ตอนที่ 19 แค่เด็กคนหนึ่ง
หลังเลิกงานวันนี้อัยวาก็โทรมานัดชวนให้ชายหนุ่มไปดื่มด้วยกันที่ร้านเหล่าแห่งหนึ่งซึ่งเป็ร้านประจำของกลุ่มแก๊งเพื่อนของติณภพอยู่แล้ว
จากตอนแรกที่อัยวาคิดว่าเขาจะได้ไปดื่มกับติณภพด้วยกันสองคน แต่ติณภพกลับโทรนัดกลุ่มเพื่อนสมัยมหาลัยมาด้วยอีกสองสามคน กลายเป็ว่าในโต๊ะตอนนี้มีติณภพกับอัยวาที่นั่งตัวติดกัน ส่วนเพื่อนอีกสามคนกระจายกันนั่งเก้าอี้คนละตัว มาถึงร้านติณภพก็สั่งเหล้ามาดื่มเขายังคงหงุดหงิดใจเื่ที่ทะเลาะกับธนวินท์ไม่หาย เขานั่งฟังเพื่อนๆในกลุ่มที่กำลังพูดถึงเื่งานแต่งงานของเขาอยู่เงียบๆมาสักพักหนึ่งแล้ว มือก็ยกแก้วเหล่าขึ้นดื่มไปด้วย
“มรึงนี่นะแต่งงานแล้ว กูไม่อยากจะเชื่อเลยวะ คนที่ห่วงแหนความโสดมาตลอดอย่างมรึงจะแต่งนำพวกกูไปแล้ว”เสียงสกายผู้ชายตัวสูงผิวขาวจัดถามขึ้น ชายหนุ่มเงยหน้าจากแก้วเหล่ามองเพื่อนๆที่รอฟังคำตอบจากปากเขา เื่นี้พวกมันคงได้ยินมาจากนนทกรท์เป็แน่ เพราะตัวเขาเองยังไม่ได้พูดเื่นี้กับใครเลยรวมถึงอัยวาด้วยเช่นกัน เขากะไว้ว่าจะบอกทุกคนพร้อมกันในวันนี้เลย แต่เหมือนว่าไอ้เพื่อนตัวดีของเขาแต่ละคนพอจะระแคะระคายเื่นี้มาบ้างแล้ว
“กูพลาดเองวะ!”ชายหนุ่มตอบเสียงจริงจัง ทำเพื่อนๆหันมามองหน้าเขาอย่างไม่อยากจะเชื้อหู
”คนอย่างติณภพมีพราดเื่แบบนี้ด้วยเหรอวะ ฮะๆๆ!….นี่มรึงอย่าบอกน่ะว่าโดนเด็กมันจับเอานะ?”ภีมภัทรชายหนุ่มผิวเข้มจมูกโด้งเป็สันผู้มีใบหน้าหล่อเหล่าชวนฝันจนใครๆก็ต่างต้องเหลี่ยวมอง พื้นเพเดิมเขาเป็คนภาคใต้ แต่พ่อแม่ของเขาย้ายมาทำธุรกิจที่นี่ั้แ่เขายังเป็เด็กมัธยม เขารู้จักสนิทสนมกับติณภพใน่เข้ามหาลัยปีหนึ่งเเละเป็เพื่อนกันมาั้แ่ตอนนั่น และเมื่อก่อนเขาเป็คนเดียวในกลุ่มที่แต่งงานมีครอบครัวแล้ว
“ก็ไม่เชิงวะ?”ติณภพยกเหล้าขึ้นซดรวดเดียวหมดแก้ว ก่อนจะว่างลงบนโต๊ะจนเกิดเสียงดัง แค่เพียงคิดถึงใบหน้ายัยเด็กดื้อก็ทำเขาอารมณ์ขุ่นมัวขึ้นจนได้ ‘เด็กบ้า’เขาอารมณ์เสียเพราะคืนนั่นเขากลายเป็คนหน้าด้านที่ขอเอากับเด็กนั่นแต่กลับโดนเด็กมันปฏิเสธให้ แต่กลับกันพอเด็กมันเล่นด้วยเขาเองกลับปฏิเสธออกไป
ตอนนี้เขายังสับสนใจตัวเองอยู่เหมือนกัน ‘ตอนนี้ไม่รู้ว่าเด็กนั่นจะทำอะไรอยู่ ของสดเขาก็ซื้อเตรียมมาไว้ให้จนเต็มตู้เย็นั้แ่เมื่อวานแล้ว ไหนจะอาหารแห้งก็เต็มตู้อีก ถ้ายังหากินเองไม่ได้อีกก็อดไปแล้วกัน…’ เขาได้แต่คิดแบบนั่นแต่ในใจก็ยังมีเศษเสี่ยวเล็กๆที่ยังเป็ห่วงว่าธนวินท์จะทำอาหารกินเองได้หรือเปล่า คิดมาถึงตรงนี้ก็ได้แต่ถอนหายใจ
“หึ!”
