เจียงอิ๋งอิ๋งได้แต่พยักหน้าอย่างจนใจทั้งสองจึงจำต้องมุ่งหน้าไปยังโรงงานเหล็กกล้าที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตก
โรงงานเหล็กกล้าแห่งนี้มีผลประกอบการดีเยี่ยมอีกทั้งค่าตอบแทนก็สูงลิ่ว จึงถือเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในการหาลูกค้า
ทว่าเพียงเดินมาได้ยี่สิบนาทีเจียงอิ๋งอิ๋งก็ต้องเอามือค้ำเอวพลางหอบหายใจรัว "พี่เหยา ฉันไม่ไหวแล้ว ฉันเหนื่อยจะตายอยู่แล้ว!"
หยาดเหงื่อผุดซึมเต็มหน้าผากขาวเนียนเส้นผมตรงขมับเปียกชื้นแนบไปกับพวงแก้มที่แดงปลั่งเพราะความร้อน
เสิ่นเหยายื่นกระติกน้ำต้มสุกที่พกติดตัวมาให้เธอ"ดื่มน้ำก่อนค่อยเดินต่อ"
ช่วงเวลาเกือบสิบเอ็ดโมงคือช่วงที่อากาศร้อนระอุที่สุดหากไม่ใช่เพราะต้องเร่งฝีเท้าให้ไปถึงก่อนเวลาเลิกงานเจียงอิ๋งอิ๋งคงตัดสินใจทรุดตัวลงนั่งพักให้หายเหนื่อยก่อนจะก้าวเดินต่อเป็นแน่
เธอหย่อนกายลงนั่งด้วยอาการเวียนหัวเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้าที่ดูน่าสงสารขึ้นมองเขา "พี่เหยา...ฉันอยากซื้อจักรยานจังเลย..."
จักรยานอะไรกัน?
เสิ่นเหยาหลุบตาลงมองเธอแสงแดดที่ส่องย้อนมาจากเบื้องหลังทำให้เห็นสีหน้าของเขาไม่ชัดเจนนักเขาเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเบือนหน้าหนีพลางถอนหายใจ "เลี้ยงไม่ไหวหรอก"
ทว่าในใจเขากลับเริ่มคำนวณโดยไม่รู้ตัวจักรยานคันหนึ่งราคาราวๆ หนึ่งร้อยยี่สิบหยวน...
ผู้หญิงที่เดิมทีตั้งใจจะหย่าขาดจากกันกลับกลายเป็นคนที่สร้างแรงกดดันให้เขาต้องหาเงินจำนวนมากเสียอย่างนั้น...
หลังจากพักจนเริ่มมีแรงแล้วเจียงอิ๋งอิ๋งก็ขมวดคิ้วเรียวพลางยันกายลุกขึ้นยืน ร่างกายโอนเอนไปมา"ช่างเถอะ ที่เหลือไม่ขายแล้ว ไว้ค่อยว่ากันวันหลัง..."
เสิ่นเหยาย่อกายลงตรงหน้าเธอโดยไม่ทันได้ตั้งตัวพลางเอ่ย"ขึ้นมา!"
นี่เขาจะแบกเธอไปอย่างนั้นหรือ?
เจียงอิ๋งอิ๋งชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะรีบยกมือขึ้นป้องปากด้วยความขัดเขิน "พี่เหยาเป็นผู้ชายที่ดีจริงๆ!พอคิดว่าวันข้างหน้าต้องหย่ากับพี่ ฉันรู้สึกลำบากใจจังเลย!"
เสิ่นเหยาบดกรามแน่น"จะขึ้นไหม?"
เจียงอิ๋งอิ๋งรีบกระโดดเกาะหลังเขาทันทีพร้อมกับเป่าลมใส่หูเขาเบาๆ "เร็วหน่อยนะโรงงานเหล็กกล้าใกล้จะเลิกงานแล้ว!"
