มหาศึกห้าแผ่นดิน

    ตอนที่ 99 สามร้อยชีวิต

    ราเชนหันไปมองมือปราบเต๋อคุน ซึ่งก็พยักหน้า แล้วทุกๆ คนก็เดินห่างออกไป

    “ เจ้ามีพลองมังกรสิบทิศได้อย่างไร?”

    “ ฟางสิงชุน ให้ข้ามาเอง”

    “ โกหก ท่านเจ้าสำนักจะมอบของวิเศษของสำนักกับบุคคลภายนอกได้อย่างไร ข้าไม่เชื่อ”

    “ อย่าว่าแต่ พลองมังกรสยบสิบทิศเลย ฟางสิงชุนยังมอบหยกมังกรศักดิ์สิทธิ์ หน้ากากมังกรอมตะ และ เคล็ดลับวิชาทั้งหมดของเขาให้กับข้าเอาไว้ด้วย ก่อนตายยังฝากให้ข้าดูแลสำนักอสูรเทวะทั้งหมดอีกด้วย”

               “ อะไรนะ เป็นความจริงหรือนี่ ทำไมอินทรีทักษินบอกว่า เจ้าสำนักถูกไต้ซือหยวนจื่อที่ร่วมมือกับคนของราชสำนักลอบสังหาร ส่วนของวิเศษถูกคนของจักรพรรดิจางมู่เฉิน เอากลับไปจนหมดแล้ว”

    “ เจ้าถูกหลอกแล้ว เอาละบอกข้ามาซะ คัมภีร์พระไตรปิฏกอยู่ที่ไหน”

    ขันทีเล่าขุยถอนหายใจออกมา แล้วก็เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่นอบน้อมลงกว่าเดิมว่า

    “ หากเจ้าช่วยข้าเรื่องหนึ่ง ข้าจะตอบคำถามของเจ้าทั้งหมด”

    “ ปล่อยคนของข้าไป พวกเขาล้วนทำตามคำสั่งของข้า”

    “ ข้าสามารถช่วยคนอื่นๆ ได้ แต่ว่า เล่าฉิน ฉุยสี่ กับคนที่บุกเข้าไปฆ่าคนของสำนักฝอซาน ต้องถูกลงโทษ”

    “ ตกลงตามนี้”

    “ แล้วตอนนี้คัมภีร์พระไตรปิฏกอยู่ที่ไหน?”

    “ อยู่ที่เจ้าหมาป่าอุดร มันอยู่ในเมืองเล่ออัน”

    “ แล้วมันจะเอาไปทำไม?”

    “ ข้าไม่รู้”

    เล่าขุยตอนนี้กระอักเลือดออกมาอีกครั้ง จนราเชนต้องมอบยาสมานแผลสิบทิศให้เล่าขุยกินเข้าไปก่อนจะเสียเลือดมากเกินไป

    “ ขอบคุณ ท่านเจ้าสำนัก”

    “ ข้าไม่ใช่เจ้าสำนักของเจ้า ตอบคำถามข้าอีกเรื่องหนึ่ง เจ้าจะยึดวังน้ำทิพย์ไปเพื่ออะไร”

    “ บนเขาวังน้ำทิพย์ มีสายธารน้ำอยู่ 1 สายไหลเข้าไปสบทบกับแม่น้ำใหญ่เผิงสุ่ยซึ่งเป็นแม่น้ำที่ไหลผ่านใจกลางเมืองเล่ออัน ซึ่งชาวเมืองต่างใช้ในการดำรงชีวิต ข้ามีหน้าที่นำยางไม้พิษลั่นทม นำไปใส่ไว้ในต้นธารน้ำ”

    ราเชนสะดุ้งตัวขึ้นมาทันที

    “ อะไรนะ เจ้าคิดทำบ้าอะไรนี่ ชาวเมืองที่ไร้พลังปราณยุทธ์หากถูกพิษยางไม้ลั่นทมในปริมาณมากอาจจะตายได้เลยนะ”

