ตอนที่ 61:หลี่อ้ายกังมาขอให้แต่งเพลงถึงที่
เที่ยงวัน 12.00 น. ณ ร้านอาหารใต้ต้นไม้
หลิวจือเซียมาถึงที่นี่นานแล้วเพราะเมื่อหลางเวิ่นซิงได้ยินว่าหลี่อ้ายกังนัดหลิวจือเซียไปกินข้าวชายคนนี้จึงโทรศัพท์หาจางเจี๋ยโดยตรง ให้เธอจองโต๊ะไว้หนึ่งโต๊ะจากนั้นก็ดันหลิวจือเซียเข้าไปในร้านอาหาร
หลิวจือเซียไม่รู้ว่าทำไมไอ้หมอนี่ถึงได้กระตือรือร้นขนาดนี้จึงโทรศัพท์หาไป่เหลียนเฉิง นัดแนะเวลา
เวลา 12.00 น. ไป่เหลียนเฉิงก็ปรากฎตัวในห้อง VIPบนชั้นสองของร้านอาหารใต้ต้นไม้ชั้น 2 กับหลี่อ้ายกังที่มาพร้อมกับกระเป๋าเอกสาร
“น้องจือเซีย รอนานแย่เลยสิท่า” เมื่อจับมือกับหลิวจือเซียแล้วหลี่อ้ายกังก็หันไปเห็นหลางเวิ่นซิงที่อยู่ข้างกายของหลิวจือเซียแล้วเอ่ยด้วยความตกใจ “ผู้อำนวยการหลาง ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ด้วยล่ะ ? ”
“อ้ายกัง ไม่เจอกันตั้งนาน ! ”หลางเวิ่นซิงและหลี่อ้ายกังเป็นเพื่อนเก่าเพื่อนแก่กัน“ฉันเป็นผู้จัดการของจือเซีย ไม่อยู่ที่นี่แล้วจะให้อยู่ที่ไหน ? ”
“ก็จริงได้ยินว่าจือเซียกลายเป็นศิลปินที่เซ็นสัญญาของบริษัทเวิ่นซิงเอนเตอร์เทนเมนท์นานแล้วคาดไม่ถึงว่าผู้จัดการของเขาจะเป็นผู้อำนวยการหลางเสียได้”หลี่อ้ายกังเพิ่งดึงสติกลับมา ก่อนจะเอ่ยด้วยรอยยิ้ม“ผู้อำนวยการหลางช่างตาแหลมจริง ๆ ! ”
“เขาตาแหลมที่ไหนกัน ถ้าไม่ใช่เพราะฉันช่วยไว้ไม่แน่ว่าจือเซียอาจจะไปบริษัทบันเทิงที่ดีกว่านี้ก็ได้ ! ”
ตอนนี้เองจางหมิงห่าวที่สวมหมวกพ่อครัวสีขาวได้เดินเข้ามาพร้อมกับถาดอาหารหนึ่งใบ “อ้ายกังไม่ค่อยเห็นหน้านายเลยนะช่วงนี้ ! ”
“ช่วงนี้ยุ่งตลอดเลย พี่ห่าวอย่าว่าฉันเลย” หลี่อ้ายกังและจางหมิงห่าวก็เป็นเพื่อนกัน
“ไม่เป็นไร งานสำคัญกว่า ฉันดีใจที่ได้ต้อนรับพวกนายที่นี่”จางหมิงห่าววางอาหารในมือลงบนโต๊ะ “ลองชิมดูก่อนนี่เป็นอาหารสูตรใหม่ที่ฉันไปเรียนรู้วิธีการทำมาจากเชฟเสฉวนเลยนะเนี่ย”
เมื่อเห็นปลาต้มพริกสไตล์เสฉวนเมนูแนะนำของร้านหลิวจือเซียจึงได้เอ่ยขึ้นอย่างหยอกเย้า “พี่ห่าวทำไมเมื่อสองสามวันก่อนไม่เห็นพี่ลงครัวด้วยตัวเองเลยล่ะ ?พี่แน่ใจหรือว่ามันกินได้ ? ”
“เด็กคนนี้พูดอะไรก็ไม่รู้ ? ”จางหมิงห่าวเอ่ยขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์ “ฉันมีใบรับรองการเป็นพ่อครัวระดับสองอาหารเหล่านี้กินได้แน่นอน”
