บทแห่งเด็กชายในหุบเขา
ภารกิจของเ้าลาย
ภาพที่ปรากฏตรงหน้า ช่างเกินกว่าที่ชาวบ้านในหุบเขากลุ่มนี้จะเคยจินตนาการถึง เ้าลายเสือโคร่งใหญ่ร่วมสองวา ทะยานพุ่งเข้าหาเ้างูั์ที่ยาวกว่าร่วมห้าเท่าอย่างไม่หวั่นเกรง
งูั์พุ่งหัวฉกเข้าใส่เ้าลายพร้อมกับปากที่อ้ากว้าง เผยให้เห็นเขี้ยวยาวใหญ่เกือบเท่าท่อนแขนเด็ก แต่เ้าลายว่องไวกว่า มันถีบตัวหลบฉากออก ก่อนจะหมุนตัวตะปบกรงเล็บเข้าที่หัวของงูั์
กึ๊ง!!!
เสียงดังราวกับกระทบโลหะ กรงเล็บแหลมของเ้าลายเจาะไม่ผ่านเกล็ดแข็งสีดำของงูั์
เ้าสัตว์เืเย็นร่างั์ บิดตัวอย่างทันใด หมายตวัดรัดร่างของเสือโคร่ง ลำตัวยาวของมันม้วนเข้าหากัน ราวกับบ่วงบาศขนาดมหึมาบีบล้อมเข้ามาอย่างรวดเร็ว
เ้าลายรู้ทัน มันรีบกระโจนออกจากกลางวงล้อมที่บีบเข้ามา และใช้กรงเล็บเกาะไต่ขึ้นไปบนลำตัวมหึมาของงูั์
เ้าลายปีนขึ้นไปยังส่วนหัวของงูั์อย่างคล่องแคล่วราวกับปีนต้นไม้ อึดใจเดียวมันก็ปีนไปถึง่ลำคอคอดของงูั์ ก่อนจะอ้าปากกู่ร้องคำราม และกัดฝังเขี้ยวของมันลงไปที่ลำคอนั้นด้วยพลังกรามอันมหาศาล
กึ๊ง!!!
ดั่งเขี้ยวกระทบเหล็กกล้า เกล็ดของงูั์แข็งเกินกว่าจะเกิดาแ
แล้วเ้างูั์ก็ทิ้งตัวฟาดลงกับพื้นอย่างรวดเร็ว ทำเอาร่างของเ้าลายกระแทกกับพื้นดินแข็งอย่างแรง
“โฮกกก!!!” เ้าเสือโคร่งใหญ่ร้องลั่นอย่างเ็ป แต่ก็รีบพลิกตัวดีดขึ้นจากพื้น และกระโจนถอยห่างออกมาทันที
แต่งูั์ก็ไม่ปล่อยโอกาส มันสะบัดหางฟาดเข้าใส่ เ้าลายถูกท่อนหางใหญ่ราวกับท่อนซุงฟาดเข้าที่กลางลำตัว จนลอยกลิ้งกระเด็นกระดอนไปกับพื้น
[เสือโคร่ง: เพศผู้]
[อายุ: 13 วงรอบดวงอาทิตย์]
[ระดับพลังขั้นที่ 11]
-พลังกาย: 110-109-108- - ---80/110
“เ้าลาย!” แสนะโขึ้นอย่างเป็ห่วง เมื่อมองเห็นค่าพลังกายของเ้าลายลดฮวบลง
“เ้าสู้มันไม่ได้หรอก พลังมันต่างกันเกินไป รีบหนีไปเร็วเข้า!” เด็กชายะโบอก
แต่เ้าเสือลายพาดกลอน กลับไม่ฟังคำเด็กชาย มันตะกายตัวลุกขึ้นยืนอย่างกระโผลกกระเผลก ตาลุกวาวมองจ้องไปที่เ้างูั์ และยังพยายามก้าวเข้าหามันอีกครั้ง
“เ้าลายมันใจสู้จริงวุ้ย แต่ไม่น่าจะไหวนะแสน ขืนทู่ซี้อยู่แบบนี้มีหวังเ้าลายเสร็จเ้างูั์นั่นแน่” อินพูดขึ้น
“เ้าลาย! รีบหนีไปซะ ข้าสั่งให้เ้ารีบหนีไปเดี๋ยวนี้!” แสนะโขึ้นอีกครั้งอย่างร้อนรน
เ้าเสือใหญ่ไม่ฟังคำสั่งของแสน มันยังคงเดินกระเผลกตรงเข้าหางูั์ ภารกิจที่มันได้รับมายังไม่เสร็จสิ้น
