เทียน สงสัยมากไม่รู้มันคืออะไรกันแน่ อาจต้องไปถามอาจารย์ บางทีท่านน่าจะรู้
แล้วถึงเวลากลับทุกคนก็เดินทางกลับที่ หุบเขาเทพโอสถ เพื่อให้อาจารย์ช่วยดู
อาการที่ ธิดาเทพ ที่เป็นอยู่
ทุกคนอยู่ตรงหน้าท่านเทพโอสถ เพียงแค่อาจารย์ ได้ฟังอาการจากธิดาเทพ
อาจารย์ก็รู้ ว่า เป็นอะไร
“ธิดาเทพ เจ้าถูกแมลงกลืนกินจิตวิญญาน ทำร้ายอยู่ ตอนนี้แมลงเหล่านี้ยังคง
กลืนกิน จิตวิญญานของเจ้าอยู่ หากปล่อยเช่นนี้ต่อไป จิตวิญญานของเจ้าก็จะถูกกลืนกินจนหมด สุดท้ายเจ้าก็มีแต่ร่างกาย แต่ไม่มีจิตใจ “ ท่านเทพโอสถ อธิบาย
“แต่ที่น่าแปลกปกติแมลงกลืนกินจิตวิญญาน จะไม่สามารถกินจิตมนุษย์ที่มีชีวิตอยู่ได้ มันจะกินเฉพาะคนที่ตายแล้วเท่านั้น หรือว่า ธิดาเทพมีปัญหาอะไร” เทพโอสถคิดในใจ
“อาจารย์ แล้วเราไม่มีทางช่วยเลยหรือ” ศิษย์พี่หก ถาม
“มีสองหนทาง เท่านั้น ที่จะ ทำลายแมลงกลืนกินจิตวิญญานนี้ได้
ทางแรก ธิดาเทพ ต้อง เข้าวิวาห์ และรีบเข้าหอทันที เพื่อใช้พลังหยินหยางกำจัดเจ้าตัวแมลงกลืนกินจิตวิญญานนี้
ทางที่สอง ต้องใช้พลังงานแสงจาก หิ่งห้อย มากำจัดเจ้าตัวแมลงกลืนกินจิตวิญญานนี้" เทพโอสถกล่าว ยิ้มยิ้ม แล้วบอกต่อว่า
"เจ้าอย่าได้กังวล ข้าจะแนะนำให้เจ้าใช้ทางเลือกที่ สอง มิเช่นนั้นอาจารย์เจ้ามาถอนหงอกข้าแน่เลย เจ้าห้า เจ้าหก และเจ้าเจ็ด เจ้า 3 คนพาธิดาเทพเข้าไป
ดินแดนหิ่งห้อย แล้วให้ธิดาเทพอาบแสงหิ่งห้อย ให้ได้ 2 ชั่วโมง รีบไปทันที”
เทพโอสถสั่งการอย่างรวดเร็ว ทั้ง สี่ คน ก็รีบเดินทางโดยใช้หยก ข้ามมิติ ที่อาจารย์ให้ มา แล้วทั้ง สี่ ก็เข้ามาในดินแดนหิ่งห้อย ทันที
“ศิษย์พี่ห้า เราจะพบหิ่งห้อยได้อย่างไร “ ศิษย์พี่หกถาม
“อย่ากังวล ที่นี่แห่งนี้ พี่ห้าเคยมากับท่านอาจารย์ ครั้งหนึ่ง กลางคืนที่นี่
จะสว่างไปหมด เต็มไปด้วยแสงจากหิ่งห้อย ตอนนี้เราต้องตาม
หาต้นลำพู ก่อน ต้นไม้ชนิดนี้จะมี หิ่งห้อย มารวมตัวกันมากที่สุด” ศิษย์พี่ห้ากล่าว
ในขณะที่ทุกคนเดินตามหาต้นไม้ เทียนเริ่มรู้สึกแปลกเหมือนมีอะไรบางอย่าง
พยายามติดต่อกับเขา แต่ยังไม่สามารถติดต่อได้
สุดท้าย ได้มาถึง ต้นลำพูต้นใหญ่ ต้นหนึ่ง แล้วทุกคนก็เฝ้า รอเวลากลางคืน
เพื่อรอให้หิ่งห้อยปรากฏตัว
“ศิษย์พี่ห้า ตำนานหิ่งห้อย ต้นลำพู กลับ หิ่งห้อย ที่ได้ยินมา ชาติก่อนเป็นคนรักกันจริงหรือเปล่า” ศิษย์พี่หกชวนคุย
