จางเฉินค่อยๆลืมตาขึ้นมาด้วยความเหนื่อยล้า
“ที่นี่คือ”
“อ่า เจ้าตื่นแล้ว”ชิงเอ๋อจับมือจางเฉินด้วยความดีใจ ชิวเอ๋อต้าไห่ ฟู่เหิน อยู่กันรอบๆ เตียงของจางเฉิน
“ข้าแพ้สินะ”
จางเฉินคิดเกี่ยวกับการต่อสู้ล่าสุด หลังกระบวนท่าสุดท้ายแล้วเหมือนความทรงจำหายไปเขาน่าจะสลบทันที ส่วนหนึ่งเพราะใช้พลังปราณจนหมดอีกส่วนหนึ่งก็ด้วยการโจมตีที่ทรงพลัง
“นี่ข้าสลบไปกี่วัน”
“สองวัน ชิงเอ๋อกับชิวเอ๋อดูแลเจ้าอดหลับอดนอนทั้งวันทั้งคืนเลยนะ เจ้าอย่าลืมตอบแทนพวกนาง”
ต้าไห้พูดขึ้นมา ทำให้หน้าชิงเอ๋อกับชิวเอ๋อแดงเป็นลูกแอปเปิลต้าไห่กับฟู่เฉินนั้นไม่ค่อยสนใจชิงเอ๋อกับชิวเอ๋อมากนักด้วยหน้าตาที่อัปลักษณ์บางครั้งแอบรู้สึกไม่ดีด้วยช้ำเวลาพูดคุยด้วยแต่จางเฉินปฏิบัติกับทุกคนอย่างเท่าเทียมกันไม่แสดงความรังเกียจเลยทั้งเอาใจใส่เป็นอย่างมากตลอดระยะเวลาสามเดือนที่รู้จักกันมา
“ข้ายังต้องฝึกอีกมาก”
จางเฉินพยายามที่จะยกแขนขาเพื่อลุกขึ้นนั่งแต่ปรากฏว่าไม่สามารถทำได้
“เจ้าต้องพักฟื้นหมอบอกว่าราวๆ อาทิตย์หนึ่งเจ้าก็จะหายดี ตอนนี้เป็นคนป่วยให้ทั้งสองสาวดูแลไปก่อนข้ากับฟู่เฉิงเห็นเจ้าตื่นแล้วก็สบายใจ เราไปฝึกก่อนนะ”
ต้าไห้และฟู่เฉิงออกจากห้องแล้วหายไปอย่างรวดเร็วปล่อยให้หนึ่งหนุมสองสาวอยู่กันอย่างเงียบๆแต่ละคนไม่รู้จะพูดอะไรความเงียบครอบงำไปทั้งห้อง
“อ่า ข้าขอบคุณทั้งสองมากนะ”
“ยินดีอย่างยิ่งเจ้าดูแลเราเป็นอย่างดีตลอดเวลาที่ผ่านมา”
“ข้าขออยู่คนเดียวจนอาหารเย็นได้ไหมเดี๋ยวข้าลงไปกินเอง”
“งั้นเจ้าก็รักษาตัวนะ”
ชิวเอ๋อ ชิงเอ๋อเดินออกจากห้องของจางเฉินปิดประตูแล้วก็จากไปจางเฉินถอนหายใจแล้วย้ายตัวเองเข้าสู่มิติ
“เจ้ากระจอก อ่อนแอมาก ข้าผิดหวังกับเจ้าสุดๆ”
พอโสมแดงเห็นจางเฉินก็บ่นทันทีแต่ไม่ไกลจากโสมแดงหม้อมังกรกำลังต้มสมุนไพรไว้อยู่ ดูเหมือนว่าจะต้มรอไว้นานมาก
“ข้ายอมรับข้าจะฝึกให้มากขึ้น”
“เอาละ ดีมาก กรีนมานี่หน่อยยกหมาน้อยนี่ใส่หม้อหน่อย เราจะต้มมันกินกัน”
“กินข้า ฮา ฮา ข้าอร่อยนะอร่อยกว่าโสมแบบเจ้าอีก สาวๆหลายคนบอกข้าเช่นนั้น”
“เห๊อะ ข้าไม่เคยเห็นเจ้ามีผู้หญิงสักคนเพ้อเจ้อ”
