ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่342 ป่วนโลกปราณจิต 2

   เมื่อสายฟ้าทดสอบทั้งหมด พลันสลายหายไป เผยให้เห็นชายหนุ่มผมขาว นั่งขัดสมาธิอยู่ ท่ามกลางท้องฟ้า อาภรณ์หลายๆ ส่วนขาดลุ่ยไม่มีชิ้นดี แม้แต่เลือดที่สาดกระเซ็นอาบย้อมกายา ยังมองเห็นได้อย่างชัดเจน ผมสีขาวแต่งแต้มไปด้วยเลือดฝาด ผิวกายหลายๆ ส่วนปริแตกไหม้เกรียมไปไม่น้อย แต่ก็ยังนับว่าไม่ได้บาดเจ็บร้ายแรงมากนัก


 

ทว่าในไม่กี่เสี้ยววินาที ที่การทดสอบพลันสลาย ผู้คนที่ยังตกตะลึงไม่หายที่ชายหนุ่มรอดพ้นการทดสอบมาได้ จู่ๆ พวกเขาก็รู้สึกถึงจิตสังหารที่แผ่ซ่านออกมาอย่างไม่ปิดบัง จากกลุ่มคนที่อยู่ด้านข้างผู้ชม

 


มารน้อย หาญเจีย แห่งศาลาซากศพ เขาไม่สนว่าอี้เฉินจะติดอันดับบนแท่นศิลาหรือไม่ ในฉับพลันที่การทดสอบเสร็จสิ้นปราณพลังสายฟ้าสลายหายไป เขาไม่รอช้า ชี้นิ้วไปหาอี้เฉินอย่างฉับพลัน "ทักษะสังหาร หนึ่งดัชนีชี้ตาย"



   แม้แต่เหล่ายอดยุทธ์ สำนักใหญ่ยังยกยิ้มขึ้นมา ครั้นเห็นการกระทำของ มารน้อย หาญเจีย แห่งศาลาซากศพ คิดจะปิดปากชายหนุ่มผมขาว พวกเขาถือเป็นผู้มีพรสวรรค์มีชื่อเสียงไม่น้อย แต่ไม่คิด ผู้ที่ได้ฉายาว่า มารน้อย แห่งศาลาซากศพ จะลงมือด้วยตนเอง เฉกเช่นนี้

 


   อี้เฉิน ที่นั่งขัดสมาธิหลับตา อยู่ท่ามกลางท้องฟ้า เขาไม่แม้จะลดการป้องกันตัวแม้แต่น้อย เขาตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา พร้อมเผชิญสิ่งไม่คาดคิด เมื่อรับรู้ว่ามีบางอย่างพุ่งเข้ามาหมายจะฆ่าสังหารตัวเขาลงอย่างฉับพลัน เขาลืมตาปล่อยแสงเฉียบคม เต็มไปด้วยโทสะปรายตามองไปที่ หาญเจีย แห่งศาลาซากศพในทันใด สายตานั้นถึงกับทำให้ หาญเจีย แห่งศาลาซากศพ รู้สึกถึงแรงกดดันน้อยๆ ก่อนที่อี้เฉินจะตบฝ่ามือลงกลางอากาศ ดีดตัว หลบเลี่ยง ทักษะสังหาร หนึ่งดัชนีชี้ตายอย่างฉับพลัน เฉียดอาภรณ์ของเขาจนขาดวิ่น


"ฟึบ!!"


   ผู้คนต่างตกตะลึง เหตุการณ์นั้นผ่านไปเพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น พวกเขาไม่คิดว่า ผู้ที่ได้ฉายาว่า มารน้อย ผู้มีพรสวรรค์ แทบจะเทียบเท่าเหล่าอัจฉริยะผู้เป็นศิษย์เอก จะลงมือกับคนธรรมดาเยี่ยงนี้


ทว่าพวกเขาก็ต้องเบิกตาออกกว้างอ้าปากค้าง จนรูม่านตาขยายใหญ่อีกครั้ง ครั้นเห็นชายหนุ่มผมขาวที่กายาเต็มไปด้วยบาดแผล ที่หลบเลี่ยง การฆ่าสังหาร ออกไปได้ จู่ๆ เขาก็มาปรากฏอยู่ด้านข้างของ มารน้อย หาญเจีย แห่งศาลาซากศพ อย่างฉับพลัน ด้วยวิชามังกรทะยานนภา

 