“วาเป็อะไรหรือเปล่าผมเห็นวาเงียบไป”พีรวัสชายหนุ่มนักธุรกิจร้านอาหารซึ่งมีติณภพเป็หนึ่งในหุ่นส่วนร้านหลายสาขาที่กระจายอยู่ในกรุงเทพ พีรวัสถามหญิงสาวที่นั่งเงียบมาั้แ่ที่สกายเริ่มพูดถึงเื่แต่งงานของติณภพแล้ว ซึ่งเขาเป็ห่วงความรู้สึกของหญิงสาวมากๆ
“ป่าว วาแค่ง่วงนิดหน่อยน่ะพี”หญิงสาวตอบออกไปเสียงเรียบนิ่ง สายตาจดจ่องมองแค่ติภพเพียงคนเดียว
อัยวาสนิทกับกลุ่มเพื่อนของติณภพั้แ่ปีหนึ่งได้ทั้งที่ไม่ได้เข้าเรียนคณะเดียวกันกับชายหนุ่มเลย ก็เพราะว่าเขาทำตัวติดติณภพมาตลอดสี่ปีในรั่วมหาลัย ยิ่งชายหนุ่มไม่เคยมีข่าวกับใครเลย ไม่เคยสนใจเหลี่ยวมองใคร ทำให้ใครๆก็ต่างก็คิดว่าเขาคือคนรักของชายหนุ่ม จะมีก็แต่แก๊งเพื่อนนี่แหละที่รู้ว่าหญิงสาวเป็แค่เพียงเพื่อนสนิทของชายหนุ่มเท่านั่น
“แล้วหลังจากนี้มึงจะทำยังไงต่อวะไอ้ภพ”ภีมภัทรถามขึ้นอีกครั้ง
“กูก็คงต้องทำหน้าที่ผู้ปกครองให้เด็กนั่นไปจนกว่าจะจบมหาลัย”
“แล้วมึงไม่คิดเออ…คิด.”สกายยกยิ้มมุมปากมองหน้าคนเป็เพื่อน แล้วพูดต่อ
“เื่บนเตียงบ้างเหรอวะ?”
“คิด”ชายหนุ่มตอบเสียงดังฟังชัด จะไม่ให้เขาคิดได้ยังไงไหว่ในเมื่อยัยเด็กนั่นเล่นห้ามเขาไปเอากับใครแบบนี้
“แต่อีกสี่ปีมรึงจะเลิก แล้วมรึงคิดว่าเมียเด็กมรึงจะยอมเหรอว๊ะไอ้ภพ”สกายยังคงถามต่อเขาอยากรู้คำตอบของเพื่อนตอนนี้เลย
“ไอ้กายหุบปาก”เสียงพีรวัสสั่งเพื่อนตัวดีของเขา
“กายน้องเขาชื่อน้องวิน”อัยวาเองก็หันไปดุสกายด้วยเช่นกัน ตัวเขารู้จักหลานชายของแสงจันทร์มานานแล้ว เพียงแต่ั้แ่ที่เข้ามาเรียนในกรุงเทพอัยวาก็ไม่เคยได้เจอกับธนวินท์อีกเลย
“กูหมายคิดหนัก ก็เด็กมันเล่นยั่วกูบ้างล่ะ เล่นจะเข้าหากูอย่างเดียวเอาอะไรมาทนว๊ะ”ชายหนุ่มถอนหายใจเอนหลังพิงพนังโซฟาอย่างเบื่อหน่าย
“คุณเมาแล้วเหรอค่ะภพ”ชายหนุ่มหันไปมองหญิงสาวข้างกายสายตาอ่อนลง
“ผมไม่ได้เมาครับวา”
“แต่คุณดูเหนื่อยๆนะค่ะ”
“คุณไม่ต้องเป็ห่วงครับ ผมพาคุณกลับไปส่งบ้านไหวแน่นอน”ชายหนุ่มยิ้มอ่อนโยนให้หญิงสาวเพื่อนสนิท
“ถ้ามึงขับไม่ไหวให้กูไปส่งวาให้ก็ได้นะภพ”เสียงพีรวัสดังแทรกขึ้นระหว่างชายหญิงสองคน ติณภพหันมองใบหน้าจริงจังของเพื่อนก่อนจะหันมาสบตาอัยวา เขารู้คำตอบในทันทีว่าหญิงสาวไม่้า
“ไม่เป็ไร กูขับไหว กูไปส่งวาเอง”หญิงสาวยิ้มออกมาเมื่อติณภพพูดแบบนั่น เพียงแต่คำตอบของติณภพทำพีรวัสหงุดหงิดใจก็เท่านั่น
21:45 น.
