The Dark Ages

    บทที่ 30 ถึงสถานีแมคเจนเนีย

    “อ้ากกกกกกกกกกกก! ”

    เสียงร้องแห่งความเจ็บปวดของใครบางคนดังขึ้นสุดชีวิตเท่าที่เจ้าของเสียงจะสามารถทำได้ ภานุแทบไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองทำสิ่งใดลงไปเพราะมันคือการเคลื่อนไหวโดนสัญชาตญาณและเมื่อรู้ตัวอีกทีก็พบว่ากำปั้นของตัวเองนั้นได้ทุบไปที่ความเป็นชายหรือกลางเป้ากางเกงของนักฆ่าคนนั้นไปแล้ว

    ร่างของนักฆ่าคนนั้นล้มลงไปนอนติดกับพื้นพร้อมกับขดตัวและมือสองข้างกุมเป้ากางเกงด้วยความเจ็บปวด โดยไม่สนใจเลยว่าแผลที่ดวงตาของเขานั้นเจ็บแค่ไหน ต้องบอกก่อนว่าต่อให้เป็นผู้ฝึกตนระดับสูงมากแค่ไหนแต่หากได้รับการกระทบตรงจุดๆเดียวกับนักฆ่าคนนี้ล่ะก็ พวกเขาก็จะมีสภาพไม่ต่างกันมากนัก

    ภานุยกหมัดของตัวเองขึ้นก่อนที่จะมองมันด้วยความภาคภูมิใจเพียงหมัดเดียวของเขาสามารถทำให้พลิกมาชนะได้ ต้องขอบคุณชาร์ลอตต์ที่เธอปาหนังสือเล่มหนาๆ นั่นของเธอมาเพื่อดึงความสนใจของนักฆ่าคนนี้ด้วยไม่อย่างนั้นจะเป็นเขานี่แหละที่จะตายแทน

    ความรู้สึกตอนที่ภานุต่อยไปตรงเป้ากลางเกงหรือที่ความเป็นชายของอีกฝ่ายนั้นภานุรู้สึกได้ว่าบางอย่างแตกทและถูกบดขยี้เพราะหมัดของเขา บางทีมันอาจจะเป็นไข่ก็ได้แค่คิดถึงภาพไข่ที่แตกเพราะหมัดของตัวเองภานุก็ต้องหุบขาด้วยสัญชาตญาณ

    [รถไฟจะจอดที่สถานีในอีกไม่ช้า! รถไฟจะจอดที่สถานีในอีกไม่ช้า! ขอให้ผู้โดยสารทุกท่านเตรียมตัว]

    เสียงประกาศเสียงเดิมดังขึ้นทั่วทั้งลำรถไฟผู้โดยสารที่ต่างพากันหมอบเอาตัวรอดต่างเงยหัวขึ้นมามองสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อพวกเขาพบกับศพผู้เสียชีวิตในชุดดำทั้งห้าคนและชายอีกคนหนึ่งที่นอนดิ้นรนและขดตัวด้วยความเจ็บปวดพวกเขาก็รู้สึกว่าตอนนี้รถไฟอาจจะปลอดภัยแล้ว

    “ฉันควรจะทำให้แกสลบก่อน”

    ภานุยิ้มขึ้นก่อนที่จะเตะไปที่คางของอีกฝ่ายอย่างไร้ปรานีส่งผลให้นักฆ่าคนสุดท้ายหมดสติไปในทันที อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้ฆ่าใครอีกหลังจากฆ่าไปห้าคนแล้ว การฆ่าคนนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายจริงๆ แม้ว่าชายทั้งห้าคนนั้นจะเป็นคนชั่วร้ายขนาดไหนก็ตาม ไม่ต้องพูดถึงเด็กนักเรียนอย่างภานุ แม้แต่ผู้ใหญ่หรือคนแก่หากต้องฆ่าคนครั้งแรกคงจะมีสภาพไม่ต่างกัน

    ภานุนั่งพักพร้อมกับปลดปล่อยลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เป็นการปรับสภาพจิตใจของตัวเองแม้ตอนนี้จะไม่สามารถสงบมันลงได้อย่างที่เคยทำ แต่ลดความตึงเครียดได้สักนิดก็ดีเพราะไม่นานเขาคงจะสติแตกแน่ๆ เมื่อจัดการกับตัวเองเป็นที่เรียบร้อยแล้วเขาก็หันกลับไปสังเกตชาร์ลอตต์จากสภาพของเธอตอนนี้แน่นอนว่ายังคงช็อกอยู่บางทีนี่อาจจะเป็นครั้งแรกที่เธอต้องเจอกับเหตุการณ์โหดร้ายแบบนี้

    ภานุต้องการจะลุกขึ้นเพื่อเข้าไปหาเธอ อย่างไรก็ตามเขาก็ต้องหยุดตัวเองเอาไว้ก่อนเพราะตัวเขาตอนนี้ก็ไม่ได้ต่างจากฆาตกรเท่าไหร่ เขาได้ฆ่าคนต่อหน้าหญิงงามการที่เธอตกใจอาจจะเป็นเพราะการตายของพวกนักฆ่า หรือก็คือเขานี่แหละที่เป็นต้นเหตุให้เธอหวาดกลัว แล้วหากตัวต้นเหตุอย่างเขาเข้าไปหาเธอตอนนี้เขาอาจจะต้องเผชิญหน้ากับท่าทางรังเกียจจากเธอเลยก็ได้