“ ไม่ใช่หรอก ความจริงตอนที่พี่ห้ามาเก็บสมุนไพรกับอาจารย์ อาจารย์เล่าให้ฟังว่า ต้นลำพู มันมีใบที่มีลักษณะ เก็บน้ำค้างได้มากกว่าใบอื่นๆ หิ่งห้อย มันเลยเกาะกินที่นี่ เพราะน้ำค้างคืออาหารของมัน” พี่ห้ากล่าวต่ออีกว่า
“ ความจริงแล้ว หิ่งห้อยเหล่านี้ เป็น วิญญานของนักรบโบราณ เป็นคนพื้นเมืองแต่ถูกฆ่าตายโดยศัตรูที่เข้มแข็งกว่า พอท่านผู้สร้างรับรู้ท่านก็สร้างที่มิติแห่งนี้ ให้พวกเขา จนกลายเป็นหิ่งห้อย ทุกวันนี้แหละ” ศิษย์พี่ห้าเล่าอดีต
แล้วพอตกกลางคืน ทุกคนก็เริ่มเห็นแสงจากไฟหิ่งห้อย มาเกาะที่ ต้นไม้ บ้าง บินไปมาบ้าง อยู่เต็มไปหมด
"ศิษย์น้องหกเจ้ารู้ไหมทำไมหิ่งห้อยถึงส่องแสงกระพริบ " ศิษย์พี่ห้าชวนคุย
"ไม่รู้" ศิษย์พี่หญิงหกส่ายหัว
"เพราะว่าตัวผู้มันส่งสัญญานเรียกตัวเมียนะซิ ถ้าตัวเมีย กะพริบตอบ ตัวผู้ก็จะพาตัวเมียไป เจ้าสังเกตดูตัวเมียมักจะไม่บิน ได้แต่เกาะตามใบไม้ ส่วนตัวผู้ก็บินไปบินมา อยู่นั่นแหละ" ศิษย์พีห้าบอก
"แล้วพี่ห้ารู้ได้ยังไง" ศิษย์พี่หญิงหกสงสัย
"เอ้อ อาจารย์เล่าให้ฟังน่ะ " ศิษย์พี่ห้าหัวเราะ
ธิดาเทพ นั่งใต้ต้นไม้ ที่แสงสว่างของหิ่งห้อยส่องมามากที่สุด โดยไม่สนใจใคร
เทียนเห็นเงาวิญญานเล็ก เล็กค่อยค่อยออกจากร่าง ธิดาเทพ เป็นจำนวนมาก เทียนแปลกใจ ปกติ เงาวิญญานไม่มีทางจะเข้าไปกินจิตวิญญานมนุษย์ได้
เว้นแต่ว่าตายไปแล้วเท่านั้น หรือว่า ธิดาเทพตายไปแล้ว แต่ทำไมยังเดินเป็นปกติ แบบนี้ ปวดหัวจริง แล้วก็มีเสียงบอกเทียน เบาเบา ว่า
" คุณชาย.. ได้โปรดช่วยพวกเราด้วย" มีเสียงผ่านเข้ามาในหัว
เทียนรีบนั่งสมาธิ แล้วสำรวจจิตไปรอบรอบ ทันที เสียงนี้เป็นของ หิ่งห้อย
“พวกท่านเป็นหิ่งห้อย หรอกหรือ ทำไมสื่อสารกับข้าได้” เทียนถามด้วยความสงสย
“ข้าไม่รู้ แต่รู้ว่า แม่นางท่านนี้ กำลังดูดกลืนชีวิตของพวกข้าทั้งหมด พวกข้าคงจะไม่เหลือรอดแน่” หัวหน้าหิ่งห้อยกล่าว
“นี่มันเรื่องอะไรกัน ธิดาเทพ เขาถูกแมลงกลืนกิน จิตวิญญาน กัดกิน ต้องใช้แสงหิ่งห้อยขจัดออกไป” เทียนรีบบอก
“พวกท่านโดนหลอกแล้ว นางไม่ได้ถูกแมลงกลืนกิน จิตวิญญาน กัดกิน แต่นางคือ
นางพญาของแมลงกลืนกิน ต่างหาก นางกำลังจะดูดกลืน พลังชีวิตและจิตวิญญานของพวกข้าไปทั้งหมด หากนางทำสำเร็จ นางจะมีพลังเพิ่มขึ้น นับ 10 เท่า จากนั้นนางจะกลืนกินจิตวิญญาณมนุษย์ ที่มีชีวิตได้เลย “ หัวหน้าหิ่งห้อยรีบกล่าว
"แล้วจะทำอย่างไรดี ล่ะที่นี้" เทียนถามทันที
"ข้าไม่รู้ แต่ท่านต้องช่วยขัดขวางนาง ไม่ว่าอย่างไร ก็ต้องขวางนางให้ได้”
