ฤดูร้อนสิ้นสุดลงแต่ความร้อนรุ่มในใจเพิ่งพัดโหม ส่งผลให้จิตใจแห้งเหี่ยวโรยร่วงดุจใบไม้ของสารทฤดูหลังจากลงเรือสำเภาล่องมาตามแม่น้ำเซี้ยนซ่างแล้วต่อด้วยรถม้าหวงเฟิ่งเหยากับสืออวิ๋นก็เดินทางมาถึงไร่ถั่วลิสงของสกุลหวงผืนดินกว้างใหญ่ไกลสุดลูกหูลูกตา มีกระท่อมไม้ไผ่เรียงรายอยู่รอบบริเวณ
แต่เดิมนั้นหวงกว่างฝูเคยมาอยู่ที่เมืองอิ๋นเทียนช่วงตรวจนับผลผลิตก่อนส่งไปถูหยางโดยปรกติจะอาศัยอยู่ที่บ้านซึ่งเช่าไว้ในตัวเมือง ไม่อยู่ปะปนกับคนงานในไร่สิบวันจะมาที่ไร่หนึ่งหน ชีวิตที่เมืองอิ๋นเทียนของเขาจึงเหมือนการปล่อยเสือเข้าป่าชายผู้เกิดในตระกูลใหญ่ปล่อยกายใจหมกมุ่นกามราคะและความบันเทิงในตอนนั้นทำให้เขาได้รู้จักกับหลางรั่วอิ๋งซึ่งเพิ่งมาอยู่เมืองนี้และสานสัมพันธ์กันเรื่อยมา
หัวหน้าคนงานที่ไร่ชื่อว่าลู่ตงหั่วเป็นชายอายุราวห้าสิบปี ก่อนหน้านี้หวงกว่างฝูได้ส่งจดหมายเร็วมาแจ้งว่าจะส่งหลานสาวกับบ่าวคนหนึ่งมาทำงานที่นี่ด้วยเหตุผลว่านางทำผิดกฎของตระกูลลู่ตงหั่วสั่งให้คนงานจัดการเก็บกวาดห้องชั้นบนของโรงเก็บถั่วลิสงไว้เป็นที่หลับนอนของหวงเฟิ่งเหยาส่วนห้องของสืออวิ๋นให้อยู่ด้านล่างใกล้กับครัว ห้องเหล่านี้ลู่ตงหั่วก็เคยใช้อยู่อาศัยก่อนจะขยับขยายปลูกกระท่อมไม้ไกลออกไปราวครึ่งลี้
นอกจากจดหมายของหวงกว่างฝูยังมีจดหมายอีกหนึ่งฉบับที่แนบมาด้วยกัน ใจความว่า...คุณหนูเฟิ่งเหยามารับโทษไม่ได้มาเป็นเจ้านาย เขามีสิทธิ์ที่จะใช้สอยนางในทุกเรื่องที่เกี่ยวกับงานในไร่
“ไม่! ข้าไม่อยู่ที่นี่”หวงเฟิ่งเหยาโวยวายเสียงดังเมื่อลงจากรถม้าซึ่งทางไร่ส่งไปรับที่ท่าเรือ
สิ่งที่นางเห็นเบื้องหน้าคือโรงเรือนขนาดใหญ่ปลูกสร้างด้วยไม้สูงราวบ้านสองชั้นครึ่งอีกฝั่งหนึ่งของถนนดินเหลืองคือไร่ที่มีต้นถั่วขึ้นอยู่เกือบเต็มพื้นที่ดินถึงแม้เตรียมใจมาบ้างแล้ว แต่ไม่คาดว่าตัวเองจะต้องอยู่ในที่กันดารขนาดนี้ตลอดเส้นทางนางเปิดหน้าต่างรถม้าดูสภาพบ้านเรือนความเป็นอยู่ของคนเมืองอิ๋นเทียนแต่หลังจากผ่านถนนกลางเมืองออกมายังไร่ถั่วลิสงนางก็ร่ำร้องในใจปฏิเสธออกมาเรื่อยๆ เรื่องจะอยู่ที่นี่
ในเมื่อนางไม่ได้ทำอะไรผิดร้ายแรงเหตุใดต้องมาอยู่ในที่กันดารมากขนาดนี้ คำถามซ้ำๆ เกิดขึ้นและอีกคำถามก็ตามมา...เหตุใดนางต้องยอมท่านอาด้วย
เด็กสาวหันตัวจะกลับขึ้นรถม้าแต่ถูกสืออวิ๋นเอ่ยประโยคหนึ่งจนนางชะงัก
