บทที่ 4 คำขอโทษของแม่โจว
ไม่ต้องพูดถึงครอบครัวทั่วไปที่ไม่เคยเห็นเงินมากขนาดนี้ตลอดทั้งปี แม้แต่ครอบครัวที่มีสมาชิกสิบคน โดยมีแรงงานที่ดีแปดคน เงินเก็บทั้งหมดของพวกเขาก็อาจจะไม่มากขนาดนี้
"อ้าปากกว้างเหมือนสิงโตเลยเหรอ? ฉันยังเหลือเงินให้ลูกชายคนรองของบ้านคุณเดือนละสิบหยวนนะ"
โจวหลีอันก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว จ้าวชุ่ยฮวาก็ถอยหลังไปหลายก้าว สายตาของโจวหลีอันเ็าลงเล็กน้อย "ถ้าไม่มีลู่เยี่ยนโจว ชาตินี้ลูกชายคนรองของคุณคงไม่มีทางได้เป็หรอก ตำแหน่งรองผู้จัดการโรงงานนั่นน่ะ และคงได้รับเงินเดือนแค่สี่สิบหกหยวนใช่ไหม?"
"อย่าพูดถึงเงินเดือนสี่สิบหกหยวนเลย แค่สิบหยวนที่ฉันให้เขาทุกเดือน กับนิสัยี้เีชอบกินของฟุ่มเฟือยของเขา หนึ่งปีเขาจะหาเงินได้ถึงสิบหยวนไหม?"
เมื่อได้ยินโจวหลีอันพูดเช่นนั้น คนอื่น ๆ ที่ฟังอยู่ต่างพากันเงียบลง เพราะนี่คือความจริงที่ต้องยอมรับ
ก่อนหน้านี้พวกเขายังคิดว่าโจวหลีอันเรียกร้องเงินมากเกินไป แต่ตอนนี้กลับรู้สึกว่ามันน้อยเกินไปซะแล้ว
ดูอย่างลูกชายคนรองตระกูลลู่สิ ท่าทางเหมือนหมาแบบนั้น อย่าว่าแต่เดือนละสิบหยวนเลย แม้แต่เดือนละหนึ่งหยวน พวกเขาก็ยังรู้สึกว่ามากเกินไป "บ้านเราไม่ได้มีเงินมากขนาดนั้น"
ขณะนี้ท่าทีต่าง ๆ ที่จ้าวชุ่ยฮวาแสดงออกมาก่อนหน้านี้ก็หายไปหมดสิ้น เหลือเพียงความอ่อนแอและการอ้อนวอน "เธอก็รู้ ลูกชายคนรองของบ้านเรากำลังแต่งงานกับสาวในเมือง ส่วนคนน้องก็ถึงวัยที่จะแต่งงานแล้ว..."
"แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉัน?"
โจวหลีอันแสดงสีหน้าเ็า "......"
จ้าวชุ่ยฮวาดูเหมือนจะพูดออกมาได้ยากลำบาก "คุณเป็พี่สะใภ้คนโตของพวกเขา ได้โปรดช่วยเหลือหน่อยเถอะ......"
โจวหลีอันรู้สึกว่าผู้หญิงตรงหน้าคนนี้ช่างรู้จักโอนอ่อนผ่อนตามจริง ๆ
"ขำจริง ตอนที่ไล่ฉันกับลู่เยี่ยนโจวออกไป ทำไมไม่รู้ล่ะว่าเป็พี่ชายคนโตกับพี่สะใภ้คนโต? อย่ามาพูดแบบนี้กับฉันอีก มันน่าขยะแขยง" หลังจากพูดจบโจวหลีอันยังคงแสดงสีหน้าราวกับว่า ‘อย่ามายุ่งกับฉัน’ แล้วถอยหลังไปสองก้าว
ลู่ซานเหอไม่เคยเห็นแม่ของเขาขอร้องใครแบบนี้มาก่อน แต่สิ่งสำคัญคือโจวหลีอันกลับมีท่าทีแบบนี้ ทำให้เขาโกรธขึ้นมาทันที
เขาวิ่งไปหน้าโจวหลีอันแล้วพูดว่า "หยุดนะ อย่ามาทำตัวไม่รู้จักบุญคุณ!"