"เจ้าอย่าทำเป็นได้ใจไป จงสิ้นชีพเสีย ทักษะสังหาร หนึ่งดัชนีชี้ตาย"มารน้อย หาญเจีย แห่งศาลาซากศพ คำรามออกมากู่ก้อง ด้วยระยะเช่นนี้ เขามั่นใจชายหนุ่มจะต้องหลบไม่พ้นอย่างแน่นอน ทว่าตัวเขากลับคิดผิดถนัด กลับกลายเป็นตัวเขาที่ประมาทเกินไป ครั้นเมื่อเขาเห็นเปลวเพลิง ของกระบี่สีแดงเพลิง เล็ดลอดเข้ามาในสายตาจนสว่างแสบตาไปครู่หนึ่ง ที่คอของเขาก็รู้สึกร้อนผ่าวขึ้นมา จิตวิญญาณกรีดร้องอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน


 

อี้เฉินที่ตวัดกระบี่เพลิง ออกมาด้านหน้าอย่างรุนแรง ส่งคลื่นดาบสีแดงฉาน ตัดผ่าคอของ มารน้อย หาญเจีย แห่งศาลาซากศพ จนขาดสะบั้น หัวกับร่างขาดออกจากกันในเสี้ยววินาที
"ฟึบ!!!!!!!"

 

ร่างปราณจิตของเขาพลันค่อยๆ สลาย จากโลกปราณจิตไปทีละน้อย แต่อดไม่ได้ที่จะคำรามออกมาด้วยความเดือดดาล ก่อนที่หัวของเขาจะสลายหายไป "บัดซบ บัดซบ!!! เจ้าไม่ตายดีแน่ ข้ารับรอง ไม่ช้าศิษย์เอกของสำนักข้า จะต้องมาเหยียบย่ำยังสถานที่แห่งนี้อย่างแน่นอน เจ้ารอชมได้เลย"

 

อี้เฉินเขาเพียงส่ายหัว น้อยๆ "เจ้าแพ้เดิมพันเอง  จะมาโทษข้าไม่ได้ อีกอย่างเจ้าไม่ได้ตายจริงๆ เสียหน่อย"

 


ผู้มีพรสวรรค์สำนัก อื่นๆ ตกใจในความบ้าของ ชายหนุ่มผมขาวอยู่ไม่น้อย ไม่คิดชายหนุ่มนามว่า อี้ผู้นี้ จะกล้าสังหาร มารน้อย หาญเจีย แห่งศาลาซากศพ แต่ในใจก็อดที่จะยกยิ้มไม่ได้ อยากจะเชื้อเชิญเขามาเข้าร่วมสำนักเสียจริงครั้นเห็นศักยภาพของ ชายหนุ่มผมขาวนามว่า อี้ผู้นี้

 


   ผู้คนที่อยู่โดยรอบ ต่างเบิกตากว้างอ้าปากค้าง จนรูม่านตาขยายออกจนสุด ตกใจกับเหตุการณ์เบื้องหน้าสุดแสน ฉากการต่อสู้ เพียงไม่กี่เสี้ยววินาที ถึงกับทำให้ ผู้มีพรสวรรค์คนหนึ่ง ตายตกลงไปอย่างง่ายดาย ประหนึ่งการฆ่าหมูในอวยก็มิปาน จนหลายๆ คนต้องกลืนน้ำลายลงคอไปคำใหญ่



แม้แต่ยี่ผิงที่มองชมอยู่ห่างๆ นางถึงกับกำหมัดจนแน่น "เจ้าคิดจะทำอะไรกันแน่ ไม่รู้หรือว่านั้นมันหมายความว่าเช่นไร หรือเจ้าคิดจะตัด อนาคตของเจ้า" นางกล่าวกับตัวเองด้วยความเสียดาย หากถูกสำนักใหญ่หมายตาเป็นเป้าหมายละก็ ตัวเจ้าก็เพียงรอนับวันตายก็เท่านั้น
 


ผู้ติดตามของนางเองก็ดวงตา เบิกโพลงไม่น้อย ครั้นนึกถึงเรื่องราวก่อนหน้านี้ เขา ถอนหายใจออกมายาว นับเป็นเรื่องที่ดี ที่พวกเขาแยกทางจากชายหนุ่มผมขาว ไม่เช่นนั้นได้กลายเป็นเรื่องแน่

 