“คุณหนูจะยอมแพ้แล้วหรือ”
เด็กสาวหันขวับมองเขาตาเขียว “ทำไมข้าต้องแพ้”
“ไม่ดีหรือถ้าคุณหนูได้อยู่ที่นี่ไม่ต้องอยู่ในสายตาหรืออยู่ให้คนอื่นรังแก ที่นี่ท่านจะมีชีวิตอิสระไม่ต้องทนดูสีหน้าใคร แค่อดทนกับตัวเองสักพัก สามเดือนเท่านั้นก็จะได้กลับบ้าน”
นางเบื่อจะอยู่ร่วมบ้านกับหลางรั่วอิ๋งนางเกรงว่าท่านอาจะจับนางมัดแล้วส่งตัวมาในขณะที่อนุภรรยาของเขาก็เตรียมส่งคนมาอยู่เพื่อกลั่นแกล้งนางและเพราะนางเห็นแก่เหนียงเซียงจึงตัดสินใจทิ้งวิถีชีวิตแบบเดิมๆเดินทางมาที่อิ๋นเทียน
“ข้ายอมมาก็ถือว่าข้าแพ้แล้วนี่ตัวเจ้าเองก็แพ้เพราะถูกส่งมาพร้อมข้า” นางย้อนหาเรื่องสืออวิ๋นเสียได้
ชายหนุ่มไม่ถือสาอาการชวนตีของนาง“เราไม่ได้แพ้ ก็แค่ถอยรอดูสถานการณ์ได้อยู่ห่างไกลสายตาจับผิดของคนที่คุณหนูไม่ชอบ ท่านไม่รู้สึกดีหรืออย่างไร”
“เชอะ...คิดหรือว่าจะพ้นสายตาคนพวกนั้น”เด็กสาวบุ้ยปากพเยิดหน้าไปยังชายสูงวัยคนหนึ่งที่เดินมุ่งมาทางรถม้า
สืออวิ๋นมองตามและทำใจว่าชีวิตอันเคยสงบสุขได้เปลี่ยนไปแล้วตั้งแต่นายท่านกว่างฝูรับอนุภรรยาเข้ามาอยู่ร่วมตระกูลเมื่อชายสูงวัยเดินมาหยุดหน้ารถม้าก็เอ่ยกับพวกเขาว่า
“นายท่านส่งจดหมายมาแล้วให้ข้าจัดห้องรอรับคุณหนูกับบ่าว เชิญทางนี้”
ลู่ตงหั่วพาสองคนที่เพิ่งมาจากเมืองหลวงเข้าไปยังโรงเรือนเบื้องหน้าหวงเฟิ่งเหยามองอย่างอึ้งๆ ก่อนหันไปแขวะสืออวิ๋นที่ยืนอยู่เคียงข้าง
“เจ้าจะให้ข้าทนอยู่ที่นี่จริงน่ะหรือ”สภาพอย่างกับโรงนา นี่น่ะหรือห้องที่ท่านอาสั่งให้จัดเตรียมไว้สำหรับนาง
“พวกเรามาถึงแล้วนะขอรับ”
“นายท่านสั่งให้ข้าต้อนรับคุณหนูให้ดี”คำว่าต้อนรับให้ดีหนนี้มาพร้อมกับตั๋วเงินจำนวนหนึ่งเนื้อความในจดหมายอีกฉบับนั้นกำชับว่ามีคนงานในไร่ที่จะคอยส่งข่าวไปยังบ้านสกุลหวง ว่าเขาปฏิบัติตามคำสั่งหรือไม่
“ดีกับผีน่ะสิ!ข้าต้องกำลังฝันร้ายอยู่แน่ๆ”
ลู่ตงหั่วเดินนำคุณหนูหวงเฟิ่งเหยาขึ้นบันไดไปยังห้องชั้นบนปล่อยให้สืออวิ๋นหอบหิ้วสัมภาระที่คนบังคับม้าขนวางไว้บนพื้นตามขึ้นไปยังห้องพักของคุณหนูชายผู้ดูแลคนงานในไร่เปิดประตูห้อง กลิ่นเหม็นอับโชยออกมาจนเด็กสาวเบ้ปากนางปิดจมูกตนเองเร็วรี่ไม่สนใจฟังชายสูงวัยที่เริ่มอธิบายถึงข้าวของเครื่องใช้ที่เขาสั่งให้คนทำความสะอาด
สื่ออวิ๋นวางหีบสัมภาระของหวงเฟิ่งเหยาลงบนพื้นห้องเตียงไม้หลังเก่า แต่มีฟูกที่ปูด้วยผ้าสะอาด แม้จะสีตุ่นไปบ้างกลางห้องมีโต๊ะพร้อมเก้าอี้สองตัวข้างหน้าต่างที่ถูกปิดมีตู้เสื้อผ้าหลังหนึ่งตั้งอยู่
