เมื่อถึงเช้าวันถัดมา อาหารที่ผมหามาก็พร่องลงไปเกือบหมด จองฮีวอนเขย่าถุงร้านสะดวกซื้อราวกับไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง
“พระเจ้า ขายไปหมดแล้วเหรอคะ”
“ครับ”
“เหอะ น่าหัวเราะจริง ๆ ทุกคนเอาแต่กลัวพวกนั้น แต่สุดท้ายก็...”
“ไม่ครับ ไม่ได้มีแค่กลุ่มปลายแถวที่ซื้อไป”
แขกที่มาหาผมกลางดึกไม่ได้มีแค่สมาชิกของกลุ่มปลายแถวเท่านั้น
— คุณคิมดกจา คุณตัดสินใจพลาดแล้ว
ในบรรดานั้นมีชอนอินโฮรวมอยู่ด้วย
— แล้วคุณจะต้องเสียใจครับ
อาหารที่ผมมีกว่าครึ่งถูกคนจากกลุ่มผู้นำเอาไปแน่นอน พวกเขาเองก็ต้องจ่ายเงินซื้อเช่นเดียวกันกับคนอื่น ๆ จองฮีวอนได้ยินผมเล่าแล้วก็โมโหเดือด
“เดี๋ยวก่อนค่ะ ถ้าอย่างนั้นสุดท้ายกลุ่มผู้นำก็กลับไปผูกขาดอาหารอีกแล้วไม่ใช่เหรอคะ”
“ก็ประมาณนั้นครับ”
“ไม่นะ ได้ยังไงกัน!ไม่ใช่ว่าคุณตั้งใจจะลดทอนอำนาจของพวกกลุ่มผู้นำด้วยการให้คนในกลุ่มซื้อขายแลกเปลี่ยนกันเองหรอกเหรอคะ”
สายตาแหลมคมกว่าที่คิดผมรู้สึกชื่นชมเธอเล็กน้อยในขณะที่ตอบกลับไป
“ใช่ครับ ผมตั้งใจแบบนั้น ผมอยากให้ทุกคนลุกขึ้นยืนด้วยความสมัครใจ”
“ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ควรขายอาหารให้กลุ่มผู้นำสิคะแบบนี้สถานการณ์ก็ไม่เปลี่ยนแปลงไปเลย!”
“เปลี่ยนครับ ผมได้รับเหรียญไง”
“คะ?”
แถมยังได้ตั้งหนึ่งพันสี่ร้อยห้าสิบเหรียญเลยด้วยนึกถึงว่าทำการค้าแค่คืนเดียว ถือว่าได้กำไรก้อนโตเชียวละ
“เดี๋ยว...คุณดกจาคิดอะไรอยู่กันแน่คะ คุณซังอาพวกเราเชื่อใจคนคนนี้ได้เหรอคะ”
ยูซังอาสะดุ้งเฮือกเมื่อจู่ๆ ลูกศรก็เบนเป้ามาที่ตัวเอง แต่เพียงไม่นานเธอก็ยิ้มกว้าง
“ฉันเชื่อค่ะ”
น่าลำบากใจเหมือนกันนะแบบนี้
“คุณดกจา แต่ยังไงก็เหลืออาหารไว้พอสำหรับตัวเองแล้วใช่มั้ยคะ”
“เปล่าครับ ผมขายไปหมดเลย”
จองฮีวอนอ้าปากค้างพูดอะไรไม่ออกด้วยความตกตะลึงตอนนั้นเองอะไรบางอย่างก็จิ้มเข้าที่แก้มของผมพอหันหน้าไปมองก็เห็นขนมชิ้นโตอยู่ตรงนั้น
“หืม? ให้ฉันกินเหรอ”
ศีรษะทุยขยับขึ้นลงอย่างน่ารักผมยิ้มพลางรับขนมมาหยิบใส่ปากอีกิลยองแทน
“ไม่เป็นไร นายกินเถอะ อ๊ะ ไหน ๆ ก็พูดแล้วขอบอกไว้ก่อนเลยแล้วกัน...ทุกคนยังเหลืออาหารที่ซื้อไปอยู่ใช่มั้ยครับ”
“ครับ ยังเหลือ”
“ฉันก็มีเหลืออยู่นิดหน่อยค่ะ”
“ทำไมคะ จะซื้อคืนเหรอคะ แต่ฉันขายแพงนะ”
จองฮีวอนเขย่าบิสกิตพลางกล่าวด้วยเสียงหยอกล้อ
“เปล่าครับ ผมจะบอกให้กินมันให้หมดตอนนี้เลย”
“คะ?”
