าาวดีก้าวลงจากรถแท็กซี่อย่างรวดเร็วจนถลาไปด้านหน้า ใบหน้าเกือบจะชนกับกระถางต้นไม้ใหญ่แต่ดีว่าเอามือยันไวได้ทันเลยไม่เจ็บตัวอย่างเช่นเคยหญิงสาวรีบลุกยืนตัวตรงก้าวเดินอย่างเร็วรี่ไปตามทางเดินที่มีเส้นทางสายเล็กๆตรงเข้าไปยังห้องแต่งตัว แต่ก่อนจะถึงก็อดไม่ได้ที่จะหยุดยืนและหันหน้ามองดูโรงแรมใหญ่ขนาด80 ห้อง
หญิงสาวแหงนหน้าขึ้นไล่ไปตามความสูงของอาคาร พลางสูดลมหายใจอัดเข้าไปจนเต็มปอดปกติการมาเยือนโรงแรมแห่งนี้ เธอจะมีทั้งความตื่นเต้นระคนเป็สุขเสมอแต่คราวนี้ความรู้สึกกลับผิดแปลกไป มีทั้งตื่นตระหนกและเป็กังวลแปลกๆ ผุดขึ้นมา
หรือจะเป็เพราะว่าคำพูดพี่สีดากับความอาวรณ์ที่มีเมื่อรับงานครั้งนี้แล้วเธอก็จะเงินเพียงพอที่จะทำอย่างใจ้า แม้จะมาทำงานที่นี่ได้เพียงไม่กี่ครั้งแต่ก็รู้สึกดีกับเพื่อนร่วมงาน ที่ก็มีดีบ้างไม่ดีบ้างที่ทำให้เธอรู้สึกผูกพันจนไม่อยากจะจากไปเลยหรือจะเป็เพราะจะต้องจากพี่สีดาที่รักและหวังดีไม่เคยเปลี่ยนและไปจากยังที่ซึ่งเธอไม่มีใครกับความหวังเพียงแค่อย่างเดียว
...หาพี่สาวให้เจอ...
‘ไม่เอาน่าช่อม่วง อย่าคิดมากซิ’ คนตัวเล็กปลุกพลังปลอบใจตัวเองขณะมองไปรอบๆ จุดที่ยืนอยู่ความโออ่าหรูหราของสถานที่ข่มให้เธอตัวเล็กจิ๋วเหมือนมด จนต้องอัดลมหายใจเข้าปอดเต็มแรงเพื่อผ่อนคลายความรู้สึกในหัวใจ แต่ทำอย่างไรก็สลัดความกังวลที่มันเกาะกุมใจออกไปไม่ได้
‘คิดมากอีกแล้วช่อม่วง ไม่มีอะไรหรอกน่า...’
าาวดีรีบสลัดความคิดเรื่อยเปื่อยที่แวะเวียนเข้ามาวนเวียนในหัวทิ้งไปทุ่มความสนใจในเื่ที่จะต้องทำ แต่เมื่อก้าวเท้าไปด้านหลังก็เหมือนกับว่าเธอได้เหยียบไปบนอะไรสักอย่าง ที่มาพร้อมกับกลิ่นหอมอ่อนๆมันเป็...อาฟเตอร์เชฟที่ผู้ชายใช้ อะไรบางอย่างบอกเธอแบบนั้นกลิ่นหอมแตะนาสิกจนต้องสูดรับเอาความหอมเข้าปอดเต็มๆ
กลิ่นหอมอ่อนๆจากผิวกายสาวผสมกับกลิ่นแป้งทำเอาชายหนุ่มที่เจ็บจากการถูกเหยียบถึงกับผ่อนคลายลงโดยไม่รู้ตัวเขาสูดกลิ่นความหวานจนเต็มปอด แต่ก็รีบสลัดอารมณ์หวามไหวที่เกิดขึ้นทิ้งไปผู้หญิงสำหรับเขา เป็เพียงแค่เครื่องระบายความใคร่เท่านั้น
“จะยืนเอ้อระเหยอยู่อีกนานไหม หนัก...”