ชายหนุ่มหันกลับมายังคุณหนูเฟิ่งเหยาที่ถอยออกไปยืนนอกห้องนางอ้าปากสูดอากาศที่คิดว่าบริสุทธิ์กว่าด้านในเข้าเต็มปอด สืออวิ๋นลอบถอนใจเบาๆภาวนาให้นางสามารถอยู่อย่างอดทนได้จนครบสามเดือน นางทนอยู่ร่วมบ้านกับสองพี่สองสกุลหลางได้เป็นนานสองนานความลำบากนี้นางต้องผ่านไปได้เช่นกัน
“มีห้องเล็กที่อยู่ตรงข้ามกับบันไดทางขึ้นห้องนั้นคือห้องของเจ้า”
ลู่ตงหั่วบอกสืออวิ๋นก่อนลงไปชั้นล่างชายหนุ่มรบเร้าให้เด็กสาวเข้าไปจัดสัมภาระของตนให้เข้าที่
นางหงส์น้อยแห่งบ้านสกุลหวงภายใต้อาภรณ์ที่ทอจากไหมเนื้อดียืนอยู่กลางห้องเก่าโกโรโกโสเด็กสาวรู้สึกว่าตัวเองเป็นตัวประหลาดเสื้อผ้าซึ่งพี่สะใภ้จัดหาให้ก่อนนางกับสามีจะย้ายกลับไปอยู่บ้านเก่ามิได้เข้ากับสถานแห่งนี้เลยสักนิดหวงเฟิ่งเหยาเกิดความรู้สึกไม่ชอบตัวเองที่เป็นอยู่ตอนนี้และไม่ชอบคนที่กำลังยืนมองนางด้วยสายตาเหมือนกำลังใช้ความคิดหนักหน่วง
“ออกไปได้แล้วนี่มันห้องของข้านะ” ได้ยินว่าห้องเขาอยู่ด้านล่างห้องด้านล่างสภาพคงจะย่ำแย่กว่านี้มากกระมัง
สืออวิ๋นพอถูกไล่ก็ออกจากห้องไปโดยดีเขาเดินลงบันไดมาหยุดยืนหน้าห้องหนึ่ง เปิดประตูเข้าไปกลิ่นอับลอยฟุ้งเป็นสองเท่าของห้องพักด้านบนสภาพภายในคับแคบไม่ต่างอะไรกับห้องเก็บฟืนชายหนุ่มวางห่อสัมภาระของตนลงบนแคร่ไม้ที่ไม่มีแม้ฟูก มีเพียงหมอนกับผ้าห่มผืนบางๆวางอยู่
“ก็ยังดีกว่านอนหนาวบนพื้น”ชายหนุ่มพูดกับตนเอง เขาเปิดหน้าต่างซึ่งมีอยู่บานเดียวออกแล้วเริ่มจัดการปัดกวาดห้อง เพราะสภาพห้องที่เห็นคงผ่านการทำความสะอาดเพียงลวกๆเท่านั้น
อย่าว่าแต่คุณหนูเฟิ่งเหยาต้องใช้ความอดทนเขาก็ต้องอดทนไม่แพ้กัน และอาจจะต้องใช้ความอดทนเป็นสองเท่าอดทนเรื่องงานและอดทนเรื่องความเอาแต่ใจของคุณหนูสืออวิ๋นให้กำลังใจตนเองยังไม่ทันไรเสียงกรี๊ดจากห้องด้านบนก็ทำให้เขาพาร่างสูงใหญ่ก้าวพรวดๆ ขึ้นไปหานางบนห้องก่อนจะพบว่าต้นเหตุของเสียงกรีดร้องคือแมงมุมตัวหนึ่ง
สืออวิ๋นอดทำเสียงเบื่อหน่ายไม่ได้“ก็แค่แมงมุม”
“แต่ในห้องข้าที่สกุลหวงไม่เคยมีแมงมุมแบบนี้เอามันออกไป เอามันออกไปเลยนะ” นางชี้นิ้วสั่งขณะยืนอยู่บนเตียงสืออวิ๋นส่ายหน้า ความอดทนที่เขามีคงจะต้องอยู่ในระดับสูงกว่าคนอื่น สามเดือนที่นี่เขาจะทนนางให้ได้...ต้องทนให้ได้