เมื่อพวกเขามาถึงห้องเช่า ฉินเฉามองจากข้างล่างก็เห็นไฟในห้องครัวของหลี่นาเปิดอยู่ เลยไม่ต้องรีบไปหาเธอเขากับซูจีจึงเดินเข้าห้อง
นับแต่ซูจีสัญญาว่าจะเปิดเผยความลับ หลังจากเจ้าหล่อนได้กินอาหารเย็นฝีมือของเขาแล้ว ฉินเฉาก็คิดว่าจะทำอาหารให้สุดฝีมือ นั่นก็คือเนื้อผัดผักกาดดองในตำนาน
“อย่าคิดนะว่า นายจะใช้เนื้อผัดผักกาดทำให้ฉันเปิดปากล่ะ!” ขณะที่นั่งบนโซฟาดูทีวี ซูจีไม่ลืมที่จะตะโกนใส่ฉินเฉาที่กำลังยุ่งอยู่ในครัว “ฉันเสนอว่าควรเป็นอาหารเสฉวน! อย่างน้อยสี่จาน พร้อมซุปด้วย!”
“ประทานโทษครับ! คิดว่าผมเป็นเชฟส่วนตัวของเธอเหรอไง?” ฉินเฉาช่วยอดไม่ได้ที่จะเหน็บแนมสักเล็กน้อย ใครจะไปกล้าตำหนิสาวสวยได้ล่ะ? โชคดีที่เขามีเครื่องปรุงมากมายในครัว ฉินเฉาแค่เอาพวกมันออกมาแล้วยุ่งกับตัวเองเพื่อทำตามคำขอของซูจี
โชคดีที่แฟนเก่าของฉินเฉาเป็นพวกกินจุ แล้วชอบกินอาหารเสฉวน เพียงแค่ใช้เครื่องปรุงที่มีอยู่ ฉินเฉาก็ทำอาหารได้ 3 จานแล้ว มีเนื้อต้ม เต้าหู้หม่าโผว แล้วก็ไก่ผัดพริก ส่วนซุปก็เป็นซุปสาหร่ายใส่ไข่ธรรมดา เพราะว่าไม่มีอะไรเหลือแล้ว ดังนั้นฉินเฉาจึงไม่สามารถทำซุปที่ดีที่สุดได้
อย่างไรก็ตามมื้อนี้ก็ถือว่าเป็นมื้อที่สิ้นเปลืองอย่างมาก พวกส่วนผสมที่ฉินเฉาใช้ไปนั้นมันเพียงพอที่จะทำให้เขากินได้เป็นเดือน เผลอ ๆ จะเหลือด้วยซ้ำถ้าเขาปันส่วนดี ๆ โชคดีที่ยังมีบะหมี่ถ้วยเหลืออยู่แล้วมันฝรั่งอีกถุง
ไม่อย่างนั้น เขาอาจจะต้องหิวตายหลังจากผ่านไปครึ่งเดือน แล้วก็มหาวิทยาลัยใหญ่ ๆ อย่างกวนหยวนคงจะไม่ทำอะไรอย่างพวกไม่จ่ายค่าจ้างหรอกใช่มั้ย
ขณะที่กำลังฝันกลางวัน ฉินเฉาก็นำอาหารสี่จานแล้วหนึ่งซุปมาวางไว้บนโต๊ะที่ห้องนั่งเล่น ชุดคลุมสีแดงของซูจีแขวนไว้ที่กำแพง เหลือไว้แต่ร่างกายของเธอที่มีเพียงแค่เสื้อเชิ้ตแล้วกางเกงขาสั้น ขณะที่ขาของเธอมีถุงน่องสีดำคลุมอยู่ ขับเน้นรูปร่างของเธออย่างสมบูรณ์
ฉินเฉาพยายามอย่างมากที่ทำให้ลูกตากลับเข้าที่แล้วทักทายเธอ “รีบมากินสิ อาหารเสฉวนจะดีที่สุดถ้ากินตอนร้อน ๆ ถ้ามันเย็นมันก็ไม่อร่อยแล้ว”
ขณะที่พวกเขาทั้งสองนั่งอยู่บนโต๊ะ ฉินเฉามองซูจีที่กำลังกวาดอาหารเข้าปาก ฉินเฉาประหลาดใจ ทำไมกระเพาะบาง ๆ ของเธอถึงเก็บอาหารได้มากนัก
ยิ่งกว่านั้นฉินเฉายังพบว่าความอยากอาหารยังเพิ่มขึ้น เขาต้องการอาหารมากกว่าเมื่อก่อน
“นายกำลังประหลาดใจใช่มั้ย ว่าทำไมฉันกินมากขนาดนี้แล้วยังไม่อ้วนอีก?” ซูจีเอาทิชชูเช็ดปากที่เปื้อนน้ำมัน แล้วหัวเราะ “แล้วนายยังพบว่าความอยากอาหารของนายยังมากกว่าเมื่อก่อนอีก ถูกมั้ย?”