เสียงแหบห้าวดุแข็งและกระด้างเย็นะเืเป็ภาษาอังกฤษที่ดังลอยมาเข้าหูยังไม่สู้ความเย็นะเืที่แผ่กระจายรุมล้อมรอบกายาาวดีรีบถลาร่างไปด้านหน้าอย่างรวดเร็ว
‘โอ๊ย...อีกแล้วเรอะ เป๋อเหลอ ซุ่มซ่ามจริงๆ ให้ตายเถอะแล้วจะทำยังไงดีล่ะทีนี้’
คนที่ถูกเธอเหยียบจะต้องโกรธเป็อย่างมากแน่ๆาาวดีหน้าเสีย เมื่อความซุ่มซ่ามของตัวเองทำให้คนอื่นเดือดร้อน
าาวดีก่นว่าตัวเองด้วยความหงุดหงิดทำไมวันนี้เธอถึงควบคุมอะไรไม่ได้สักอย่างเพียงได้กลิ่นกายของผู้ชายที่ลอยมาแตะจมูกที่ทำให้หัวใจเต้นแรงและเร็วจนแทบจะหลุดออกมาจากอกแล้ว แปลกมาก...
ไม่ใช่ว่าไม่เคยเข้าใกล้ผู้ชายมาก่อนแต่กลิ่นกายของคนที่อยู่เื้ัมันก่อเกิดอารมณ์แปลกๆในทรวงที่ทำให้แก้มร้อนผ่าว แต่เธอก็รีบสลัดมันทิ้งไป รีบหันกลับมามองด้านหลังอย่างช้าๆไล่สายตาจากส่วนล่างของคนที่ถูกเหยียบเมื่อครู่อย่างช้าๆ
รองเท้าหนังสีขาวขัดมันจนวาวแทบจะใช้แทนกระจกเงาได้ที่ตอนนี้มีบางส่วนสกปรกเพราะฝีมือเธอไปถึงกางเกงผ้าเนื้อนุ่มสีเดียวกับตัวรองเท้าาาวดีไล่สายตาขึ้นไปอีกเล็กน้อยก็ได้เห็นเสื้อสูทสีเดียวกับกางเกง
อืม...ผู้ชายคนดูท่าจะชอบสีขาวแฮะ
“จะมองอีกนานไหม”ชายหนุ่มถามอย่างหงุดหงิดที่แม่เด็กตัวเล็กซุ่มซ่ามมีกลิ่นกายหอมเฉพาะตัวมัวแต่ให้ความสนใจกับเสื้อผ้าเขาแทนที่จะเงยขึ้นสบตาด้วยและเอ่ยคำขอโทษให้เป็เื่เป็ราว
“ขะ...ขอโทษค่ะ” น้ำเสียงขุ่นเขียวและแข็งกระด้างที่ดังมาทำให้าาวดีหลุดคำพูดว่าขอโทษออกไป พร้อมด้วยรอยยิ้มแหยๆส่งให้กับคนที่เธอเพิ่งจะทำให้เจ็บตัวไป
“ฉันขอโทษที่ทำให้คุณเจ็บตัว” หญิงสาวเอ่ยพร้อยยิ้มปะเหลาะดวงตากลมโตกะพริบปริบๆ อย่างที่คิดว่าจะทำให้คนเจ็บตัวนั้นคลายความโกรธลงไปได้บ้าง...เล็กน้อย
เค้าโครงหน้ารูปสี่เหลี่ยมดูแข็งกร้าวและกระด้างคางบุ๋มไปเล็กน้อย ริมฝีปากหนาสีแดงสดมีรอยหยักนิดๆ
อยากรู้จังว่าถ้าถูกบดคลึงบนเรียวปากเธอจะเป็ยังไงบ้างแล้วถ้าได้สอดแทรกปลายนิ้วไปลากไล้เส้นผมที่ดูท่าจะนุ่มที่ระต้นคออยู่ จะเป็ยังไงนะ
เฮ้ย!นี่ฉันคิดอะไรบ้าๆ กับผู้ชายที่เพิ่งเจอไปได้ละนี่ถ้าพี่พรกับพี่สีดารู้เข้า คงจะด่าจนหูชาแน่เลย เพี้ยนหนักแล้วเรา
หญิงสาวก่นว่าตัวเองในใจอยากจะยกมือขึ้นเคาะกะโหลกตัวเองสักทีที่บ้าคิดอะไรไม่เข้าท่า แต่ใบหน้าคมเข้มริมฝีปากหนา จมูกโด่งขึ้นสัน ดวงตา...คมเข้มเป็ประกายเ็าแต่แฝงไว้ด้วยอำนาจราวกับจะสะกดจิตคนได้ทำให้เธอเหมือนกับถูกมนตร์สะกดให้ตะลึงงันกับความมีเสน่ห์ของชายหนุ่มตรงหน้าทำให้ไม่อาจละสายตาได้ แม้จะเจอกับรัศมีของความเ็าอย่างกับน้ำแข็งก็ทำให้เธอไม่อาจละสายตาได้
ไม่!หยุดได้แล้วช่อม่วง แต่...ดวงตาคมเข้มเป็ประกายเซ็กซี่และเว้าวอนเหมือนกับอยู่ท่ามกลางกระแสน้ำวนดึงดูดเธอให้ถลาเข้าหา