เ้างูั์เห็นดังนั้นก็ชูหัวตั้งขึ้นสูง ก่อนจะพุ่งฉกเข้าใส่อย่างรวดเร็ว ปากใหญ่มหึมางับฝังคมเขี้ยวเข้ากลางลำตัวของเสือโคร่งใหญ่
และเกือบจะทันที มันก็ขับพ่นพิษร้ายเข้าสู่ร่างของเ้าลาย
[-พลังแฝง-เขี้ยวพิษ: 100]
* * *
“เ้าลาย!!!” แสนะโก้องเมื่อมองเห็น
แต่ทันใดนั้น หินสีดำก้อนเล็กที่ห้อยคอของเ้าลายอยู่ก็เรืองแสงสีนวลตาขึ้น
“นั่น-หินข้าวตอกพระร่วง!?” แสนอุทานขึ้นอย่างแปลกใจ
พิษร้ายที่ควรจะทำให้เ้าลายต้องทรมาณหรือตัวแข็งเป็อัมพาต กลับถูกทำให้สิ้นฤทธิ์ไปทันที เ้าลายบิดตัวฝืนความเ็ปจากคมเขี้ยวที่ปักคาร่างอยู่ ก่อนจะตะปบกรงเล็บเข้าใส่ที่ดวงตาโตของเ้างูั์
ฉัวะ!!!
เสียงดังราวกับเฉาะลูกมะพร้าว ดวงตาโตข้างซ้ายของงูั์ ถูกกรงเล็บของเ้าลายตวัดเข้าใส่อย่างจัง มันอ้าปากด้วยความใปล่อยร่างของเ้าลายหลุดออกจากคมเขี้ยว
ดวงตาข้างซ้ายของมันดับวูบ บอดสนิท เ้างูั์ตื่นตระหนกกับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างกระทันหัน มันรีบถดกายถอยหนีออกไปตามสัญชาตญาณ เลื้อยพาร่างอันใหญ่ยาวของมันย้อนกลับไปยังทางที่มันมาทันที
ภารกิจแรกของเ้าลายสำเร็จแล้ว…!
ย้อนกลับไปตอนก่อนหน้าที่พวกของสิงห์คำและแสนจะเดินทางขึ้นดอยภูคา เถรเ้ากำลังนั่งลูบหัวของเสือโคร่งใหญ่ที่นอนหมอบเอาคางเกยตักของภิกษุชราอย่างนอบน้อม
“ลูกเอ๋ย...แม้ภารกิจที่ข้ามอบให้เ้านั้น จะเสี่ยงชีวิตอยู่ไม่น้อย แต่ข้าก็ไม่เห็นใครอื่นอีกแล้วที่จะทำได้นอกจากเ้า...” เถรเ้าพูดอย่างอ่อนโยน
“จงสร้างาแฉกรรจ์ให้แก่เ้าสัตว์ร้ายตัวนั้นให้ได้ เพราะถึงอย่างไรมันก็เป็เพียงสัตว์เืเย็นไร้ความคิดซับซ้อน เมื่อมันได้รับาเ็ มันจะต้องหนีกลับสู่รังที่ซ่อนตัวของมันตามสัญชาตญาณ เมื่อนั้น เ้าจงพาสิงห์คำและแสนตามไปยังรังของมันทันที”
เ้าลายกู่ร้องคำรามเสียงดังก้องป่า ความเ็ปที่มีราวกับจะหายไปสิ้น เมื่อจิตใจเกิดความปิติขึ้นเนื่องเพราะได้ทำตามคำสั่งจนสำเร็จลุล่วงไปหนึ่งอย่าง ก่อนที่มันจะเดินกระเผลกตรงเข้ามาที่หน้าซุ้มประตู
“เ้าลาย!!” เด็กชายวิ่งออกไปหาทันที
“เป็ยังไงบ้าง าแเ้าสาหัสไม่น้อยเลยนะ”
“กรร!!” เ้าลายทำเสียงดังในลำคอ ก่อนจะงับชายเสื้อของแสนกระตุกดึง
“???” แสนรู้สึกงุนงง
เ้าลายกระตุกดึงชายเสื้อแสนอีกครั้ง คราวนี้มันลากจนร่างของเด็กชายเซถลาไปตามแรง
“เ้าจะทำอะไรน่ะ! ข้าไม่เข้าใจ!”
