ทุกคนแยกย้ายกันเข้าห้องพัก ทั้งหมด 3 ห้อง ห้องละ 2 คนจางเฉินจ่ายค่าที่พักเป็นเวลาหนึ่งเดือนทั้งสามห้องเผื่อช่วงเวลาที่ดินแดนลับจะเปิดด้วยเพราะถ้ามีคนจำนวนมากเดินทางมาที่เมืองนี้จะไม่สามารถหาที่พักได้แล้วตอนออกจากดินแดนลับก็จะได้มีที่พักผ่อนสำหรับทุกคน
จางเฉินนั้นพักอยู่กับต้วนเฉินทั้งสองคนนั่งดื่มชาพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องการปรุงยาและการฝึกฝนวิชาจนดึกนอกหน้าต่างมีฝนตกพร่ำๆ
“โชคดีจริงๆที่พวกเราหาที่พักได้ก่อน ไม่งั้นคงเจอฝนในป่าแน่นอน”ต้วนเฉินมองไปนอกหน้าต่างด้วยอารมณ์สุนทรี
จางเฉินก็มองไปที่ฝนพร่ำนั้นเขาคิดถึงบ้านถึงแม้เขาจะไม่ค่อยอยู่บ้านตั้งแต่ช่วงอายุสิบสองที่คืนความทรงจำไร้ประโยชน์ทั้งหลายกลับมาแต่เขาก็รักครอบครัวของเขามาก คิดไปไกลถึงเรื่องพิษที่เขาอาจจะต้องตาย บางครั้งที่เขาทำตัวดูไร้สาระ ดูงี่เง่าบ้าบอกับคนอื่น เป็นเพียงว่าเขามีความเครียดในชีวิตนี้มากพอควรแล้ว
ก๊อก ก๊อก
“ใคร" ต้วนเฉินเดินไปเปิดประตู
ชิวเอ๋อ กับชิงเอ๋อยืนอยู่หน้าประตู
“จางเฉินพวกข้านอนไม่หลับท่านช่วยอยู่เป็นเพื่อนสักพักได้ไหม”
จางเฉินไปที่ห้องของชิวเอ๋อและชิงเอ๋อ แล้วก็ล็อคประตูห้องจากนั้นทั้งสามคนก็นั่งดื่มชาคุยกัน เรื่องราวชีวิตของทั้งสองนั้นวุ่นวายกว่าจางเฉินมาก พ่อแอบดูแลอย่างลับๆ แม่เลี้ยง พี่ชายต่างแม่รังแกอย่างโจ่งแจ้ง คนทั้งตระกูลถูกเป่าหูให้รังเกียจทั้งสองคนบางครั้งจางเฉินก็เกิดอารมณ์อยากไปปล้นสกุลหนิงให้รู้สำนึก
“พวกเจ้ามีข้าอยุ่เราจะอยู่ด้วยกันตลอดไปไม่ต้องเป็นห่วง” แม้จางเฉินจะพูดออกมาดีแต่จริงๆแล้วอีกไม่นานพิษอาจส่งเขาไปสู่ความตาย เขารู้ตัวดี เขาจะไม่ทำร้ายทั้งสองคนที่ทำเป็นเรียกสามีภรรยาต่อกันเป็นเพื่อคลายความตึงเครียดเท่านั้นแต่ที่จับมือถือแขนนั้น เขายอมรับว่าเขาคิดแต่เขาไม่อยากจะมีอะไรกันเกินกว่านั้นจริงๆ
“การฆ่าครั้งแรกทำให้พวกเจ้ามีภาพติดตาสินะดูตอนกินข้าวก็กินได้เพียงเล็กน้อย”
“ใช่ข้านอนหลับไปแล้วแต่ก็เก็บมาฝันอีก”
“ถ้าเจ้าไม่ฆ่าพวกมันพวกมันก็จะฆ่าเจ้า การฆ่าไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับโลกนี้หรอกเจ้าเปลี่ยนเป็นนั่งสมาธิกำหนดลมหายใจ บ่มเพาะพลังปราณไปก่อนแล้วค่อยนอนหลับก็ได้”
ปัง
ด้วยลมฝนที่แรงขึ้นพัดหน้าต่างเปิดขึ้นมา ทั้งสามคนตกใจมองไปที่นอกหน้าต่างแต่ก็ไม่มีอะไรยังคงเป็นฝนพร่ำๆ เหมือนเช่นเคยโดยไม่รู้ตัวทั้งสองสาวก็มาแนบชิดซ้ายขวาของจางเฉินด้วยความตกใจเรียบร้อยแล้ว
