ในวันที่หิมะโปรยปรายลงมาอีกครั้งหญิงสาวั์ตาสีชาดราวกับอัญมณีหยุดยืนท่ามกลางแสงแดดอันอบอุ่น สะท้อนให้เห็นใบหน้าที่ขาวราวกับหยกและริมฝีปากแดงระเรื่ออันนุ่มนวล เธอหันมองไปยังทิวทัศน์รอบด้าน
เสียงกระซิบแ่เบาราวกับลมพัดผ่านดวงตาคู่นั้นที่แม้จะสดใสแต่เต็มไปด้วยความเศร้าสลด
"ผ่านมาอีกครั้งแล้วหรือนี่...เ้าไปอยู่ที่ไหนกันนะเฟยิ?" หยาดน้ำตาใสๆ ไหลลงมาอย่างช้าๆ จากดวงตาที่คอยส่องสะท้อนความเ็ปและความคิดถึงที่สั่งสมมาเนิ่นนาน ความรักที่ไม่เคยจางหายไปดั่งเกล็ดหิมะที่ไม่เคยละลาย เสียงลมหายใจของหญิงสาวแ่เบาราวกับจะละลายไปพร้อมเกล็ดหิมะที่ร่วงหล่น
เธอยืนอย่างเดียวดายใต้ท้องฟ้าขาวโพลน แสงแดดอันอบอุ่นส่องกระทบใบหน้า แต่กลับไม่อาจขับไล่ความหนาวเหน็บในหัวใจที่คอยตามหลอกหลอนมานานแสนนาน มือขาวซีดของเธอยกขึ้นลูบไล้หยาดน้ำตาที่อาบแก้มอย่างแ่เบาขณะที่ดวงตาทอดมองไปยังความว่างเปล่ารอบๆ
"เฟยิ… ข้าคิดถึงเ้าเหลือเกิน"
เสียงกระซิบของเธอแ่เบาจนแทบไม่ถึงใบหูตัวเอง ความทรงจำที่เ็ปจากอดีตยังคงหลอกหลอนดั่งภาพสะท้อนในห้วงความคิด
ภาพของชายผู้มีรอยยิ้มอบอุ่นและสายตาที่มองมายังเธออย่างอ่อนโยนราวกับว่าทุกอย่างยังคงอยู่ตรงนั้นไม่เคยเปลี่ยน แต่กลับกลายเป็เพียง'เงาที่จางหายไปในม่านหมอกของกาลเวลา'
เธอหลับตาลง ปล่อยให้สายลมเย็นพัดผ่านราวกลับว่า อ้อมกอดที่แสนไกลกำลังห้อมล้อมอีกครั้ง แต่ทุกอย่างก็เป็เพียงภาพลวง ความคิดถึงที่เกินบรรยาย หลั่งออกมาเป็หยาดน้ำตาที่ไม่อาจหยุดยั้ง…
.
.
.