“ใช่ ทำไมเธอถึงรู้ล่ะ?” ฉินเฉากินขนมปังนึ่ง กะพริบตาแล้วถาม
“มันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว ของพวกผู้ฝึกฝนน่ะ พวกเราต้องการพลังงานมาก เนื่องจากพวกเรายังไม่ถึงขั้นพระเจ้า พลังงานส่วนมากของพวกเราจึงมาจากอาหาร”
เมื่อเห็นฉินเฉามีสายตาว่างเปล่า ซูจียิ้ม แล้วยกข้อมือขึ้นมา แล้วแสดงสายประคำรัดข้อมือของเธอให้เขาดู
“สายประคำนี้เป็นเครื่องรางจากวัดเป่าไต้เขาซงซานน่ะ นี่เป็นของที่ให้เฉพาะศิษย์นอกสำนักไว้ป้องกันตัว”
“วัดเป่าไต้เขาซงซาน? ศิษย์สายนอก?” ฉินเฉาวางขนมปังในมือ ความสนใจพลุ่งพล่านขึ้น ใช่จริง ๆ ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่คนธรรมดา
ซูจียื่นมือออกไปหยิบเอาตะเกียบที่สะอาดเคาะที่หัวฉินเฉาแล้วพูดว่า
“ฮึ่ม ดูจากหน้าของนาย นายต้องเป็นมือใหม่ในโลกผู้ฝึกตนแน่ ๆ เลย แถมยังไม่มีใครคอยสอนอีกด้วย”
ฉินเฉายกมุมปาก ‘ใครบอกว่าฉันไม่มีคนสอน? มีสิ! แถมเธอยังเป็นปีศาจสาวสวยอีกด้วย’
“โลกแห่งผู้ฝึกตนไม่ใช่ธรรมดาอย่างที่นายคิด ในโลกนี้ มี 8 สำนักที่มีชื่อเสียง รู้ไว้ด้วยว่า 8 สำนักใหญ่นี้เป็นเสาหลักของโลกผู้ฝึกตน ผู้ฝึกตนจำนวนมากล้วนมาจาก 8 สำนักนี้ แน่นอนว่านอกจากพวกเขาแล้ว ยังมีนิกายอสูรอีก นิกายอสูรนี้เต็มไปด้วยผู้ฝึกตนที่ล้วนแต่เจ้าเล่ห์ ขี้โกง แต่พวกเขาก็ไม่สามารถเทียบได้กับการรวมตัวกันของ 8 สำนักใหญ่”
“เธอจะช่วยบอกชื่อของแต่ละสำนักได้มั้ย?”