ตอนนี้ก็เป็เวลาเกือบสามสี่ทุ่มแล้ว ภีมภัทรเขาขอตัวกลับไปนานแล้วเพราะเขามีภรรยาที่ต้องกลับไปดูแล ส่วนคนอื่นๆตอนนี้กำลังจะทยอยกันแยกย้ายกลับเหมือนกัน
“วา แน่ใจนะครับว่าไม่ให้ผมไปส่ง”พีรวัสถามย้ำขึ้นอีกครั้งเพราะทางไปบ้านเขาเป็ทางเดียวกันกับคอนโดของอัยวา แต่หญิงสาวก็ยังส่ายหน้าปฏิเสธท่าเดียว
ระหว่างทางที่ขับรถมาส่งอัยวา ต่างคนต่างจมอยู่ในความคิดตัวเอง ติณภพกำลังนึกถึงใบหน้าของธนวินท์ เขาถอนหายใจเป็ระยะจนอัยวาหันมอง
“ถ้าวันนี้สกายไม่พูดเื่นี้ขึ้นมาคุณไม่คิดจะบอกวาเลยเหรอค่ะภพ”หญิงสาวหันไปถามชายหนุ่ม หลังจากที่รถเคลื่อนเข้ามาจอดหน้าคอนโด
“ไม่ใช่อย่างนั่นครับวา ผมก็แค่คิดว่าจะบอกเพื่อนทุกคนพร้อมกันทีเดียวเลย และที่ไม่ได้ชวนคุณไปงานเพราะเป็แค่งานแต่งเล็กๆที่จัดขึ้นในครอบครัวเท่านั่น ไม่ได้เชิญแขกเลยครับ“คำตอบของติณภพทำหญิงสาวนิ่งไปอึดใจ คำว่าครอบครัวของชายหนุ่มทำเขารู้สึกเป็คนนอกขึ้นมาทันที มันทำให้หญิงสาวรู้สึกเจ็บแปรบๆที่ใจ เขาเหมือนคนกำลังจะจมน้ำเขาเหมือนคนหายใจไม่ออกแต่แค่เพียงสายตาที่มองกันอย่างห่วงใยของติณภพก็ชุดเขาขึ้นมาจากความเ็ปได้ทุกครั้ง
“ขอโทษนะวา ที่จริงผมควรจะบอกคุณั้แ่แรกถึงยังไงซะน้องวินก็เป็ลูกของวาด”วาดจันทร์ชื่อที่อัยวาได้ยินที่ไรก็รู้สึกผิดขึ้นมาทุกครั้ง เป็ความรู้สึกที่ไม่สามารถบอกใครให้รับรู้ได้
“แล้วภพจะเอายังไงต่อค่ะ คุณไม่ได้รักน้องวินจริงๆเหรอค่ะ”หญิงสาวพาวนาในใจให้คำตอบของติณภพคือสิ่งที่เขากำลังคิดไว้
“ผมจะรักแกได้ยังไงครับวาในเมื่อคุณก็รู้ว่าผมยังมีวาดจันทร์อยู่เต็มหัวใจ”ถึงไม่ใช่คำตอบที่หญิงสาวอยากฟังแต่เพียงแค่นี้ก็ยังพอหล่อเลี้ยงหัวใจของเขาไปได้อีกนาน ชายหนุ่มพ้นคำพูดระบายความรู้สึกในใจออกมาให้อัยวาได้ฟัง อัยวาคงเป็เพื่อนคนเดียวที่รู้เื่ราวที่ผ่านมาทั้งหมดของเขากับวาดจันทร์ดี ่เวลาที่ผ่านมาหลายปีถ้าไม่ได้หญิงสาวบางทีเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาจะมีชีวิตอยู่ได้ยังไง ได้ไม่ได้อัยวาคอยให้คำพูดปลอบ ให้คำปรึกษา