(พันปีก่อนหน้า)
"กลับมานี่นะเ้าหัวขโมย เ้าขอทานโสโครก!” เสียงของเหล่าผู้คนดังขึ้น ขณะที่พวกเขากำลังวิ่งตามเด็กหนุ่มคนหนึ่งและด่าทอไล่หลัง ไปด้วยความโกรธเกรี้ยว“
เฮ้ออ! คนพวกนี้มันยังไงกันนะทำไมต้องรังแกเด็กตัวเล็กๆ ด้วย?” เสียงของหญิงสาวในนัยตาสีชาด ที่ยืนมองกลุ่มคนไล่ตามอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
พรึบ!! เสียงลมพัดปะทะร่างของคนกลุ่มนั้น จนทำให้พวกเขาล้มลง
“พวกเ้าทำไมมาทำร้ายเด็กที่ไม่มีทางสู้แบบนี้!” หญิงสาวะโเข้ามาขวางหน้าเด็กชายอย่างไม่ลังเล
“เ้านั่นเป็หัวขโมยมันขโมยปลาของพวกเรา!” ชายแก่เอ่ยตอบ
“ข้าแค่หิว” เด็กชายตอบพร้อมเสียงที่สั่นเครือ
“หึ แค่ปลาตัวเดียวพวกเ้าต้องตามขนาดนี้เลยรึ ปลาตัวนี้ราคาเท่าไหร่ ข้าจะจ่ายให้เอง!” หญิงสาวพูดด้วยเสียงแข็งพร้อมโยนถุงเงินให้กับคนกลุ่มนั้น
“ขอบคุณมากท่านหญิง” ชายแก่เปิดถุงเงินด้วยความตื่นตาตื่นใจและเดินจากไปพร้อมกับเสียงถอนหายใจ
“หึ ตาเฒ่าโลภมากเอ้ย!” หญิงสาวสบถ
"เ้าน่ะยังเด็ก ยังเล็ก ทำไมถึงมาเป็ขโมย?” เธอพูดพลางหันไปมองเด็กชายด้วยสายตาที่อ่อนโยน
“แค่กๆ พ่อแม่ของข้า พวกท่านไม่อยู่แล้ว ข้าอยู่ตัวคนเดียว” เด็กชายตอบด้วยน้ำเสียงที่สั่นเคลือ
หญิงสาวจ้องมองด้วยสายตาเศร้าสลด ย้อนให้นึกถึงเื่ราวของตัวเองในอดีต
“อ้อ…เอาอย่างนี้ไหม? ข้าจะพาเ้าฝึกตนที่สำนักนภาทมิฬ” หญิงสาวพูดพลางยิ้มให้กับเด็กชาย
“จริงหรอพี่สาว!! พี่จะพาข้าไปจริงๆ หรอ?” เด็กชายพูดด้วยความดีใจจนดวงตาเบิกกว้าง
“จริงสิ! ที่นั่นมีอาหาร มีที่อยู่ให้กับเ้า พร้อมทั้งยังสอนวิชากระบี่ และกำลังภายในให้เ้าป้องกันตัวได้อีกด้วย” หญิงสาวยิ้มและมองขึ้นไปบนท้องฟ้า ‘คงมีแค่ที่นั่นสินะ ที่เ้าจะปลอดภัย’ เธอคิดพร้อมหันมามองเด็กชายอีกครั้ง
“ข้าขอบคุณท่านมากจริงๆ พี่สาว ข้าขอติดตามไปกับท่าน!” เด็กชายพูดพลางโค้งคำนับด้วยความดีใจ
“แล้วทำไมท่านถึงช่วยข้าล่ะ?” เด็กชายถามด้วยสายตาสงสัย
“คงเป็เพราะข้าถูกชะตากับเ้ามั้ง” หญิงสาวพูดพลางอมยิ้ม
“ว่าแต่เ้าชื่ออะไรล่ะ?” หญิงสาวเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“ข้าชื่อเฟยิ แล้วท่านล่ะพี่สาว?” เด็กชายตอบ
“หึ เอาไว้สักวันที่เราได้พบกันอีก ข้าจะบอกเ้านะ” หญิงสาวพูดและหัวเราะในลำคอ
“ถ้าข้าพาเ้าไปที่นั่นแล้วเ้าก็ตั้งใจเล่าเรียนล่ะ อย่าทำให้ข้าผิดหวังนะรู้ไหม?” หญิงสาวพูดพร้อมยิ้มให้กับเด็กชาย
“อืม ข้ารับปากท่าน..พี่สาว” รอยยิ้มที่ราวกับพระอาทิตย์ ทำให้เด็กชายจดจำรอยยิ้มนั้นเหมือนถูกมนต์สะกด
‘ท่านคือคนสำคัญสำหรับข้า..พี่สาว’
เมื่อหญิงสาวและเด็กชายเดินทางไปยังสำนักนภาทมิฬ ท้องฟ้าค่อยๆ เปลี่ยนสีจากฟ้าใส เป็สีชมพูอันอบอุ่นขณะพระอาทิตย์ตกดิน หญิงสาวรู้สึกอุ่นใจที่ได้ช่วยเด็กชายและ ให้เขามีโอกาสเริ่มต้นใหม่ แม้ว่าเธอจะต้องเผชิญกับความท้าทายมากมายในเส้นทางนี้
