เด็กวัด สร้างตำนานลุยโลกแฟนตาซี

    บทที่ 46 สมุนไพรเมาหรือ......

    บทที่ 46
    ระหว่างออกเดินทางผมสงสัยว่าถ้าเจอพวกสัตว์จะต้อนมันกลับเมืองอย่างไรจึงถามพี่ไรอัน
    “พี่ไรอัน ถ้าเจอพวกกวางหรือแกะพี่จะต้อนมันยังไงอ่ะพี่” ผมถามคำถามที่สงสัยอยู่ออกไป
    “อ๋อก็ให้อาหารมันไง แต่อาหารของพวกเราพิเศษสักหน่อย” พี่ไรอันยิ้มบอก
    “ยังไงพี่” ผมถามออกไป
    “นี่ไงล่ะ” พี่ไรอันหยิบอะไรสักอย่างออกมาให้ผมดู
    “นี่มัน” ผมตาโตทันทีเพราะผมรู้จักมันในโลกเก่า
    “นี่มันเรียกว่าสมุนไพรเมา ถ้าเอาไปตากแห้งมันจะกลายเป็นสมุนไพรต้องห้าม แต่พวกเราใช้มันสดๆ ผสมกับอาหารให้สัตว์ทานเวลาต้อนพวกมันเอาไปเลี้ยงน่ะ” พี่ไรอันอธิบาย
    “นี่มันกัญชานี่นาพี่” ผมเผลอพูดชื่อที่รู้จักออกไป
    “กัญชา?? เมืองคลาวด์เรียกกันแบบนั้นหรอ พี่ไม่เคยได้ยินแฮะ พวกพี่เรียกมันสมุนไพรเมาน่ะ” พี่ไรอันบอกเสร็จก็เก็บไป
    เหอะๆ นี่ต้องเล่นกัญชาเลยหรอ ถึงจะเคยได้ข่าวตอนโลกเก่าว่าต่างประเทศเค้าบรรจุเป็นสมุนไพรและขายตามตู้แล้วก็เถอะ แต่เมืองไทยมันของต้องห้ามเฟ้ย ในที่สุดผมก็หายสงสัย เพราะสมัยก่อนเคยมีเรื่องเล่าจากหลวงตาว่าร้านก๋วยเตี๋ยวในโลกเก่าผมสมัยก่อนมักจะใส่น้ำกัญชาลงไปในน้ำซุปทำให้ลูกค้าติดมัน
    พวกเราเดินทางกันไม่นานจนมาโผล่ที่ทุ่งโล่งแห่งหนึ่งมันอยู่ภายในป่าลึก
    “ว้าวสวยจริงๆเลย” ไวโอเลตอุทานออกมา ใช่มันสวยจริงๆธรรมชาติเนี่ย
    “ดูนั่นสิพวกเราภารกิจของเรา” ทหารนายหนึ่งชี้ให้พวกเราดู
    นั่นมันแกะ ฝูงใหญ่เลยน่าจะเกือบร้อยตัว โชคดีจริงๆที่พวกหมาป่ามันไม่เจอแกะพวกนี้ก่อนเรา
    “เอาล่ะเรามาเริ่มงานกันเถอะจะได้เดินทางกลับเมืองกัน ช่วยๆกันไปถอนหญ้ามาเยอะๆเลย แล้วเอานี่ไปหั่นผสมกับหญ้าซะ” พี่ไรอันสั่งทุกคน
    จากนั้นพวกเราก็แยกย้ายกันไปช่วยถอนหญ้าเอามากองไว้ดูเหมือนพวกแกะบางตัวเริ่มจะสนใจสิ่งที่พวกเราทำแล้ว ดีนะพวกนี้มันไม่กลัวคนเท่าไร
    หลังจากพวกเราถอนหญ้าและนำสมุนไพรเมา หรือกัญชาของพี่ไรอันมาหั่นผสมลงไป พี่ไรอันก็สั่งให้พวกเราถอยออกไปซ่อนตัว