    “ เพื่อโค่นล้มจักรพรรดิจางมู่เฉิน แก้แค้นให้กับเจ้าสำนัก ข้าจึงต้องทำเช่นนี้”

    “  ข้าก็บอกแล้ว ฟางสิงชุนประลองยุทธ์พ่ายแพ้เอง ไม่เกี่ยวกับจักรพรรดิจางมู่เฉินอะไรนั่น เจ้านี่มันโง่จริงๆ”

    “ ใช่ ข้านี่ช่างโง่จริง ถูกเจ้าอินทรีทักษินหลอกใช้มาตลอด แต่ว่าข้าก็ไม่ได้โกรธมัน คนที่ควรจะโกรธมันมากที่สุดคือเจ้า เพราะตอนนี้เจ้าคือ เจ้าสำนักอสูรเทวะคนใหม่แล้ว”

    “ อย่า อย่าเอาข้าไปเกี่ยวข้องกับพวกเจ้าเลย”

    “ ไม่เกี่ยวก็ต้องเกี่ยว เพราะว่า ตอนนี้พลองมังกรสยบสิบทิศปรากฏแล้ว เจ้าอินทรีทักษิน และ อีกสองเจ้าหอ ต้องตามล่าตัวเจ้าแน่ๆ”

    “ ทำไมเล่า?”

    “ เพราะว่า กุญแจขุมทรัพย์ของสำนักอสูรเทวะของเรา ปรากฏแล้ว มีหรือที่พวกมันจะยอมให้ตกอยู่ในมือของเด็กหนุ่มอย่างเจ้า”

    “ ขุมทรัพย์สำนักอสูรเทวะ มีจริงๆ รึ? ว่าแต่มันอยู่ที่ไหนกันแน่”

    “ ไม่มีใครรู้นอกจากเจ้าสำนักแต่เพียงผู้เดียว แต่ตอนเจ้าสำนักมีชิวิตอยู่ ข้าเคยส่งคนนำทรัพย์สมบัติไปส่งให้กับเจ้าสำนักที่เมืองหลวงมัจฉิมา ดังนั้นข้าเดาว่า มันต้องอยู่ที่เมืองหลวงมัจฉิมาอย่างแน่นอน”

    “ ตอนนี้เรื่องสำคัญคือ ตามหาคัมภีร์พระไตรปิฏก เจ้าต้องไปเมืองเล่ออันกับข้า”

    “ หลวงจีนน้อย หากเจ้าไม่คิดเป็นเจ้าสำนักอสูรเทวะ ข้าขอแนะนำ ส่งมอบของวิเศษของสำนักให้กับข้าดีกว่า เจ้าไม่มีทางสู้กับพวกมันได้หรอก”

    “ ขนาดเจ้าข้ายังล้มได้ หรือเจ้าหมาป่าอุดร มีพลังปราณเหนือกว่าเจ้า” ราเชนมั่นใจว่า สามารถสู้เจ้าหมาป่าอุดรได้

    แต่ว่า เล่าขุยกลับส่ายหัว แล้วเอ่ยว่า

    “ เปล่าเลย ข้าไม่ได้หมายถึง เจ้าหมาป่าอุดร ข้าหมายถึง สำนักเทวะศักดิ์สิทธิ์ มันเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง ของแผนการนี้ทั้งหมด”

    “ สำนักเทวะศักดิ์สิทธิ์ มายังไงอีกละเนี่ย?”

    “ สำนักอสูรเทวะของเราแม้จะอยู่เหนือเหล่า สำนักต่างๆ แต่ทว่ายังไม่อาจเทียบเท่ากับ สำนักเทวะศักดิ์สิทธิ์ได้ ข้าเองพออยู่ต่อหน้า ทูตตะวันจันทราของพวกมันข้าเองยังถูกกดดันจนไม่อาจปลดปล่อยพลังออกไปได้ ไม่ต้องพูดถึง เทพบุตรเทวะศักดิ์สิทธิ์ และ จักรพรรดิ์เทวะศักดิ์สิทธิ์ คงไม่อาจเข้าถึงตัวพวกเขาได้”