ครื่นนนน
เสียงกรีนยกรากออกจากพื้นดินดังสนั่นแล้วเดินมาหาจางเฉิน สภาพของรากกรีนนั้นเหมือนกับหนวดปลาหมึกมีรากสีน้ำตาลมากมายช่วยทรงตัวและเดินมาหยิบจางเฉินด้วยแขนที่ทำจากกิ่งไม้ทั้งสองข้างแล้วใส่จางเฉินลงไปในหม้อในท่านั่งเสร็จแล้วก็ลงรากพักผ่อนอยู่หน้ากระท่อมไม่ไกลจากหม้อต้มเท่าไหร่
จางเฉินนั้นแช่สมุนไพรจนเหลือแต่คอกับหน้าน้ำต้มมีอุณภูมิปานกลางเขาเริ่มเดินลมปราณไร้ลักษณ์เพื่อฟื้นพลังและนำหินวิญญาณระดับต่ำมาเพื่อดูดชับ สมุนไพรนั้นช่วยฟื้นฟูร่างกายจางเฉินอย่างรวดเร็วไม่นานจางเฉินก็รู้สึกดีขึ้นมาก
“รางวัลคืออะไรเหรอ”
จางเฉินลืมตาแล้วถามโสมแดงเหมือนเขาลืมอะไรไป
“โอ้ เจ้าโลภมาก และโง่ด้วยข้าจะไปรู้ได้ไงเจ้าโดนแบกออกมาไกลจากสนาม พอถึงห้องพยาบาลดูแลพอประมาณแล้วก็ถูกส่งกลับบ้านพักเจ้าไม่รู้ ข้าก็ไม่รู้ เจ้าถามข้า ข้าจะถามใคร”
โสมแดงเยาะเย้ยจางเฉินนานมากไม่ได้คุยกัน อดไม่ได้ที่จะต้องแซวเล่นกันสักหน่อย
“อืม... ข้ายอม พี่ชายสุดหล่อขั่นเทพพี่โสมสุดฉลาดเลิศล้ำ ว่าแต่กรีนเหมือนจะสูงใหญ่ขึ้นมากเลย”
จางเฉินมองไปที่กรีนแต่เดิมจะประมาณจางเฉินสามารถโอบรอบลำตัวกรีนได้แต่ตอนนี้กรีนกลายเป็นต้นไม้ใหญ่ขนาดสามคนจับมือโอบรอบๆ แต่ไม่ได้สูงมากสักเพียงราวๆ สองเมตรกว่าๆพุ่มใบสีเขียวก็หนาแน่นกว่าเดิม
“ทุกคนในโลกมิติก็โตวันโตคืนกันหมดแหละกรีนนอกจากนอนแล้วตื่นมาก็อ่านหนังสือ ขยันมาก อ่านตำราไปจนหมดเกลี้ยงแล้ว ว่างๆเจ้าซื้อมาเพิ่มหน่อยนะ แต่ถ้าจะให้ดี หาปล้นซักตระกูลหนึ่งเอาตระกูลเจียงหรือตระกูลมู่ก็ได้ ประหยัดและง่าย สะดวกสบายยิ่งนัก อีกไม่นานพวกนั้นจะมาหาเรื่องเจ้าเรื่อยๆ เจ้าต้องรีบไปปล้นมันซะก่อน”
“สะดวกบ้าสิขนาดเจอหลอมรวมลมปราณข้ายังเกือบตายซะขนาดนี้ แต่ละตระกูลมีนักรบปราณจำนวนมากเจ้าจะส่งข้าไปตายเอาอะสิ”
“เดี๋ยวข้าสอน”
โสมแดงกับอาจารย์นั้นเดินทางไปทั่ว เข้าปล้นสุสานและสำรวจดินแดนลับจำนวนไม่น้อยเขาจึงมีประสบการณ์มากมายเกี่ยวกับการขโมย ดังนั้นเรื่องขโมยเล็ก ขโมยน้อยอย่างตำราไม่กี่พันเล่มจากตระกูลพวกนี้ ไม่ยาก