ผมเล่น ROV แต่ดันเทพเกินไป ไม่มีใครแบกผมได้ นอกจากตัวผมเอง

    ตอนที่ 36 : คู่แข่งที่เริ่มจับตา

    หลังจากจบรอบแรกของการแข่งขัน ชื่อของ KhinZ ก็เริ่มแพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว ไม่ใช่แค่ในกลุ่มผู้เล่นแรงค์สูงหรือเพจเกมเท่านั้น แต่เริ่มลามไปถึงทีมมหาวิทยาลัยและทีมกึ่งโปรหลายแห่ง เพราะคลิปการแข่งขันของภาคินถูกตัดต่อและแชร์ต่อกันแทบทุกแพลตฟอร์ม โดยเฉพาะจังหวะอ่านเกมและการยิงสวนกลับที่แม่นยำจนหลายคนเริ่มตั้งฉายาให้เขาว่า “ดวงตาแห่งสนามรบ”



    เช้าวันต่อมา ภาคินยังคงตื่นไปเรียนตามปกติ เขาเดินเข้าตึกคณะพร้อมแก้วกาแฟเย็นในมือ ขณะที่นักศึกษาหลายคนเริ่มหันมามองและกระซิบคุยกันเบา ๆ ซึ่งต่างจากเมื่อก่อนอย่างชัดเจน



    “เฮ้ย นั่น KhinZ ปะวะ”



    “คนที่แข่งเมื่อวานใช่ไหม”



    “ตัวจริงหล่อกว่าที่คิดอีก”



    เสียงพูดดังเข้าหูเป็นระยะ จนภาคินเริ่มรู้สึกแปลก ๆ เพราะเขาไม่เคยชินกับการถูกสนใจแบบนี้เลยแม้แต่น้อย

    บิ้กที่เดินมาข้าง ๆ หัวเราะเบา ๆ ก่อนพูดว่า “ดังชิบหายแล้วมึง ตอนนี้คนทั้งมหาลัยน่าจะรู้จักมึงหมดแล้ว”



    “กูเริ่มอยากใส่แมสแล้วเนี่ย…” ภาคินตอบกลับพร้อมถอนหายใจ



    ป๊อปหัวเราะทันที “ยัง ยังไม่ถึงขั้นนั้น แต่ถ้ามึงแข่งชนะอีกสองสามรอบนะ ไม่แน่”



    ทั้งกลุ่มเดินคุยกันไปเรื่อย ๆ จนถึงห้องเรียน แต่ระหว่างที่ภาคินกำลังจะเปิดประตูเข้าไป จู่ ๆ ก็มีนักศึกษาผู้หญิงสองคนเดินเข้ามาหยุดตรงหน้า พร้อมถือโทรศัพท์ไว้ในมือ



    “ขอโทษนะคะ ใช่พี่ KhinZ หรือเปล่า” หนึ่งในนั้นถามด้วยสีหน้าตื่นเต้น



    ภาคินชะงักไปเล็กน้อย ก่อนตอบกลับเบา ๆ ว่า “ครับ…”



    “ขอถ่ายรูปได้ไหมคะ พวกหนูดูแข่งเมื่อวานด้วย คือพี่เล่นเก่งมากจริง ๆ”



    บิ้กกับบอยที่ยืนอยู่ด้านหลังแทบหลุดหัวเราะทันที ขณะที่ภาคินได้แต่ยิ้มแห้ง ๆ แล้วพยักหน้ารับ ก่อนจะยืนถ่ายรูปด้วยสีหน้าที่ยังดูไม่ชินกับสถานการณ์ทั้งหมด



    หลังจากเข้าห้องเรียนแล้ว บอยยังคงหัวเราะไม่หยุด “จากเด็กติดเกม กลายเป็นคนดังของคณะไปแล้วว่ะ”



    “กูขอชีวิตสงบ ๆ คืนได้ไหม…” ภาคินพึมพำเบา ๆ จนทุกคนหัวเราะกันทั้งกลุ่ม



    แม้ภายนอกจะดูเหมือนเรื่องตลก แต่ในความเป็นจริง ชื่อของ KhinZ กำลังเริ่มส่งผลกระทบต่อวงการแข่งขันจริง ๆ เพราะในเวลาเดียวกัน ภายในห้องซ้อมของทีมมหาวิทยาลัยชื่อดังอีกแห่ง กลุ่มผู้เล่นกำลังเปิดดูรีเพลย์การแข่งขันของภาคินซ้ำแล้วซ้ำอีกด้วยสีหน้าจริงจัง



    “หมอนี่แหละ KhinZ สินะ…” ชายหนุ่มผมสั้นที่นั่งอยู่หน้าจอพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น



    เขาชื่อ “ไทเกอร์” แครี่ตัวหลักของทีมแชมป์เก่าระดับมหาวิทยาลัย และเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ถูกยกให้เก่งที่สุดในระดับนักศึกษาไทยตอนนี้



    “ดูยังไงก็แปลก” เขาพูดต่อพลางหยุดภาพตรงจังหวะที่ภาคินอ่านเกมสวนกลับ “จังหวะแบบนี้มันไม่ใช่เรื่องเดาแล้ว มันเหมือนเขารู้จริง ๆ ว่าฝั่งตรงข้ามจะทำอะไร”



    ผู้เล่นอีกคนพยักหน้าเบา ๆ ก่อนพูดว่า “ตอนนี้หลายทีมเริ่มกลัวมันแล้วนะ เพราะตั้งแต่แข่งมา ยังไม่เห็นมันพลาดชัด ๆ เลยสักครั้ง”



    ไทเกอร์ยิ้มมุมปากเล็กน้อย ก่อนตอบกลับว่า “งั้นก็น่าสนุกดี เพราะถ้าไม่มีคู่แข่งเก่ง ๆ การแข่งก็น่าเบื่อเกินไป”



    ขณะเดียวกัน ภาคินที่ไม่รู้เลยว่าตัวเองเริ่มถูกจับตาจากผู้เล่นระดับท็อป กำลังนั่งฟังอาจารย์สอนแบบครึ่งหลับครึ่งตื่นตามปกติ เพราะเมื่อคืนซ้อมทีมจนดึก ทำให้เขาเริ่มง่วงตั้งแต่ยังไม่ถึงเที่ยง



    “มึงไหวปะเนี่ย” นัทกระซิบถามเบา ๆ



    “เมื่อคืนดูรีเพลย์ถึงตีสอง…” ภาคินตอบพลางขยี้ตา



    “นักกีฬาอีสปอร์ตก็เหนื่อยเหมือนกันนะเนี่ย” บิ้กพูดแซวเบา ๆ



    ภาคินหัวเราะนิด ๆ แต่ในใจกลับกำลังคิดถึงสิ่งที่โค้ชวินพูดเมื่อคืน… เรื่องระดับประเทศ เรื่องระดับโลก รวมถึงเส้นทางที่อาจรอเขาอยู่ข้างหน้า ซึ่งยิ่งคิด เขาก็ยิ่งรู้สึกว่า ชีวิตตอนนี้กำลังค่อย ๆ ซ้อนทับกับชีวิตใน Realm of Victory มากขึ้นเรื่อย ๆ



    ในโลกนั้น เขาเคยเป็นผู้บัญชาการ

    เคยเป็นฮีโร่

    และเคยยืนอยู่ท่ามกลางความคาดหวังของผู้คนมากมาย



    ส่วนในโลกนี้…

    ดูเหมือนเขากำลังเริ่มกลายเป็นแบบนั้นอีกครั้ง

    เย็นวันนั้น หลังเลิกเรียน ภาคินรีบเดินทางไป Gaming House เพื่อซ้อมทีมต่อทันที เพราะวันรุ่งขึ้นจะเป็นการแข่งขันรอบต่อไป ซึ่งคู่แข่งคราวนี้แข็งแกร่งกว่ารอบแรกมาก และหลายคนเริ่มมองว่า นี่จะเป็นบททดสอบจริงของทีมพวกเขา