“แน่นอน ใน 8 สำนักนี้ ที่มีอำนาจมากที่สุดคือ อาคมเขาซูซานจากเสฉวน นักเรียนของพวกเขาชอบเดินไปรอบ ๆ พร้อมกับห้อยกระบี่ยาวไปด้วย พวกเขาแต่ละคนน่ากลัวมาก จากนั้นก็เป็น วัดเป่าไต้จากเขาซงซาน วิถีอี้เม่ยจากเขาบู้ตึ้ง หมู่บ้านเฟินโม่จากเขาอู๋เหมย สมาคมชิงหงจากอู๋จี๋ นิกายเปียวเมี่ยวจากเทียนซาน สำนักเทียนเริ่นจากเขาคุนหลุน แล้วอี้เจี่ยนจากเขาฮัวซาน”
“ว้าว มีเยอะจริง ๆ .” เมื่อได้ฟังคำที่น่าตื่นเต้น ฉินเฉาพลันคิดว่าเขาได้ก้าวเข้าสู่โลกแห่งเวทมนตร์
“ใช่แล้ว ถ้าฉันเดาไม่ผิดล่ะก็ ที่นายฝึกเรียกว่า ‘กฎความลับทั้ง 9’ นี่เป็นสมบัติของวิธีการฝึกตนของนิกายโล่วชา ซึ่งเป็นหนึ่งในหกนิกายของเส้นทางปีศาจ ได้ฝึกพื้นฐานจากหนังสือเล่มนี้ ฉันไม่รู้นายโชคดีหรือว่าโชคร้ายกันแน่ ยังไงก็ตาม เพราะว่าการใช้ชีวิตของนายไม่เลว แล้วนายก็ก้าวเข้ามาสู่โลกของผู้ฝึกตนแล้ว ในฐานะศิษย์สายนอกสำนักพุทธ ฉันจะแนะนำเส้นทางที่ถูกต้องให้นายเอง”
“ใช่ ใช่ ใช่ ถ้ามีแม่ชีสวยอย่างนี้มาสอนล่ะก็ ฉันจะตั้งใจเรียนอย่างดีเลยล่ะ”
“เฮ้ เฮ้ ใครเป็นแม่ชีกัน นายเป็นพระหรือไง! ฉันเป็นแค่ศิษย์สายนอก มีความสำเร็จจำกัด ในถนนของการฝึกตนนี้ ฉันสามารถช่วยนายไปถึงแค่ ขั้นสร้างรากฐานเส้นทางในอนาคตนายต้องไปค้นหาเอาเอง”
“เธอไปเป็นศิษย์สายนอกได้ยังไง?” ฉินเฉารู้สึกสับสน
“นายก็รู้ ว่าสำนักแถวหน้าทั้ง 8 นี้ ต้องการวัตถุดิบในการฝึกตนจำนวนมาก ยิ่งกว่านั้นพวกเขายังต้องการเงินกับอาหาร เสื้อผ้า ที่อยู่ เดินทาง แล้วสิ่งของต่าง ๆ อีกมากมาย พวกที่ฝังแน่นอยู่การฝึกตน พวกเขาจะอยากเสียเวลามาทำธุรกิจเพื่อหาเงินได้ยังไง ดังนั้น พวกเขาจึงหานักธุรกิจใหญ่ ๆ แล้วสอนเรื่องการฝึกตนแค่ผิวเผิน เพื่อแลกกับการให้พวกเขามาเป็นผู้สนับสนุนหลักของสำนัก เพื่อจัดหาค่าครองชีพเพื่อที่พวกเขาจะได้ตั้งใจฝึกตนต่อไป”
“เพราะอย่างนี้นี่เอง” ฉินเฉาพยักหน้าแล้วพูดว่า “งั้นนั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเธอถึงฝึกฝนในเส้นทางพุทธ ใช่มั้ย?”
