ้นมา คาดโทษในใจว่าเดี๋ยวต้องกลับไปสั่งสอนกู้เหยาให้หลาบจำสักที
...
เมื่อรถแทรกเตอร์ไปถึงโรงพยาบาล กู้เจี้ยนเป่าและคนอื่น ๆ ก็ช่วยกันอุ้มจ้าวกุ้ยฮวาลงมา กู้เจี้ยนเป่าะโเสียงดังว่า “คุณหมอครับ คุณหมอ ช่วยแม่ผมด้วย แม่ผมกำลังจะตายแล้ว!"
เมื่อเห็นภาพนั้น กู้หนิงก็ยกมือปิดบังใบหน้าตนเอง เธอก้าวถอยหลังออกมาเล็กน้อย แยกตัวออกห่างจากทุกคน
โชคดีที่คุณหมอในชุดเสื้อกาวน์สีขาวปรากฏตัวอย่างรวดเร็ว จ้าวกุ้ยฮวาได้รับการตรวจร่างกาย สมาชิกตระกูลกู้รออยู่ด้านนอก หลังจากนั้นไม่นาน คุณหมอก็ตรวจร่างกายเสร็จสิ้น บอกว่าหญิงชราเพียงเป็ลมไปเพราะอารมณ์โกรธเท่านั้น อีกไม่นานจะฟื้นขึ้นมาเอง แต่เพื่อให้แน่ใจว่า นี่ไม่ใช่อาการของเส้นเืในสมอง คุณหมอจึงแนะนำให้นอนโรงพยาบาลเพื่อรอดูอาการ หลังจากยืนยันแล้วว่าไม่มีปัญหา หญิงชราถึงจะกลับบ้านได้
การนอนโรงพยาบาลเป็การผลาญเงินก้อนใหญ่ กู้เจี้ยนเป่าไม่พอใจ แต่น้องชายอีกสองคนกลับเห็นด้วย ด้วยเหตุนี้เอง จ้าวกุ้ยฮวาจึงได้นอนอยู่ในโรงพยาบาลกาชาดที่ใหญ่ที่สุดของเมืองอานโจว
คุณหมอในชุดสีขาว นางพยาบาลหน้าดุ ทุกคนเดินผ่านไปผ่านมาบนระเบียงทางเดิน ทำให้สมาชิกตระกูลกู้รู้สึกหวาดกลัว
และเมื่อนึกถึงค่ารักษาพยาบาล พวกเขาก็รู้สึกเวียนหัวตาลายขึ้นมาทันที แต่เพราะกลัวว่าจะทำให้ตนเองต้องขายหน้า การยื่นเื่ต่าง ๆ ในการทำเื่ให้หญิงชราพักรักษาตัวจึงเป็ไปอย่างยากลำบาก
กู้หนิงทนดูไม่ไหว จึงเดินเข้าไปหากู้เจี้ยนเป่าและบอกว่า "เอาเงินมาให้หนูเถอะค่ะ เดี๋ยวหนูไปจัดการให้เอง" เมื่อเธอพูดออกมาแบบนี้ กู้เจี้ยนเป่าและคนอื่น ๆ ก็มีสีหน้าโล่งอกขึ้นมา เขานำธนบัตรที่ยับยู่ยี่ออกมาสามฉบับและกล่าวว่า "งั้นเธอเอาเงินไปจ่ายค่ารักษาก่อน" นี่คือเงินที่สามพี่น้องรวบรวมมาได้ ส่วนเงินเก็บส่วนตัวของหญิงชรา ไม่มีใครรู้ว่าแม่ของพวกเขาเก็บเอาไว้ที่ไหน
กู้เจี้ยนเซ่อพูดขึ้นมาอย่างไม่สบายใจว่า "กู้หนิงลูกทำได้แน่หรอ?" เพราะั้แ่เกิดจนโต กู้หนิงไม่เคยเดินเื่ในโรงพยาบาลมาก่อน ถึงแม้กู้เจี้ยนเซ่อจะลืมขั้นตอนทุกอย่างไปแล้ว แต่เขาก็ยินดีไปทำแทนลูกสาว!
กู้หนิงปฏิเสธความหวังดีของกู้เจี้ยนเซ่อยิ้ม ตอบกลับว่า "คุณครูเคยสอนหนูในโรงเรียนค่ะ พ่อดูแลคุณย่าไปเถอะ เดี๋ยวหนูกลับมา" หลังจากนั้นหญิงสาวก็เดินหายไป เธอเดินตรงไปยังเคาน์เตอร์พยาบาลที่ชั้นแรก เพื่อทำการจ่ายค่ารักษาสามสิบหยวน
สายตาของหญิงสาวไปหยุดอยู่ที่พยาบาลชุดขาวคนหนึ่ง "สหาย ฉันขอถามอะไรหน่อยสิ"
พยาบาลตอบกลับมาอย่างอารมณ์เสีย "ไม่เห็นหรือไงว่าฉันยุ่งอยู่?"