โจวหลีอันยังทำสีหน้านิ่งเฉย ไม่รอให้เธอเอ่ยปาก จ้าวชุ่ยฮวาก็ตบเขาไปหนึ่งฉาดทันที
ตบเพราะเขาไม่รู้ว่าเหตุการณ์ต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น
ลู่ซานเหอใจนต้องยกมือขึ้นปิดแก้มที่ถูกตบ มองแม่ของตัวเองด้วยสายตาที่แทบไม่อยากจะเชื่อ เพราะั้แ่เด็กจนโตเขาไม่เคยถูกแม่ของเขาตีเลย
"ไม่พอ"
โจวหลีอันพูดเสียงเ็า พูดจบก็เพียงแค่มองจ้าวชุ่ยฮวาที่ขบฟันกรอด เห็นเธอตบซ้ายขวาสลับกันไปมา ฟาดหน้าลู่ซานเหออีกสิบกว่าที โดยไม่ได้ออมแรงเลยแม้แต่น้อย
การตบครั้งสุดท้าย แรงมากถึงขนาดทำให้ลู่ซานเหอล้มลงไปกระแทกพื้นได้
โจวหลีอันจึงละสายตาเ็าจากร่างของลู่ซานเหอ แล้วหันไปพูดกับจ้าวชุ่ยฮวาว่า "ห้าร้อยหยวน รวมทั้งเงินและคูปองที่แจกมาตลอดปีที่แล้วด้วย" จ้าวชุ่ยฮวารู้ว่าการที่ราคาเพิ่มขึ้นจากเดิมเป็ห้าร้อยหยวนนั้น ทั้งหมดเป็เพราะคำหยาบที่ลูกชายคนเล็กพูดไปก่อนหน้านี้
แม้ว่าเธอจะตีลูกชายจนเป็แบบนั้นแล้ว โจวหลีอันก็ยังไม่หายโกรธ
ที่แย่ไปกว่านั้นคือเธอก็ไม่มีวิธีจัดการกับโจวหลีอันได้อีกต่อไปแล้ว
ตอนนี้ดูเหมือนว่าเงินจำนวนนั้นคงต้องจ่ายให้โจวหลีอันแล้ว อย่างน้อยก็สามารถรักษางานของลูกชายคนรองเอาไว้ได้
ถ้าหากเื่นี้ลุกลามไปถึงกองพันทหาร ทุกอย่างที่ทำไปก็จะสูญเปล่า
เธอรีบกลับบ้านไปหยิบเงินสามร้อยหยวนและคูปองจำนวนหนึ่งออกมาอย่างคล่องแคล่ว "ตอนนี้ที่บ้านมีเงินและคูปองแค่นี้ ขอเวลาพวกเราสักหน่อย พวกเราจะพยายามรวบรวมให้"
ราวกับกลัวว่าโจวหลีอันจะไม่พอใจกับเงินที่ได้มานัก จ้าวชุ่ยฮวาจึงนับเงินและคูปองต่อหน้าโจวหลีอันอีกครั้ง
"ตกลง" โจวหลีอันรับเงินและคูปองมาทันที พลางพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่ไม่อาจโต้แย้งได้ว่า "ฉันให้เวลาคุณจนถึงพรุ่งนี้ ถ้าพรุ่งนี้ฉันไม่เห็นเงินที่้าและคูปองครบตามจำนวน คุณคงรู้ดีว่าเื่จะเป็ยังไงต่อ"
เมื่อได้ยินโจวหลีอันพูดแบบนั้น จ้าวชุ่ยฮวาจึงถอนหายใจอย่างโล่งอก รีบพูดว่า "ได้สิ! พรุ่งนี้แน่นอน เดี๋ยวฉันรีบจัดการให้!"
เมื่อได้รับเงินแล้ว โจวหลีอันก็ไม่อยากอยู่ที่นี่ต่อ จึงเรียกพ่อโจวแม่โจวและคนอื่น ๆ ให้กลับบ้านไปด้วยกัน
คนที่เหลืออยู่ต่างกะพริบตารัว ๆ อย่างไม่อยากเชื่อ ลูกสาวตระกูลโจวสามารถเอาชนะจ้าวชุ่ยฮวาได้จริง ๆ เหรอ?!
