ความหนาวเหน็บที่แผ่ซ่านมาจากริมฝีปากที่เคยคิดว่าอ่อนนุ่มนั้นบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็ความเย็นเยือกราวกับััจากก้อนน้ำแข็งที่สกัดมาจากก้นบึ้งของขุมนรก ธนาเบิกตาโพลง ภาพที่สะท้อนในกระจกบานใหญ่ตรงมุมห้องยังคงติดตา ร่างที่ทับซ้อนอยู่บนกายของเขาไม่ใช่หญิงสาวผู้งดงามในชุดสีแดงเพลิงอีกต่อไป แต่เป็ร่างซีดเผือดที่มีิัหลุดลุ่ยและดวงตาที่กลวงโบ๋ข้างหนึ่ง ทว่าััทางกายที่เขารับรู้อยู่ในโลกความเป็จริงกลับยังคงหลอกล่อประสาทััให้เขารู้สึกถึงความนุ่มนวลอย่างเป็ปริศนา
เขารู้สึกเหมือนปอดถูกบีบคั้น อากาศรอบตัวดูเหมือนจะถูกสูบหายไปในทุกครั้งที่ "ม่านไหม" สูดลมหายใจเข้าชิดลำคอของเขา ร่างกายของธนาสั่นสะท้าน ไม่ใช่ด้วยแรงปรารถนา แต่เป็สัญชาตญาณการเอาตัวรอดที่กู่ร้องเตือนภัย พลังงานในกายของเขากำลังไหลออกไปราวกับเขื่อนที่พังทลาย ทุกจังหวะที่เธอลูบไล้ ความอ่อนแรงจะเข้าจู่โจมจนเขาแทบจะประคองสติไว้ไม่อยู่
"หวาน... หวานเหลือเกิน..." เสียงกระซิบของเธอไม่ได้มาจากลำคอ แต่มันดังก้องอยู่ในโสตประสาทของเขา เป็เสียงที่แหบพร่าและเต็มไปด้วยความโหยหาที่ไม่มีวันสิ้นสุด
ก่อนที่สติของธนาจะดับวูบลงไปในความมืดมิด เขารวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายผลักร่างที่อยู่เบื้องบนออกไป แต่มือของเขากลับััได้เพียงความว่างเปล่าที่หนาวเย็น ร่างของม่านไหมเลือนหายไปเหมือนหมอกควันท่ามกลางแสงจันทร์ที่ดับวูบลง ทิ้งให้ธนาจมดิ่งลงสู่ความหลับไหลที่เต็มไปด้วยฝันร้ายอันบิดเบี้ยว
---
แสงอาทิตย์ยามเช้าที่สาดส่องผ่านรอยแยกของผ้าม่านเก่าๆ ไม่ได้นำมาซึ่งความสดใส ธนาตื่นขึ้นมาด้วยอาการปวดหัวอย่างรุนแรงประหนึ่งมีใครเอาค้อนมาทุบที่ขมับ ร่างกายของเขาหนักอึ้งและไร้เรี่ยวแรงอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน เขากระพริบตาเพื่อปรับแสง ก่อนจะค่อยๆ ยันตัวขึ้นนั่งบนเตียงที่บัดนี้ดูรกรุงรังเกินกว่าปกติ
และแล้ว สายตาของเขาก็ปะทะเข้ากับสิ่งหนึ่งที่ทำให้หัวใจแทบหยุดเต้น
บนผ้าปูที่นอนสีขาวนวลที่เขาเพิ่งซักมาเมื่อวันก่อน ปรากฏรอยเืเป็วงกว้าง มันไม่ใช่สีแดงสด แต่เป็สีน้ำตาลคล้ำที่ส่งกลิ่นคาวคละคลุ้งจนน่าสะอิดสะเอียน รอยเืนั้นมีลักษณะคล้ายกับร่องรอยของการถูกลาก และที่น่าขนลุกไปกว่านั้นคือ มีเศษเล็บที่หักและคราบดินโคลนติดอยู่บนหมอนที่เขานอนหนุนเมื่อครู่
"นี่มัน... เื่จริงงั้นเหรอ?" ธนาพึมพำด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า เขาพยายามบอกตัวเองว่ามันเป็เพียงความฝัน หรืออาจจะเป็เพียงอุบัติเหตุอะไรบางอย่าง แต่เมื่อเขาเหลือบไปมองที่กระจกบานเดิม รอยนิ้วมือห้ากงเล็บที่ทำจากคราบเืแห้งกรังกลับปรากฏเด่นชัดอยู่บนพื้นผิวกระจก ราวกับใครบางคนพยายามจะตะเกียกตะกายออกมาจากข้างในนั้น