“อือ แต่พลังที่สำคัญของสำนักพุทธ ‘หัวใจเจ้าแม่กวนอิม’ นั้นต้องการเครื่องรางของสำนักพุทธนี้เพื่อใช้ออก”
หลังจากที่พูด ซูจีก็ยื่นมือออกมา ทันใดนั้นประคำในข้อมือของเธอก็เปล่งแสงสีทองสว่างออกมา
“โอม!” ริมฝีปากแดง ๆ ของเธอท่องบทสวดจากสำนักพุทธด้วยน้ำเสียงเย็นชา ฉินเฉาได้ยินเธอสวดมนต์เป็นภาษาสันสกฤตอย่างชัดเจน แล้วจากนั้นทันใดก็มีอะไรบางอย่างสีขาวพุ่งออกมาจากประคำของซูจี แล้วหมุนอยู่กลางอากาศชั่วขณะ จากนั้นก็พุ่งใส่กำแพง แล้วเฉือนกำแพงลงมาเป็นแผ่นใหญ่ ๆ
“เออะ! เวรแล้วไง” ฉินเฉาพูดไม่ออก ‘ถ้าอยากจะโชว์ก็โชว์ไป แต่ไม่ต้องทำมาทำร้ายห้องเช่าได้ไหม’
“หัวใจเจ้าแม่กวนอิมนี้มีการโจมตีทั้งหมด 6 ครั้ง [โอม มะ นี ปัท เม ฮุม] แต่ละการโจมตีก็ให้สีที่แตกต่างกัน บทที่ยาวที่สุด จะให้พลังมากที่สุด ตอนนี้ฉันท่องได้ถึงแค่ ‘ปัท’ พลังของฉันไม่พอที่จะท่องต่อจนจบ”
หลังจากพูดเสร็จซูจีก็หดข้อมือกลับ
“เธอไปถึงขั้นเทวะแล้วเหรอ?” ฉินเฉาพูดขณะที่กลืนน้ำลายที่เต็มปาก
“จะเป็นได้ยังไง? ฉันฝึกถึงแค่ขั้นสร้างรากฐาน” ซูจีกลอกตาแล้วพูด “ทำไมเจ้าพวกพระเฒ่าพวกนั้นจึงต้องสอนคาถาที่ทรงพลังอย่างขั้นความสามารถเทวะให้พวกเราด้วย? ถ้ามนุษย์เรียนจนถึงขั้นสร้างรากฐาน มันก็สามารถยืดอายุไปได้มากแล้ว มนุษย์สามารถมีชีวิตอยู่ได้อีกนาน ยิ่งกว่านั้น พวกเขายังเลือกมาก พวกเขาจะเลือกศิษย์สายนอกเพียงแค่คนเดียวในแต่ละรุ่น พี่ชายแล้วพี่สาวของฉันยังไม่รู้เลยว่าฉันเป็นผู้ฝึกตน แล้วพวกเขามักคิดว่าฉันเป็นพวกประหลาด”
“เหตุผลที่ฉันสามารถปลดปล่อยคาถาออกไปได้เพราะว่าฉันอาศัยเครื่องรางนี้ สำหรับผู้ฝึกตน มันมีสองวิธีที่จะปลดปล่อยคาถา วิธีที่หนึ่งนั้น ฝึกฝนจนถึงขั้นความสามารถเทวะ เมื่อไปถึงขั้นนั้น นายจะสามารถปลดปล่อยคาถาได้ทุกชนิดตราบเท่าที่พลังของนายเพียงพอ วิธีที่สองคืออาศัยพวกเครื่องรางพิเศษแบบนี้”
“ประคำของฉันเป็นอาร์ติแฟกเกรดสองขั้นมนุษย์ ต่อให้ผู้ฝึกตนขั้นความสามารถเทวะต้องการจะสู้กับฉัน เขาหรือเธอก็ไม่ใช่คู่มือของฉัน”
ซูจีพูดอย่างภูมิใจ
ฉินเฉารู้สึกอิจฉาพลางจ้องไปที่ประคำที่อยู่บนข้อมือเธอ เขาไม่อยากจะแพ้ จึงนำโซ่จับวิญญาณในแหวนเก็บของออกมา วางไว้บนโต๊ะแล้วพูด
“ดูสิ นี่เป็นโซ่จับวิญญาณที่ฉันใช้อยู่ ไม่เลวใช่มั้ย ฉันกลั่นมันจนกลายเป็นขั้นที่ 6!”
ซูจีเพียงแค่ชำเลืองมองก่อนที่จะทิ้งคำพูดออกมา
“ขยะ”
น้ำตาไหลอาบหน้าฉินเฉา
“แหวนเก็บของของนายไม่เลว ต่อให้เป็นในโลกของผู้ฝึกตนก็เป็นของหายาก ฉันอยากรู้ว่านายไปได้มาจากไหน แล้วก็ฉันอยากรู้ว่านายไปได้หนังสือ ‘กฎความลับทั้ง 9’ นี่มาจากไหน”
“ก็แค่ได้มาโดยบังเอิญน่ะ” หลังจากที่พูด ฉินเฉาก็เอาหนังสือกฎความลับทั้ง 9 ออกมาจากแหวนเก็บของแล้ววางไว้บนโต๊ะ “หนังสือนี้บันทึกวิธีการฝึกขั้นความสามารถเทวะไว้ เธออยากจะดูมั้ย?”
