ภายใต้แสงจันทร์หุบเขาอันมืดมิดจนมองไม่เห็นขอบเขตป่าถูกลมซัดเป็นคลื่นลักษณะราวกับว่ามีคลื่นน้ำซัดกลางมหาสมุทร
ระหว่างยอดเขาอันสูงชันที่เรียงรายมีช่องหุบเขาหลุมใหญ่ซ่อนอยู่ในเงามืด
“คนเหล่านี้มาไล่สังหารพวกเราเพราะคิดจะชิงเสี่ยวชิงชิงไปอย่างนั้นหรือ?” บนหลังของอสูรราชาพยัคฆ์กิเลน ไต้ซิงอวี่สีหน้าแววตาเคร่งเครียดสองมือยังคงประคองเสี่ยวชิงชิงไว้อย่างดี
“ไม่ว่าอย่างไร สำนักมืดมิดไม่มีทางหยุดไล่ตามพวกเราง่ายๆหรอก พวกเราต้องรีบเดินทางออกไปจากป่ามืด พอไปถึงเขตสำนักยุทธสวรรค์ก็ปลอดภัยแล้ว” โอวหยังส่วงกล่าว
“วางใจเถิด ไม่เป็นหรอกนะ”
ตู้เซ่าฝู่ลูบศีรษะของไต้ซิงอวี่ปลอบนางอย่างอ่อนโยนแอบรู้สึกเหนื่อยใจ นางหนูไต้ซิงอวี่เป็นถึงนักเวทยันต์สองดาวในขั้นสมบูรณ์แม้ว่าจะฌานไม่ได้แข็งแกร่ง ทว่าก็ควรจะมีพลังป้องกันตัวเองได้บ้าง
ทว่านางหนูคนนี้เวลาตื่นเต้นก็ทำอะไรไม่ถูกปัญหาเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ หากพบกับศัตรู ราวกับว่านางไม่อาจต่อกรใดๆ ได้เลย
“ไม่ว่าพวกเจ้าจะเป็นใครบังอาจฆ่าคนของสำนักมืดมิด แย่งชิงสมบัติของสำนักมืดมิดไปข้าจะต้องจับพวกเจ้ามาสับเป็นชิ้นๆ ขยี้ให้กระดูกป่นปี้เป็นผุยผง!”
ทันใดนั้นเองท่ามกลางนภาแห่งยามรัตติกาลที่มืดมิด มีเสียงหนึ่งตะโกนดังตามหลังอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนมาอย่างเกรี้ยวกราดมีร่างเงาคนกลุ่มหนึ่งที่ห่อหุ้มด้วยแสง มองดูจากที่ไกลๆ เป็นภาพคล้ายลำแสงสีรุ้งพุ่งตามอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนมาอย่างรีบร้อน
“แย่แล้วต้องเป็นยอดฝีมือของสำนักมืดมิดไล่ตามมาแน่นอน”
โอวหยังส่วงสีหน้าเคร่งเครียดนางตระหนักได้ดีว่าสำนักมืดมิดมีอิทธิพลความน่ากลัวเมื่ออยู่ภายในป่ามืดมากเพียงใดขณะนี้กลับถูกสำนักมืดมิดจับจ้องเป็นเป้าหมาย การหนีทำได้ยากมาก
“พี่เซ่าฝู่ตอนนี้พวกเราทำอย่างไรดี?”
ไต้ซิงอวี่เอ่ยถามตู้เซ่าฝู่ดวงตาน้อยๆ ของนกน้อยสีมรกตที่อยู่ในอ้อมกอดของนางจ้องมองไปที่ลำแสงที่พุ่งตามมาด้านหลังไม่รู้ว่ามันกำลังคิดอะไรอยู่
“เสียวหู่พยายามหลบหนีให้ได้สุดกำลัง”
ตู้เซ่าฝู่สีหน้าเคร่งเครียดเงาจำนวนมากที่ไล่ตามมาล้วนเป็นผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรประสานวิญญาณ ต่อให้เป็นเสียวหู่ก็ต่อกรด้วยได้ทีละคนทว่าไต้ซิงอวี่กับโอวหยังส่วงไม่อาจต่อกรกับผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรประสานวิญญาณแน่นอนว่าไต้ซิงอวี่ยิ่งไม่ต้องพูดถึง
ทว่าตู้เซ่าฝู่ก็ตระหนักถึงพละกำลังของตัวเองได้ดีต่อให้สามารถต่อกรกับขั้นชีพจรประสานวิญญาณในระดับขั้นสร้างรากฐานได้พอไหวทว่าหากต้องเจอผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรประสานวิญญาณในระดับขั้นสัมผัสพลังลี้ลับผลลัพธ์ที่ตามมาไม่น่าจะดีสักเท่าไร
“โฮก!”
อสูรราชาพยัคฆ์กิเลนกระพือปีกเร่งความเร็วร่างมหึมาของมันขยายสุดขนาด มันเร่งความเร็วสูงสุด มันกระพือปีกแรงจนเกิดคลื่นลมประหนึ่งพายุพัดจนต้นไม้สูงในป่าสั่นเป็นแนวคลื่น
อสูรราชาพยัคฆ์กิเลนเร่งความเร็วจนถึงขีดสุดแสงพลังห่อหุ้มคนที่พุ่งตามจากด้านหลังเริ่มทิ้งระยะห่างเพียงแต่เงาแสงของคนที่พุ่งน้ำหน้าไวมากจนไม่อาจสะบัดทิ้งการติดตามไปได้เขาเอาแต่ร้องขู่เสียงดังอย่างดุดันไม่หยุด “พวกเจ้าหนีไม่พ้นหรอกข้าจะสังหารพวกเจ้าให้ตายอย่างอนาถ!”
กาลเวลาค่อยๆ ผ่านไป อสูรราชาพยัคฆ์กิเลนที่อยู่ในความมืดมิดเร่งความเร็วอย่างเต็มที่
ผ่านไปครึ่งชั่วยามเงาแสงที่ตามมาด้านหลังขณะนี้เหลือเพียงคนเดียวที่เห็น คนอื่นๆ คาดว่าน่าจะสะบัดพ้นหมดแล้วแต่ยังคงเหลือเงาคนคนหนึ่งที่จะไวแค่ไหนก็ยังไม่อาจหลบพ้นได้
ตู้เซ่าฝู่อ้าปากรับประทานยาลูกกลอนไปจำนวนหนึ่งเขาไม่ลืมที่จะฟื้นฟูแรงของตัวเอง เขาคอยหันหลังมองเงาคนที่ตามมาเป็นระยะ คิ้วขมวดหวังเพียงว่าอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนจะสามารถหนีจากการไล่ตามของเงาคนนั้นพ้น
“ยอดฝีมือของสำนักมืดมิดที่ไล่ตามมาคนนี้อย่างน้อยๆก็น่าจะเป็นผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรประสานวิญญาณในระดับขั้นถึงฟากฝั่งใช่หรือไม่?” โอวหยังส่วงเอ่ยถามตู้เซ่าฝู่
“ขั้นชีพจรประสานวิญญาณในระดับขั้นถึงฟากฝั่งหรืออาจจะสูงกว่า”
ตู้เซ่าฝู่พยักหน้าให้กับโอวหยังส่วง อสูรราชาพยัคฆ์กิเลนมีฌานขั้นชีพจรประสานวิญญาณในระดับขั้นสัมผัสพลังลี้ลับบวกกับด้วยตัวของอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนเองก็มีพรสวรรค์ทางด้านความเร็ว คนของสำนักมืดมิดที่ตามมาทันเกรงว่าระดับฌานอย่างน้อยๆ ก็ขั้นชีพจรประสานวิญญาณในระดับขั้นถึงฟากฝั่งขึ้นไปแล้ว
โอวหยังส่วงขมวดคิ้วจากนั้นพูดกับตู้เซ่าฝู่ว่า “ตอนนี้พวกเรากำลังลำบากมากอิทธิพลของสำนักมืดมิดยิ่งใหญ่กว้างขวางมาก หากพวกเราเข้าไปในป่ามืดยิ่งลึกก็ยิ่งหลบหนีได้ยากต้องหาวิธีสลัดเขาไปให้ได้”
“สลัดเจ้าคนข้างหลังไปให้ได้ก่อนค่อยว่ากัน”
ตู้เซ่าฝู่สีหน้าเคร่งเครียดผู้ที่ตามมาระดับฌานอย่างน้อยๆ ก็ขั้นชีพจรพลิ้วไหวในระดับขั้นถึงฟากฝั่งแล้วไม่สมควรที่จะต่อกรด้วย ต่อให้เสียวหู่พอจะสกัดโต้ตอบพอได้บ้าง แต่หากยอดฝีมือของสำนักมืดมิดคนอื่นๆตามมา พวกเขาสามคนและอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนน่าจะไม่รอด
“สถานการณ์เช่นนี้เกรงว่าจะหลบหนีได้ยากกว่า พวกเราเหาะอยู่กลางอากาศ คนที่ตามมาข้างหลังจะสังเกตได้ง่ายพวกเราจะไม่มีทางหลบได้” โอวหยังส่วงบอกตู้เซ่าฝู่
ตู้เซ่าฝู่ครุ่นคิดสักครู่ การลอยบนอากาศโปร่งโล่งเช่นนี้ทำให้ไม่หลบการมองเห็นของอีกฝ่ายนอกจากจะมีความเร็วที่เหนือกว่าอย่างสมบูรณ์จึงจะหลุดพ้นได้ ไม่มีหนทางอื่น
“เสียวหู่พวกเราลงไปข้างล่าง”
เมื่อพิจารณาได้สักพัก ตู้เซ่าฝู่ก็ให้คำสั่งอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนคนที่เหาะตามมาด้านหลังมีความเร็วช้ากว่าอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนเพียงไม่มากการเหาะบนอากาศเช่นนี้สลัดเขาพ้นได้ยาก การมีคนสามคนอยู่บนหลังของอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนน่าจะมีผลต่อความเร็วในการบินของอสูรราชาพยัคฆ์กิเลน
“โฮก!”
อสูรราชาพยัคฆ์กิเลนกระพือปีก ร่างของมันสั่นไหวพร้อมกับค่อยๆหดเล็กลง จากนั้นก็บินสอดแทรกไปตามช่องว่างระหว่างต้นไม้ในป่ามืด
“พวกเจ้าหนีไม่รอดหรอกจะอย่างไรก็หนีไม่พ้น!”
เงาที่เหาะตามยังไม่ลดละความตั้งใจ เขาเห็นอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนเหินลงไปภายในป่ามืดจากไกลๆก็เบนตัวไปในทิศทางนั้นพุ่งลงไปลอดผ่านป่าทึบเช่นกัน
“เสียวหู่เจ้าพยายามล่อเจ้าคนนั้นแล้วสลัดให้พ้นค่อยตามมาหาพวกเราพวกเราจะรออยู่ตรงนี้ไม่ไปไหน เจ้าระวังให้มากๆ ล่ะ ระวังตัวด้วย”
ตู้เซ่าฝู่ตัดสินใจทั้งสามคนหลบซ่อนตัวอยู่ใกล้ๆ แล้วให้อสูรราชาพยัคฆ์กิเลนล่อคนด้านหลังและสลัดให้พ้นพอลดภาระการแบกน้ำหนักคนสามคน อสูรราชาพยัคฆ์กิเลนจะเคลื่อนไหวได้รวดเร็วยิ่งขึ้นและมีโอกาสสลัดจากการไล่ตามของคนด้านหลังได้มากขึ้น
“โฮก!”
อสูรราชาพยัคฆ์กิเลนขานรับ หลังจากปล่อยให้ตู้เซ่าฝู่และสามคนนั้นลงไปแล้วมันก็รีบกระพือปีกเหินทะยานขึ้นฟ้าอีกครั้ง และจงใจคำรามเสียงดัง แรงจากการกระพือปีกของมันพัดจนต้นไม้หักทันใดนั้นมันก็พุ่งทะยานไปข้างหน้ากลางท้องฟ้า รีบไปให้ห่างจากจุดตรงนั้น
“จะหนีไปไหน!”
ยอดฝีมือจากสำนักมืดมิดที่ตามหลังมาสังเกตได้ถึงการเปลี่ยนแปลงจึงรีบเหาะทะยานขึ้นฟ้าไล่ตามไปอย่างเร็ว
เมื่อพบว่าลมปราณของอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนที่อยู่บนฟ้ากับยอดฝีมือสำนักมืดมิดที่ไล่ฆ่าจางหายไปอยู่ไกลขึ้นเรื่อยๆโอวหยังส่วงค่อยๆ ลุกขึ้นยืนจากที่ยองหลบอยู่ใต้พุ่มไม้ พูดกับตู้เซ่าฝู่เสียงเบาๆว่า “เจ้ามั่นใจนะว่าพวกเราจะหลบไปได้?”
“ข้าเองก็ไม่รู้แต่ตอนนี้ทำได้เพียงลองดูแบบนี้แล้ว”
ตู้เซ่าฝู่กล่าว จากนั้นก็ค่อยๆลุกขึ้นยืนโผล่ออกมาจากพุ่มไม้เช่นกัน แสงจากดวงจันทร์สอดแทรกกิ่งก้านใบไม้ที่ซ้อนกันสาดส่องลงมาเบื้องล่างทำให้เขาพอมองเห็นรอบๆ ได้บ้าง สุดท้ายเขาสังเกตเห็นตำแหน่งที่ไม่ค่อยเตะตาเท่าไรแต่เป็นยอดของต้นไม้ที่สามารถมองสังเกตบริเวณรอบๆ ได้ดี กล่าวว่า “พวกเราไปรอเสียวหู่บนต้นไม้”
“ซู่ๆ”
ทั้งสามปีนขึ้นไปอยู่บนต้นไม้ แม้ไต้ซิงอวี่เวลาตื่นเต้นจะทำอะไรไม่ถูกแต่ก็เป็นนักเวทยันต์ ในระดับขั้นสมบูรณ์สองดาว แค่ปีนต้นไม้ไม่มีปัญหาอะไร
จากนั้นทั้งสามคนและนกน้อยก็ซ่อนตัวรออยู่บนยอดต้นไม้สูงรอคอยอยู่เงียบๆ
ไต้ซิงอวี่ตื่นเต้นจนไม่กล้าหายใจแรงยืนอยู่ใกล้ตู้เซ่าฝู่ไม่ยอมออกห่าง
ตู้เซ่าฝู่ปิดตาสองข้างเริ่มพักผ่อนฟื้นฟูพลัง ถูกไล่ฆ่ามาทั้งคืน ต่อสู้ใช้พลังงานไปมาก
“เวลาเด็กหนุ่มคนนั้นตั้งใจก็ไม่ได้น่ารังเกียจขนาดนั้น บุคลิกท่าทางดูน่าชมอยู่”
ท่ามกลางบรรยายมืดสลัวมีแสงอ่อนๆจากพระจันทร์เพียงเล็กน้อย มีแสงจันทร์เล็ดลอดส่องมายังใบหน้าอันคมคายของตู้เซ่าฝู่โอวหยังส่วงคอยมองใบหน้าตั้งมั่นเด็ดเดี่ยวของชายหนุ่มชุดม่วงที่อยู่ไม่ไกลเป็นระยะๆจู่ๆ นางก็รู้สึกว่านางไม่ได้เหม็นขี้หน้าเด็กหนุ่มคนนี้ขนาดนั้นแล้ว
“กุ๊กๆ!”
“แกว่กๆ!”
มีเสียงร้องของอสูรดังมาจากในป่าลึกอยู่เนืองๆทำให้คนฟังรู้สึกในใจตุ๊มๆ ต่อมๆ
เมื่อผ่านไปสองชั่วยามดวงจันทร์ค่อยๆ เคลื่อนไปยังทิศประจิมทั้งสามคนยังคงรอคอยอยู่บนต้นไม้อย่างสงบเงียบ
จู่ๆ ดวงตาสองข้างของตู้เซ่าฝู่ที่ปิดอยู่ก็เปิดออกเขามองไปด้านหน้าอย่างระแวดระวัง กล่าวว่า “ระวัง มีคนมาจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว เก็บซ่อนลมปราณเอาไว้”
เมื่อโอวหยังส่วงได้ยิน ดวงตาที่ปิดไม่สนิทก็ลืมตาโตใบหน้าสวยงามของนางเริ่มแสดงสีหน้าเริ่มเคร่งเครียดขึ้นมา
มือเล็กๆ ของไต้ซิงอวี่คว้ามือของตู้เซ่าฝู่ไว้แน่นเรื่องที่เกิดขึ้นในคืนนี้คงติดตราตรึงในใจนางไปอีกนาน
“ไม่รู้ว่าพวกเมื่อกี้คือใครน่าจะมีอสูรที่ร้ายกาจมากมาด้วยตัวหนึ่ง”
“น่าจะเป็นคนของสำนักมืดมิดได้ยินว่าสองวันมานี้คนของสำนักมืดมิดกำลังตามหาอะไรบางอย่างอยู่พวกเราห้ามเผชิญหน้ากับคนของสำนักมืดมิดพวกนั้น ครั้งนี้ต้องคุ้มกันอย่างปลอดภัยให้ได้แล้วจะได้พักผ่อนอีกสักพักหนึ่ง”
“คนของสำนักมืดมิดที่อยู่ใกล้ๆพวกเราพยายามหลีกเลี่ยงไว้ จะได้ไม่ต้องก่อเรื่องให้ลำบาก”
“ทุกคนระวังตัวหน่อย” …………
ภายใต้ต้นไม้สูง มีเงาคนสามสิบกว่าคนค่อยๆผ่านไปอย่างระมัดระวัง ฌานของพวกเขาล้วนอยู่ในขั้นชีพจรพลิ้วไหวมีเพียงคนหนึ่งที่เป็นผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรประสานวิญญาณ สักพักต่างก็เดินทางผ่านไปไกล
“เฮ้อ……”
โอวหยังส่วงถอนหายใจเบาๆ กระซิบเบาๆ กับตู้เซ่าฝู่“เป็นเพียงเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในป่ามืด ไม่ใช่คนของสำนักมืดมิด”
“เมื่อกี้ที่ผ่านไปน่าจะเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทว่าภายหลังน่าจะเป็นคนของสำนักมืดมิดแล้ว” ตู้เซ่าฝู่ยังคงไม่วางใจสีหน้าเคร่งเครียดมาก ใช้พลังจิตสำรวจรอบๆ เขาพบว่าบนฟ้ามีคลื่นลมปราณที่แข็งแกร่งของหลายคนเคลื่อนไหวอยู่
“ซู่ๆ……”
พวกเขาที่ซ่อนตัวอยู่ภายใต้ใบไม้ขึ้นดกบนยอดไม้มองเห็นเงาคนที่ร่างหุ้มแสงพลังปราณเหอะผ่านไปบนท้างฟ้าอยู่แวบๆ
“น่าจะเป็นผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรประสานวิญญาณของสำนักมืดมิดที่เสียวหู่สะบัดหนีออกมาได้แล้ว” พอเห็นร่างหุ้มแสงบินฉิวผ่านไป ตู้เซ่าฝู่ก็เริ่มผ่อนคลายจากความตึงเครียดได้เล็กน้อย
“ไม่รู้ว่าเสียวหู่เป็นอย่างไรบ้าง?” โอวหยังส่วงกระซิบ
“หวังว่าเสียวหู่จะไม่เป็นอะไร” ตู้เซ่าฝู่เองก็เริ่มเป็นห่วงขณะนี้เขาเริ่มรู้สึกว่าตัวเองอ่อนแออีกครั้ง อยากรีบพัฒนาให้แข็งแกร่งขึ้นไวๆหากเขาคือยอดฝีมือที่แข็งแกร่ง คงไม่ต้องมาหลบๆ ซ่อนๆ เช่นนี้อย่างกังวล
“คิดไม่ถึงว่าพอมาถึงป่ามืดก็ถูกสำนักมืดมิดจับจ้องเล่นงานซะแล้ว” ใบหน้าอันงดงามของโอวหยังส่วงยิ้มเจื่อนๆ สีหน้าเศร้าๆ
“แย่แล้ว รีบหนีเร็ว!” …………