ร่างบางยืนรออยู่ด้านนอกเรือนฮุ่ยหวงด้วยท่าทีเป็นกังวลลำคอระหงชโงกยืดยาวเพื่อมองเหตุการณ์ด้านในว่าเป็นอย่างไรหลังท่านหมอประจำตัวเสนาบดีโม่ถูกเรียกตัวเข้าไป
เหตุที่นางต้องมายืนอยู่เช่นนี้เพราะหลังจากถูกบิดาสามีพาออกไปงานเลี้ยงน้ำชาของฮูหยินขุนนางผู้หนึ่งที่นางก็ไม่รู้จักว่าเป็นผู้ใด แต่ฮูหยินนางนั้นกลับส่งเทียบเชิญมาถึงนาง บิดาสามีจึงเห็นว่านางควรไปเพื่อจะได้เปิดหูเปิดตาเสียบ้าง หลังอยู่ในเมืองหลวงมาหลายเดือน
แต่ไม่คาดคิดว่าหลังไปร่วมงานได้ไม่นานจะมีคนใจกล้าวางยาปลุกกำหนัดในสุราให้เสนาบดีโม่ดื่มทว่าสุดท้ายแผนการที่วางไว้ไม่เป็นผล
เพราะเสนาบดีโม่มีอาการแพ้ยาปลุกกำหนัดกระอักเลือดออกมาจนทำให้ทุกคนแตกตื่นที่ขุนนางในหกกรมถูกวางยาในงานเลี้ยงดื่มน้ำชาจวนขุนนางผู้นั้นจึงถูกสั่งปิดรอสอบสวนขณะที่เสนาบดีโม่ถูกหามกลับมารักษาอาการที่จวน
"ท่านพ่อเป็นอย่างไรบ้าง"หนี่ซวงดึงสาวใช้ที่เพิ่งออกมาจากด้านในเพื่อสอบถามแต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่พอใจนางเท่าไหร่นัก เพราะไม่เพียงไม่ตอบยังปัดมือนางทิ้งอย่างแรง
"ฮูหยินน้อยเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะเจ้าทำอย่างนี้ได้อย่างไร"
"ช่างเถอะ นางคงรีบ" หนี่ซวงดึงจิวซาเอาไว้เพราะนางยังไม่อยากก่อปัญหาเพิ่มตอนนี้ อีกอย่างสาวใช้นางนั้นก็เป็นสาวใช้ในเรือนใหญ่อย่างไรนางก็ไม่อาจมีเรื่องด้วยได้
หญิงสาวยืนรออยู่อีกพักใหญ่ท่านหมอที่เข้าไปก็ออกมา เมื่อนางสอบถามเขาก็ใจดีเล่ารายละเอียดอาการให้ฟัง ระหว่างนางทำหน้าที่ไปส่งท่านหมอกลับถึงหน้าประตูก่อนจะเดินกลับมายังเรือนฮุ่ยหวงเพื่อดูอาการบิดาสามีอีกครั้ง
"ฮูหยินน้อย นายท่านเชิญด้านในขอรับ"
"ท่านพ่อเป็นอย่างไรบ้าง"
"ฮูหยินน้อยเข้าไปก็จะทราบเองขอรับ"
หนี่ซวงมองหน้าเจ๋าอี้ด้วยความสงสัยก่อนจะเปิดประตูเดินเข้าไปด้านใน นัยน์ตาดอกท้อกวาดมองทั่วห้องจึงเห็นร่างหนานั่งพิงหลังกับหัวเตียงด้วยใบหน้าซีดเซียว เสื้อผ้ายังหลุดรุ่ยจนเผยให้เห็นหน้าท้องแน่นที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อ
"ท่านพ่อ เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ"แม้จะอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ แต่หนี่ซวงกลับห้ามไม่ให้ใบหน้าขึ้นสีแดงก่ำไม่ได้เพราะเป็นครั้งแรกที่นางได้เห็นเรือนร่างบุรุษใกล้ ๆ เช่นนี้
ยิ่งเป็นบุรุษรูปงามอย่างเสนาบดีโม่ด้วยแล้วนางยิ่งยากจะเก็บอาการไว้ได้
"ไม่ดี"
หนี่ซวงสังเกตเห็นฝ่ามือใหญ่กำผ้านวมไว้แน่นจนเห็นเส้นเลือดเหมือนเขากำลังพยายามสะกดกลั้นบางอย่างไว้กรอบใบหน้าหล่อเหลาเปียกชื้นไปด้วยเม็ดเหงื่อ ดวงตาขึ้นสีแดงก่ำจนดูน่ากลัวทำให้นางลังเลว่าจะเดินเข้าไปใกล้เขาดีหรือไม่
"ให้ซวงเอ๋อร์ตามท่านหมอกลับมาดูอาการอีกดีไหมเจ้าคะ"
"ไม่ต้อง ดูไปก็เท่านั้น ถ้าพิษไม่ได้ถูกขจัดออกก็ยังเป็นเหมือนเดิม" ฮั่นหยางมองดูท่าทีของหญิงสาวนางแสดงออกถึงความเป็นห่วงเขาจากใจจริง ใบหน้าสวยกำลังดูเป็นกังวลอย่างชัดเจน
"แล้วต้องทำอย่างไรถึงเอาพิษออกได้เจ้าคะ"ฟังจนถึงตอนนี้หนี่ซวงก็ยังไม่เข้าใจ ในเมื่อเขาถูกพิษ ถ้าไม่ให้ท่านหมอช่วยแล้วใครจะช่วยได้กัน
"พิษจากยาปลุกกำหนัดมีเพียงสตรีเท่านั้นที่จะช่วยบรรเทาอาการได้" มุมปากชายหนุ่มลอบยกยิ้มโดยไม่ให้ร่างบางได้สังเกตเห็นก่อนจะยื่นมือไปหานาง ให้ร่างบางเดินเข้ามาใกล้ขึ้นกว่าเดิม
"เจ้าเต็มใจช่วยข้าขจัดพิษหรือไม่เล่า"ฮั่นหยางแสร้งไอออกมาไม่ต่างจากคนถูกพิษหนักระหว่างลอบสังเกตว่าหญิงสาวจะทำอย่างไร
แท้จริงฤทธิ์จากยาปลุกกำหนัดไม่อาจทำอันตรายเขาได้แต่เพราะอยากสั่งสอนจวนตระกูลไป๋เท่านั้น ว่าอย่าคิดจะมาใช้แผนการง่าย ๆ เช่นนี้เพียงเพื่อบังคับให้เขาแต่งงานกับบุตรสาวอีกมิเช่นนั้นผลที่รับตามมาอาจร้ายแรงมากกว่านี้
คราแรกได้ยินว่าหญิงสาวยังรอยู่ด้านนอกจึงคิดเรียกนางมาเพื่อแกล้งเล่นเท่านั้น แต่ก็ถือโอกาสสอนให้ได้รู้ว่าภายนอกจวนนั้นอันตรายมีรอบด้านมากเพียงใด
"ซวงเอ๋อร์ยินดีช่วยท่านพ่อเจ้าค่ะ"
ร่างบางที่สวมเพียงกระโปรงคาดอกกับกางเกงขาวตัวในนอนตัวเกร็งแข็งมือกุมหน้าอกไว้แน่นอยู่กลางเตียงใหญ่ทั่วทั้งกายรู้สึกสั่นสะท้านด้วยความตื่นกลัว
ใบหน้าสวยผินหนีออกข้างขณะที่ดวงตากลมโตปิดแน่นไม่กล้ามองเมื่อรู้สึกได้ว่าระหว่างสองขาถูกแทรกกลางด้วยร่างหนา
"เจ้ายังเปลี่ยนใจตอนนี้ยังทันนะ"
"มะ..ไม่เจ้าค่ะ หากช่วยท่านพ่อได้ซวงเอ๋อร์เต็มใจทำ" หนี่ซวงไม่เข้าใจตนเองเหมือนกันว่าเหตุใดถึงยอมพลีกายให้ชายหนุ่มอย่างง่ายดาย
ที่แน่ ๆ เหตุผลส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะนางอยากช่วยเขาจากใจจริง
และอีกส่วนหนึ่ง ในใจนางอาจปรารถนาในกายชายหนุ่มไว้อยู่ก็เป็นได้
นัยน์ตาสีนิลทอดมองเรือนร่างเย้ายวนตรงหน้าอย่างชั่งใจนางยอมเสียความบริสุทธิ์เพื่อช่วยชีวิตเขา หากเขาลงมือทำจริง ๆก็ไม่ต่างอะไรกับคนสารเลวพวกนั้นที่เขาจัดการฝังลงดินไป
"ซวงเอ๋อร์เต็มใจทำจริง ๆ เจ้าค่ะ"
..
*************************
เนื้อหาที่เหลือสามารถอ่านเพิ่มเติมได้ใน e-book ใน meb ได้นะคะ