    “ ร้ายกาจขนาดนั้น ทำไมไม่บุกเข้าไปที่เมืองหลวง จัดการกับ จักรพรรดิจางมู่เฉินเลยเล่า”

    “ ผู้ครอบครองอาณาจักรมัจฉิมาที่อยู่เหนือกว่าอาณาจักรทั้งสี่ หาใช่ใครที่ไหนจะโค่นล้มลงได้ง่ายๆ”

    “ ไม่ว่าอย่างไร ข้าคงปล่อยให้พวกมันเข่นฆ่า ผู้บริสุทธิ์ไม่ได้ ต้องรีบไปเมืองเล่ออันเดี๋ยวนี้”

    ราเชนแม้นจะไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ตอนนี้รู้แผนการณ์ร้าย คงต้องบอกกับผู้ตรวจการซ่งฉีให้รีบจัดการ

    เขาจึงเรียกทุกคน กลับเข้ามา แล้วบอกเล่าเรื่อง พิษยางไม้ลั่นทมที่ถูกปล่อยลงในแม่น้ำเผิงสุ่ย และขอให้มือปราบปล่อยคนของสำนักอสูรเทวะที่ไม่เกี่ยวข้องไป ส่วนคนร้ายที่สังหารพระที่วัดฝอซาน ต้องถูกคุมตัวกลับไปลงโทษที่ศาลเล่ออันทั้งหมด รวมทั้ง เล่าขุย เล่าฉิน และ ฉุยสี่

    เจ้าสำนักวังน้ำทิพย์ ได้มอบหยดน้ำทิพย์ 100 ปี ให้กับราเชนเป็นรางวัลที่ได้รักษาธิดาเทพให้อีกด้วย

    ราเชนนั้นไม่มีพลังปราณยุทธ์ ได้ไปก็ไม่อาจช่วยอะไรได้ จึงมอบให้กับศิษย์พี่รองถูเอ้อหนาน

    “ ศิษย์น้อง ข้าไม่อาจรับได้ มันมีค่าเกินไป”

    “ พี่น้องกัน อย่าได้คิดมากเลย”

    ถูเอ้อหนาน ถึงกับยิ้มทั้งน้ำตา เพราะพลังปราณของเขานั้นมันไม่อาจเพิ่มพูนได้มาหลายสิบปีแล้ว หากได้หยดน้ำทิพย์ 100 ปีนี้ไป พลังของเขาย่อมต้องเพิ่มขึ้นมาอย่างแน่นอน

    “ ขอบใจ ศิษย์น้อง ไปเมืองเล่ออันคราวนี้เจ้าต้องไปพักที่บ้านของข้านะ”

    ราเชนพยักหน้าตกลง เพราะเขาเองก็ยังไม่รู้จะพักที่ไหนเหมือนกัน

    “ หลวงจีนน้อย ไม่เจอกันไม่กี่วัน พลังของเจ้าทำไม ถึงร้ายกาจยิ่งนัก”

    อาจารย์หมิงเยว่ เข้ามาทักทาย ราเชนอย่างสงสัย พวกอาจารย์ชิงอี้ พร้อมกับเหล่าศิษย์ ก็ต่างเข้าใกล้ อยากฟังอย่างสนใจ ส่วนเชียนเชียนนั้น มีเรื่องมากมายอย่างพูดกับราเชน แต่ผู้คนมากมายเช่นนี้เลยไม่กล้าเอ่ยออกมา

    “มันเป็นพลังจากยันต์เพิ่มพลัง ที่อาจารย์มอบให้มา ข้าใช้ได้เพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้น ข้ายังคงไร้พลังปราณยุทธ์เช่นเดิม”

    “ ว้าว ถ้าเช่นนั้น ข้าขอผ้ายันต์พลังแบบนี้สักแผ่นหนึ่งได้ไหม”

    ราเชนยิ้มแล้วส่ายหน้า

    “ มีเพียงแค่แผ่นเดียว ข้าใช้หมดแล้ว”