“คะ...คุณไม่เป็อะไรใช่ไหมคะ”
าาวดีรีบข่มกลั้นความรู้สึกแปลกที่มันเอ่อล้นมาราวกับน้ำทะลักไว้ในใจแต่ก็เหมือนกับถูกตรึงเอาไว้ด้วยมือที่มองไม่เห็นจนขยับร่างกายไม่ได้เอ่ยถามชายตรงหน้าไปเสียงสั่น
เกิดอะไรขึ้นกับเธอ?ทำไมถึงได้รู้สึกเหมือนกับรอบกายเต็มไปด้วยดอกไม้ที่บานชูช่อมีเสียงดนตรีหวานนุ่มดังแ่พลิ้วมาตามกระแสลมที่พัดไล้เรือนกายที่ถูกโอบกอดแนบชิดเคลื่อนไหวไปในท่วงทำนองของดนตรีที่แสนละมุนหวานนุ่ม
เหมือนล่องลอยอยู่ในความฝันาาวดีแย้มยิ้ม ดวงตาเป็ประกายแต่พอสบกับสายตาเข้มที่มีแต่ความเร่าร้อนด้วยประกายไฟร้อนระอุที่โอบรอบกายระคนเหนื่อยหน่ายและระอิดระอาใจที่สำคัญมันเหมือนกับมีแววดูถูกเหยียดหยามปะปนสุมอยู่ด้วยทำให้เธอตื่นจากภวังค์ฝันหวานในทันที
าาวดีอยากจะเอามือตีหน้าผากตัวเองที่ไม่รู้ว่าเป็บ้าอะไร ในสมองถึงได้มีแต่ภาพผู้ชายตรงหน้าบรรจุอยู่เต็มไปหมดแถมยังละสายตาจากใบหน้าอีกฝ่ายไม่ได้ด้วย หัวใจก็เต้นแรงเร็วราวกับจะหลุดออกมาจนต้องรีบปราม
‘หยุด! หยุดคิดบ้าได้แล้วช่อม่วง’ แต่...
ดวงตาคมกริบที่เซ็กซี่จนหัวใจเธอแทบละลายเหมือนกับเทียนไขถูกลนไฟหล่อ...หล่อมากๆ หล่อสุดๆพระเอกละครหนังไทยที่เธอเคยชมว่าหล่อและมีเสน่ห์ยังเทียบไม่ติดฝุ่นเลยให้ตายซิแต่แหม...ตาดุไปหน่อย มองแล้วสั่นไปหมดทั้งตัวเลย แต่าาวดีก็ยังสามารถหาข้อติได้บ้างไม่ได้หลงไปในความหล่อที่ได้เห็นเสียทั้งหมด
‘หยุด! ตื่นได้แล้วช่อม่วง’
าาวดีบังคับไม่ให้ยกสองมือขึ้นตบหน้าตัวเองเพื่อเรียกสติคืนมาแต่ถึงจะอย่างนั้นเธอก็ถูกสายตาคมกริบสะกดไว้จนไม่อาจที่จะถอนสายตาจากร่างหนาใหญ่ในชุดสีขาวเหมือนเทพบุตรได้
ผู้ชายคนนี้มีมนตร์อะไรกันแน่ทำไมเขาถึงได้ทำให้เธอรู้สึกเหมือนกับว่าได้เป็เ้าหญิงและคนรับใช้ในคราวเดียวกันได้
สายตาของแม่สาวน้อยที่ดูเหมือนว่าจะยังไม่พ้นวัยมัธยมที่มองมาทำให้เซกิจิโร่ถึงกับสบถเสียงเขียวอุตส่าห์ปั้นหน้าเครียดขรึมและแข็งกระด้างแล้วนะ แต่แม่เด็กนี่ดังยังมองมาตาปรอยให้ตายซิ ชายหนุ่มสบถด้วยหงุดหงิดกับรูปหน้าที่พ่อแม่ให้มาที่หล่อเหลาไม่เหมาะสมกับหน้าที่การงานที่เขาทำเลยสักนิด
ชายหนุ่มล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงมองยายตัวเล็กที่สูงเสมอคางเขา ใบหน้านวลเนียนรูปไข่ ดวงตากลมโตเป็ประกายสดใสล้อมกรอบด้วยแพขนตายาวงอนจมูกโด่งเล็กได้รูปรับกับริมฝีปากรูปกระจับสีชมพูชวนมองและชวนจินตนาการไปในทางอื่น
ดวงตาคมไล่มองลำคอระหงไหล่กว้างเสื้อยืดกลางเก่ากลางใหม่รัดกายจนได้เห็นทรวงสล้างอวบอิ่มขนาดไม่เล็กแต่ก็ไม่ใหญ่ที่ไหวกระเพื่อมตามแรงหายใจทำให้เขาเกิดความรู้สึก...อยากจะจับต้อง อยากรู้เวลาได้ััปลายนิ้วป่ายปัดไปบน...
ชายหนุ่มสะบัดศีรษะเล็กน้อยไล่ความคิดที่จะจับผู้หญิงตรงหน้าโยนไปบนเตียงนอนนุ่มๆฉีกทึ้งเสื้อผ้าออกและ...ดวงตาคมกริบเปล่งประกายวาววับเหมือนดวงตาสัตว์ร้ายหิวกระหายเหยื่ออันโอชะกรามหนาขบกัดบดเบียดจนวงหน้าคร้ามแกร่งนูนขึ้น
ลิ้นเล็กยื่นออกมาลากไล้บนกลีบปากบางสีชมพูระเรื่อทำเอาเซกิจิโร่ถึงกับร้องคำรามลั่นในลำคอ ให้ตายซิ เขาเป็บ้าอะไรไปนี่ทำไมถึงได้มีอารมณ์กับเด็กไม่รู้จักโตตรงหน้าได้ ชายหนุ่มสบถเสียงขุ่นเมื่อกายสำแดงฤทธิ์เดชราวกับไม่ได้พบเจอและมีอะไรกับผู้หญิงมาเป็เวลานานทั้งที่ความจริงแล้วเขาก็เพิ่งจะผละมาจากแม่สาวต่างชาติหุ่นอวบอัดเต็มไม้เต็มมือเมื่อคืนนี้เอง
แม้จะแปลกที่เกิดความรู้สึกกับสาวตรงหน้าแต่เซกิจิโร่ก็ข่มมันเอาไว้ เพราะผู้หญิงสำหรับเขาหาง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปากเพียงแค่กระดิกนิ้วนิดเดียวก็วิ่งมาสยบแทบเท้า หากทำได้สาวๆพวกนั้นแทบจะอ้อนวอนขอให้เขาเรียกหาด้วยซ้ำ
รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมและหยามหยันผุดขึ้นบนใบหน้าคร้ามแกร่งแค่มีเงิน มีอำนาจ ไม่ว่าปรารถนาสิ่งใดก็ได้ดังหวังไม่แปลกเลยที่ทุกคนจะไขว่คว้าหามัน แต่เมื่อได้มาแล้วนั่นแหละคือตัวปัญหา ใครจะนั่งอยู่บนบัลลังก์แห่งอำนาจได้ยาวนานโดยไม่มีคนอื่นมาโค่นล้มแย่งชิงไป
“ขอโทษนะคะคุณ” าาวดีเอ่ยอีกครั้งพร้อมส่งยิ้มแหยๆ ไปทำไมสายตาของผู้ชายตรงหน้าถึงได้ทำให้เธอหนาวๆ ร้อนๆ เหมือนคนเป็ไข้ก็ไม่รู้แต่ช่างเถอะ เจอกันตอนนี้เพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้นเอง พอจากไปก็จำไม่ได้แล้วละก็ใครจะมาจำผู้หญิงที่สวยก็ไม่สวย ตัวก็เตี้ยม่อต้ออย่างเธอกันให้มันหนักสมองกันละ
เสียงใสเหมือนกับน้ำที่อยู่ในแก้วบวกกับประกายในดวงตามีชีวิตชีวาและรอยยิ้มเหมือนกำลังจะเปิดโลกที่มีแต่สีดำสนิทและมืดมิดจากการเข่นฆ่าให้สว่างสดใสจนเซกิจิโร่เห็นว่าหากยังยืนสนทนาอยู่กับเด็กสาวตรงหน้าคงไม่เป็การดีแน่ เผลอๆเขาอาจจะคว้ากายอรชรมาแนบชิด ฉกจุมพิตแผดร้อนบดขยี้ริมฝีปากนุ่มที่คงจะไม่ดีถ้าเขาดึงคนดีๆ ให้เข้ามาในโลกคาวโลกีย์ที่เขาอยู่
สงสาร...ที่ไม่ควรมีสำหรับคนทำงานที่ทุกวินาทีของชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้ายเพราะมันจะนำซึ่งความตายมาให้ ถ้าหากไม่เชื่อก็ต้องกลับไปดูที่บ้านตัวอย่างมีให้เห็นอยู่แล้ว ตัวอย่างที่เขาเอาไว้สอนใจ ห้ามรักใครห้ามมีความสงสารให้ใคร ถ้ายังอยากมีชีวิตอยู่
