เช้าวันต่อขบวนคณะทูตก็ได้เดินทางผ่านประตูเมืองหลวงตรงไปยังพระราชวัง ผู้นำขบวนเป็แม่ทัพเลี่ยงหรง
ชาวเมืองต่างสนใจอยากเห็นหน้าเห็นตาเหล่าเชื้อพระวงศ์แคว้นิเป็อย่างมาก มิใช่แค่ชาวเมืองเท่านั้นเหล่าคุณหนูจวนต่างๆก็พากันมาจับจองที่นั่งชั้นสูงๆเพื่อที่จะได้มองเห็นองค์ชายที่มาในครั้งนี้หันมาสนใจตนเองกันอย่างล้นลา
แต่ก็พากันเสียดายเพราะมิมีผู้ใดได้เห็นอันใดเลย
คงต้องรองานพระราชสมทบอย่างเดียวแล้ว
เมื่อมาถึงวังหลวงเป็ที่เรียบร้อยแล้วก็หมดหน้าที่ของทัพทักษัณแล้ว
" แม่ทัพเลี่ยง " ่จังหวะหนึ่งรัชทายาทได้เดินผ่านเลี่ยงหรงอย่างรวดเร็ว
' แล้วเจอกันหลังงานพระราชสมทบ '
รัชทายาทพูดทิ้งท้ายเอาไว้ก่อนจะเดินจากไป ทำราวกับว่าเื่เมื่อสักครู่เพียงแค่เดินผ่านกันเฉยๆ
" เลี่ยงหรง " อู๋ซวนเดินมาเรียกเมื่อเห็นว่าเ้าตัวเล่นยืนนิ่งไม่ไหวติ่งก็เลยเรียกสติกลับมา
" เช่นนั้นก็กลับกันเถิด " เลี่ยงหรงหันมาพยักหน้าเป็อันว่าตนนั้นได้ยินแล้ว
เลี่ยงหรงนำทัพกลับค่ายทหารทันที เมื่อมาถึงก็ให้ทหารไปเก็บของเพื่อพักผ่อนให้เรียบร้อย แล้วยามบ่ายให้มาฝึกตามเดิม
" เลี่ยงหรง อู๋ซวน " ลู่เฟินเดินมาต้อนรับทั้งสองคนที่กลับมาแล้วจึงมาไปห้องรับรอง
ห้องรับรองเตรียมชากับขนมไว้ให้เรียบร้อย ส่วนขนมเห็นว่าเมื่อสักครู่เสี่ยวซานนำมาให้เลี่ยงหรง มิใช่แค่นั้นตอนนี้ให้ห้องรับรองมีมือปราบหลิวหยางอยู่ในห้องด้วย
" คารวะมือปราบหลิวหยาง " เลี่ยงหรงและอู๋ซวนหันไปทำความเคราพผู้าุโกว่า
" มาถึงกันเหนื่อยๆ ดื่มชากันก่อนเถิด " จริงๆขนมที่เสี่ยวซานนำมาให้หลิวหยางทานไปหลายชิ้นอยู่มิน้อย เอาเถิดทำมาเยอะก็ทานสักหน่อยจะเป็ไรไป
“ เลี่ยงหรงเ้าเป็อันใดหรือ เห็นกลับมาจากวังหลวงเ้าก็ดูเงียบ “ อู๋ซวนถามด้วยความเป็ห่วงเมื่อเห็นว่าสหายของตนดูผิดปกติไปจากเดิม
“ นี่เป็ขนมที่องครักษ์เสี่ยวซานนำมาให้ ทานสักหน่อยเถิด “ ลู่เฟินนำจานมาวางไว้ตรงหน้าของเลี่ยงหรงเพื่อให้ง่ายต่อการหยิบทาน
“ ขอบเ้าพวกเ้ามาก “
พูดคุยสักเล็กน้อยพี่หลิวหยางก็ขอตัวกลับไปจัดการงานเสียก่อนเพราะเข้ามานานมากแล้ว
เหลือเพียงอีกเจ็ดวันงานพระราชสมทบ ตอนนี้ดูเหมือนคณะทูตแคว้นจ้าวจะยังมิมาถึงทั้งๆที่ระยะทางใกล้กว่าแท้ๆ
“ เสด็จพี่ “
“ มีอันใด " ตอนนี้ทั้งชินอ๋องและรุ่ยอ๋องอยู่ภายในห้องทำงานส่วนเสี่ยวซานนั้นถูกเหลียงซานให้เอาของหวานไปให้เลี่ยงหรงที่กลับมาอย่างเหนื่อยๆ