เหล่าศิษย์ศาลาซากศพ คำรามออกมากู่ก้อง "เจ้า! เจ้า! ช่างใจกล้าห่อฟ้านักถึงกับ กล้าสังหาร คนของศาลาซากศพ เลยงั้นหรือ เจ้าไม่รู้หรือพวกเราเป็นใคร"

 


   อี้เฉิน ยกยิ้มน้อยๆ เอ่ยเสียงเรียบออกมา "เหตุใดพวกเจ้าต้องเดือดดาลด้วยเล่า ข้าก็แค่ทำตามเดิมพันก็เท่านั้น ชายผู้นั้นเองก็ยื่นคอ มารับกระบี่ของข้า พวกเจ้าไม่เห็นเช่นนั้นหรอกหรือ หากพวกเจ้าทำหูทวนลมไม่ได้ยิน ลองไต่ถามไปที่กลุ่มคนโดยรอบได้ ว่าพวกเราเดิมพันกันไว้เช่นไร ข้าเองก็รู้สึกเลื่อมใสเขาไม่น้อย"

 


ฝูงชนโดยรอบ ครั้นได้ยินน้ำเสียงของชายหนุ่มผมขาว ยกพวกเขาทั้งหมดเป็นสักขีพยาน ต่างก็หน้าบึ้งตึง กลายเป็นผู้ร่วมกระทำผิดด้วยเสียอย่างนั้น

 


   เหล่าศิษย์ ศาลาซากศพ ครั้นได้ยินคำพูดของชายหนุ่ม นามว่าอี้ ผู้นี้ พวกเขาถึงกับหน้าเขียวคล้ำ ราวกับกินสิ่งปฏิกูลเข้าไป เมื่อกวาดสายตาออกไปมองรอบๆ พวกเขาก็ยิ่ง โกรธแค้น เมื่อเห็นผู้คนโดยรอบ หนังตากระตุกน้อยๆ ถี่ยิบไม่เอ่ยโต้แย้งอะไร ออกมาแม้แต่น้อย ประหนึ่ง พวกเขาเหล่านั้นไม่อยากข้องเกี่ยวกับการวิวาทครั้งนี้

 


ฝ่ามือน้อยๆ อดไม่ได้ที่จะกำหมัดไว้แน่น เหล่าศิษย์ ศาลาซากศพ อดไม่ได้ที่จะโกรธเคืองจนเป็นโทสะ ปากถึงกับกระอักเลือดออกมา แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรชายหนุ่มผมขาวที่อยู่เบื้องหน้าได้ หากไม่มีข้อโต้แย้งที่ดีพอ "เจ้า!! เจ้า!! บัดซบ จริงๆ ไม่คิดเจ้าจะพูดจาฉะฉาน เสียดแทงได้ถึงเพียงนี้"

 


จู่ๆ เหล่าผู้คนก็ต้องหันกลับไปมองที่แท่นศิลาอีกครา ครั้นเห็นแสงสีทองพร่างพราวแหวกท้องฟ้า สาดส่องลงมาใส่แท่นศิลา ก่อนอักษรนามว่า อี้ จะค่อยๆ ล่องลอยลงมาสลักลงภายในแท่นศิลา ผู้คนต่างจับจ้องไปที่แท่นศิลานั้นอย่างไม่วางตา แม้แต่ผู้มีพรสวรรค์เองก็อยากจะรู้ว่าชายหนุ่มจะไปอยู่อันดับที่เท่าใด มันบ่งบอกถึงศักยภาพของ ชายหนุ่มผมขาว ว่าในภายภาคหน้า ของเขาจะไปยืนอยู่ที่จุดใด



   ทว่าครั้นเมื่อพวกเขาเห็น นามว่าอี้ ขึ้นไปอยู่อันดับ1 เหยียบหัวแม้กระทั่ง เหล่าเซียนชราโบราณ ภายในศาลาซากศพ ขึ้นไปอยู่บนจุดสูงสุด ดวงตาของทุกผู้ทุกคนก็ต่างเบิกตาออกกว้าง อ้าปากค้าง รูม่านตาขยายออกจนสุด มันยิ่งกว่าตกตะลึงเสียอีก แม้แต่เสียงของผู้คนโดยรอบยังเงียบกริบ ไม่เอ่ยคำพูดใดออกมา

 


เหล่าศิษย์ ศาลาซากศพ แทบไม่อยากเชื่อสายตาตนเอง ขยี้ตาตนเองแรงๆ อยู่หลายครา ก่อนที่จะได้ยินเสียง วจนะโลกกล่าวขานออกมาดังก้อง พวกเขาถึงจะตื่นขึ้นมาจากภวังค์

