เทียนหลง ดันเจี้ยน สเลเยอร์

    บทที่ 41

    รถ BMW Z4 ของไอซ์พุ่งตรงเข้ามาจอดรถที่โซนพิเศษที่มันมีเพียงไม่กี่ที่เท่านั้น และมันเป็นพื้นที่สำหรับเจ้าของห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ แน่นอนว่าไอซ์ที่เป็นผู้ถือหุ้น 7.5 เปอร์เซ็นต์ ถึงมันจะดูเหมือนไม่ได้มากมายอะไร แต่ก็นับว่าเขาเป็นเจ้าของห้างด้วยเช่นกัน“เชิญครับคุณอนุวัฒน์..” หน่วยรักษาความปลอดภัยประจำห้างเรียนเชิญไอซ์หลังจากที่พวกเขาตรวจสอบบัตรประชาชน และมันตรงกับบุคคลที่มีสิทธิ์ในการใช้พื้นที่จอดรถ“ขอบคุณ.. ผมเพียงแค่มาซื้อสินค้าเท่านั้น อย่าให้เป็นเรื่องใหญ่ จะเดินตามผมก็ได้ แต่ช่วยอยู่ให้ห่างหน่อย ผมต้องการความเป็นส่วนตัว” ไอซ์กล่าว“ทราบแล้วครับคุณอนุวัฒน์... แต่ผมก็ต้องแจ้งหัวหน้าเอาไว้ก่อน” หน่วยรักษาความปลอดภัยก็กล่าวรับเช่นกัน แต่มันเป็นมาตรการธรรมดาที่จะต้องแจ้งผู้บริหารประจำห้างเอาไว้ก่อน ไอซ์ไม่ได้ว่าอะไร บางทีถ้ามีปัญหาใดๆที่พวกเขาจะต้องรับผิดชอบ มันจะได้แก้ไขได้ทันที แป๊นนน!! แป๊นนนนน!! เสียงบีบแตรเสียงดัง มันเรียกความสนใจของหน่วยรักษาความปลอดภัยทั้งสองคนที่อยู่ตรงนี้กับไอซ์ได้เป็นอย่างดี พวกเขาหันไปมองเหตุการณ์ว่ามันเกิดอะไรขึ้น และก็พบกับผู้หญิงคนหนึ่ง การแต่งกายของเธอนับว่าหรูหราพอประมาณ เปิดโชว์จุดนั้นจุดนี้เพื่อเพิ่มเสน่ห์วัยสาว และจากที่ไอซ์ดูเธอคนนี้น่าจะอายุไม่เกิน 25 ปีเท่านั้น“เธอเป็นผู้บริหารของห้างอย่างนั้นเหรอ..” ไอซ์กล่าวถามด้วยความสงสัย การแต่งตัวเช่นนี้ไม่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการทำงาน ไอซ์ก็ไม่ได้อยากจะยุ่งเกี่ยวกับการบริหารของพวกเขาเท่าไร แต่เพื่อหน้าตาของห้างที่มีเขาเป็นหนึ่งในเจ้าของ ก็นับว่ายอมรับไม่ได้“เธอ..คือ.. เออ..”หน่วยรักษาความปลอดภัยอ้ำๆอึ้งๆผิดสังเกต จริงๆแล้วพวกเขานั้นรู้ว่าเธอคนนี้เป็นใคร เธอเป็นภรรยาสาวคนใหม่ของบริหารของที่นี่ แถมยังเป็นผู้ที่ใหญ่ที่สุดในห้างแห่งนี้อีกด้วย และการที่เขาจะตอบผู้ถือหุ้นว่าเธอคนนี้เป็นแค่ภรรยาของผู้บริหาร มันไม่เท่ากับว่าเขากำลังฆ่าตัวตายอย่างนั้นหรอกเหรอ เพราะที่จอดนี้มีไว้สำหรับผู้บริหาร บุคคลสำคัญเท่านั้น ไอซ์ที่เห็นอย่างนั้นก็หรี่ตามองไปที่พวกเขาเล็กน้อย แต่เขายังไม่ทันได้พูดอะไร หญิงสาวคนดังกล่าวก็เดินเข้ามาทางนี้ และเอ่ยขึ้นด้วยความไม่พอใจเสียก่อน“รถ BMW