รุ่ยอ๋องยิ้มอย่างกรุบกริบก่อนจะเอยยอกล้อผู้เป็พี่
“ เสด็จแม่บอกแล้วท่านชมชอบแม่ทัพเลี่ยงอยู่ “ เหลียงซานหยักคิ้วให้ทีหนึ่งอย่างไม่ใส่ใจ
“ อืม “
“ ยังไม่เคยเจอว่าที่พี่สะใภ้เลย “
“ เดี่ยวในงานพระราชสมทบก็เจอ “
“ โถ่ เจอในงานนี่ “ ในการทักทายในงานนั้นรุ่ยอ๋องเกรงว่าว่าที่พี่สะใภ้จะถูกจับตามองมากจนเกินไปมากกว่า ถึงจะรู้ว่าแม่ทัพเลี่ยงคงมิได้สนใจก็ตาม
“ แล้วเ้ากับคุณหนูสวีเป็เช่นไร “ คุณหนูสวีเป็เหลียงซานที่เสนอให้เสด็จแม่ของตนพิจารณาเองกับมือเพราะตอนที่อ่านนิยายถือว่านางมีทั้งความสามารถและวรยุทธ์ที่อยู่ในระดับสูงพอสมควรจึงเหมาะสมกับตำแหน่งแต่ที่ยังต้องปรับปรุงคงเป็เื่ของอารมณ์อยู่เพียงเล็กน้อย
“ นางเป็คนของพี่หรือ “ รุ่ยอ๋องนั้นมิได้กังวลมากอย่างน้อยผู้เป็พี่ชายและเสด็จแม่ของตนก็เลือกมาให้อย่างดี
“ เปล่า แค่มีผลประโยชน์ร่วมกัน “ รุ่ยอ๋องเองก็ต้องสืบประวัติของคุณหนูมาเรียบร้อยแล้วเห็นว่าก่อนหน้านี้ก็พึ่งถอนหมั้นไป แต่ดูก็รู้เลยว่าเป็แผนของเสด็จพี่อย่างแน่นอน เพราะมีคุณหนูเจียงเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
“ จริงสิเสด็จพี่แล้วคุณหนูเฉินกับคุณหนูเจียงเสด็จพี่จะจัดการเช่นไร “ เหลียงซานยิ้มออกมาอย่างสนุกทำเอารุ่ยอ๋องถึงกับขนลุกกับรอยยิ้มนั้น อ่าหวังว่าเสด็จพี่ก็คงมิได้ทำอันใดพิเรนทร์ๆหรอกนะ
“ มิต้องหวง “ เพราะงานในพระราชสมทบครั้งนี้เหลียงซานจะให้ความสนใจคุณหนูทั้งสองเป็อย่างดี เพราะปล่อยเอาไว้มันน่ารำคาญ
เห็นทีต้องรบกวนเสร็จพ่อสักหน่อยแล้ว
ในที่สุดวันที่เหล่าขุนนาง คุณหนู เหล่าคุณหนูบางคนตื่นมาแต่งกายั้แ่ยามเช้าซะด้วยซ้ำ เมื่อถึงเวลาก็มีหลายจวนที่มาเพื่อทักทายหรือเหล่าฮูหยินที่มองหาคู่ให้ลูกของตน เลี่ยงหรงมาถึงพร้อมทั้งอู๋ซวนและลู่เฟินมาถึงก็มิได้เข้าไปทักทายผู้ใดมากนัก
มีคุณหนูสวีและคุณชายใหญ่สวีเข้ามาท้กทาย และพูดคุยกันอยู่สักพักใหญ่จนคณะทูตแคว้นจ้าวเข้ามานำโดยองค์ชายใหญ่และองค์หญิงที่คราวที่แล้วป่วยจึงมิได้มาพร้อมกับบรรณาการในการเจรจาสงบศึก
หลังจากนั้นตามด้วยหนิงอ๋อง เค่อต่อมาก็เป็คณะทูตแคว้นิและชินอ๋อง
และตบท้ายด้วยเ้าของงานอย่างฮ่องเต้ ฮองเฮาและตามมาด้วยพระสนมคนโปรดอย่างกุ้ยเฟยที่ดูแต่งกายจัดเต็มยิ่งกว่าฮองเฮาเสียอีก