ทุกอย่างเป็นใจมากเกินไปแม้จางเฉินจะพยายามอย่างถึงที่สุดแล้วที่จะห้ามความต้องการของตนเองเขาจูบชิวเอ๋อก่อน แล้วก็จูบชิงเอ๋อ แล้วประคองทั้งสองคนที่เตียง
“พวกเจ้าฝึกวิชาแล้วนอนพักซะนะ”
จางเฉินรีบออกจากห้องเขากลัวทำให้พวกนางเสียใจ ความรู้มากมายที่ได้รับกลับไม่มีวิธีแก้พิษเขาอาจจะอยู่ได้เพียงสองสามปีต่อจากนี้ไปทางแก้สองอย่างคือต้องเป็นระดับเซียนหรือหายาแก้พิษได้
จางเฉินกลับมาที่ห้องด้วยหน้าตาตื่นต้วนเฉินหันมามองจางเฉินเล็กน้อยแล้วยิ้ม
เช้าวันใหม่อากาศสดใสมากทั้งหกคนก็มานั่งกินข้าวกัน
“เราจะไปจับสัตว์อสูรอยู่ไหม หรือจะไปร่วมงานประมูล” จางต้าไห่หันมาถาม
“จับสัตว์อสูรงานประมูลใช้หินวิญญาณระดับกลาง เราไม่ควรเสียเวลาข้าจะคัดลอกแผนที่ดินแดนลับและนัดจุดที่เราจะเจอกัน ทุกคนต้องมีสัตว์อสูรบินได้เพื่อให้หากันได้เร็วขึ้นเมื่อแรกเข้าไปนั้นทุกคนจะถูกส่งแบบสุ่มพื้นที่ ข้าไม่อยากให้ใครเจออันตรายไม่รู้ว่าพวกที่เข้าร่วมแข็งขันแต่ละประเทศนิสัยจะเป็นยังไง”
จางเฉินและสหายเดินตลาดซื้อของกัน จางเฉินนั้นเน้นไปที่เมล็ดพันธุ์พืช ผักผลไม้ สมุนไพร ที่เขายังไม่มีส่วนสองสาวนั้นเขาพาไปซื้อเสื้อผ้าและผ้าปิดหน้าสามสี่ชุดเพิ่มเติมเมืองนี้ทำเสื้อผ้าได้ดีมาก ทั้งนุ่ม เนียนแม้จะเลือกที่ค่อนข้างมิดชิดแล้วแต่ก็ยังไม่สามารถปกปิดรูปร่างหน้าตากันสวยงามของทั้งสองคนได้มากนัก จางเฉินได้แต่ถอนหายใจ
ออกจากเมืองเรียกหงเอ๋อแล้วทุกคนก็ขึ้นเที่ยวบิน จางเฉินกางแผนที่ออกมีหน้าผาอยู่แห่งหนึ่งซึ่งมีอินทรีย์เหล็กเหมือนกับหงเอ๋อ จางเฉินชอบหงเอ๋อมากด้วยธาตุเหล็กและไฟ ทำให้ช่วยเหลือในหลายๆ ด้าน ร่างกายแข็งแรงการโจมตีก็สูงทั้งเวทย์ไฟยังกินวงกว้าง ช่วยเรื่องการต่อสู้กับคนจำนวนมากด้วย
เดินทางกว่าสองชั่วยามโดยเลือกเส้นทางที่มีอันตรายน้อยที่สุดก็ถึงที่หมายพวกเขาจึงลงกันที่ตีนเขา แล้วค่อยๆ เดินขึ้นเขาไปถ้าบินไปโดยตรงอาจจะโดนโจมตีได้ พอใกล้จุดหมายซึ่งเป็นหน้าผาสูงตระง่านมีต้นไม้ขึ้นบริเวณผาและเห็นรังขนาดใหญ่อยู่ไกลๆ บนกิ่งไม้ด้านบนซึ่งสูงชันมากสภาพแวดล้อมเช่นนี้ย่อมมีความปลอดภัยสำหรับพวกนกที่จะทำรังและอยู่อาศัย
จางเฉินรีบเร่งทุกคนทันทีขณะที่กำลังเดินทางนั้น พบคนจำนวนมากถืออาวุธเหมือนลาดตระเวนอยู่ในแถบนี้ระดับของคนเหล่านี้ต่างเป็นนักรบปราณ น่าจะมาจากกองกำลังอาณาจักรหรือครอบครัวใหญ่
“ใคร?”