เขารีบลุกจากเตียงด้วยความลนลาน แต่ขาที่อ่อนแรงกลับทำให้เขาทรุดลงกับพื้น ธนาสังเกตเห็นว่าที่ข้อมือและข้อเท้าของเขามีรอยเขียวช้ำเป็จ้ำๆ เหมือนถูกพันธนาการด้วยโซ่ที่มองไม่เห็น รอยช้ำเ่าั้ส่งกลิ่นเน่าจางๆ ออกมา มันคือรอยประทับของ "ิญญา" ที่เข้ามาสูบกินพลังชีวิตของเขาผ่านกามตัณหาที่เธอสร้างขึ้นมาเป็กับดัก
ในขณะที่เขากำลังสับสนและหวาดกลัวอยู่นั้น เสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้นอย่างจังหวะหนักๆ จนธนาสะดุ้งสุดตัว
"ธนา! มึงตื่นยังวะ? กูเอาข้าวมาฝาก"
เสียงนั้นเป็เสียงของ **"กริช"** เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่รู้ว่าธนามีััพิเศษ กริชเป็ชายหนุ่มมาดกวนที่ดูเหมือนจะไม่เชื่อเื่ผีสาง แต่เขากลับเป็คนที่คอยช่วยเหลือธนาเสมอเมื่อเกิดเื่ไม่คาดฝัน และครั้งนี้กริชดูเหมือนจะสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่างั้แ่วันที่ธนาย้ายเข้ามาในหอพักแห่งนี้
ธนาพยายามรวบรวมแรงเดินไปเปิดประตู เมื่อบานประตูเปิดออก กริชถึงกับชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นสภาพของเพื่อนสนิท
"เฮ้ย! ทำไมหน้ามึงซีดเหมือนศพขนาดนี้วะธนา? แล้วนี่... กลิ่นอะไรในห้องมึงเนี่ย? เหมือนมีอะไรตายมาแล้วสามวัน" กริชเอามือปิดจมูกพลางเดินเข้ามาในห้อง สายตาของเขาไปหยุดอยู่ที่รอยเืบนเตียง
"กริช... กูว่ากูเจอของจริงเข้าแล้วว่ะ" ธนาพูดด้วยเสียงแหบโหย เขาเล่าเื่ราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นเมื่อคืนให้เพื่อนฟัง ั้แ่การปรากฏตัวของม่านไหม จนถึงภาพสยองในกระจก
กริชรับฟังด้วยสีหน้าเคร่งเครียดอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน เขาเดินไปสำรวจรอบๆ ห้อง ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดดูข่าวเก่าๆ ที่เขาเคยบันทึกไว้
"กูว่าแล้ว... หอพักนี้มันมีประวัติ" กริชยื่นโทรศัพท์ให้ธนาดู "เมื่อสองปีก่อน มีผู้หญิงคนหนึ่งชื่อ 'ม่านไหม' ถูกฆาตกรรมในห้องนี้ เธอน่าจะถูกแฟนเก่าซ้อมจนตายแล้วยัดร่างไว้ใต้เตียงที่มึงนอนอยู่นั่นแหละ ตำรวจจับใครไม่ได้ เพราะหลักฐานมันหายไปอย่างปริศนา"
ธนารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน ความจริงที่ได้รับรู้ทำให้ความกลัวในใจทวีคูณ ร่างกายของเขาสั่นเทิ้มเมื่อนึกถึงััที่เขาได้รับเมื่อคืน รสสวาทที่เขาหลงเคลิบเคลิ้มไปนั้น คือความตายที่กำลังกัดกินเขาอย่างช้าๆ
"มันไม่ใช่แค่เื่ผีธรรมดานะธนา" กริชพูดต่อ น้ำเสียงจริงจังขึ้น "มึงมันคือ 'แม่เหล็กล่อิญญา' ยิ่งผีที่ตายด้วยความแค้นและราคะแบบนี้ มันจะยิ่งเกาะมึงแน่น มึงเห็นรอยช้ำที่ข้อมือไหม? นั่นคือมันทำตำหนิไว้แล้วว่ามึงคืออาหารของมัน"
ทันใดนั้นเอง บรรยากาศในห้องก็เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน ลมเย็นะเืพัดกรรโชกเข้ามาจากหน้าต่างที่ปิดสนิท แสงแดดที่เคยส่องสว่างกลับมืดสลัวลงประหนึ่งมีเมฆดำมาปกคลุม เสียงหัวเราะแ่เบาของหญิงสาวดังแว่วมาจากมุมห้องที่มืดมิดที่สุด
"จะรีบไปไหนกันล่ะคะ... เรายังมีความสุขกันไม่จบเลย..."