เมื่อเ้าของงานมาก็ทำการเปิดการแสดงร่ายรำและตามมาด้วยเหล่าคุณหนูจวนขุนนางต่างๆ มีทั้งคุณหนูสวี คุณหนูไป๋ ทั้งสองคนนี้ถูกจับตามองเป็อย่างมาก ในส่วนของคุณหนูเฉินั้แ่ตระกูลเฉินโดนเล่นงานในคราวนั้นคุณหนูเฉินก็แทบจะไม่มีบทบาทในเหล่าแววงคุณหนูมากนัก และคุณหนูเจียงมีข่าวด้านลบของนางถูกขุดขึ้นมาอยู่เรื่อยๆยิ่งได้ข่าวที่ว่านางจะได้แต่งเข้าวังของหนิงอ๋องอีก
การแสดงเริ่มขึ้นเรื่อยๆจนเกือบลำดับสี่คนสุดท้าย ก็เป็คุณหนูสวีที่ทำการแสดงระบำดาบผสมผสานกับการร่ายรำที่มีทั้งความแข็งแกร่ง ดุดัน ผสมกับอ่อนช้อย ทำเอาฮ่องเต้ชมอยู่หลายครั้งทีเดียว
“ เยี่ยมมากคุณหนูสวี “
“ นางทำได้ดีเยี่ยงนี้ ช่างเหมาะสมกับรุ่ยอ๋องมากนักเพคะฝ่าา “ ฮองเฮาพูดเช่นนี้ใครเหล่าจะไม่เข้าใจ แม้แต่กุ้ยเฟยก็อยากได้นางมาเป็พระชายารองอย่างน้อยจะได้ฐานอำนาจเงินทองนั้นมา แต่นางในตอนนี้สู้ฮองเฮาไม่ได้ เพราะผู้เป็พี่ขอไว้ว่าในงานครั้งนี้ให้ลูกของตนได้แต่งกับหนิงอ๋อง
“ นั้นสินะ “
“ หวังว่าฝ่าาจะมิตัดวาสนาของทั้งสอง “ รอยยิ้มของพระนางทำเอาฝ่าาชะงักอยู่มิน้อยเพราะคราวนี้ฮองเฮามิได้ปรึกษาเอาไว้อีก แต่ตนก็พอรู้อยู่บางว่าคุณหนูสวีเข้าวังมาหาฮองเฮาอยู่บ่อยครั้ง
“ ได้เจิ้นจะร่างราชโองการให้ “
การแสดงถัดมาเป็คุณหนูไป๋นางทำการแสดงออกมา ตอนที่นางทำการแสดงนางก็หันมามองชินอ๋องอยู่บ่อยครั้ง ขอแค่ชินอ๋องมองมาที่นางบางก็พอ แต่ก็น่าเสียดายที่เหลียงซานตอนนี้สนทนาอยู่กับรัชทายาทแคว้นิกันอย่างสนิทสนมทำเอาหนิงอ๋องถึงกับไม่พอใจ เพราะแคว้นิในตอนนี้แข็งแกร่งมากขึ้นกว่าแต่ก่อนขึ้นเรื่อยๆยังยากที่จะต่อกรอยู่แล้วหากองค์หญิงอันเล่อที่ได้พระราชสมรสแล้วล่ะก็
“ สมกับเป็เ้า ทำการแสดงได้ดีมาก “ ถ้าถามถึงความสามารถของเหล่าสตรีที่พึงมีและทำได้ยอดเยี่ยมไร้ที่ติย่อมต้องยกให้คุณหนูไป๋เสียแล้ว
ถ้าได้แต่งเป็พระชายาเอกของชินอ๋องน่าจะดีมิน้อย
“ คุณหนูไป๋มีบุรุษที่ชอบแล้วหรือยัง “
“ มีแล้วเพค่ะ “ คุณหนูไป๋ตอบด้วยท่าทางเขินอายยามที่ฝ่าาถามถึงบุุรุษให้ดวงใจ
“ เช่นนั้นบุรุษที่ว่านั้นคือผู้ใดหรือ “
“ เป็ชินอ๋องเพคะ “ งานในครั้งที่แล้วพลาดไปสินะ ครั้งนี้ถึงได้ทำเต็มที่เพื่อจะได้เข้าตาของฝ่าาให้มากที่สุด
“ ชินอ๋องว่าเช่นไรเหล่า “ เหลียงซานนั้นมิได้สนใจคุณหนูไป๋แม้แต่น้อยขนาดตอนที่นางทำการแสดงยังมิได้ชายตามองมาสักนิด สนใจแต่สนทนาอยู่กับรัชทายาทอยู่นาน
“ น่าเสียดายที่เปิ่นหวางมิได้ชมชอบเ้า “ คุณหนูไป๋น่าเสียมิน้อยยามถูกปฏิเสธมาตรงๆเช่นนี้ ก่อนจะเอยช้อนตามองไปยังฝ่าาแลดูน่าสงสาร