“ก่อนจะผ่านวันนี้ไป กินมันให้หมดนะครับ ต้องทำแบบนั้น”
ผมเน้นย้ำซ้ำๆ
“ไม่อย่างนั้นพวกคุณจะต้องเสียใจทีหลังครับ”
“ทำไมล่ะ...ไม่สิ เดี๋ยว คุณซังอาทำอะไรคะเนี่ยทำไมถึงได้เชื่อคำพูดคนแบบนี้กัน”
“ถ้าคุณดกจาพูดแบบนั้น ต้องมีเหตุผลแน่ค่ะ”
ยูซังอายิ้มกว้างเธอฉีกซองบิสกิตที่เหลืออยู่ห่อสุดท้ายเคี้ยวกินจนแก้มป่อง อีฮยอนซองมีสีหน้างุนงงแต่ก็ฉีกซองของตัวเองกินเหมือนกัน ส่วนอีกิลยองกินมันลงไปหมดตั้งแต่ตอนที่ผมเริ่มพูดแล้วเขาเป็นเด็กที่เชื่อฟังดีมาก
“อา น่าลำบากใจเหมือนกันนะ...งั้นฉันจะเหลือนี่ไว้สักอย่างก็แล้วกันค่ะ”
“ผมไม่ห้ามหรอกครับ”
ผมยักไหล่ไม่สนใจคำพูดของจองฮีวอน ยังไงคนที่ต้องเสียใจก็เป็นเจ้าตัวอยู่แล้ว ไม่ใช่ผม
พอถึงเวลามื้อเที่ยงพวกกลุ่มผู้นำก็ประกาศเรื่องสำคัญ ชอนอินโฮเรียกทุกคนไปรวมตัวกันอยู่กลางชานชาลาแล้วประกาศทันที
“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปพวกเราจะจำกัดปริมาณอาหารครับหนึ่งคนจะได้รับบิสกิตสามชิ้น และ...”
ผู้คนตะโกนโหวกเหวกเสียงดังก่อนที่ชอนอินโฮจะประกาศจนจบ
“อะไรกัน บิสกิตสามชิ้น? จะให้พวกเราอยู่รอดด้วยของแค่นั้นได้ยังไง!”
“ใช่! พวกกลุ่มลาดตระเวนได้ของกินเยอะกว่านี้อีกไม่ใช่เหรอไงคิดว่าพวกเราไม่รู้งั้นสิ!”
ชอนอินโฮเพียงแค่ยิ้มอย่างใจเย็นแม้ว่าจะได้ยินเสียงด่าทอ
“กล่าวได้ดีครับ ถูกต้องแล้วครับ กลุ่มลาดตระเวนได้รับส่วนแบ่งที่มากกว่าดังนั้นถ้าอยากได้รับอาหารเพิ่มก็ขอให้อาสาเข้าร่วมกลุ่มลาดตระเวนนะครับ”
“แทบไม่มีคนในกลุ่มลาดตระเวนได้กลับมาเลยไม่ใช่เหรอไง! พวกที่กลับมาก็มีแค่แก๊งชอลดู!”
“จะให้พวกเราไปตายหรือไง!”
ไม่ว่าปฏิกิริยาของผู้คนจะรุนแรงแค่ไหนชอนอินโฮก็ยังคงนิ่งเฉย
“พวกเขาเหล่านั้นก็แค่ดวงไม่ดีเท่านั้นเอง อย่างที่ทุกคนทราบกันดีด้านนอกมันอันตรายมาก ถ้าไม่พอใจก็ออกไปหาอาหารกันเองดีมั้ยล่ะครับ”
“ระ...เรื่องนั้น...”
ฝูงชนหุบปากสนิทถ้าออกไปข้างนอกพวกเขาก็มีแต่ตายกับตาย นั่นเป็นความจริงที่ใคร ๆ ก็รู้
ชอนอินโฮพูดปลอบประโลม
“อ๊ะแน่นอนว่าไม่ต้องอยู่กลุ่มลาดตระเวนก็มีวิธีให้ทุกคนสามารถรับส่วนแบ่งอาหารเพิ่มได้”
“วิธีอะไร”
“ซื้อขายไงครับ ถ้ามีของที่พวกเราประเมินแล้วเห็นว่ามีค่าก็สามารถนำมาแลกเปลี่ยนกับอาหารได้ครับอย่างไรเสียแต่ละคนก็มีของที่แตกต่างกันอยู่แล้วดีมั้ยครับ”
หลายคนที่ได้รับสายตาเย็นเยียบจากชอนอินโฮสะดุ้งเฮือกจนตัวสั่นส่วนใหญ่เป็นพวกคนที่มาขอซื้ออาหารจากผมไปเมื่อวาน
[ตัวละคร ‘ชอนอินโฮ’ เปิดใช้งานสกิล ‘ปลุกระดม Lv.2’]
นึกแล้วเชียวชอนอินโฮครอบครองสกิล [ปลุกระดม] อยู่จริง ๆแต่ก็นะมันเป็นสกิลที่ระดับหัวหน้ากลุ่มสมควรจะมีในครอบครองกันอยู่แล้วปัญหาคือเขาตั้งใจจะปลุกระดมเรื่องอะไร
“เดิมทีผมก็ไม่อยากทำถึงขนาดนี้หรอกครับแต่เมื่อวานคุณคิมดกจาที่อยู่ทางด้านนั้นได้บอกให้ผมรู้เรื่องพวกนี้ ใช่แล้ว ทุกคนของฟรีในโลกมีที่ไหนกันถ้าอยากได้อาหารก็ต้องพิสูจน์ให้เห็นคุณค่าของตัวเองสิครับนั่นถึงจะเป็นเรื่องที่แน่นอน ฮ่า ๆ ขอบคุณนะครับที่บอกเรื่องดี ๆ แบบนี้ให้ทราบคุณคิมดกจา”
...เหอะ ดูสิ เพียงพริบตาสายตาของผู้คนก็หันมาจับจ้องอยู่ที่ผมแทนล้วนเป็นสายตากล่าวโทษ
“เพราะไอ้เวรนั่น...”