“ทีหลังเดินก็หัดดูทางเสียบ้าง ไม่ใช่เหม่อลอยจนทำให้คนอื่นเขาเดือดร้อน”นี่ก็อีกอย่างที่เซกิจิโร่แปลกใจทำไมเขาถึงได้อยากต่อปากต่อคำกับยายเด็กซึ่งเพิ่งจะวางขวดน้ำนมไว้ใกล้ๆตัวด้วยก็ไม่รู้ ชายหนุ่มปรายตาไปยังลูกน้องที่ยังทำตัวเหมือนกับหุ่นยนต์
แม้ว่าการมาครั้งนี้ของเขาจะเงียบๆแต่ก็ยังมีลูกน้องตามติดมาให้ความคุ้มครองหลายคนอยู่แต่แปลก...หน้าตาของเขาและลูกน้องหน้าดุและเ็าแต่ไม่ได้ทำให้ยายเด็กซุ่มซ่ามขลาดกลัว แถมยังจะยิ้มรับเสียอีกความหงุดหงิดเริ่มจะเกาะกุมหัวใจแข็งกระด้าง
“นายครับ” หนึ่งในลูกน้องที่ยกแขนขึ้นดูนาฬิกาเอ่ยเรียกอย่างนอบน้อม
“ฮือ...” เซกิจิโร่รับคำในลำคอและเดินไปโดยไม่หันกลับมามองด้านหลังอีก
ชิ...เห็นว่าหล่อหน่อยทำเป็หยิ่ง รีบๆ ไปเถอะยะ นึกหรือว่าฉันจะสนแต่เธอก็อดมองตามร่างหนาที่ถูกห้อมล้อมด้วยลูกน้องจำนวนห้าคนที่แม้จะใส่สูทผูกเนกไทแต่ยังปกปิดรัศมีแห่งความเหี้ยมโหดเอาไว้ไม่ได้เลยเป็เหมือนกันั้แ่หัวหน้ายันลูกน้องเหมือนกับ...
เออแล้วนี่เราจะไปสนใจเื่ของคนอื่นทำไมกัน...าาวดีสะบัดศีรษะไล่ความคิดทุกอย่างที่มันผุดขึ้นมาในสมองออกไปแล้วก้มมองนาฬิกาข้อมือเรือนเก่าที่ตอนนี้สายหนังบางส่วนหักงอจนแทบจะหลุดออกจากกันแต่ยังใช้การได้ดี
ดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อเห็นเข็มของนาฬิกาที่อยู่บนหน้าปัดซึ่งบอกเวลาว่าเหลือไม่ถึงห้านาทีจะหกโมง...
ตายแล้วสายแน่ๆ เลยเรา แล้วจะถูกหักเงินหรือเปล่านี่ โอ๊ยตายแล้ว!เพราะอีตาบ้าสุดหล่อนั่นเชียว ทำให้เธอเข้างานช้า
าาวดีต่อว่าชายคนที่ทำให้เธอไขว้เขวไปชั่วขณะหนึ่งพร้อมกับความคิดที่ว่า...เธอไม่ควรเข้าไปในโรงแรมและทำงานในค่ำคืนนี้เพราะผู้ชายคนนั้น...ผู้ชายที่มีลูกน้องห้อมล้อมเหมือนกับมาเฟีย ที่เพียงแค่คิดเธอก็ััถึงไอเย็นะเืจากกายใหญ่ที่ยังหลงเหลืออยู่แผ่มาปกคลุมกายทำให้สั่นสะท้านจนต้องรีบยกมือขึ้นลูบแขน
“เอาไงดีละนี่เรา” แต่เมื่อถึงจำนวนเงินที่จะได้รับาาวดีก็รีบสลัดความลังเลทิ้งไปแล้ววิ่งไปในส่วนที่ตัวเองจะต้องไปรายงานตัวรับงานและเปลี่ยนเครื่องแต่งกายเตรียมพร้อมสำหรับทำงานจนแทบจะเห็นฝุ่นที่มันกระจายตัวออกยามที่เท้าเธอกระทบลงไปบนพื้น