ชายหนุ่มกลับเข้ามาในบ้านตอนเกือบจะเที่ยงคืนกว่าแล้ว เขาขับรถไปส่งอัยวาที่คอนโดซึ่งมันเป็คนละเส้นทางกันกับทางกลับบ้านของเขา กว่าจะถึงบ้านเขาฝ่ารถติดบนท้องถนนมาเกือบชั่วโมง
ชายหนุ่มเงยหน้ามองขึ้นไปบนหน้าต่างห้องธนวินท์ตอนนี้ไฟปิดสนิทแล้ว ทั้งในตัวบ้านก็เช่นกัน เขาถอนหายใจก่อนจะเดินไปขึ้นรถแล้วขับเข้ามาจอดในรั่วบ้าน
เขาไม่รู้ว่าตอนนี้ธนวินท์หลับไปหรือยัง ตัวเขาเข้ามานั่งอยู่บนโซฟา หยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบระบายความเครียด สูบจนพอใจแล้วก็ขึ้นมาชั้นสอง แต่พอเดินผ่านหน้าห้องของธนวินท์ ชายหนุ่มกลับได้ยินเสียงร้องไห้เล็ดลอดออกมาจากในห้องนอน เขาหยุดเท้าไว้หน้าประตู มือใหญ่ยกขึ้นมาหมายจะเคาะไปบนประตู แต่แล้วเขาก็เกิดเปลี่ยนใจกระทันหัน ทำใจเเข็งทำเมินเฉยต่อเสียงร้องไห้ของเด็กหนุ่ม
…..
เช้าวันวันหยุดของชายหนุ่ม เขากำลังนั่งดื่มกาแฟอยู่บนโต๊ะอาหารมือนึ่งก็เลื่อนโน๊ตบุ๊กตรวจงานไปด้วย แต่เสียงเท้าของธนวินท์ที่กำลังเดินลงมาจากชั้นสองของบ้าน ทำชายหนุ่มหันไปมองทันที
ธนวินท์อยู่ในชุดเสื้อแขนยาวกางเกงขาสั่นสีขาวสะพายกระเป๋าผ้าใบโตไว้ข้างๆตัว เด็กหนุ่มหน้านิ่งแววตาว่างเปล่าเดินผ่านหน้าติณภพไปโดยไม่มีการทักทายใดเกิดขึ้น ติณผมเห็นท่าทางเด็กตัวขาวแบบนั่นแล้วหงุดหงิดใจขึ้นมา เขาจึงลุกขึ้นเดินตามออกมาติดๆ มือใหญ่คว้าแขนเรียวให้หยุดเดิน
“จะไปไหน”คำถามที่ไม่มีคนตอบก็คงเหมือนการพูดกับลมกับฟ้าชายหนุ่มถอนหายใจเสียงดังบ่งบอกให้คนฟังรู้ว่าเขากำลังจะโกรธจริงๆแล้ว
“ฉันถามทำไมไม่ตอบ!”
“มีนัด”เด็กหนุ่มบิดตัวจากการเกาะกุมจนหลุดพ้นจากชายหนุ่ม
“นัดอะไร นัดที่ไหนแล้วไปกับใคร จะกลับกี่โมง”คำถามรัวๆพวกนั่นเด็กหนุ่มกลับเมินใส่อีกครั้งแล้วก้าวเท้าจะเดินออกไปจากประตูบ้าน
“ตอบฉันมา!”ธนวินท์หยุดเท้าลงหันกลับมามองหน้าชายหนุ่มอีกครั้ง แล้วตอบกลับไปเสียงจริงจังใส่บ้าง
“มันเื่ของวินน่ะ อาภพไม่ต้องยุ่งเลย”ที่จริงแล้วเขายังโกรธติณภพไม่หาย ที่ทิ้งกันไว้ที่บ้านทั้งวันเมื่อวานทั้งๆที่เขาก็เพิ่งจะมาอยู่ที่นี่แค่วันแรกเท่านั่น ‘อาภพใจร้ายเกินไปแล้ว’
“ฉันรู้ว่าเื่ของเธอ แต่ในฐานะที่ฉันเป็ผู้ปกครองของเธอ ฉันมีสิทธิ์รู้ว่าเธอจะไปไหนกลับเมื่อไหร่” ‘ผู้ปกครองเหรอ คำก็ผู้ก็ปกครอง สองคำก็ผู้ปกครอง’เด็กหนุ่มคิดในใจได้แต่ก้มหน้ามองปลายเท้าตัวเองกักเก็บความเสียใจไว้คนเดียว
“หึ!”เด็กไม่ยอมมองหน้า ไม่ยอมพูดบอก ทำเป็เงียบใส่จนติณภพเริ่มโกรธจริงๆบ้างแล้ว
“โอ๊ยยย เจ็บบ!”แขนเรียวถูกบีบด้วยมือใหญ่ แถมยังลากคนเด็กกว่ากลับเข้ามาโยนลงบนโซฟาในบ้านแทน
“ปล่อยนะปล่อย! อาภพปล่อยวินนะ”
“แล้วที่ฉันถามเธอไม่ตอบมันหมายความว่ายังไงห้ะ”เด็กหนุ่มกัดฟันกรอดมองหน้าติณภพเคืองๆ
“ไม่มีปากหรือไงวะ”
“มี แต่ไม่อยากพูดกับอา”สิ้นคำพูดของธนวินท์ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ไม่ไกลก็พุ่งตัวเข้ามาคร่อมร่างเล็กไว้ทันที
“ถ้าไม่พูดก็ไม่ให้ไป เลือกเอาจะบอกมาดีๆหรือจะกลับขึ้นไปบนห้อง”
“อาภพไม่มีสิทธิ์มาทำแบบนี้กับวินนะ ไหนบอกว่าไม่อยากแตะเนื้อต้องตัวกันไง”สองมือเล็กดันอกคนตัวโตให้ถ่อยออก ‘ใครกันที่ไม่อยากให้เขาแตะต้องตัว แต่ตอนนี้อาภพเอาตัวมาใกล้เขาเอง’
“ทำไมจะไม่มีสิทธิ์”ธนวินท์รู้สึกได้ว่าใบหน้าชายหนุ่มเคลื่อนเข้ามาเรื่อยๆ
“อาภพบ้า อื้อออ”ปากอิ่มถูกงับจูบลงมาทันทีที่จบประโยคคำต่อว่าออกไป ชายหนุ่มบดบี้ขยี่จูบคนใต้ร่างจนเกิดเสียงเฉอะแฉะเขาอยากลงโทษเด็กปากดีให้หลาบจำ ปากได้รูปบดจูบกลีบปากอิ่มซ้ำๆย้ำๆบดบี้ขยี่ปากอิ่มด้วยปากเขา แล้วค่อยๆผ่อนแรงลงส่งลิ้นร้อนเข้าไปข้างในเพื่อกวาดชิมความหวาดข้างใน จากที่ต่อต้านในตอนแรก คราวนี้เด็กหนุ่มกลับเปิดปากให้เขาสอดลิ้นเข้าไปข้างในโดยไม่ต่อต้าน ตวัดลิ้นเกาะเกี่ยวพัลวัล สองมือเล็กก็เลื่อนขึ้นมากอดเกี่ยวไปรอบลำคอหนาแทนการปลักใส