    ทันทีที่เดินเข้าห้องซ้อม โค้ชวินก็โยนแฟ้มข้อมูลบางอย่างมาให

    “ดูไว้”



    ภาคินรับมาเปิดดู ก่อนจะเห็นข้อมูลของทีมคู่แข่ง รวมถึงรายชื่อผู้เล่นเด่น ซึ่งชื่อหนึ่งถูกวงเอาไว้ชัดเจน



    Tiger – Carry



    “คนนี้เก่งมาก” RavenStorm พูดขึ้นทันที “แครี่ระดับมหาลัยที่หลายทีมกลัวที่สุดตอนนี้ จังหวะยิงแม่นมาก แล้วเล่นเกมจิตวิทยาเก่งสุด ๆ”

    ภาคินมองข้อมูลเงียบ ๆ ก่อนถามกลับว่า “แล้วสไตล์ทีมเขาเป็นยังไง”



    “เล่นเพื่อแครี่เต็มรูปแบบ” โค้ชวินตอบทันที “ทุกอย่างในทีมจะถูกสร้างเพื่อเปิดทางให้ Tiger แบกเกม เพราะงั้นถ้าปล่อยให้เขาเล่นสบาย เกมจะยากมาก”



    บรรยากาศในห้องเริ่มเงียบลงทันที เพราะทุกคนรู้ดีว่า คู่แข่งรอบต่อไปไม่เหมือนทีมก่อนหน้าแน่นอน



    แต่ภาคินกลับยังคงนิ่ง เขามองข้อมูลตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพูดขึ้นเรียบ ๆ ว่า “งั้นก็แค่ไม่ปล่อยให้เขาเล่นสบายก็พอ”

    ทุกคนหันมามองทันที



    RavenStorm หัวเราะเบา ๆ ก่อนพูดว่า “สมเป็นนายจริง ๆ”



    หลังจากนั้น ทีมก็เริ่มซ้อมแผนรับมือทันที ซึ่งยิ่งเล่นไป ทุกคนก็ยิ่งรู้สึกได้ว่า ภาคินกำลังพัฒนาเร็วเกินกว่าคนทั่วไปจะตามทัน เพราะไม่ใช่แค่ฝีมือส่วนตัว แต่รวมถึงการสั่งเกม การอ่านแผน และการควบคุมจังหวะทั้งทีม ที่เริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ



    จังหวะหนึ่งระหว่างซ้อม ภาคินสั่งให้ทั้งทีมถอย ทั้งที่กำลังได้เปรียบอยู่ ทำให้หลายคนงงเล็กน้อย



    “ถอยทำไม” บอยถามทันที



    “อีกสิบวินาทีเขาจะล่อเปิดไฟต์ตรงแม่น้ำ” ภาคินตอบกลับสั้น ๆ



    ทุกคนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่อีกฝ่ายจะโผล่มารวมตัวตรงจุดนั้นจริง ๆ ตามที่ภาคินพูดไม่มีผิด

    ทั้งห้องเงียบไปชั่วขณะ



    ก่อนที่โค้ชวินจะพึมพำเบา ๆ ด้วยสายตาจริงจังว่า “เด็กคนนี้… เริ่มน่ากลัวขึ้นทุกวันแล้วจริง ๆ”

    และในเวลาเดียวกัน…



    ที่อีกฟากหนึ่งของเมือง

    Tiger ก็กำลังนั่งดูรีเพลย์ของภาคินเงียบ ๆ เช่นกัน

    ก่อนจะยิ้มบาง ๆ แล้วพูดกับตัวเองว่า



    “ในที่สุด ก็มีคนที่น่าสนใจโผล่มาสักที…”

    คล้ายกับเรื่องผมเล่น ROV แต่ดันเทพเกินไป ไม่มีใครแบกผมได้ นอกจากตัวผมเอง ที่คุณอ่าน