    ทุกๆ คน เลยได้แต่ส่ายหัวเสียดาย เจ้าสำนักทั้งสองเลยให้ทุกๆ คน กลับไปแช่สระน้ำทิพย์กันต่อ ส่วนราเชนกับมือปราบเต๋อคุน ก็คุมนักโทษกลับเมืองเล่ออันทันที ก่อนไปเจ้าสำนักวังน้ำทิพย์กล่าวกับราเชนว่า

    “ หลวงจีนน้อย หากว่า เจ้ามีความประสงค์อยากแช่สระน้ำทิพย์ของเรา ก็มาวังน้ำทิพย์ของเราได้ทุกเมื่อ สำนักของเรายินดีต้อนรับเสมอ”

    ราเชนได้แต่ประสานมือรับคำ แต่การแช่สระน้ำทิพย์ศักดิ์สิทธิ์อะไรนั่น ไม่ทำให้พลังปราณของเขามีปฏิกิริยาอะไรได้ และตอนนี้เขาต้องรีบเดินทางไปช่วย องค์ชายสิบสี่จึงได้แต่ขออำลาทุกๆ คน แต่น่าแปลก ราเชนกลับไม่เห็น ธิดาเทพ แม้แต่น้อย

    พอราเชนออกจากสำนัก ก็พบกับเชียนเชียน มายืนรอเขาอยู่ตรงทางออกของสำนักอยู่ก่อนแล้ว

    “ ไต้ซือน้อย มีสตรีมารอพบท่าน เฮ้อ..ข้าเป็นถึงมือปราบกลับไม่เห็นมีหญิงใดมาสนใจข้าเลยแม้แต่น้อย โชคดีนะ ข้าจะเดินล่วงหน้าไปก่อน”

    ราเชนได้แต่ส่ายหัว แล้วเดินเข้าไปหากับเชียนเชียน

    “ มีสิ่งใดจะพูดกับอาตมารึ?”

    “ เฟยหลง เกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงต้องบวช”

    “ โลกนี้มันไม่เที่ยงแท้ อาตมาต้องการไขว่คว้าจิตอันเป็นพิสุทธิ์ มีทางเดียว จึงต้องเข้าสู่ร่มกาสาวพักตร์เท่านั้น”

    เชียนเชียน จ้องตาของราเชนแล้วเอ่ยว่า

    “ ดวงตาของท่านไม่ได้ตอบข้าแบบนี้”

    ราเชนได้แต่ถอนใจ

    “ อมิตตาพุทธ เชียนเชียน อาตมาละทางโลกแล้ว อย่าได้สนใจอาตมาอีกเลย”

    “ ข้ามีอยู่เรื่องหนึ่งต้องบอกท่าน ไม่เช่นนั้นข้าจะรู้สึกไม่สบายใจไปชั่วชีวิต”

    ราเชนได้แต่มองหน้าเพื่อรอคำตอบ

    “ การหมั้นหมายของข้ากับองค์ชายหลี่หมิงข้าไม่ได้เห็นด้วยมาตั้งแต่ต้น หากข้ากลับบ้านไปคราวนี้  ข้าจะให้อาจารย์ช่วยพูดกับท่านพ่อยกเลิกงานแต่งกับองค์ชายสี่หลี่หมิงทันที”

    เชียนเชียนเอ่ยจบ ก็ยิ้มอย่างน่ารักให้กับราเชน แล้วเดินกลับเข้าไปวังน้ำทิพย์อย่างสบายใจ

    ราเชนเองก็ได้แต่มองตามไปด้วยสายตาว้าวุ่น

    ราเชนเดินกลับเข้าขบวนคุมนักโทษ พอเข้ามาถึง มือปราบเต๋อคุนก็เข้ามาทักด้วยรอยยิ้ม

    “ ทำไมเร็วจัง”