    ความคิดเช่นนี้ของชายหนุ่มที่เกิดขึ้นนั้นอาจจะดูเกินจริง แต่มันก็สมเหตุสมผลกับลักษณะนิสัยของชายหนุ่มที่เป็นคนเอาใจใส่และระมัดระวังเรื่องความคิดและจิตใจของผู้อื่นเสมอ ดังนั้นจะดีกว่าหากกันเอาไว้ก่อน ชายหนุ่มในตอนนี้เองก็ไม่ได้มีความพร้อมที่จะพูดคุยกับใคร เขายังต้องการอยู่กับตัวเองคนเดียวอีกด้วย

    ชายหนุ่มนั่งคิดอยู่ไม่ถึงสิบนาทีเสียงประกาศจากคนขับก็ดังขึ้นอีกครั้ง และในเวลาเดียวกันภานุก็รู้สึกได้ว่ารถไฟนั้นค่อยๆ ช้าลงเรื่อยๆ

    [ผู้โดยสารโปรดทราบเราได้มาถึงสถานีแมคเจนเนียแล้ว เมื่อประตูเปิดขอให้ผู้โดยสารทุกคนอย่าพยายามขยับไปไหนให้นั่งอยู่กับที่ เพราะเจ้าหน้าที่จะเข้ามาจัดการเคลียร์พื้นที่ภายในรถไฟ…]

    แม้ว่าบนรถไฟเสียงประกาศจะบอกแบบนั้นแต่ผู้คนตอนนี้ต่างพากันมาออที่ประตูทางออกแล้ว พวกเขาตะโกนเป็นเสียงเดียวกัน นั่นคือเปิดประตูและปล่อยให้พวกเขาออกไป ภานุไม่สนใจพวกนั้นเลยเขาหลับตาลงเพื่อคิดอะไรบางอย่าง

    มีความเป็นไปได้สูงว่าวันนี้เขาอาจจะต้องถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวเอาไว้และสอบปากคำ ในตอนแรกชายหนุ่มคิดว่าตนเองนั้นจะต้องติดคุกเนื่องจากฆ่าคน แต่เมื่อดูจากสถานการณ์แล้วเขาเพียงป้องกันตัวและทำเพื่อช่วยชีวิตคนเท่านั้น ชายทั้งหกพยายามที่จะใช้ปืนข่มขู่และฆ่าผู้คนดังนั้นผู้โดยสารบนรถไฟสามารถเป็นพยานให้เขาได้

    ในที่สุดตอนนี้รถไฟก็ได้จอดลงสนิทแล้วอย่างไรก็ตามประตูรถไฟยังไม่เปิดนั่นยิ่งทำให้ผู้คนคลั่ง ภายนอกรถไฟนั้นจะเห็นว่ามีเจ้าหน้าที่แต่งกายในเครื่องแบบเมื่อคนเห็นก็จะรู้ได้ทันทีว่าคนพวกนี้คือหน่วยพลเรือนผู้ทำหน้าที่รักษาความสงบภายในเมืองนั่นเอง

    เจ้าหน้าที่พวกนั้นทุกคนเริ่มตั้งขบวนปิดกั้นหน้าประตูรถไฟเอาไว้พวกเขาเปรียบเสมือนกับกำแพงที่ประชาชนคนธรรมดาไม่สามารถก้าวข้ามไปได้ก็ว่าได้ ในมือของพวกเขามือปืนสั่นคนละกระบอกมันค่อนข้างดูแตกต่างจากของพวกนักฆ่าก่อนหน้านี้เพราะมันเป็นรุ่นใหม่กว่า เมื่อเห็นว่าหน่วยพลเรือนนั้นยกปืนขึ้นเล็งเหล่าผู้โดยสารต่างไม่กล้าอยู่ใกล้ประตูอีกต่อไป

    “พวกคุณถอยออกไปซะถ้าไม่อยากตาย นั่งอยู่เฉยๆ จนกว่าพวกเราจะสั่งให้พวกคุณลงมา! ”

    เจ้าหน้าที่รูปร่างอ้วนที่ดูเหมือนจะมียศสูงที่สุดและเป็นคนควบคุมหน่วยพลเรือนสำหรับภารกิจนี้กล่าวขึ้นพร้อมกับยิ้มออกมาจนแก้มปริ

    “นานๆ ทีจะมีคดีใหญ่แบบนี้เกิดขึ้นในเขตนี้ บางทีคดีนี้อาจจะทำให้ฉันเลื่อนยศไปอีกก็ได้ฮ่าๆ ๆ ๆ”

    เจ้าหน้าที่รูปร่างอ้วนกล่าวขึ้นพร้อมกับตบพุงของมันก่อนที่จะสั่งให้ลูกน้องทำอะไรบางอย่าง

    “แกไปบอกให้คนขับเปิดประตูตรงนี้ซะ และหากมีผู้โดยสารคนใดขัดขืนหรือพยายามที่จะออกมาจากรถไฟโดยไม่ได้รับอนุญาตให้ยิงขามันทันที”

    “ครับ! ผู้หมวด! ”

    ทหารที่ได้ยินคำสังบริเวณนั้นตอบกลับมาพร้อมกันอย่างพร้อมเพรียงก่อนที่จะมีตัวแทนคนหนึ่งวิ่งไปบอกให้คนขับเปิดประตูรถไฟเบื้องหน้าของผู้หมวดอ้วน


    คล้ายกับเรื่องThe Dark Ages ที่คุณอ่าน