“นายจะฆ่าฉันหรือไง!” ซูจีหยิบถั่วต้มขึ้นมาแล้วขว้างใส่หน้าฉินเฉา “ฉันฝึกวิถีพุทธ ขณะที่นายฝึกวิถีปีศาจ ทั้งสองวิถีไม่สามารถบรรจบกันได้ เหมือนน้ำกับไฟ!”
“โอ้” ฉินเฉาพยักหน้า จากนั้นเขาก็คิดเกี่ยวกับปัญหาของตัวเอง ตาเบิกกว้างแล้วถามว่า
“นี่ แม่ชีน้อย เธอรู้วิธีข้ามขั้นจากหลอมลมปราณไปกำเนิดจิตมั้ย?”
“ไปตายซะ! ใครเป็นแม่ชีกัน!” ซูจียืนขึ้นแล้วหยิกคอฉินเฉา “ถ้านายเรียกฉันว่าแม่ชีน้อยอีกครั้ง ฉันจะไม่บอกวิธีข้ามขั้นให้กับนาย!”
“ก็ได้ ก็ได้ คุณครูคนสวย ฉันยอมแพ้แล้วเธอแข็งแกร่งที่สุดที่นี่ สอนฉันหน่อย ได้โปรด?”
“มันไม่มีปัญหาถ้าจะสอนนาย” ซูจีนั่งลง มองฉินเฉาอย่างวิเคราะห์แล้วพูดว่า
“แต่”
“แต่ อะไร?”
“เมื่อนายเข้าสู่ขั้นกำเนิดจิต โลกแห่งผู้ฝึกตนของนายก็จะเปิดออกอย่างสมบูรณ์ ในตอนนั้น แก่นปีศาจที่อยู่ในกายาปีศาจโดยกำเนิดของนาย จะช่วยให้ความเร็วในการเติบโตของนายเร็วพอ ๆ กับจรวด ฉันกลัวว่าถ้าฉันสอนนายไปหลังจากนั้นนายจะกลายเป็นเทพปีศาจที่ฆ่าคนโดยไม่กะพริบตา”
“เธอคิดว่าฉันฉินเฉาคนนี้เป็นคนแบบนั้นเหรอ?” ฉินเฉาถามขณะที่มองเข้าไปในดวงตาสวย ๆ ของซูจี
“ก็ไม่นี๊” ซูจีพูดเสียงสูง “ในสวนสาธารณะเฉาหยาง นายออกหน้าช่วยเหลือคนแปลกหน้า ต่อให้คนแปลกหน้าที่ว่าจะสวยจนน่าตะลึงก็เถอะ ขณะที่ปั่นจักรยานบนถนน นายก็ยังช่วยเธอโดยการขโมยโทรศัพท์เธอไป เพราะอย่างนั้นจึงทำให้เธอรอดจากการถูกชนไปได้ แม้ว่าคนแปลกหน้าคนนี้จะเป็นสาวสวยที่ร้อนแรงก็เถอะ ที่โรงเรียน นายเสียสละทุกอย่างเพื่อช่วยเพื่อนร่วมงานที่ถูกผีสิง แม้ว่าเพื่อนร่วมงามที่ว่าจะเป็นสาวสวยก็ตาม เมื่อรวม ๆ กันแล้ว ฉันว่านายไม่ใช่คนดีเด่อะไร แต่เป็นเหมือนพวกบ้ากามมากกว่า!”
“ฉันนี่นะ” ฉินเฉาพูดไม่ออก
“ไม่เป็นไร เมื่อมองแต่ส่วนดี ๆ ของนาย ฉันจะช่วยให้นายข้ามไปขั้นกำเนิดจิตเอง”
หลังจากที่พูด ซูจียืนขึ้นแล้วเดินมาข้างหลังฉินเฉา จากนั้นก็วางมือทั้งสองข้างไว้บนไหล่ฉินเฉา ทันใดนั้นก็มีคลื่นความรู้สึกอุ่น ๆ โถมเข้าสู่ร่างกายของฉินเฉา
“ทำจิตให้ว่าง อย่าว้าวุ่นกระโดดเข้าไปในโลกเล็ก ๆ ในตัวนาย ไปดูว่ามีอะไรซ่อนอยู่ในโลกเล็ก ๆ ใบนั้นของนาย”
จบตอน#