    ไม่นานพวกแกะก็มาทานหญ้าที่พวกเรากองๆเอาไว้ จากตัวสองตัวเป็นทั้งฝูง
    “เอ้าไปถอนหญ้ามาเพิ่มอีกแล้วค่อยๆวางมันไปตามทางกลับจนถึงเมืองเลยเดี๋ยวทางนี้จะผสมสมุนไพรเมาเอง” พี่ไรอันบอก อืมความคิดดีเหมือนกัน ให้พวกแกะมันทานหญ้าไปตามทางเรื่อยๆจนถึงเมือง นี่มันแผนล่อเสือออกจากถ้ำรึป่าวนะ
    ตลอดทั้งวันพวกเราเดินทางมาได้เกือบครึ่งทาง เพราะพวกแกะมันเดินตามทางที่วางหญ้าไว้มาตลอดจนพวกมันอิ่ม พวกเราจึงได้เวลาหยุดพักทานข้าวกันบ้าง
    “เป็นไงบ้างครั้งแรกกับการต้อนสัตว์” พี่ไรอันเดินเข้ามาถามผม
    “เอ่อก็แปลกดีครับพี่ แต่ก็สนุกดี” ผมตอบพี่เค้าไปตอนแรกนึกว่าต้องใช้กำลังคนค่อยๆต้อนมันซะอีก ที่ไหนได้แค่วางอาหารล่อมันเท่านั้นเอง
    “แล้วแบบนี้เราจะถึงเมืองเมื่อไรครับพี่ไรอัน” ผมถามพี่ไรอันเพราะถ้าใช้วิธีแบบนี้แกะมันอิ่มก็ต้องรอให้มันหิวเท่านั้นกันพอดีถึงจะออกเดินทางได้
    “ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวพอแกะพวกนั้นหิว พี่จะไม่ให้อาหารพวกมันโดยวางกับพื้นแล้ว คราวนี้ล่ะเหนื่อยกันแน่” พี่ไรอันอมยิ้มบอกผม
    “ยังไงพี่” ผมสงสัยวิธีของพี่แกจริงๆ พลางสังหรณ์ใจไม่ดีว่าจะซวยแน่ๆ
    “พี่จะเอาอาหารใส่ห่อผ้าไว้แล้วผูกไว้ที่หลังทุกคนยังไงล่ะ แล้วจากนั้นพวกเราก็จะวิ่งพาแกะไปจนถึงเมือง พวกคลาวด์วิ่งหนีแกะให้ทันก็พอ” พี่ไรอันหัวเราะ เหอะๆแสดงว่าเป็นการวิ่งไล่จับสินะ
    “เอาล่ะไปพักผ่อนทานอาหารให้อิ่มเถอะ เพราะหลังจากนี้คงจะไม่ได้ทานแน่ๆ” พี่ไรอันเดินกลับไปหาลูกน้องทันที ส่วนผมเดินไปดูไวโอเลตที่พักผ่อนอยู่
    “ไวโอเลต พรุ่งนี้ต้องวิ่งหนีแกะจริงๆหรอ” ผมถามอีกครั้งเผื่อโดนพี่ไรอันหลอก
    “แน่นอน เด็กๆที่เกิดในเมืองนี้ เคยทำแบบนี้มาหมดแล้วล่ะ หวังว่านายคงไม่โดนพวกแกะเหยียบเอานะ” ไวโอเลตหันมาบอกผม
    “ฮะ ฮะ ผมค่อนข้างมั่นใจในฝีเท้าและความอึดเหมือนกันนะ แต่เธอนี่ไม่เหมือนเด็กผู้หญิงเลยนะไวโอเลต” ผมถามเธอเพราะเด็กผู้หญิงปกติไม่น่าออกมาเข้าป่าทำภารกิจแบบนี้เลย