แต่แล้วเสียงโทรศัพท์มือถือของธนวินท์ก็ดังขึ้นทำเด็กหนุ่มได้สติกลับมา เขาดันไหลหนาของติณภพให้ผละถอยออกไปแต่ชายหนุ่มกลับพยายามงับจูบอีกทั้งที่คนเด็กกว่าพยายามผละหนีกลีบปากได้รูปที่เคลื่อนเข้าหาไม่หยุดหย่อน
“อาภพพอแล้ว~”ติณภพถอนปากออกอย่างแสนเสียดาย ตาเขาจ่องมองกลีบปากอิ่มแดงที่เปลอะเปื้อนคราบน้ำลาย มือใหญ่ขยับเช็ดมันออกให้เบามือ
“หึ!”ชายหนุ่มขำสายตาช้ำเบลอที่มองตามการกระทำของเขา ‘ไม่ประสาจริงๆ’
“รับซิใครโทรมา”
‘วิน’
“ฮัลโหลมุก มะมาถูกไหม”ชายหนุ่มเอนศรีษะลงซบลงบนโซฟามองคนพูดสายไม่วางตา
‘รั่วบ้านสีขาวใช่ป่ะ เราเห็นรถอาภพจอดอยู่ด้วย ต้องใช่แน่ล่ะ’
“มาถึงแล้วเหรอ ชะใช่รถอาภพจอดอยู่”
“อืม ตอนนี้มุกจอดรถอยู่หน้าบ้านนะวิน”
“โอเคมุก วินจะออกไปเดี่ยวนี้แหละ”เด็กหนุ่มกำลังจะพุดลุกขึ้นเดินออกไปแต่กลับถูกคว้าเอวบางไว้อีกครั้งจนล้มลงบนตักแกร่ง เขาตัวเกร็งไม่กล้าขยับเขยื่อนตัวออก
“บอกอามาก่อนว่าจะไปไหน~”มือใหญ่กระชับกอดไม่ปล่อยไปง่ายๆแน่หากเด็กหนุ่มไม่ยอมบอกกัน
“แค่ไปเที่ยวเล่นเฉยๆคับอาภพ ปล่อยเถอะ~ มุกรอน้องวินอยู่นะ~” เด็กหนุ่มพูดด้วยเสียงอ่อนแต่ไม่ยอมสบตา ทำติณภพยกยิ้มมุมปาก เขายื่นหน้าเข้ามากระซิบกระซาบข้างใบหูขาว
“อาจะเดินไปส่งที่รถ”
“งึ้”เด็กหนุ่มหดคอหนีลมหายใจที่เป่ารดต้นขอขาว
ติณภพเดินตามหลังธนวินท์ออกมาถึงรั่วหน้าบ้าน เด็กหนุ่มมุดประตูรั่วเหล็กบานเล็กออกมาได้แล้วรีบวิ่งขึ้นรถมาทันที แต่มุกรวีกลับไม่ได้ออกรถทันใดเขากลับลดกระจกรถลง เพราะเห็นเหมือนกับว่าติณภพกำลังจะพูดอะไรบางอย่างกับเขา
“พาน้องวินกลับมาส่งอาไม่เกินห้าโมงเย็นนะหนูมุก”ชายหนุ่มขีดเส้นไว้ให้ธนวินท์ทันทีด้วยคำประกาศิษของตน
“ค่ะอาภพ สวัสดีค่ะ งั่นมุกไปก่อนนะค่ะ รับรองไม่เกินแน่นอนค่ะ”ชายหนุ่มพยักหน้าแล้วเดินเข้าตัวบ้านไป
“วินเป็อะไรทำไมดูเงียบๆไปละ”มุกหันมามองเพื่อนตัวขาวที่นั่งหน้านิ่งปากบวมเจ้อ
“ปะเปล่า ไม่ได้เป็….อ่อแล้วชินละ”
“ชินไปรออยู่แล้ว”
“อืม”มือเล็กดึงเข็มขัดนิรภัยมาคาดแต่สายตาก็เอาแต่มองแผ่นหลังคุณอาหนุ่มด้วยหัวใจเต้นเร็ว
ด้านติณภพเขาเดินกลับเข้ามานั่งที่เดิม มือหนาเลื่อนขึ้นมาจับไปบนปากตัวเอง ตัวเขารู้สึกแปลกๆกับจูบเมื่อกี่ แต่ก็ยังหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ ชายหนุ่มทิ้งศีระลงพิงพนังโซฟา ‘เขาต้องบ้าไปแล้วแน่ๆที่อยากจูบยัยเด็กนั่นอีก’
14:00 น.