ความจริงแล้วผมเองก็ไม่นึกเลยว่าเขาจะเล่นงานผมด้วยวิธีนี้...
ผมครุ่นคิดพลางมองภาพด้านหลังของชอนอินโฮที่หมุนตัวกลับไปยังเต็นท์ที่พักทำจากผ้าใบกันน้ำถึงอย่างนั้นระดับนี้ก็แค่จิ๊บจ๊อยเมื่อเทียบกับพวกคนในเขตชุงมูโรหรือสถานีโซลพวกนั้น
ผู้คนกรูกันไปต่อแถวรออยู่หน้าเต็นท์กันแล้วเสียงต่อรองของพวกเขาดังขึ้น
“ขะ...ขอซื้อด้วยเหรียญครับ เท่าไหร่”
“สองร้อยเหรียญ”
“ครับ? แต่ผมไม่มีเหรียญมากขนาดนั้น”
“งั้นก็ถอยไป”
สองร้อยเหรียญต่ออาหารหนึ่งชิ้นค้ากำไรเกินควรจนขนาดโทแกบียังสลบถ้าได้มาเห็น
หนึ่งในแก๊งชอลดูที่กำลังขายอาหารอยู่หน้าที่พักเหลือบมองผมก่อนจะสะดุ้งจนตัวสั่นเขามีผ้าพันแผลพันอยู่ที่ต้นขา น่าจะเป็นคนที่โดนผมแทงเมื่อวาน
“เมื่อวานฉันบอกขอบคุณไปหรือยังคะ”
พอหันหน้าไปมองจู่ ๆ จองฮีวอนก็มายืนอยู่ข้างผม
“เหมือนจะได้ยินแล้วนะครับ”
“ยังไงก็ขอบคุณอีกครั้งนะคะ”
มีอะไรแปลกๆ สายตาของจองฮีวอนจับจ้องอยู่ที่แก๊งชอลดู
“คนที่ขาเจ็บนั่นเป็นคนที่พยายามข่มขืนฉันเมื่อวานค่ะถึงจะทำไม่สำเร็จก็เถอะ”
“...หรือครับ”
“ไอ้เวรนั่นฉันจะเป็นคนฆ่ามันด้วยมือของฉันเองเพราะฉะนั้นอย่าเข้ามายุ่งนะคะ เข้าใจมั้ย”
ในแววตาของเธอลุกโชนไปด้วยจิตสังหารน่าประทับใจดี ระดับนี้น่าจะถูกกลุ่มดาวสักกลุ่มเลือกเป็นผู้สนับสนุนแล้วแท้ ๆหรือคุณลักษณะของเธอฉายแววช้าไป?
[สกิลเฉพาะตัว ‘ลิสต์ตัวละคร’ ถูกเปิดใช้งาน]
หลังจากใช้สกิลจู่ ๆ ผมก็รู้สึกกังวลขึ้นมา คนคนนี้มีชะตาต้องตายถ้าผมไม่ได้ช่วยชีวิตเธอไว้แล้วจะมีรายชื่ออยู่ในลิสต์ตัวละครหรือเปล่านะ
<ข้อมูลตัวละคร>
ชื่อ : จองฮีวอน
อายุ : 27 ปี
กลุ่มดาวผู้สนับสนุน : ไม่มี (ปัจจุบันมีกลุ่มดาวสามกลุ่มให้ความสนใจ)
คุณลักษณะ : ผู้หมอบซุ่ม (ทั่วไป)
สกิลเฉพาะตัว : [ปราบปีศาจ Lv.1], [เคนโด้ Lv.1]
อักขระ : ไม่มี
ค่าสถานะ : [ความแข็งแกร่ง Lv.4], [พละกำลัง Lv.4],[ความเร็ว Lv.7], [พลังเวท Lv.4]
ผลการประเมินโดยรวม : ‘ผู้หมอบซุ่ม’ ครอบครองศักยภาพอันยิ่งใหญ่ คุณลักษณะยังไม่เฉิดฉายจึงไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลพิเศษได้