หลังจากจบรอบแรกของการแข่งขัน ชื่อของ KhinZ ก็เริ่มแพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว ไม่ใช่แค่ในกลุ่มผู้เล่นแรงค์สูงหรือเพจเกมเท่านั้น แต่เริ่มลามไปถึงทีมมหาวิทยาลัยและทีมกึ่งโปรหลายแห่ง เพราะคลิปการแข่งขันของภาคินถูกตัดต่อและแชร์ต่อกันแทบทุกแพลตฟอร์ม โดยเฉพาะจังหวะอ่านเกมและการยิงสวนกลับที่แม่นยำจนหลายคนเริ่มตั้งฉายาให้เขาว่า “ดวงตาแห่งสนามรบ”
เช้าวันต่อมา ภาคินยังคงตื่นไปเรียนตามปกติ เขาเดินเข้าตึกคณะพร้อมแก้วกาแฟเย็นในมือ ขณะที่นักศึกษาหลายคนเริ่มหันมามองและกระซิบคุยกันเบา ๆ ซึ่งต่างจากเมื่อก่อนอย่างชัดเจน
“เฮ้ย นั่น KhinZ ปะวะ”
“คนที่แข่งเมื่อวานใช่ไหม”
“ตัวจริงหล่อกว่าที่คิดอีก”
เสียงพูดดังเข้าหูเป็นระยะ จนภาคินเริ่มรู้สึกแปลก ๆ เพราะเขาไม่เคยชินกับการถูกสนใจแบบนี้เลยแม้แต่น้อย
บิ้กที่เดินมาข้าง ๆ หัวเราะเบา ๆ ก่อนพูดว่า “ดังชิบหายแล้วมึง ตอนนี้คนทั้งมหาลัยน่าจะรู้จักมึงหมดแล้ว”
“กูเริ่มอยากใส่แมสแล้วเนี่ย…” ภาคินตอบกลับพร้อมถอนหายใจ
ป๊อปหัวเราะทันที “ยัง ยังไม่ถึงขั้นนั้น แต่ถ้ามึงแข่งชนะอีกสองสามรอบนะ ไม่แน่”
ทั้งกลุ่มเดินคุยกันไปเรื่อย ๆ จนถึงห้องเรียน แต่ระหว่างที่ภาคินกำลังจะเปิดประตูเข้าไป จู่ ๆ ก็มีนักศึกษาผู้หญิงสองคนเดินเข้ามาหยุดตรงหน้า พร้อมถือโทรศัพท์ไว้ในมือ
“ขอโทษนะคะ ใช่พี่ KhinZ หรือเปล่า” หนึ่งในนั้นถามด้วยสีหน้าตื่นเต้น
ภาคินชะงักไปเล็กน้อย ก่อนตอบกลับเบา ๆ ว่า “ครับ…”
“ขอถ่ายรูปได้ไหมคะ พวกหนูดูแข่งเมื่อวานด้วย คือพี่เล่นเก่งมากจริง ๆ”
บิ้กกับบอยที่ยืนอยู่ด้านหลังแทบหลุดหัวเราะทันที ขณะที่ภาคินได้แต่ยิ้มแห้ง ๆ แล้วพยักหน้ารับ ก่อนจะยืนถ่ายรูปด้วยสีหน้าที่ยังดูไม่ชินกับสถานการณ์ทั้งหมด
หลังจากเข้าห้องเรียนแล้ว บอยยังคงหัวเราะไม่หยุด “จากเด็กติดเกม กลายเป็นคนดังของคณะไปแล้วว่ะ”
“กูขอชีวิตสงบ ๆ คืนได้ไหม…” ภาคินพึมพำเบา ๆ จนทุกคนหัวเราะกันทั้งกลุ่ม
แม้ภายนอกจะดูเหมือนเรื่องตลก แต่ในความเป็นจริง ชื่อของ KhinZ กำลังเริ่มส่งผลกระทบต่อวงการแข่งขันจริง ๆ เพราะในเวลาเดียวกัน ภายในห้องซ้อมของทีมมหาวิทยาลัยชื่อดังอีกแห่ง กลุ่มผู้เล่นกำลังเปิดดูรีเพลย์การแข่งขันของภาคินซ้ำแล้วซ้ำอีกด้วยสีหน้าจริงจัง
“หมอนี่แหละ KhinZ สินะ…” ชายหนุ่มผมสั้นที่นั่งอยู่หน้าจอพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น
เขาชื่อ “ไทเกอร์” แครี่ตัวหลักของทีมแชมป์เก่าระดับมหาวิทยาลัย และเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ถูกยกให้เก่งที่สุดในระดับนักศึกษาไทยตอนนี้
“ดูยังไงก็แปลก” เขาพูดต่อพลางหยุดภาพตรงจังหวะที่ภาคินอ่านเกมสวนกลับ “จังหวะแบบนี้มันไม่ใช่เรื่องเดาแล้ว มันเหมือนเขารู้จริง ๆ ว่าฝั่งตรงข้ามจะทำอะไร”
ผู้เล่นอีกคนพยักหน้าเบา ๆ ก่อนพูดว่า “ตอนนี้หลายทีมเริ่มกลัวมันแล้วนะ เพราะตั้งแต่แข่งมา ยังไม่เห็นมันพลาดชัด ๆ เลยสักครั้ง”
ไทเกอร์ยิ้มมุมปากเล็กน้อย ก่อนตอบกลับว่า “งั้นก็น่าสนุกดี เพราะถ้าไม่มีคู่แข่งเก่ง ๆ การแข่งก็น่าเบื่อเกินไป”