“ เห็นแก่ที่ตระกูลไป๋ทำความดีมากมาย เจิ้นพระราชสมรสแก่คุณหนูไป๋แต่งเข้าเป็พระชายารองของชินอ๋อง “
หึ นับว่าเสด็จพ่อของตนมิได้รนมาที่ตาย สุดท้ายคุณหนูไป๋ก็ได้แต่งเป็พระชายารองอยู่ดีแค่พระราชสมรสมาช้าไปเสียหน่อยก็เท่านั้น เมื่อเลี่ยงหรงหันไปมองเหลียงซานก็เห็นว่ามีรอยยิ้มประดับอยู่ มันเป็รอยยิ้มที่มิได้แสดงออกถึงความดีใจหรือเป็รอยยิ้มตามมารยาทแต่อย่างใด แต่นั่นเป็รอยยิ้มเหี้ยมที่มักทรมานศัตรูที่หลงกลเข้ามาอย่างสนุกสนาน
คุณหนูไป๋ นั่นแหละคือสิ่งที่นางได้เลือกด้วยตนเอง
เมื่อฝ่าาประกาศออกมาเช่นนี้คุณหนูเจียงก็ได้จิบเล็บจนเป็รอยอย่างริษยา ทำให้ถึงมิเป็นางบาง แต่ก็ยังดีที่แต่งแค่เป็พระชายารอง เพราะยังไงเสียตำแหน่งพระชายาเอกย่อมต้องเป็ของนางอยู่แล้ว อย่างหนิงอ๋องหรือจะมาสู้ชินอ๋องได้ หากหนิงอ๋องมิได้เป็หลานของท่านพ่อล่ะก็ปานนี้นางก็คงได้แต่งกับชินอ๋องไปนานแล้วด้วยซ้ำไป
การแสดงต่อไปเป็คุณหนูเฉิน แต่ดูเหมือนการแสดงของนางจะมิได้ราบรื่นเสียสักเท่าไหร่นักเพราะนางทำการแสดงพลาดอยู่บ่อยครั้ง แถมชุดที่นางใส่ก็ทำเอาเหล่าคุณหนูจวนต่างๆเยาะเย้ยอย่างมิไว้หน้า ก็มิแปลกหรอกพอมีเงินสักแต่ใช้อย่างเดียวมิรู้จักหาเข้าจะมีไปใช้อันใดล่ะ
การแสดงของคุณหนูเฉินนั้นสร้างความอับอายให้แก่ตระกูลเฉินเป็อย่างมาก เพราะในงานตอนนี้ตระกูลเฉินก็เหมือนเป็ตัวตลก แล้วยิ่งความจริงที่ว่าอัครเสนาบดีเป็ลูกของนางโลมอีก ฮูหยินผู้เฒ่าที่หลายคนอยากจะเข้าหาที่ว่านั้นก็ดันเป็นางโลมนั้นเสียได้ แถมมิได้มีสายเืทางมารดากับฮองเฮาเลยสักนิด
การแสดงคนสุดท้ายเป็ของคุณหนูเจียง ที่ได้ลำดับสุดท้ายมิต้องบอกก็รู้เลยว่าได้มาใครหากมิใช่กุ้ยเฟยเป็ผู้จัดการให้
แม้คุณหนูเจียงจะมิได้ทำการแสดงได้ดีเท่าคุณหนูสวีกับคุณหนูไป๋แต่ก็สร้างความประดับเล็กๆน้อยๆแล้วยิ่งกุ้ยเฟยเอ่ยปากชมพร้อมทั้งคะยั้นคะยอมีหรือฝ่าาจะไม่ใจอ่อน พระราชสมรสคุณหนูเจียงกับหนิงอ๋อง ดูจากสีหน้าของคุณหนูเจียงแล้วคงมิรู้เื่สินะ
เมื่อการแสดงจบแล้วก็มีการแสดงพิเศษจากแคว้นจ้าวมาทำการแสดงเพียงเล็กๆน้อยๆ ระหว่างที่ทำการแสดงใกล้จะจบองค์หญิงใหญ่ที่ยืนอยู่ด้านหลังถือดอกไม้สีแดงอันเป็สัญญาณที่มักจะเอาไว้ขออีกฝ่ายแต่งงานเดินขึ้นมาด้านหน้าแล้วทำการโยนดอกไม้ให้แก่หนิงอ๋อง
หึ
ดอกไม้กลับตกไปอยู่ที่หน้าขององค์ชายหก
“ มินึกว่าจะชมชอบน้องหกเข้าเสียด้วย เปิ่นหวางดีใจด้วย “ แคว้นจ้าวทำอันใดไม่ถูกไปชั่วขณะแล้วยิ่งชินอ๋องพูดขึ้นมาเช่นนี้จะให้แก้ตัวอย่างไรได้