จางเฉินและสหายถูกล้อมรอบทันทีด้วยคนกว่าสามสิบคน คนเหล่านี้ต่างถืออาวุธดาบ กระบี่ กันอย่างพร้อมเพียง แต่พอเห็นว่าเป็นเด็กและเป็นเพียงระดับหลอมรวมลมปราณก็ลดความระมัดระวังลง
“พวกเจ้าเป็นใคร มาทำอะไร”ผู้นำของเหล่านักรบปราณเดินออกมาจากกลุ่มแล้วสอบถาม
“พวกข้าแค่คนเดินป่าเราพบกันโดยบังเอิญไม่เกี่ยวข้องอะไรกับพวกท่าน”
หลังจากที่จางเฉินตอบไปแล้วนักรบปราณต่างก็ขมวดคิ้วสงสัยพื้นที่นี้เป็นพื้นที่ส่วนกลางซึ่งมีสัตว์อสูรระดับสูงจำนวนมาก แต่เด็กหกคนกลับบอกว่าเดินป่า มันเป็นไปไม่ได้
“พวกเจ้าควรจากไปหากว่าไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องต่อกัน”
จางเฉินได้ยินดังนั้นก็พาทุกคนเดินหน้าไปที่หน้าผาต่อไป
“หยุดจากไปหมายถึงจากหุบเขานี้ไป พวกเจ้าเขาไปไม่ได้”หัวหน้านักรบปราณชี้ดาบไปที่จางเฉิน คนอื่นๆ ก็ออกมาขวางทางเช่นเดิม
“ทำไมไปไม่ได้พวกท่านกำลังทำอะไรที่นี้ ข้าจะไม่รบกวนพวกท่าน” จางเฉินเริ่มรู้สึกหงุดหงิดอยากจะเรียกหงเอ๋อ และราฟาเอลออกมามันไม่แปลกอะไรถ้าจะมีนักรบของกองกำลังหรือตระกูลใหญ่เข้าป่าหรือแม้แต่จะเจอนักล่าในพื้นที่ป่าแบบนี้ ถ้าอีกฝ่ายไม่ยอมก็คงต้องจัดการมันน่ารำคาญเกินไป ป่าไม่ใช่พื้นที่ส่วนตัวจะได้ห้ามคนอื่นได้แต่ด้วยนักรบปราณได้ไม่ได้มีท่าทีดุร้ายมากกลับดูสุภาพด้วยช้ำจางเฉินจึงลองเจรจาดูก่อน
“มีอะไรกัน”
สาวงามนางหนึ่งวัยใกล้เคียงกับพวกจางเฉิน รูปร่างดีเดินมาด้วยความสง่าผ่าเผย มีรอยยิ้มเล็กๆ ระหว่างที่เดินมาด้านข้างตามมาด้วยชายชราเสื้อคลุมสีเทาพร้อมกับสีหน้าที่ดูหยิ่งในแบบที่จางเฉินไม่ค่อยชอบเท่าไหร่นัก คนที่พูดนั้นคือชายชราเหล่านักรบปราณเมื่อเห็นทั้งสองคนก็ปลดอาวุธแล้วแสดงความเคารพต่อทั้งสองคน
หญิงสาวกวาดตามองทั้งหกคนนางสนใจชิวเอ๋อและชิงเอ๋อไม่น้อยเพราะดูเหมือนจะมีความสวยงามไม่แพ้นางแต่ทั้งสองนางกลับจับแขนจางเฉินแน่นทั้งซ้ายและขวา นางจึงมองจางเฉินด้วยความสนใจ
“พวกเราพบกลุ่มเด็กเหล่านี้ทำลับๆ ล่อๆ แล้วก็ต้องการเข้าไปด้านในเราจึงสอบถามและกำลังไล่พวกเขาไป”หัวหน้านักรบรายงาน
“ลับๆ ล่อๆ ฮา ฮา”จางเฉินอดหัวเราะไม่ได้ เขาเดินมาตรงๆ ไม่ได้ทำอะไรที่ดูลึกลับ ซับซ้อนเลย
“ถ้าพวกท่านไม่รังเกียจเราไม่ได้เป็นอันตรายและระหว่างเราคิดว่าไม่คุ้นเคยกัน พวกข้าเป็นคนของตระกูลโม่ ในเมืองกังซางที่พวกข้าวุ่นวายนั้นโปรดอย่ารังเกียจ พวกท่านออกไปก่อนได้ไหมที่นี่เราต้องการใช้เพื่อทำธุระของตระกูล” หญิงสาวตอบอย่างสุภาพด้วยท่วงท่าที่สวยงามชวนให้เคลิ้มฝันต้าไห่ ต้วนเฉินและฟู่เฉิง นั้นกำลังหลงอยู่ในผวังแต่จางเฉินค่อนข้างเคยชินกับความสวยงามเช่นนี้ เขามีอยู่แล้วสองคนซ้ายขวา
“ขออภัยข้าต้องไปด้านหน้ามีสิ่งที่สำคัญเราจะทำธุระเพียงไม่นานเช่นกัน”