คันนั้นเป็นของใคร.. พวกแกก็รู้ไม่ใช่เหรอว่านั่นมันที่จอดประจำของฉัน พวกแกอยากตกงานกันมากใช่ไหม” หญิงคนนั้นกล่าว หน่วยรักษาความปลอดภัยหันมามองที่ไอซ์ด้วยสีหน้าซีดขาวราวกับไก่ต้ม“เป็นรถของผมเองแหละ ไม่ทราบว่ามีปัญหาอะไรหรือเปล่า” ไอซ์ยิ้มพร้อมกับกล่าว“รถของแก?.. ดูไปแล้วยังเป็นแค่นักศึกษาอยู่นี่นา คงจะเป็นลูกชายของผู้บริหารคนไหนสักคนหนึ่ง.. แต่ฉันขอแนะนำว่าเด็กน้อยอย่างแกควรจะย้ายรถออกไปดีๆดีกว่า ถ้าไม่อยากมีปัญหา” หญิงสาวตอบกลับอย่างไม่พอใจเท่าไรนัก ไอซ์ที่ได้ยินก็ยิ้มอย่างชอบใจ การซื้อของครั้งนี้มันน่าจะมีเรื่องอะไรสนุกๆให้สีสันชีวิตกับเขาเสียบ้าง“ต้องขอโทษด้วย ผมไม่เห็นว่าผมมีความจำเป็นใดๆต้องย้ายรถออก อีกอย่างคุณเป็นใคร แล้วทำไมผมต้องเชื่อฟัง และทำตามที่คุณขอ” ไอซ์พูดเพื่อเพิ่มความโกรธให้กับหญิงสาวตรงหน้า แน่นอนว่ามันได้ผลดีชะมัดเลย คิ้วของหล่อนกระตุกขึ้นลงหลายครั้ง ที่ห้างแห่งนี้ไม่เคยมีใครกล้าทำอย่างนี้กับเธอเลยสักครั้ง นับว่านี่เป็นครั้งแรก เธอจะต้องทำให้รู้ว่าใครใหญ่กว่ากัน“แกคงยังไม่รู้อย่างนั้นสินะ.. ฉันชื่อ เกศรา และฉันยังเป็นถึงภรรยาของผู้บริหารสูงสุดของที่นี่ ที่นี้แกจะเอายังไงดีล่ะ คำพูดของแกเมื่อกี้ก็อย่าได้คิดว่ามันจะจบลงง่ายๆ แม้แต่จะให้พ่อหรือแม่แกมาคุกเข่าอ้อนวอนฉัน ก็อย่าหวัง..”เกศรายิ้มออกมาราวกับผู้ชนะ อำนาจที่สามารถบดขยี้อีกฝ่ายให้จมดินเช่นนี้ เธอล่ะชอบจริงๆ หน่วยรักษาความปลอดภัยที่ได้ยินอย่างนั้นก็คิดว่ามันจะเกินเลยแล้ว อีกอย่างคุณเกศราคนนี้คงจะรับผลกระทบที่ตามมาไม่ไหว พวกเขากำลังเอ่ยเพื่อห้ามคุณเกศราไม่ให้ทำอะไรมากกว่านี้อีก แต่ก็ถูกไอซ์ยื่นมือออกไป“ไม่ต้องเข้ามายุ่ง!!... เฮ้อ ผมล่ะชอบจริงๆ พวกที่มั่นหน้าอย่างคุณ แต่คุณ!! เลือกใช้คำพูดที่ผิดเอง..” ไอซ์เดินเข้ามาด้วยสีหน้าเลือดเย็น ออร่าสังหารแผ่กระจายไปทั่วบริเวณ เสียงรองเท้าที่กระทบบนพื้นใครได้ยินก็หวาดกลัวกันทั้งนั้น ไอซ์ค่อยๆเดินอย่างเชื่องช้า ในขณะเดียวกันที่เกศราเดินถอยหลังด้วยความกลัว“แกจะทำอะไร!!.. ถ้าแกกล้าทำอะไรฉัน.. ฉันจะ..” เกศราก้าวถอยหลังไปชนกับรถที่อยู่ด้านหลัง ความกลัวเกาะกินอยู่ในใจ และเธอก็เริ่มสติแตกหันไปหา รปภ.ทั้งสองคนทันที “พวกแกจะยืนนิ่งทำมะเขือเผาอะไรเล่า.. รีบมาจับตัวมันได้แล้ว..”