หัวหน้าหิ่งห้อยพูดด้วยความวิตก
เทียนเริ่มมองธิดาเทพอย่างจริงจัง เห็นมีจิตวิญญานของหิ่งห้อยจำนวนมากเริ่มถูกดูดมาที่ร่างกายของ ธิดาเทพ จริงจริง เทียนรีบใช้หมัดต่อยเบาเบาไปที่ธิดาเทพ ธิดาเทพลืมตารีบเอามือออกมาปะทะ ทันที ตูม
“นี่เจ้าจะทำอะไร” ธิดาเทพถามด้วยความโกรธทันที
“ข้าควรถามว่าเจ้า จะทำอะไรมากกว่านะ” เทียนกลับไปอย่างยิ้มยิ้ม
“ศิษย์น้องเล็ก นี่เจ้า บ้าไปแล้วหรือ “ ศึษย์พี่หญิง หก ตะคอกเสียงดัง
“นั่นซิ น้องเล็กใจเย็นก่อน นี่มันอะไรกัน “ ศิษย์พี่ ห้า บอกให้ใจเย็นเย็นกัน
“พวกท่านควรถามหญิงผู้นี้ดีกว่า ว่านางเป็นใคร ทำไมแอบอ้างเป็นธิดาเทพ”
เทียนพูดเสียงต่ำลง หลังฟังเสร็จ ศิษย์พี่สองคนหันไปทาง ธิดาเทพทันที
“เจ้าพูดบ้าอะไร ข้านี่แหละ ธิดาเทพตัวจริง" ธิดาเทพยืนยัน
“ปีศาจแมลงอย่างเจ้า ต่อหน้าข้า ยังจะกล้าโกหกอีกหรือ” เทียนเริ่มมีโมโหขึ้นมา
แล้วหยิบ ดาบสัตตะโลหะ ออกมา แล้วหยดเลือดลงไป แล้วเป่าคาถาไป พรวด
ดาบเริ่มเปล่งสีทองเจิดจ้า ศิษย์พี่ห้า และ พี่หก ทำตาหยีหลบแสง แต่ ธิดาเทพ
กลับผงะ ถอยหลังไปหลายก้าว
"วันนี้ข้าจะเอาเลือดปีศาจอย่างเจ้าออกมา ไม่ต้องบอกหรอกว่าเจ้าเป็นใคร เดี๋ยวข้าจะทำให้ทุกคนรู้เอง" พูดจบ เทียนก็พุ่งเข้าไปหา ธิดาเทพทันที
ยังไม่ทันจะขยับไปไหน ธิดาเทพ ก็ได้ยินเสียงลม หวีดออกมา รัศมีดาบก็ฟันมาที่ลำตัวอย่างรวดเร็ว ฟี๊ว ฟี๊ว
ร่างลำตัวถูกกรีดเป็น รอยดาบสองรอยในทันที เสียงกรีด ร้องดังลั่น
ดังไม่เหมือนภาษามนุษย์เลย ร่างที่ถูกฟันแปรเปลี่ยนทันที กลายร่าง ใหญ่ขึ้น 5 เท่า ผิวพรรณสวยงาม กลายเป็นตะปุ่มตะปั่ม ไปทั่ว รายกายใหญ่โต ปากใหญ่ พูดออกมาเสียงดัง ว่า “ เจ้ารู้ได้อย่างไร ข้าไม่ใช้ธิดาเทพ “ ปีศาจสาวสงสัย
“ก็เจ้าหน้าเกลียด ซะ ขนาดนี้ คนตาบอดยังรู้เลย ว่าเจ้าไม่ใช่ธิดาเทพ นังโง่”
เทียนย้ำไป แต่ศิษย์พี่ทั้งสอง สะดุ้ง ทันที แล้วรีบไปหลบที่หลังเทียน
“เจ้าเด็กน้อยเจ้าขัดขวางข้าดูดพลังชีวิตหิ่งห้อยพันปี ข้าอุตสาห์วางแผนมาตั้งนาน กว่าจะหลอกเจ้าเฒ่าโอสถ ให้ข้ามีโอกาสเข้ามาในมิติ แห่งนี้ ข้าจะฆ่าเจ้าทั้งหมด แล้วดูดกลืน พลังชีวิต และ จิตวิญญานพันปีเหล่านี้ให้หมด " พูดเสร้จ ก็อ้าปากกว้างขึ้นแล้วเริ่มดูด ทุกสิ่งทุกอย่างเข้าปาก
เทียนรีบกระโดดไปทางขวา เห็นก้อนหินขนาดเท่าปากปีศาจ แล้วแตะเปรี้ยงไปที่ก้อนหิน แล้วมันก็พุ่งเข้าไปในปากปีศาจทันที ปีศาจสะดุ้งตาเหลือกค่อยค่อยกลืนลงคออย่างลำบาก ยังไม่ทันจะ เริ่มดูดใหม่