ธนาและกริชหันไปมองตามเสียง ร่างของม่านไหมในสภาพที่กึ่งมนุษย์กึ่งศพเริ่มปรากฏชัดขึ้นเรื่อยๆ เธอไม่ได้ยืนอยู่บนพื้น แต่ดูเหมือนจะงอกออกมาจากเงาของธนาเอง!
"กริช! หนีไป!" ธนาะโสุดเสียง เขาพยายามจะวิ่งออกไปที่ประตู แต่ร่างกายกลับแข็งทื่อประหนึ่งถูกตรึงไว้ด้วยตะปูที่มองไม่เห็น ม่านไหมเอื้อมมือที่ซีดขาวและเล็บที่ฉีกขาดมาลูบไล้ที่หน้าอกของเขา ธนารู้สึกถึงความร้อนรุ่มที่กลับมาอีกครั้ง แต่มันเป็ความร้อนที่เผาผลาญิญญาของเขาให้มอดไหม้
กริชเห็นท่าไม่ดี เขาคว้าสร้อยพระในคอออกมาแล้วสวดมนต์พึมพำก่อนจะกระชากแขนธนาอย่างแรง "มึงต้องตั้งสติ! อย่าไปเคลิ้มตามมัน! ร่างกายมึงเป็ของมึง ไม่ใช่ของมัน!"
แรงดึงของกริชทำให้ธนาหลุดพ้นจากภวังค์สั้นๆ เขาพยายามฝืนความรู้สึกซ่านสยิวที่จอมปลอมนั้น แล้วใช้แรงทั้งหมดที่มีวิ่งออกไปจากห้องพร้อมกับเพื่อนสนิท เสียงกรีดร้องด้วยความผิดหวังของิญญาสาวดังก้องกังวานไปทั่วทางเดินหอพักที่เงียบงัน
ธนาและกริชวิ่งลงมาจนถึงชั้นล่างของหอพัก ทั้งคู่หอบหายใจอย่างหนัก ธนาทรุดตัวลงกับพื้นปูนซีเมนต์ เขายังคงรู้สึกถึงสายตาที่จ้องมองลงมาจากหน้าต่างห้องของเขาที่ชั้นสาม
"มันไม่จบแค่นี้แน่..." ธนาพูดพลางมองรอยช้ำที่ข้อมือซึ่งบัดนี้เริ่มกลายเป็รอยรูปมือที่ชัดเจนขึ้น "มันตามกูออกมาแล้ว"
กริชตบไหล่เพื่อนเบาๆ แต่ในดวงตาของเขากลับมีความลับบางอย่างซ่อนอยู่ ความลับเกี่ยวกับ "พลัง" ในตัวธนาที่อาจจะเป็ทั้งพรและคำสาป ซึ่งจะดึงดูดสิ่งลี้ลับที่น่ากลัวกว่าม่านไหมเข้ามาหาเขาในอนาคต
ภายใต้ท้องฟ้าที่เริ่มมืดครึ้มเพราะพายุฝนที่กำลังตั้งเค้า ธนารู้ดีว่าชีวิตที่เรียบง่ายของเขาได้จบสิ้นลงแล้ว และการต่อสู้กับ "เสน่หามรณะ" เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเพียงเท่านั้น
**[โปรดติดตามตอนต่อไป...]**