    “ แค่ทักทายกันธรรมดาเท่านั้น ท่านอย่าได้คิดเกินเลยไป ว่าแต่นักโทษเหล่านี้กลับไปเมืองเล่ออันแล้ว พอจะช่วยองค์ชายสิบสี่ได้หรือไม่”

    “ คนร้ายถูกจับได้ก็จริง แต่คัมภีร์พระไตรปิฏก ยังไม่ได้กลับมา ข้าคิดว่าองค์ชายสิบสี่คงยังไม่พ้นพระราชอาญาอย่างแน่นอน”

    ราเชนได้แต่พยักหน้า เขาก็คิดเอาไว้เหมือนกัน ขณะที่กำลังคิดเรื่องอื่นๆ คนของเล่าขุยที่ถูกปล่อยตัว กลับมายืนรออยู่ด้านหน้าเกือบสามร้อยคน เพื่อขอพบกับเล่าขุย

    “ พวกเขาไม่มีที่ไป ท่านเป็นเจ้าสำนักอสูรเทวะแล้ว ช่วยจัดการเรื่องนี้ด้วยก็แล้วกัน” เล่าขุยเอ่ยกับราเชน ที่มองหน้าคนเหล่านี้ด้วยใจที่สับสน

    “ พวกเจ้าเป็นอิสระแล้ว จะไปไหน ทำอะไร ก็ได้”

    “ แต่พวกเราเคยแต่ทำตามคำสั่งเท่านั้น จะให้เราทำอะไรก็ได้ ได้โปรดรับพวกเราเอาไว้ด้วยเถิด”

    ราเชนหันมาถามเล่าขุยว่า

    “ ตาเฒ่า ท่านเลี้ยงดูพวกเขาอย่างไรบ้าง”

    “ ข้าเช่าบ้านให้พวกเขาอยู่ แล้วมอบเงินให้กินใช้ พวกเขาไม่ต้องทำมาหากิน”

    “ แล้วให้พวกเขาทำงานอะไร?”

    “ ฆ่าคน วางเพลิง ค้ายา ทวงหนี้ ทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เงินมา”

    “ อะไรนะ แล้วเงินของท่านตอนนี้มีบ้างไหม?”

    “ ข้าถูกจับแบบนี้ ทรัพย์สินของข้าคงถูกเจ้าวังยึดไปหมดแล้ว”

    “ บ้าเอ้ย แล้วจะเอายังไงกันดีเนี่ย?”

    “ ท่านก็แค่มอบเงินให้พวกเขาไปกินไปใช้ แล้วหากมีงานให้พวกเขาทำ ก็ใช้ตรามังกรศักดิ์สิทธิ์ ประทับตราเอาไว้ตามข้างทางสักสองสามจุด พอพวกเขาเห็นก็จะรีบมาหาท่านเอง”

    ราเชนได้ฟังก็นิ่งอึ้งไป 

    “ ต้องใช้เท่าไร?”

    “ พวกเขาใช้ไม่เปลืองหรอก แค่เดือนละหนึ่งแสนเหรียญทองก็พอ”

    “ อะไรนะ เดือนละแสน?”

    “ สามร้อยคนนะ ไม่ใช่สามสิบคน” เล่าขุยมองราเชนด้วยรอยยิ้ม

    ราเชนได้แต่บ่นงึมงัม เงินของเขา กว่าจะเก็บได้สามแสนเหรียญทอง หวังว่าจะได้ใช้จ่ายอย่างสบาย กลับต้องมาจ่ายเพื่อเลี้ยงดูใครก็ไม่รู้ตั้งสามร้อยคน แต่สุดท้ายก็ตัดใจมอบให้กับพวกเขาไปทั้งหมด ครบสามเดือนค่อยคิดกันใหม่อีกครั้งในเรื่องนี้

    “ ขอบคุณท่านเจ้าสำนักคนใหม่” 

    คนสำนักอสูรทั้งสามร้อยคน คุกเข่าดีใจหลังจากได้เงินไปเรียบร้อย มีแต่ราเชนเท่านั้น ที่รู้สึกโคตรเสียดายเงินของตนเองยิ่งนัก.......