บ้านติณภพ
รถของเด็กสาวขับเข้ามาจอดเทียบหน้ารั่วบ้านของติณภพ ชายหนุ่มนั่งเอนหลังนั่งพิงเก้าอี้จิบกาแฟยามบ่ายอยู่ริมสระน้ำข้างบ้าน วันนี้เขาไม่ได้ออกจากบ้านไปไหน ตัวเขาพุดลุกขึ้นทันทีที่คิดว่าธนวินท์กลับมาแล้ว
‘ฉันไม่ได้รอเธอสักหน่อย’ เขาได้แต่คิดในใจแล้วบอกตัวเองออกไปแบบนั่น สองสามวันมานี่ตัวเขาไม่รู้เป็อะไร เอาแต่คิดถึงแต่ใบหน้าจิ่มลิ่มของเด็กนั่น บ้างก็ขำบ้างก็หงุดหงิดใจกับการกระทำของเด็กคนนั่น
เด็กสามคนนั่งคุยกันอยู่ในรถโดยมี ชิณวุฒเป็คนขับ มีธนวินท์นั่งอยู่เบาะหน้าคู่กัน
“เข้าไปนั่งข้างในบ้านก่อนไหมมุก ชิน”
“อื้อ~ไม่เอาดีกว่าวิน มุกเกรงใจอาภพ”มุกรวีพูดบอกด้วยความคิดที่ไตร่ตรองมาอย่างรอบคอบแล้วระหว่างที่นั่งรถมาส่งธนวินท์
“แต่กูอยากลงไปวะมุก”ชิณวุฒหันไปบอกเพื่อนที่นั่งอยู่ของหลังตนพร้อมทำหน้าเ้าเล่ห์ใส่มุรวี หากจริงๆแล้วเขาอยากเข้าไปข้างในจริงๆอย่างที่บอกออกไปนัานแหละ ไม่ได้อยากแกล้งหยอกเพื่อน
“มุกเอาไง?”ธนวินท์ยังคงหันไปถามความเห็นของเด็กสาวอีกครั้ง
“เราว่ากลับกันก่อนดีกว่านะชิน มุกว่าค่อยมาวันหลังดีกว่าวิน~”เด็กสาวทันได้หันไปเห็นสายตาคมดุของติณภพมาแต่ไกล เขายังไม่อยากไปนั่งตัวแข็งในบ้านตอนนี้หร่อกน่ะ
“ก็ได้มุก งั่นไว้เจอกันใหม่นะวิน มึงก็ดูแลตัวเองด้วย อีกไม่ถึงเดือนก็จะเปิดเทอมแล้ว กูกลัวมรึงจะตายคามืออาภพว๊ะ ฮ่าๆๆๆ”ชิณวุฒพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวนในคร่าแรกมือใหญ่ของเขาเลื่อนขึ้นมาจับแก้มย้วยของเพื่อนอย่างเบามือ แต่ทว่าไม่ถึงเสี่ยววิเ้าตัวเปลี่ยนน้ำเสียงพร้อมมือที่ดึงจนแก้มธนวินท์ยืดออกตามมาด้วยเสียงหัวเราะสนุกของตัวเองที่ได้แกล้งเพื่อนสำเร็จ
“ไอ้ชิน งื้อ!ปล่อย”ธนวินท์พุ่งเข้าไปดึงแก้มเพื่อนกลับทันทีที่โดนแกล้ง เขาหมันเขี้ยวมันมาั้แ่ที่ร้านอาหารแล้ว ชอบแซวเขานัก ‘วินขอจัดให้หนักมือเลยชิน’
“อย่าทะเลาะกันตอนนี้ได้ไหม!”คนห้ามตอนนี้ห้ามไม่ไหวแล้ว เขารู้สึกปวดหัวขึ้นมาบ้างแล้ว
“มึงก็ดูลูกมรึงซิว้ะมุก ดูมันอยากหยิบแก้มกูซิ ย๊ะ!!!!!”ไม่ว่าเปล่าชิณวุฒก็พุ่งตัวมาหยิกแก้มย้วยของเด็กตัวขาวคืนอีกครั้ง จนมุกที่นั่งอยู่ด้านหลังต้องพุ่งตัวมาจับสองคนแยกกัน