เ้าลายทำท่าหงุดหงิด มันปล่อยชายเสื้อของแสน ก่อนจะหมุนตัวเดินกระเผลกมุ่งหน้าไปยังเส้นทางที่งูั์ตัวนั้นลับตาไป และหันหน้ากลับมาส่งเสียงดังในลำคอให้แสนอีกครั้ง
“เ้า--จะให้ข้าตามไอ้งูั์นั่นไปรึ?...”
“โฮกกก!!” เ้าลายร้องตอบ
แสนเข้าใจในบัดดล เขารีบหันกลับไปหาลุงหนานที่ยืนมองอยู่หลังซุ้มประตู
“เ้าลายมันอยากให้พวกเรารีบตามเ้างูั์ไปจ้ะลุง... ฉันว่า นี่คงเป็คำสั่งที่มันได้รับมาจากเถรเ้าแน่” แสนะโบอก
หนานสิงห์คำยืนตกตะลึง เขายังรู้สึกลังเล
“โฮกกก!!” เ้าลายคำรามเร่ง ก่อนจะรีบเดินตามรอยงูั์ไปในความมืดโดยไม่รั้งรอ
เด็กชายเห็นเข้าก็ร้อนใจ “ลุงหนาน! ฉันปล่อยให้เ้าลายไปตัวเดียวไม่ได้ ฉันตามมันไปก่อนนะ!” แสนพูดแล้วก็รีบวิ่งตามเ้าลายไปทันที
สิงห์คำและพวกอีกสามคนยังคงยืนตกตะลึง ทั้งสี่คนมองเด็กชายอายุคราวลูกวิ่งไล่ตามเสือร่างใหญ่หายลับไปในความมืดของป่า
และเพียงครู่เดียว สิงห์คำก็เอ่ยขึ้น “ข้าคงไม่มีหน้าไปพบกับแม่อุ๊ยและเถรเ้าแน่ หากปล่อยให้ไอ้แสนมันไปคนเดียว”
“ข้าด้วยพ่อ!” สิงห์ผาพูด
“ข้าก็ด้วย!” จั๋นพูด
“ข้ายอมรับว่าข้ากลัว... แต่ข้าก็ไม่ใช่คนขี้ขลาดตาขาวจนขนาดยอมให้เด็กอย่างไอ้แสนมันไปคนเดียวเหมือนกัน” อินพูด
แล้วทั้งสี่คนก็พยักหน้าให้กัน และวิ่งตรงออกจากซุ้มประตูตามแสนและเ้าลายไปทันที...
.
.
.
