ตอนที่แปดสิบสี่ เยี่ยมพบอ้องอุ้น
อ้องอุ้นเอาของขวัญมาให้ผมหลายครั้งแล้วนอกจากพวกใบช่าและโลหะแล้วผมปฏิเสธของอื่นๆไปหมดหรือแจกจ่ายเงินทองไปกกับการก่อสร้างนครหลวง
อ้องอุ้น
ชื่อนี้ไม่ว่าใครก็คงรู้จัก
จะเรียกว่าเขาเป็นคนที่ทำให้สามก๊กมันวุ่นวายมากขึ้นคนหนึ่งก็ว่าได้
ผมพยายามหลีกเลี่ยงมาตลอดเพราะรู้สึกว่าอ้องอุ้นจากนิสัยน่าจะเป็นคนที่เจรจาด้วยยาก
สังเกตที่เขาไม่ยอมเจรจารับการยอมนจำนนของพวกลิฉุยกุยกี หลังจากที่ตั๋งโต๊ะโดนสังหาร
น่าจะเป็นเพราะว่าเขายึดมั่นในคุณธรรมมากหรือไม่ก็เย่อหยิ่งในตนเองมากหรือไม่ก็ทั้งสองอย่าง
นั่นไม่ใช่คุณสมบัติที่ดีที่ผมต้องการหาจากคู่เจรจา
ทุกคนที่อ่านสามก๊กมักดูถูกโลซกว่าอ่อนแอปวกเปียกในการเจรจา
หารู้ไม่ว่าการรักษาพันธมติร จ๊ก-ง่อเอาไว้ได้ต่างหากที่สำคัญมากกว่าการยืมคืนเกงจิ๋วในภาพรวม
ผมไม่อยากพบกับอ้องอุ้นแต่สะใภ้ขี้เหร่ก็ต้องเจอหน้าแม่สามีในที่สุด
เมื่อเหตุการณ์มาถึงอย่างไรก็เร่งไม่ได้
แผนการของผมยังต้องอาศัยความร่วมมือจากอ้องอุ้นในบางส่วน
ผมมาในชุดนักบู๊ที่ใส่เสื้อแขนสั้นเน้นการใช้ผ้าอย่างประหยัดและการเคลื่อนไหวที่ทะมัดทะแมง
ที่ผมพยายามผลักดันให้เจ้าหน้าที่อย่างน้อยก็ในระดับล่างใช้เสื้อผ้าที่ใช้ผ้าน้อยกว่าเพื่อประหยัดงบประมาณ
จะไปกะเกณฑ์ เอานโยบายไปใช้กับขุนนางราชสำนักชั้นสูงก็คงจะลำบาก
ที่ทำได้ผลทันทีคือผมบังคับเอากับเจ้าหน้าที่ระดับบล่างนี่ล่ะ
เมื่อผมไปพบที่คนเฝ้าประตู
แม้จะไม่ได้นัดล่วงหน้ามาผิดเวลาจากที่เชิญกันนับเป็นการเสียมารยาท
คนเฝ้าประตูของอ้องอุ้นก็กล่าวอย่างตะกุกตะกักว่า
“เรียนเชิญท่านองครักษ์ท่านเสนาบดีคอยท่านให้เกียรติมาพบนานแล้ว”
คนเฝ้าประตูคนขับรถให้เสนาบดีไม่ต่างกับขุนนางขั้นเจ็ด
การที่คนประเภทนี้นั้นพยายามเอาอกเอาใจผมถึงเพียงนี้ทั้งที่ผมทำผิดธรรมเนียมแสดงว่าอ้องอุ้นต้องการจะเอาใจหรือคบหากับผมจริงๆ
ส่วนจะหลอกลวงอะไรหรือหาผลประโยชน์จากผมนั้นก็อีกเรื่องหนึ่ง
“ขออภัยท่านเสนาบดีอ้องอุ้นด้วยผู้เยาว์มีภารกิจเร่งด่วนเพื่อจัดการกับนครลั่วหยางให้มีระเบียบเรียบร้อยที่วันนี้เสียมารยาทมาโดยไม่ได้นัดมาก่อนเพราะพยายามหาเวลาที่มาเจอกับท่านเสนาบดีอ้องอุ้นได้อย่างเร็วที่สุด”