“ เป็การมอบดอกไม้ที่เป็เอกลักษณ์ดี “ ยิ่งรัชทายาทแคว้นิพูดเสริมขึ้นมาอีกทำเอาองค์หญิงถึงกับหน้าซีดกันเลยทีเดียวได้ตำแหน่งพระชายาเอกเสียด้วย มิใช่หนิงอ๋องนะ แต่เป็องค์ชายหกแทน
องค์ชายหกผู้นี้มีความสามารถในฐานะบัณฑิตอยู่มิน้อยแต่เนื่องจากมารดามิได้มีตระกูลหนุนหลังจึงถือว่าเป็องค์ชายที่ใช้ชีวิตอยู่อย่างเรียบง่าย เพราะเป็เช่นนี้ถึงอยู่มาถึงทุกวันนี้โดยมิตาย
“ อืมเป็การดีที่โอรสของเจิ้นจะได้มีคู่ครองที่เพรียบพร้อม “ แคว้นจ้าวตอนนี้หมดสิทธิ์ปฏิเสธแล้ว นั่นจึงทำให้ฝ่าาพระทานสมรสอีกคู่หนึ่งกันเลยทีเดียว แถมยังเป็ฝ่ายหญิงที่มอบของแทนใจด้วยตนเองเช่นนี้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนได้เล่า
แผนพังหมด
เมื่อการแสดงจบเป็การมอบของขวัญ ของขวัญแต่ละอย่างทำเอาฝ่าายิ้มมิหุบลงเลยแม้แต่น้อย เมื่อของขวัญครบกันหมดลงแล้ว ก็เป็เวลาของงานเลี้ยงจริงๆเข้าเสียที ฝ่าาก็ทำการสนทนากับคณะทูตไปเรื่อย
ส่วนชินอ๋องก็พารุ่ยอ๋องมาทักทายเลี่ยงหรงอย่างเป็ทางการเสียที
“ คารวะชินอ๋อง รุ่ยอ๋องพ่ะย่ะค่ะ “
“ ตามสบายเถิด “ เหลียงซานทำท่าทีสบายๆแม้จะอยู่ในงานที่มีขุนนางคอยจับจ้องอยู่ก็ตาม
“ ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ “
“ นับว่าเป็ครั้งแรกที่ได้เจอกันเสียทีแม่ทัพเลี่ยง “
ทั้งห้าออกมานั่งพูดคุยตรงบริเวณศาลา รอบๆศาลาก็มีองครักษ์ทั้งสองอ๋องคอยกันผู้คนเอาไว้มิให้เข้ามายามที่กำลังคุยกัน
“ ท่านอ๋องดูท่านมิได้พักผ่อนมากนัก “ เลี่ยงหรงถามด้วยความเป็ห่วงพอมาดูอยู่ใกล้ๆก็ยิ่งเห็นได้ชัดว่าพี่เหลียงดูอ่อนเพลียถึงแม้ว่าภายนอกจะดูออกยากก็ตามที
เหลียงซานเองที่ได้เห็นหรงเอ๋อร์เป็ห่วงตนเช่นนี้ก็ตอบไปอย่างนุ่มนวล “ หรงเอ๋อร์มิต้องเป็ห่วง “
และเป็ครั้งแรกอีกครั้งที่รุ่ยอ๋องได้มานั่งฟังถึงความสนิทสนมของทั้งสองคนแล้วยิ่งเห็นผู้เป็พี่อาการหนักถึงขนาดนี้ เรียกได้ว่าไปไม่ถูกกันเลยทีเดียว ส่วนอู๋ซวนกับลู่เฟินพอมีความต้านทานมากพอสมควรจนเริ่มชินมาบาง
ตู้มม
กรี๊ดดดดดดดดดดดด
“ ช่วยด้วยเ้าค่ะ ช่วยคุณหนูด้วย “
รุ่ยอ๋องหันไปเห็นว่าคนที่ตกน้ำไปนั้นคือคุณหนูสวีว่าที่พระชายาเอกของตนจึงรีบเข้าไปช่วยทันที
ทั้งเสียงตกน้ำ และเสียงร้อง ทำเอาผู้คนที่อยู่บริเวณต่างหันมามองยังตนเสียงที่เกิดขึ้น บริเวณรอบสระมีคุณหนูทั้งสอง
นั้นมันคุณหนูเจียงกับเฉินนี่