“อื้อออ มุกปล่อย ชินเจ็บนะ”มือเล็กของมุกรวีดึงใบหูชิณวุฒให้ผละออกมาจากธนวินท์ทันที
“จะทะเลาะกันทำไมเนี๊ย ไอ้วินลงไปเลย เดี่ยวก็ได้โดนชินมันกัดเอาอีกหร่อก” เด็กสาวพูดพรางหอบเหนื่อยมันเกินทนแล้วกับสองคนนี้
“เราไปก่อนนะมุกแล้วเจอกัน”พูดแล้วหันไปทำตาโตใส่ชิณวุฒหากแต่มันไม่ได้เป็ท่าทางที่น่ากลัวเหมือนที่เ้าตัวกำลังคิดมันกลับเป็ภาพที่น่ารักจนชิณวุฒหลุดยิ้มขำออกมาอย่างเอ็นดูเพื่อน
ทุกการกระทำของเด็กหนุ่มถูกสายตาคู่คมของติณภพจับจ่องมองไม่วางตา ชายหนุ่มหงุดหงิดหงุ่นง่านไม่เข้าใจว่าเขาเป็อะไร ทำไม่ต้องโกรธที่เห็นเด็กนั่นโดนแตะเนื้อต้องตัวด้วย เมื่อธนวินท์เดินเข้ามาในรั่วบ้านก็ปะทะเข้ากับสายตาของติณภพที่ยืนมองอยู่ แต่เมื่อเจอหน้ากันตรงๆชายหนุ่มกลับมองด้วยมายตานิ่งเรียบแล้วเดินหันหลังเข้าบ้านไปแทน
ธนวินท์ตามเข้ามาในตัวบ้านก็เจอติณภพนั่งสูบบุหรี่อยู่ที่โซฟาตัวเดิม เขานั่งกอดอกหน้านิ่ง มองเด็กตัวขาวที่เดินไปหยิบเหยือกน้ำรินใส่แก้วยกดื่ม ชายหนุ่มกลื่นน้ำลายลงคอตาม แต่พอถูกเด็กหนุ่มมองกลับ เขาทำเป็เมินมองไปทางอื่น
“อาภพเป็อะไรไปคับ”ชายหนุ่มไม่พูดไม่จา กลับลุกขึ้นเดินออกไปจากบ้านทันที ทำเด็กตัวขาววิ่งตามเข้ามาติดๆด้วยความสงสัย
“อาถพรอน้องวินก่อนคับ”เด็กหนุ่มวิ่งมาจนทันเขายื่อข้อมือหนาของคนตัวโตให้หยุดเดิน แต่แล้วไม่ทันตั้งตัวชายหนุ่มที่ถือบุหรี่ไว้ในซอกนิ้วกลับสบัดมือออกจนบุหรี่ร้อนจี่ไปโดนหลังมือขาวของเด็กหนุ่มเข้าอย่างจัง
“โอ๊ย!”ธนวินท์ปล่อยมือทันทีที่รู้สึกถึงความเ็ปบนหลังมือขาว มืออีกข้างพยุงมือตัวเองไว้อย่างเ็ป ดวงตากลมใส่มีน้ำตาเออมาบนขอบตาเขาไม่ได้อยากร้องไห้ แต่ความเจ็บที่ได้รับทำให้น้ำตามันไหลออกมาเอง ยิ่งเห็นสายตาเฉยชาที่มองกันเขาก็รู้ได้ในทันทีว่าคงถูกติณภพดุให้อีกแน่ๆ
“สมน้ำหน้า ทะเลอทะล่าเข้ามาเอง”พูดเสียงแข็งใส่จนเด็กหนุ่มหันหลังเดินกลับเดินประคองข้อมือตัวเองเข้ามาในตัวบ้านเงียบๆ แต่แผ่นหลังบอบบางสันเท่าจากแรงสะอื่น
มีอีบุ๊ค
meb : https://www.mebmarket.com/ebook-256815-ไม่เคยคิดที่จะรัก-Not-Love
pinto : https://pintobook.com/ebooks/64dba66cfdab70b633c7eb82
นิยายเื่นี้ ไม่เคยคิดที่จะรัก มีทั้งใน รีดอะไรต์ เด็กดี ธัญวลัย ฟิคชันล็อก