 

"นามว่าอี้ ถูกกล่าวขานเป็นอันดับหนึ่งของการทดสอบ สายฟ้าลงทัณฑ์" ทั่วโลกปราณจิต ต่างพากันส่งเสียงอึกทึกครึกโครมอีกครั้ง จนเสียงพูดคุยดังออกไปเซ็งแซ่ นามว่าอี้ ถูกกล่าวขานออกไปดังก้อง

 


ครั้นเมื่อ ของรางวัลเป็นกล่องไม้ บินมาสู่มือของอี้เฉินได้เขาก็เก็บมันเข้าไป ภายในแหวนมิติในทันที ฝูงชนจับจ้องด้วยความอิจฉาตาร้อนภายในต้องมีของล้ำค่าเป็นอย่างมาก โดยไม่ต้องสงสัย

 


เมื่อเหล่าผู้คนหายจาก อาการตกตะลึงได้ ต่างกรูกันเข้าไป เชิญชวน ชายหนุ่มผมขาว เข้าสำนักของตน มีแม้กระทั่งยื่นข้อเสนอที่ไม่สามารถ มองข้ามได้ ทว่าอี้เฉินกลับไม่ได้ใส่ใจ คำเชิญชวนเหล่านั้น

 


แต่ก็มีเหล่าผู้มีพรสวรรค์สำนัก 5ดาวบางคน คิดต่างออกไป  ชายหนุ่มนามว่าอี้ ผู้นี้ จะต้องมีผู้มีอำนาจหนุนหลังแน่ ไม่เช่นนั้นเขาไม่ใจกล้าห่อฟ้าถึงเพียงนี้ ดีไม่ดี เขาอาจจะเป็นกลุ่มคนของทวีปมืดก็เป็นได้

 


    เหล่าศิษย์ศาลาซากศพ หลายๆ คนพวกเขาไม่ยอมแพ้ ครั้นเห็นศักยภาพของชายหนุ่มผมขาว เอ่ยชวนชายหนุ่มออกมาใหม่ด้วยความนอบน้อม ไม่เหมือนคำพูดเฉกเช่นแต่ก่อนอีกต่อไป "สหายน้อย เจ้าร้ายกาจไม่เบา แถมยังผ่านการทดสอบของศาลาซากศพ เจ้าไม่คิดจะพิจารณาหน่อยหรือ ข้อเสนอต่างๆ เองเราก็มีอยู่ไม่น้อย" ก่อนชายหนุ่มในกลุ่มจะโยนป้ายศิษย์ศาลาซากศพ ให้อี้เฉิน

 


   ครั้นเมื่อ อี้เฉินหยิบป้าย ศิษย์ศาลาซากศพ มาไว้ในมือได้เขาก็เก็บ เข้าไปภายในแหวนมิติในทันที "ได้ข้าจะเก็บไว้พิจารณา ทว่าข้าว่า ศาลาซากศพ นั้นอ่อนแอเกินไป"

 


"เจ้า!! เจ้า!!" เหล่าศิษย์ศาลาซากศพ เมื่อได้ยินพวกเขาหลายๆ คนถึงกับกระอักเลือดออกมาด้วยความโกรธแค้น จวน อกจะแตกระเบิดตายอยู่แล้ว ไม่รู้พวกเขาไปทำเวรทำกรรมอะไรกับชายผู้นี้ไว้กันแน่ พลิ้วกายาถอยห่าง ออกไปในทันที ไม่เช่นนั้น ฝ่ามือของเขาได้ฆ่าสังหารชายหนุ่มผมขาวผู้นี้เป็นแน่



...ก่อนเขาจะใช้ ยันต์ส่งข้อความออกไปภายนอกโลกปราณจิต บอกกล่าวผู้คนภายในสำนัก คนอื่นๆ เองก็เช่นกันต่างส่งข่าวต่างๆ ออกไปโลกภายนอก


อี้เฉินยกยิ้มในทันที ครั้นเห็นศาลาซากศพ ที่เป็นคู่แค้นของเขา ต้องมาเสียชื่อเสียงย่อยยับ อย่างน้อยๆ มันก็ทำให้เขาเบิกบานใจขึ้นมาได้ ทว่า อีกไม่ช้าภายในโลกปราณจิตแห่งนี้จะต้องวุ่นวายอย่างแน่นอน