สัมผัสจากร่างนุ่มนิ่มของหญิงสาวเบื้องหลังดูจะร้อนแรงยิ่งกว่าแสงอาทิตย์บนท้องฟ้าเสียอีกความรู้สึกคันยิบๆ ที่ข้างหูนั้น เหมือนมีมดนับร้อยตัวมาไต่ตอม
เสิ่นเหยาเกือบจะเผลอปล่อยมือเขาขบฟันกรอด "หุบปาก ไม่อย่างนั้นก็ลงไปเดินเอง!"
เจียงอิ๋งอิ๋งรีบหุบปากอย่างว่าง่ายทันที
เสิ่นเหยาจ้ำอ้าวไปอย่างรวดเร็วเพียงสิบกว่านาทีทั้งคู่ก็มาถึงหน้าประตูโรงงานเหล็กกล้าประจวบเหมาะกับช่วงที่คนงานเริ่มจับกลุ่มกันเดินออกมาพอดี
เจียงอิ๋งอิ๋งตบไหล่เสิ่นเหยาเบาๆ"เราจะขายยังไงดี? ตะโกนเรียกก็ไม่ได้ด้วย..."
เสิ่นเหยาวางเธอลงบนกายเขามีแต่เหงื่อโทรมกาย เขามองไปยังกลุ่มฝูงชนพลางครุ่นคิด"ทำเหมือนวันนั้นสิ เธอสวมชุดไว้น่าจะได้ผลดีที่สุด"
เขาจำต้องยอมรับว่าผู้หญิงคนนี้สวยจริงๆเพียงเธอยืนอยู่ตรงนั้นก็ไม่ต่างอะไรกับป้ายโฆษณาที่มีชีวิต
เจียงอิ๋งอิ๋งมองเสื้อผ้าในห่อผ้าอย่างจนใจ"ฉันก็เคยคิดนะ แต่ถ้าฉันสวมไปตัวหนึ่งมันก็เท่ากับหายไปตัวหนึ่งไม่ใช่หรือ? ถึงตอนนั้นคงถอดชุดขายให้เขาตรงนั้นไม่ได้หรอกมั้ง?ชุดที่ฉันสวมวันนั้นฉันจะอธิบายให้ชัดเจนแล้วลดราคาขายไปก็น่าจะพอได้อยู่"
ต่อให้ลดราคาลงมาบ้างก็น่าจะได้สักสิบกว่าหยวนกระมัง?
เสิ่นเหยาไม่คาดคิดว่าคนอย่างเธอจะมีความซื่อสัตย์ในการทำธุรกิจอยู่ไม่น้อย...
ขณะที่ยังคิดหาทางออกไม่ได้เจียงอิ๋งอิ๋งแอบสื่อสารกับระบบในใจ "ไหนล่ะค่าโชคทรัพย์ที่แลกเปลี่ยนไป?"
ระบบตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชา"ยอดจะเข้าภายในหกชั่วโมง โฮสต์โปรดอย่าเร่งครับ!"
นี่มันใกล้จะครบกำหนดเวลาแล้วไม่ใช่หรือไง?
ที่เธอขายเสื้อผ้าให้จี้ฝูเยว่ไปเมื่อเช้าได้นั้นเป็นเพราะความสามารถของเธอล้วนๆ เจ้าระบบคิดจะเนียนฮุบไปเองหรือเปล่านะ?
เธอกำลังจะอ้าปากประท้วงด้วยความขุ่นเคืองทันใดนั้นก็มีคนงานหญิงสองคนสังเกตเห็นเจียงอิ๋งอิ๋งเข้าทั้งคู่ดวงตาเป็นประกายแล้วรีบวิ่งตรงรี่เข้ามาหา
ในเวลาเดียวกันเสียงของระบบก็ดังขึ้น "ค่าโชคทรัพย์กำลังจะเข้าสู่บัญชีโปรดตรวจสอบ..."
เอ๊ะ?
เจียงอิ๋งอิ๋งยังไม่ทันตั้งตัวก็ถูกมือคู่หนึ่งคว้าเข้าที่แขน "เมื่อเช้าฉันไปตามหาเธอตั้งนานทำไมถึงไม่อยู่ตรงที่นัดกันไว้ล่ะ!"