เพี๊ยยยยะ!! เสียงตบหน้าจากฝ่ามือของไอซ์ดังไปทั่วบริเวณ เกศราล้มลงไปตามแรงตบอันมหาศาล ความรู้สึกที่แสนจะชาบนใบหน้า ตามมาด้วยความเจ็ดปวดที่แสนสาหัส เลือดค่อยๆออกมาเต็มปาก ก่อนที่ฟันหลายซี่จะตกลงบนพื้นผสมกับกองเลือด เกศราที่เห็นอย่างนั้นก็เลือดขึ้นหน้าทันที“แกกล้าตบฉันเหรอ.. ได้ ฉันเอาแกตายแน่..” หล่อนรีบหยิบมือถือขึ้นมาโทรในทันที“เอาเถอะ อยากจะทำอะไรก็ทำ ฉันจะรออยู่ตรงนี้แหละ .. เห้ พวกนายสองคนไปเอาเก้าอี้กับพัดลมมาซิ” ไอซ์สั่งการสองหน่วยรักษาความปลอดภัยในทันที พวกเขาโค้งให้กับไอซ์อย่างไม่มีเงื่อนไข และพวกเขาก็ทำงานของตัวเองตามที่สั่งได้อย่างรวดเร็ว“ที่รัก ฉันถูกตบหน้าในห้างของคุณ.. คุณต้องช่วยฉันนะ หือๆๆ” เกศรากล่าวหลังจากสามีรับสาย“ใช่แล้วๆ เธอยังเลือดกลบปาก แล้วฟันหักไปอีกหลายซี่อีกด้วย” ไอซ์ตะโกน และกล่าวเสริมที่เกศราพูด“มันเป็นใคร.. ที่รัก ตอนนี้คุณอยู่ที่ไหน ผมจะรีบไปหาคุณ บอกไอ้เวรนั่นด้วยว่าอย่าได้คิดว่าจะหนีไปไหนเด็ดขาด” ปลายสายตอบกลับด้วยความโมโห“ที่รัก ฉันอยู่ที่จอดรถผู้บริหาร... โอ๊ยยย!!(เพี๊ยยยยะ)..” เกศรายังไม่ทันได้กล่าวจบก็ถูกไอ้ฟาดเข้าหน้าไปอีกดอกหนึ่ง“ใช่ๆ เธอเพิ่งจะโดนตบไปอีกครั้งแล้ว รีบมาได้แล้ว ไม่อย่างนั้นเธออาจจะตายไปเสียก่อน” ไอซ์หยิบมือถือของเกศราขึ้นมาพูดสายเอง มันทำให้ปลายสายรู้สึกโกรธมากกว่าเดิม“ได้!! มึงรอกูแป๊บ..” จากนั้นปลายสายก็วางลงไป ไอซ์ยิ้มอย่างพอใจ ก่อนที่เขาจะนั่งลงบนเก้าอี้ และหยิบมือถือของตัวเองขึ้นมา โทรหาใครบางคน แน่นอนว่าเขารอสายไม่นาน ปลายสายก็รับสายทันที“สวัสดีครับคุณอนุวัฒน์ มีอะไรให้ผมรับใช้ครับ..” เกียรติไกรกล่าว“ผมต้องการให้คุณติดต่อประชุมสายกับประธานเครือ NPC ให้กับผม.. เดี๋ยวนี้!!” ไอซ์กล่าว“ได้ครับคุณอนุวัฒน์.. กรุณาถือรอสายสักครู่..” เกียรติไกรตอบกลับ และเขาก็รู้ดีว่าเจ้าของห้างสรรพสินค้ากำลังจะมีปัญหาอย่างแน่นอน บุคคลที่เกียรติไกรเชื่อว่าตอนนี้เขามีอำนาจมากที่สุดในโลก กำลังจะทำอะไรสักอย่างกับห้างเครือนี้ และเขาก็เชื่ออีกว่ามันจะสร้างผลกระทบในวงกว้างอย่างแน่นอนเกียรติไกรกดเบอร์โทรหาประธานเครือ NPC ในทันที แน่นอนว่ามันใช้เวลาเพียงไม่นานเท่านั้น“สวัสดี ผมชัยวัฒน์ ประธานกรรมการเครือ NPC ไม่ทราบว่าผมกำลังพูดสายอยู่กับใครครับ..” ชัยวัฒน์รับสายด้วยความมึนงง เลขาวิ่งเข้ามารายงานบอกกับเขาว่ามันเป็นสายด่วนที่สุด และต่อสายเข้าสู่เครื่องหลักกลางโต๊ะประชุมฝ่ายบริหารในทันที