    “ก็ไม่รู้สินะ บ้านเรามีแต่ผู้ชายแถมสมัยก่อนพี่หลุยส์ชอบพามาเที่ยวในป่า และก็ชอบพาไปที่ฟาร์มด้วยเราเลยชอบน่ะ” ไวโอเลตเล่าให้ฟัง
    “แล้วแม่เธอล่ะ” ผมถามเพราะตั้งแต่มาอยู่ที่บ้านของไวโอเลตตั้งหลายวันยังไม่เห็นแม่เธอเลย
    “แม่เราอยู่อาณาจักรนอร์ธน่ะ” เธอบอก
    “อาณาจักรนอร์ธ ไกลจังเลยนะแล้วทำไมไปอยู่นั่นล่ะ” ผมสงสัย
    “เห็นพี่หลุยส์เล่าให้ฟังว่าแม่เป็นร่างทรงหรืออะไรสักอย่างนี่แหละ เห็นว่ากฏทางตระกูลแม่คนเป็นร่างทรงห้ามแต่งงานเด็ดขาด แต่เพราะแม่แต่งงานกับพ่อ และหนีกันออกมาอยู่ที่อาณาจักรโรฮาน แต่พอตอนคลอดเรา ครอบครัวของแม่ก็ตามมาพบพอดี เห็นพี่หลุยส์บอกถึงขั้นจะฆ่ากันเลยนะ แต่แม่เราทำข้อตกลงอะไรสักอย่างกับตระกูลของแม่ เลยต้องกลับไปอยู่อาณาจักรนอร์ธ” เธอเล่าด้วยน้ำเสียงสบายๆ
    “เอ่อ ขอโทษนะผมไม่น่าถามเลย” ผมขอโทษเธอ
    “ไม่เป็นไรหรอกเราไม่ค่อยรู้สึกอะไรเท่าไหร่ เพราะตอนนั้นเรายังเป็นทารกอยู่เลย ก็เลยไม่ค่อยมีความทรงจำเกี่ยวกับแม่เท่าไร มีแต่พ่อกับพี่หลุยส์นี่แหละ” ไวโอเลตบอกผม
    “แล้วไวโอเลต เธอไม่คิดอยากจะเจอแม่บ้างหรอ” ผมเห็นเธอหยุดคิดเล็กน้อย
    “ก็คงซักวันล่ะมั้ง เพราะพ่อก็ไม่เคยเล่าเรื่องแม่ให้ฟังเลย ส่วนพี่หลุยส์ก็เล่าไม่ละเอียดเท่าไร” ผมพยักหน้า
    “พักผ่อนเถอะ นี่ก็มืดแล้ว พรุ่งนี้เช้าต้องเดินทางกันทั้งวันจนถึงเมืองแน่ๆ” จากนั้นผมและไวโอเลตก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน
    ผมเห็นพี่ไรอันยังสั่งลูกน้องให้หั่น ต้นกัญชาผสมมันกับหญ้าและห่อไว้ในผ้าอยู่ ผมไม่รู้ว่าวิธีแบบนี้มันจะได้ผลแค่ไหน แต่พี่ไรอันก็ทำแบบนี้มาตลอด หวังว่าแกะมันคงวิ่งไม่เร็วมากหรอกนะ เพราะเมื่อตอนกลางวันเพียงแค่วางหญ้าไว้เป็นจุดๆ ตามทางแกะมันก็แค่เดินไปทานไปเรื่อยๆแค่นั้นเอง แต่เมื่อมันหิวและเห็นอาหารอยู่ตรงหน้า มันจะวิ่งไล่ตามขนาดไหนผมก็คิดภาพไม่ออกเหมือนกัน
    จบ...
    ปล.บทหน้าก็จะกลับถึงเมืองแล้ว ไว้จะลงให้ตอนดึกๆนะครับ

    คล้ายกับเรื่องเด็กวัด สร้างตำนานลุยโลกแฟนตาซี ที่คุณอ่าน