หลินเซียงเหมยถอนหายใจยาวพลางกล่าวว่า "ลูกสาวตระกูลโจวคนนี้เป็คนใจกล้าจริง ๆ "
"เห็นด้วย"
"เมื่อก่อนเธอเป็สาวที่อ่อนโยนมาก ตอนนี้กลายเป็แบบนี้ไปแล้ว... ฉันคิดว่าทั้งหมดนี้เป็เพราะคนในตระกูลลู่บีบบังคับเธอเกินไป ฉันได้ยินมาว่าตอนกลับไปบ้านตระกูลโจว พี่สะใภ้ใหญ่ของเธอก็ดูไม่ยินดีให้หญิงสาวคนนี้กลับบ้านด้วย"
"จางเฉี่ยวลี่ทำอะไรผิดล่ะ? ถ้าเป็ฉัน ฉันก็คงไม่พอใจเหมือนกัน ถ้าน้องสาวสามีที่แต่งงานออกไปแล้วกลับบ้านมา ในเมื่อแต่งออกไปแล้วจะกลับมาที่บ้านเดิมอีกทำไม?"
"แต่ยังไงเราเป็ครอบครัวเดียวกัน ใครมีปัญหาอะไร ก็ช่วยเหลือกันไป มันควรจะเป็แบบนี้ไม่ใช่เหรอ?
ไม่พูดถึงเงินที่เรียกคืนจากครอบครัวลู่ แค่สามสิบหกหยวนในเดือนถัดไป ครอบครัวโจวก็รุ่งเรืองแล้ว
ฉันคิดว่านะ อีกไม่นานหมู่บ้านของเราคงจะมีบ้านอิฐสีเขียว หลังคากระเบื้องเป็หลังที่สามแล้วล่ะ ตอนนั้นใครจะได้เปรียบก็ยังไม่รู้"
คำพูดนี้ตรงใจจางเฉี่ยวลี่พอดี เธอไม่คิดว่าโจวหลีอันจะเรียกเงินกลับคืนมาได้จริง ๆ แบบนี้ เธอก็ไม่ต้องกังวลว่าในอนาคตจะต้องอยู่อัดกันกับลูก ๆ ในห้องเดียวอีกต่อไปแล้ว
เงินมากมายขนาดนั้น สามารถสร้างบ้านหลังดี ๆ ได้ตั้งหลังหนึ่ง
อีกไม่กี่ปีข้างหน้า ยังสามารถจ่ายค่าเล่าเรียนให้ลูกได้ด้วย เมื่อก่อนเสี่ยวฮุ่ยเคยบอกเธอว่าอยากเรียนหนังสือ แต่เธอคิดว่าค่าเทอมสองหยวนต่อเทอมนั้นแพงเกินไป…
ขณะที่โจวหลีอันเดินกลับไป โจวซู่อันยังคงทำหน้าที่เป็คนขนเก้าอี้อยู่
ส่วนโจวกั๋วอันและพ่อโจวเดินตามหลังมากันติด ๆ ส่วนแม่โจวเดินนำหน้า พาลูกสาวไปข้างหน้าสุดอย่างเบิกบาน
พอกลับมาถึงลานบ้าน แม่โจวก็พาลูกสาวเข้าไปในห้องของเธอทันที
แม่โจวกดตัวให้โจวหลีอันนั่งลงในห้อง แล้วเริ่มถามอย่างกระวนกระวายใจ
"บอกแม่มาสิ ทำไมถึงอยากไปขอเงินจากตระกูลลู่กะทันหันแบบนี้ล่ะ?"
โจวหลีอัน "......"
นั่นไม่ใช่เพราะตอนบ่ายไม่มีเงินให้ลู่เยี่ยนโจวฉีดยาบำรุงหรอกเหรอ?