สูงเหนือขึ้นไปบนยอดต้นยางใหญ่ ร่างหนึ่งยืนอยู่บนนั้น เท้าของเขาัับนปลายยอดใบไม้ราวกับว่าร่างนั้นไร้น้ำหนัก ซึ่งก็น่าจะเป็เช่นนั้น เพราะร่างที่ดูคล้ายจะเป็ชายหนุ่มนั้น ดูโปร่งจางกลมกลืนไปกับท้องฟ้ามืด และเลือนรางคล้ายไร้ตัวตน
“คนพวกนั้นออกจากแนวเขตตาแหลวที่มีพลังของท่านกำกับไว้แล้ว ท่านจะไม่ทำอะไรสักหน่อยรึ?” ร่างนั้นเอ่ยขึ้น เสียงของเขาใสก้องกังวาน
ละอองแสงสีทองจำนวนหนึ่งปรากฏขึ้น ก่อนจะมีร่างใหญ่สง่างามของชายผู้หนึ่งปรากฏลอยอยู่กลางอากาศ ร่างของเขาโปร่งจางเช่นเดียวกับชายคนแรก แต่มีประกายสีทองระยิบระยับล้อมรอบ
“พลังของข้ามีไว้เพื่อปกป้องหาใช่ทำลาย แต่ตัวท่านเล่า ท่านอุตส่าห์ดั้นด้นจากน้ำโขงมาจนถึงที่นี่เพื่อกำจัดเ้าสัตว์ประหลาดตนนั้นมิใช่รึ ใยท่านถึงไม่จัดการมันให้สิ้นซาก ก่อนที่มันจะคร่าชีวิตผู้คนเล่า” ร่างประกายสีทองเอ่ยขึ้นด้วยเสียงกังวานราวเสียงประสาน
“หากทำได้ ข้าคงทำไปแล้ว ก่อนหน้านี้ข้าเคยเล่นงานมันจนจวนเจียนจะสำเร็จอยู่รอมร่อ แต่มันก็สามารถหนีรอดไปซุ่มซ่อนตัวจนฟื้นฟูพลังกลับมาได้อีก แถมยังกล้าแกร่งขึ้นด้วย แม้ว่าจะยังไม่คณามือข้าก็จริง แต่ข้าก็สงสัยว่า... เ้าสัตว์ประหลาดนั่นมีพลังลึกลับอะไรอยู่เื้ัมันกันแน่”
“บางที่ความลับนั้นอาจอยู่ที่รังของมันก็เป็ได้ คงต้องให้คนพวกนี้พาเราไปค้นพบ เพื่อที่ท่านจะได้รู้ และหาหนทางจัดการมัน ก่อนที่วันข้างหน้าเ้าสัตว์ประหลาดนั่นจะแข็งแกร่งยิ่งขึ้นไปกว่านี้” ร่างประกายสีทองเอ่ย
“ฟังดูเหมือนว่า ท่านค่อนข้างจะเชื่อมั่นในตัวลูกหลานกลุ่มนี้ของท่านนะ ‘พญาแถน’” ร่างชายหนุ่มเอ่ยขึ้นพร้อมกับยิ้มน้อยๆ
“... ลูกหลานของข้า ก็เปรียบดั่งเช่นลูกหลานของท่านเหมือนกัน ‘พญาคันธฆาฎกะ’ เราทั้งสองผู้ปฏิญาณตนว่าจะปกป้องคุ้มครองพวกเขา ย่อมต้องเชื่อมั่นในตัวพวกเขาสิถึงจะถูก”
ร่างชายหนุ่มยิ้ม “ท่านเปลี่ยนไปจริงๆ นับแต่การาเมื่อหนึ่งหมื่นปีก่อน พญาแถนผู้ดูแคลนมนุษย์ ใยกลับกลายมาเชื่อมั่นในตัวมนุษย์ได้หนอ...”
“เื่นั้นมันผ่านมานานแล้ว อย่าได้กล่าวถึงเื่เก่าอีกเลย... พวกเรารีบตามคนพวกนั้นไปกันเถอะ ก่อนที่ท่านจะคลาดกับสัตว์ประหลาดตัวนั้นอีก”
แล้วร่างโปร่งจางของทั้งสองก็เลือนหายไปกับท้องฟ้ามืดอย่างไร้ร่องรอย ราวกับว่าบทสนทนาเ่าั้ไม่เคยเกิดขึ้นจริงบนยอดไม้นั้น…
.........................
………………........