ขณะเดียวกัน ภาคินที่ไม่รู้เลยว่าตัวเองเริ่มถูกจับตาจากผู้เล่นระดับท็อป กำลังนั่งฟังอาจารย์สอนแบบครึ่งหลับครึ่งตื่นตามปกติ เพราะเมื่อคืนซ้อมทีมจนดึก ทำให้เขาเริ่มง่วงตั้งแต่ยังไม่ถึงเที่ยง
“มึงไหวปะเนี่ย” นัทกระซิบถามเบา ๆ
“เมื่อคืนดูรีเพลย์ถึงตีสอง…” ภาคินตอบพลางขยี้ตา
“นักกีฬาอีสปอร์ตก็เหนื่อยเหมือนกันนะเนี่ย” บิ้กพูดแซวเบา ๆ
ภาคินหัวเราะนิด ๆ แต่ในใจกลับกำลังคิดถึงสิ่งที่โค้ชวินพูดเมื่อคืน… เรื่องระดับประเทศ เรื่องระดับโลก รวมถึงเส้นทางที่อาจรอเขาอยู่ข้างหน้า ซึ่งยิ่งคิด เขาก็ยิ่งรู้สึกว่า ชีวิตตอนนี้กำลังค่อย ๆ ซ้อนทับกับชีวิตใน Realm of Victory มากขึ้นเรื่อย ๆ
ในโลกนั้น เขาเคยเป็นผู้บัญชาการ
เคยเป็นฮีโร่
และเคยยืนอยู่ท่ามกลางความคาดหวังของผู้คนมากมาย
ส่วนในโลกนี้…
ดูเหมือนเขากำลังเริ่มกลายเป็นแบบนั้นอีกครั้ง
เย็นวันนั้น หลังเลิกเรียน ภาคินรีบเดินทางไป Gaming House เพื่อซ้อมทีมต่อทันที เพราะวันรุ่งขึ้นจะเป็นการแข่งขันรอบต่อไป ซึ่งคู่แข่งคราวนี้แข็งแกร่งกว่ารอบแรกมาก และหลายคนเริ่มมองว่า นี่จะเป็นบททดสอบจริงของทีมพวกเขา
ทันทีที่เดินเข้าห้องซ้อม โค้ชวินก็โยนแฟ้มข้อมูลบางอย่างมาให
“ดูไว้”
ภาคินรับมาเปิดดู ก่อนจะเห็นข้อมูลของทีมคู่แข่ง รวมถึงรายชื่อผู้เล่นเด่น ซึ่งชื่อหนึ่งถูกวงเอาไว้ชัดเจน
Tiger – Carry
“คนนี้เก่งมาก” RavenStorm พูดขึ้นทันที “แครี่ระดับมหาลัยที่หลายทีมกลัวที่สุดตอนนี้ จังหวะยิงแม่นมาก แล้วเล่นเกมจิตวิทยาเก่งสุด ๆ”
ภาคินมองข้อมูลเงียบ ๆ ก่อนถามกลับว่า “แล้วสไตล์ทีมเขาเป็นยังไง”
“เล่นเพื่อแครี่เต็มรูปแบบ” โค้ชวินตอบทันที “ทุกอย่างในทีมจะถูกสร้างเพื่อเปิดทางให้ Tiger แบกเกม เพราะงั้นถ้าปล่อยให้เขาเล่นสบาย เกมจะยากมาก”
บรรยากาศในห้องเริ่มเงียบลงทันที เพราะทุกคนรู้ดีว่า คู่แข่งรอบต่อไปไม่เหมือนทีมก่อนหน้าแน่นอน
แต่ภาคินกลับยังคงนิ่ง เขามองข้อมูลตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพูดขึ้นเรียบ ๆ ว่า “งั้นก็แค่ไม่ปล่อยให้เขาเล่นสบายก็พอ”
ทุกคนหันมามองทันที
RavenStorm หัวเราะเบา ๆ ก่อนพูดว่า “สมเป็นนายจริง ๆ”
หลังจากนั้น ทีมก็เริ่มซ้อมแผนรับมือทันที ซึ่งยิ่งเล่นไป ทุกคนก็ยิ่งรู้สึกได้ว่า ภาคินกำลังพัฒนาเร็วเกินกว่าคนทั่วไปจะตามทัน เพราะไม่ใช่แค่ฝีมือส่วนตัว แต่รวมถึงการสั่งเกม การอ่านแผน และการควบคุมจังหวะทั้งทีม ที่เริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ
จังหวะหนึ่งระหว่างซ้อม ภาคินสั่งให้ทั้งทีมถอย ทั้งที่กำลังได้เปรียบอยู่ ทำให้หลายคนงงเล็กน้อย
“ถอยทำไม” บอยถามทันที
“อีกสิบวินาทีเขาจะล่อเปิดไฟต์ตรงแม่น้ำ” ภาคินตอบกลับสั้น ๆ
ทุกคนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่อีกฝ่ายจะโผล่มารวมตัวตรงจุดนั้นจริง ๆ ตามที่ภาคินพูดไม่มีผิด
ทั้งห้องเงียบไปชั่วขณะ
ก่อนที่โค้ชวินจะพึมพำเบา ๆ ด้วยสายตาจริงจังว่า “เด็กคนนี้… เริ่มน่ากลัวขึ้นทุกวันแล้วจริง ๆ”
และในเวลาเดียวกัน…
ที่อีกฟากหนึ่งของเมือง
Tiger ก็กำลังนั่งดูรีเพลย์ของภาคินเงียบ ๆ เช่นกัน
ก่อนจะยิ้มบาง ๆ แล้วพูดกับตัวเองว่า
“ในที่สุด ก็มีคนที่น่าสนใจโผล่มาสักที…”