ปรากฏว่าเป็นหญิงสาวสองคนที่เธอเคยพบหลังจากเจอเจียงชิงในวันนั้นนั่นเอง
ตอนนั้นเจียงอิ๋งอิ๋งเพียงแค่เอ่ยปากไปตามมารยาทไม่คิดว่าพวกเธอจะมาตามหาตนจริงๆ จึงรีบเอ่ยขอโทษด้วยความเกรงใจ"ขอโทษจริงๆ ค่ะ! ความจริงฉันไปนะ แต่มีคนอยากดูเสื้อผ้าพอดีเราน่าจะสวนกันไปมานั่นแหละค่ะ..."
ช่างโป้ปดได้แนบเนียนโดยไม่ต้องร่างต้นฉบับเลยจริงๆ...
เสิ่นเหยาเองก็ไม่ได้เปิดโปงเธอแต่เอ่ยขัดขึ้นว่า "คุยกันตรงนี้ไม่ค่อยสะดวกเท่าไรนัก"
ยุคสมัยนี้มีคนแอบมาขายของไม่น้อยโดยเฉพาะคนบ้านนอกที่ยากจน มักจะเก็บสะสมไข่ไก่ สานตะกร้าหรือปลูกผักมาแลกเงินในเมือง
พวกเขาขายถูกกว่าสหกรณ์ร้านค้าและยังสดใหม่กว่าคนทั่วไปจึงยินดีที่จะอุดหนุน
หญิงสาวทั้งสองสบตากันก่อนจะรีบจูงมือเจียงอิ๋งอิ๋งเข้าไปในตรอกเล็กๆ ข้างทางเมื่อเห็นว่ารอบกายไร้ผู้คนจึงเอ่ยขึ้นด้วยความคาดหวัง"ชุดกระโปรงแบบวันก่อนเธอยังทำอยู่อีกไหม? ฉันอยากได้สักตัวน่ะ"
เจียงอิ๋งอิ๋งยังไม่รีบร้อนหยิบของออกมาแต่เอ่ยยิ้มๆ ว่า "เสื้อผ้าพวกนั้นราคาไม่ถูกเลยนะจ๊ะพวกเธอก็เห็นแล้วว่าตัดเย็บจากผ้าเนื้อดีทั้งนั้น"
"ราคาเท่าไรล่ะ?"
"ตัวละยี่สิบห้าหยวนจ้ะ"
คนงานหญิงทั้งสองถึงกับอึ้งไปปกติเสื้อผ้าตัวหนึ่งราคาแปดถึงสิบหยวนก็นับว่าแพงมากแล้วแต่ชุดกระโปรงนี้กลับราคาสูงถึงยี่สิบห้าหยวน!
พวกเธอได้เงินเดือนเพียงยี่สิบสองหยวนเองนะ!
ต้องรู้ก่อนว่าโรงงานเหล็กกล้าให้เงินเดือนสูงที่สุดแล้วโรงงานอื่นที่ผลประกอบการไม่ดีเท่า เงินเดือนยังไม่ถึงยี่สิบหยวนด้วยซ้ำ!
นี่มันแพงเกินไปแล้ว!
คนงานหญิงทั้งสองโบกมือพัลวัน"แพงเกินไปจ้ะ!"
เจียงอิ๋งอิ๋งไม่ได้บีบคั้น"ครั้งนี้ฉันเอามาสิบเอ็ดตัว ขายไปแล้วเจ็ดตัวชุดแบบที่พวกเธอเห็นวันนั้นเหลือแค่ตัวเดียวแล้วล่ะ"
คนงานหญิงทั้งสองยิ่งรู้สึกผิดหวัง"พวกเราอยากได้กันทั้งคู่เลยแต่ในเมื่อเป็นแบบนี้ก็ช่างมันเถอะ"
เจียงอิ๋งอิ๋งยิ้มบางๆ"ฉันขอบอกตรงๆ เลยแล้วกันนะ ชุดนั้นฉันเคยสวมไปแล้วครั้งหนึ่งแล้วก็ซักน้ำแล้วด้วย ถ้าพวกเธอไม่ถือสา ฉันจะขายให้ในราคาสิบแปดหยวน สนใจไหมจ๊ะ?"