เห็นเทียนเอาหมัดชกไปที่แผ่นดิน อิฐ หิน ดิน ทราย ก็รวมกันแล้วพุ่งเข้ามาในปากอีกรอบ คราวนี้พุ่งเข้าไม่หยุด จนปีศาจกลืนกินตนนี้ พุงเริ่มใหญ่เป็นภูเขาก้อนเล็กๆ ก้อนหนึ่ง สุดท้าย ก็ล้มนั่ง หมดแรงที่จะดูดกิน สิ่งใดอีกต่อไป
เทียนไม่หยุดแค่นั้นพุ่งเข้าไปใช้ดาบสัตตะโลหะ ฟันไปที่แขนซ้าย และขวา ขาดสะบั้น แล้วใช้เท้า แตะแนวตรง45องศา เสยเข้าที่ปลายคางปีศาจกลืนกินตัวนี้อีกที ปึก ๆ ไม่สลบแค่ตาลอยค้าง หงายหลังแผ่ไปกับพื้นเสียงดัง สนั่น ตูม
ศิษย์พี่ห้า และ พี่หญิงหก ได้แต่อ้าปากค้างดูน้องเล็กอัดเจ้าปีศาจ แต่เพียงฝ่ายเดียว
ฟึบ ฟึบ มีกลุ่มควันสีขาว พุ่งเข้ามาสองสาย ปรากฏตรงหน้าพวกเขาทั้ง 3 คน
“อาจารย์” ศิษย์ทั้งสามกล่าวพร้อมกัน
“นี่พวกเจ้า รู้ได้ยังไงมันเป็นปีศาจแปลงมา” เทพโอสถถาม
ศิษย์พี่ทั้งสองหันไปมองเทียน
“ข้า ได้กลิ่นปากของธิดาเทพเหม็นมาก แทบอ๊วก ก็เลยแกล้งหยอกนางไม่คิดว่านางจะโมโห แปลงกายเป็นสัตว์ประหลาด สุดท้ายเลยเป็นแบบนี้” เทียนกลบเกลื่อน แต่ศิษย์พี่ทั้งสองมองหน้ากันทำตาปริบๆ
“เฮ้อ เจ้านี่มันซวยจริงนะนี่ ที่มาเจอเจ้า “ เทพโอสถพูดลอยลอย
“พวกเจ้ามาคำนับ ท่านเจ้าสำนักจิตวิญญานซะ” เทพโอสถสั่ง
“ท่านเจ้าสำนักจิตวิญญาน” ทั้งสามคนคำนับพร้อมกัน
“ต้องขอบใจพวกเจ้าทั้งสามมากที่ช่วยจัดการเจ้าปีศาจนี่ ไม่เช่นนั้นชื่อเสียง ธิดาเทพแย่แน่แน่เลย” เจ้าสำนักจิตวิญญาน กล่าวขอบคุณ
“ท่านอาจารย์ แล้วท่านมาได้ยังไง” ศิษย์พี่ห้ารีบถามอาจารย์
“ข้ารู้ ตั้งแต่แรกแล้ว เลยส่งให้พวกเจ้าพามันมาที่นี่ แล้วข้าก็เลยไปถามเจ้าสำนักจิตวิญญานก่อน กลัวว่า ธิดาเทพจะอยู่ในอันตราย ที่แท้ นางยังกักตนฝึกฝนอยู่”
ท่านเทพโอสถกล่าว
“แล้วท่านรู้ได้อย่างไรท่านอาจารย์” ศิษย์พี่สี่ถามต่อ
“ ไม่มีปีศาจกลืนจิตวิญญาณ จะกลืนคนเป็นได้หรอก มันกลืนแต่คนตายเท่านั้น
ซึ่ง เรื่องนี้มีคนรู้ไม่มีกี่คนหรอก และอีกอย่าง ธิดาเทพ เขามี ออร่า แต่เจ้านี่ไม่มีเลย นี่ดีนะที่ข้าไม่ได้เข้าใกล้เหมือนอาเทียน ไม่งั้นขอคงอ๊วกเหมือนกัน”
เทพโอสถกล่าวเสร็จ ก็ควักขวดน้ำเต้าออกมา แล้วก็ใช้มือกวาดเจ้าปีศาจเข้ามาในขวดน้ำเต้า แล้วปิดฝา
แล้วทั้งหมดก็เดินทางจากมิติแห่งนี้ไป โดยมีเสียงเบาๆ ลอยเข้ามาในหัวเทียน หลายเสียง ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ ๆ ๆ . . .