“มิกล้า มิกล้าท่านองครักษ์ให้เกียรติมา ท่านเสนาบดีมีแต่ยินดี ไหนเลยจะเป็นการเสียมารยาทได้”
คนเฝ้าประตูและผุ้ดูแลหน้าประตูของจวนเสนาบดีอ้องอุ้นนั้นพูดจาฉาดฉานรู้มารยาทธรรมเนียมสมแล้วที่เป็นผู้รับใช้ขุนนางผู้ใหญ่
ผมเดินตามไปนั่งตรงเก้าอี้แขกผู้มีเกียรติ
หลับตารอคอย ฟังเสียงหัวใจของคนที่อยู่ในจวนรวมไปถึงเสียงฝีเท้า
ทักษะ
Echolocation
การฟังคลื่นเสียง
ความสามารถที่มนุษย์ลืมเลือนไปในวิวัฒนาการณ์ของเราถูกปลุกมาอีกครั้งด้วยพลังปราณ
สามารถจับเสียงต่างๆของคนที่อยู่ในจวนได้อย่างง่ายดาย
ผมพยายามจำลักษณะการเต้นของชีพจรของอ้องอุ้นและท่าทางการเดินกระดูกต่างๆเอาไว้
เมือ่เราไม่ใช้ตาดู แต่สังเกตจากทางอื่นเราจะค้นพบลักษณะเฉพาะของแต่ละบุคคลที่เหมือนลายนิ้วมือไม่สามารถปลอมแปลงกันได้
ผมดื่มชาที่จวนอ้องอุ้นเอามาให้ดื่มคอยเวลา
ชาในยุคนี้ยังเป็นสิ่งที่ท่านปรมาจารย์เตียวก๊กใช้เป้ฯยารักษาดรคอยู่
แบบเดียวกับที่น้ำอัดลมเคยเป็นยาแก้โรคกระเพราะอยู่ช่วงหนึ่งในประวัติศาสตร์ของเราเช่นกัน
อ้องอุ้นท่าทางจะพยายามเอาใจผมโดยการเอาของที่เขาคิดว่าผมชอบมาให้ผม
ผมก็พยายามจะจิบชา
ผมไม่ค่อยชอบคุณภาพน้ำของยุคนี้
ไม่ใช่ในแง่ของสารเคมีแต่เพราะเจอคนตายในบ่อมาพอสมควรทำให้ผมระแวงขึ้นเล็กน้อย
แต่จะทานสุราผสมน้ำตลอดแบบทางโอวโจว(ยุโรป)ก็คงไม่ไหว
หากไม่อยากจะเป็นโรคอหิวาตกโรคก็คงต้องดื่มน้ำต้มสุกเอาไว้ก่อน
ตึก ตึก
เสียงเดินของอ้องอุ้นมาถึง
อ้องอุ้นมาแบบเร่งรีบไม่สวมใส่รองเท้า...ซึ่งนั่นคือสิ่งที่เขาแสดงให้ผมเห็นต่อหน้า
ทั้งที่เสียงหัวใจก่อนหน้านี้ไม่ได้แสดงว่าอ้องอุ้นเร่งรีบแต่ประการใด
“ฮา ฮา ฮา ขออภัยที่ข้าที่เป็นเจ้าบ้านเสียมารยาทเมื่อได้ข่าวว่าท่านองครักษ์ตั๋งจะมาทำให้ข้ารีบเสียจนไม่ได้สวมใส่รองเท้าหรือเสื้อผ้าให้สุภาพ ขออภัยด้วย ฮา ฮา ฮา”
อ้องอุ้นปรากฎในสภาพเสื้อผ้าปรกติและรองเท้าไม่ใส่
น่าจะเพื่อทำให้ผมที่แต่งชุดออกแนวนักบู๊ประทับใจว่าเขารีบอออกมาหาผมอย่างเร่งรีบนั่นเอง
จิ้งจอกเฒ่าแห่งราชสำนักผู้นี้ดูถูกมิได้เลยจริงๆ