กู้หนิงนำลูกอมที่เธอทำสำเนาออกมาสองเม็ด ยื่นส่งให้ด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ "สหาย ฉันรู้ว่าคุณกำลังยุ่ง แต่อย่าลืมดูแลตัวเองด้วยสิ ลองกินลูกอมดู มันช่วยเพิ่มพลังงานให้คุณได้ ทุกคนก็เข้าใจคุณเหมือนกัน" กู้หนิงพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน พยาบาลมีสีหน้าดีขึ้นมาทันที และพูดอย่างรู้สึกผิดว่า "ไม่ค่อยมีญาติคนไข้ที่คุยรู้เื่แบบคุณมาก่อน คุณมีอะไรก็ว่ามาเถอะ"
หญิงสาวถามว่า "คุณรู้จักผู้ชายที่ชื่อหลางจิ่งซานไหมคะ ดูเหมือนแม่ของเขาจะป่วยหนัก เขาต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลเยอะมาก"
"ตระกูลหลาง?" พยาบาลเสี่ยวฉินชะงักเล็กน้อย ถามกลับมาโดยไม่รู้ตัว "คุณเป็ญาติกับพวกเขาเหรอ?"
เมื่อได้ยินแบบนั้น กู้หนิงก็รู้สึกดีใจ แต่สีหน้าของเธอยังคงเยือกเย็น "หลางจิ่งซานเป็ญาติห่าง ๆ ของฉันเองค่ะ" พูดมาถึงตรงนี้ หญิงสาวก็ทำเหมือนกับน้ำตาไหลออกมา "ฉันได้ยินมาว่าพวกเขามีชีวิตที่ลำบากมาก ใช่ค่ะ ฉันแค่อยากจะช่วยเท่าที่ช่วยได้"
"คุณนี่เป็คนดีจริง ๆ เลยนะ แม่ของเสี่ยวหลางเป็คนป่วยที่ฉันดูแลอยู่ แม่ของเขาเป็มะเร็งเต้านมระยะสุดท้าย อีกไม่นานก็ใกล้จากไปแล้วค่ะ" พูดมาถึงตรงนี้ พยาบาลเสี่ยวฉินก็อดรู้สึกสงสารไม่ได้ เมื่อเห็นความจริงใจของกู้หนิง เธอลดเสียงลง กระซิบว่า "ฉันได้ยินมาว่าคนของตระกูลหลางมาที่โรงพยาบาล เพื่อจะเอาเงินค่ารักษาสี่สิบหยวนไป เพราะพวกเขาไม่อยากเสียเงินให้กับคนที่กำลังจะตายอีกแล้ว"
กู้หนิงขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัว นั่นคือการกระทำที่น่ารังเกียจที่สุด เธอถามว่า "น้องชายของฉันน่าสงสารจริง ๆ เขาไม่บอกอะไรฉันเลยสักคำ ช่วยบอกฉันหน่อยได้ไหมคะว่าพวกเขาพักอยู่ห้องไหน? ฉันอยากจะไปเยี่ยมสักหน่อย"
"พวกเขาอยู่ห้อง 206 ค่ะ คุณไปได้เลย แต่ระวังด้วยนะคะ คนพวกนั้นร้ายกาจมาก"
กู้หนิงลาพยาบาลเสี่ยวฉินและเดินขึ้นไปที่ชั้น 2 พอไปถึงห้อง 206 ก็ได้ยินเสียงสนทนาดังออกมาจากด้านในว่า "ไอ้ลูกหมา! ยังไงแม่ของแกก็ใกล้ตายอยู่แล้ว ทำไมจะต้องเอาเงินมาทิ้งอย่างเปล่าประโยชน์ด้วย สี่สิบหยวนไม่ใช่เงินน้อย ๆ เลยนะ เอาเงินมาให้พวกฉันดีกว่า"
"แต่คุณลุงครับ นี่เป็เงินค่ารักษาพยาบาลของแม่ผมนะ"
"อย่าเสียเวลาพูดคุยอีกเลย แย่งมันมาซะก็สิ้นเื่!"
สิ้นเสียงถ้อยคำข่มขู่นั้น ก็ตามมาด้วยเสียงร้องดังลั่นของหลางจิ่งซาน เขายังคงกำเงินไว้แน่น แม้จะถูกชายวัยกลางคนเตะหน้าท้องอย่างแรง หลังจากนั้น เขาก็พูดออกมาว่า "เงินสี่สิบหยวนนั่น เป็เงินที่จะช่วยชีวิตแม่ผม..."
เขาะโออกมาด้วยความหมดหวัง หลังจากนั้น ชายวัยกลางคนร่างเตี้ยคนหนึ่ง ก็เดินออกมาจากห้องพร้อมกับหญิงหน้าตาอมทุกข์
กู้หนิงขมวดคิ้วเล็กน้อย เธอเลือกที่จะซ่อนตัวอยู่ตรงหัวมุมทางเดิน
หญิงสาวทำสำเนาเก้าอี้ในระเบียงทางเดินขึ้นมา และโยนมันลงบันไดตามหลังชายหญิงคู่นั้นไป ทั้งสองคนกำลังนับเงินในมืออยู่ ไม่ทันรู้ตัวเลยว่าตอนนี้เก้าอี้กำลังตกลงมากระแทกใส่ศีรษะ
กู้หนิงมองภาพนั้นอย่างเ็า ก่อนจะหมุนตัวเดินเข้าไปในห้องพักคนไข้
เธอยื่นมือเข้าไปหาหลางจิ่งซานซึ่งนอนขดตัวอยู่ ใบหน้าบวมช้ำและมีเืออก กู้หนิงพูดอย่างอ่อนโยนว่า "เสี่ยวจิง ไม่ต้องกลัว..."