สิบแปดหยวนก็ยังถือเป็นเงินก้อนใหญ่อยู่ดี!
ทว่าคนงานหญิงร่างสูงเริ่มลังเลเธอเป็นหัวหน้ากลุ่มในโรงงาน ทางบ้านมีฐานะพอสมควรเงินสิบแปดหยวนจึงไม่ใช่ภาระที่หนักหนานัก
ยิ่งไปกว่านั้นแม้เสื้อผ้าจะเคยผ่านการซักมาแล้วหนึ่งครั้งแต่มันถูกลงกว่าเดิมตั้งเจ็ดหยวนเชียวนะ!
เธอขบฟันตัดสินใจ"เธอลองเอาออกมาให้ฉันดูอีกทีได้ไหม?"
เจียงอิ๋งอิ๋งหยิบชุดกระโปรงออกมาจากห่อผ้าพอคลี่ออกความงามของมันก็สะกดสายตาของหญิงสาวทั้งสองทันที
คนงานหญิงอีกคนลูบไล้เนื้อผ้าอย่างอาลัยอาวรณ์อยู่นานก่อนจะส่ายหน้า"ไม่ได้หรอก ฉันไม่มีเงินมากขนาดนั้น..."
เธอต้องส่งเงินเดือนครึ่งหนึ่งกลับบ้านทุกเดือนส่วนที่เหลือเอาไว้ใช้สอยส่วนตัว จึงเก็บออมได้ไม่มากนัก
คนงานหญิงร่างสูงตัดสินใจเด็ดขาด"เธอลดให้อีกนิดได้ไหม ถ้าได้ฉันจะเอาเลย"
เจียงอิ๋งอิ๋งถอนหายใจ"ฉันไม่ปิดบังพี่สาวเลยนะจ๊ะแค่ค่าผ้าฉันก็ควักกระเป๋าไปสิบกว่าหยวนแล้ว! ถ้าพี่ชอบจริงๆฉันขอสิบหกหยวนแล้วกันจ้ะ ถ้าน้อยกว่านี้ขายไปก็ไม่คุ้มสู้เก็บไว้ใส่เองยังดีกว่า!"
"แถวนี้หาซื้อเนื้อผ้าแบบนี้ไม่ได้หรอกนะต่อไปหากอยากได้แบบนี้อีกคงไม่มีอีกแล้ว!"
"ตกลง ฉันเอา!"
เมื่อการเจรจาสำเร็จผลคนงานหญิงร่างสูงมองดูเสื้อผ้าชุดนั้นอีกครั้ง "เธอรอฉันประเดี๋ยวได้ไหมฉันจะกลับบ้านไปเอาเงิน"
เมื่อมีเงินเข้ามาหาแน่นอนว่าต้องรอเจียงอิ๋งอิ๋งแย้มยิ้มอย่างเบิกบาน "ได้จ้ะฉันจะรอนะ!"
ตอนนี้กลับกลายเป็นว่าคนงานหญิงร่างสูงเดินจากไปเพื่อไปเอาเงินคนงานหญิงอีกคนก็เริ่มกระสับกระส่าย ไม่ใช่ว่าเธอไม่มีเงินซื้อเสียทีเดียวเพียงแต่รู้สึกเสียดายเงินเท่านั้น
พอได้ยินว่าต่อไปอาจจะไม่มีผ้าแบบนี้ขายอีกใจเธอก็ยิ่งรู้สึกวูบโหวง จึงเอ่ยปากถามอย่างไม่ยอมแพ้"ต่อไปจะไม่มีผ้าแบบนั้นแล้วจริงๆ หรือจ๊ะ?"
...อีกแค่สองปีข้างหน้า มันก็จะฮิตกันทั่วบ้านทั่วเมืองแล้วล่ะจ้ะ...
เจียงอิ๋งอิ๋งเม้มปากยิ้ม"เรื่องนี้ก็ไม่แน่นอนหรอกจ้ะ พอดีพี่ชายฉันไหว้วานคนส่งมาให้แถวบ้านเราน่ะไม่มีหรอก"