และอีกอย่างหนึ่ง เธอรู้สึกหงุดหงิดอยู่บ้างที่ต้องข้ามมิติมาอย่างไม่ทันตั้งตัว และ้าระบายความรู้สึกนั้นออกมาโดยเร็ว
แม่โจวไม่รอให้โจวหลีอันตอบ ก็ถามต่ออีกว่า "ลูกฟังคำพูดของจางเฉี่ยวลี่แล้ว ถึงได้คิดจะไปขอเงินจากตระกูลลู่ใช่ไหม?"
พูดถึงตรงนี้ แม่โจวก็ยังรู้สึกว่าเป็เื่เหลือเชื่อที่ลูกสาวของเธอกล้าไปเรียกเงินคืนจากตระกูลลู่ตรง ๆ เช่นนี้
เป็อีกครั้งที่โจวหลีอันไม่จำเป็ต้องตอบ ดูเหมือนว่าแม่โจวจะมีคำตอบอยู่ในใจอยู่แล้วก่อนที่จะถาม
เธอลูบมือของโจวหลีอันอย่างสงสารแล้วถอนหายใจ พลางพูดว่า "แม่ผิดเองที่ไม่ได้ปกป้องลูกให้ดี"
โจวหลีอันชะงักไปชั่วครู่ "......"
การสนทนาแบบนี้มันเกินจริงไปไกลเกินไปหรือเปล่า?
แม่โจวพูดอย่างจนปัญญา "แต่อันอัน ในชีวิตคนเรา ย่อมมีคนพูดนินทาอยู่บ้างเป็ธรรมดา ลูกต้องเข้าใจนะ"
"แม่รู้ว่าคำพูดพวกนั้นฟังแล้วไม่ดี แต่ชีวิตก็เป็ของเราเอง ก่อนหน้านี้แม่อยากให้ลูกแต่งงาน ก็เพราะคิดว่าลูกถึงวัยแล้ว อีกอย่างลู่เยี่ยนโจวก็มีฐานะดี ถ้าลูกแต่งงานไปแล้ว ก็จะไม่ต้องลำบากทำงานหนักเหมือนคนรุ่นแม่อีกต่อไป..."
"แม่ไม่คิดว่าเื่จะเป็แบบนี้ กลับกลายเป็การปล่อยให้ลูกไปลำบากเสียอย่างนั้น..."
"ตอนนี้แม่จะไม่ทำแบบนั้นอีกแล้ว ลูกอยู่บ้านอย่างสบายใจเถอะ การที่พ่อแม่เลี้ยงดูลูกเป็เื่ปกติธรรมดา พวกเราก็ยินดีทำ ดังนั้นอย่าคิดมากอีกเลยนะ เข้าใจไหม?"
คราวนี้คิดมากเกินจนไปขอเงิน ถ้าไม่ใช่เพราะลูกสาวจับได้ว่าจ้าวชุ่ยฮวามีความลับบางอย่างอยู่ ก็ไม่รู้ว่าต้องไปบ้านนั้นอีกกี่ครั้ง ถ้าไปหาครั้งต่ออาจไม่ได้โชคดีแบบนี้อีก แม่โจวยังไม่ไว้ใจจึงต้องกำชับหลายครั้ง
โจวหลีอันมองดูแม่โจวอีกครั้ง
เฮ้อ ผู้หญิงคนนี้ ความจริงแล้วคิดถึงแต่ลูกสาวของตัวเองเท่านั้น
ต่อจากนี้ไปแม่โจวคือแม่ของเธอ "ฉันรู้แล้วค่ะ"
โจวหลีอันมองแม่โจวที่ยิ้มอย่างอ่อนหวาน ไม่เหมือนกับท่าทางที่ทำให้คนรู้สึกกดดันตอนอยู่ข้างนอกเมื่อครู่นี้เลย
แม่โจวมองใบหน้าเล็ก ๆ ของลูกสาวตัวเอง เธอรู้สึกว่าลูกสาวคนนี้ช่างสวยงามจริง ๆ โชคดีที่มีลูกสาวสวยงามขนาดนี้......
แม่โจวมองดูลู่เยี่ยนโจวที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงในห้องแวบหนึ่ง ในขณะที่รู้สึกเสียดายในใจ เธอยังกล่าวคำขอโทษให้กับอีกฝ่ายด้วย