“มา ๆ เราไม่ใช่คนนอกกันสักหน่อย รีบนั่งเถอะ”หลางเวิ่นซิงกล่าวทักทายทุกคนและเชิญนั่ง “เฮ้อ เด็กคนนี้คือเหลียนเฉิงใช่ไหม ?ฉันรู้จักพ่อของนาย เดิมทีคิดว่านายจะเดินเส้นทางละครเพลงเสียอีกคาดไม่ถึงว่าจะกลายมาเป็นศิลปินภายใต้สังกัดของอ้ายกังได้ ฉันว่าพ่อนายคงจะโกรธจนอยากจะฆ่านายแน่เลย? ”
“ผู้อำนวยการรู้จักพ่อผมด้วยหรือครับ ? ” ไป่เหลียนเฉิงเกาศีรษะก่อนจะกลั้วหัวเราะ หึหึ “ก็ไม่เชิงหรอกครับ ตอนนี้ผมก็ไม่กล้ากลับบ้านแล้ว”
“พ่อของนายเจ้าอารมณ์ไปหน่อย” หลางเวิ่นซิงพยักหน้า “จริงสิจางเกลอ นายจะมัวยืนอึ้งอยู่ทำไม ? รีบ ๆ เลยหยิบเหล้าที่เฝ้าทะนุถนอมอย่างดีออกมาด้วย”
จางหมิงห่าวถอดหมวกพ่อครัวบนศีรษะออก แล้ววางลงอีกด้าน “พี่หลางนี่เหมือนกับหมาป่าผู้โดดเดี่ยวเหมือนกันนะ ถ้ามาหาฉันทีไรฉันต้องตัดเนื้อตัวเองออกสักสองสามตำลึงทุกที”
หลิวจือเซียไม่สนใจทั้งสองคนนี้อีก เขาหันไปพูดกับหลี่อ้ายกังว่า“รุ่นพี่อ้ายกัง ช่วงนี้พี่ไป่อยู่ในความดูแลของพี่ ขอบคุณมากนะครับ”
“จือเซียก็เกรงใจเกินไปแล้ว” หลี่อ้ายกังโบกมือไปมา“จะว่าไปแล้ว ฉันกับเหลียนเฉิงก็ยังเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องกันนะไม่ต้องเอ่ยถึงว่าจะดูแลหรือไม่ดูแลเถอะ”
“หืม ? ” หลิวจือเซียตะลึงงัน ก่อนจะพูดว่า“รุ่นพี่รุ่นน้องอะไรกัน ? ”
“เมื่อหลายปีก่อน ฉันได้ถ่ายทำเกี่ยวกับละครเพลงเรื่องหนึ่งตอนนั้นผู้กำกับที่กำกับละครงิ้วจีน ก็คือลุงของเหลียนเฉิง คุณเหลียนฮัว”หลี่อ้ายกังตอบกลับ “ต่อมาหลังจากที่ถ่ายละครเสร็จ คุณเหยียนหัวก็รับฉันเข้าสังกัดถ้าให้นับจริง ๆ เหลียนเฉิงก็คือรุ่นพี่ของฉัน ! ”
“พวกพี่ยังมีที่มาที่ไปแบบนี้อีกหรือ ? ”หลิวจือเซียตื่นตระหนกตกใจมาก “งั้นวันนี้เราก็มาดื่มกันให้เต็มที่ไปเลย”
“เหอะ ๆ เยี่ยม ! ” หลี่อ้ายกังยิ้ม “จริงสิที่วันนี้ฉันมาหาน้องเซี่ยด้วย.....”
“พี่กัง พี่เรียกฉันว่าจือเซียเถอะ”หลิวจือเซียตัดบทของหลี่อ้ายกังทันที “เรียกรุ่นพี่ รุ่นน้อง มันห่างเหินเกินไป !”
“ตกลง งั้นฉันไม่เกรงใจล่ะนะ” หลี่อ้ายกังพยักหน้า แล้วพูดต่อ“คืออย่างนี้ นายเองก็รู้ ว่าเมื่อสองสามปีก่อน ฉันอยากเข้าวงการเพลงมาก แต่เมื่อมีโอกาสสองถึงสองครั้งกลับล้มเหลวไม่เป็นท่า”
ไม่แปลกใจว่าทำไมชีวิตของหลี่อ้ายกังถึงไม่ดีเลยการประกวดในสองครั้งนั้น เกือบทำให้เขาสูญเสียความเชื่อมั่นในการร้องเพลงไปแล้ว
เมื่อเอ่ยถึงตรงนี้ใบหน้าของหลี่อ้ายกังก็เต็มไปด้วยความคาดหวัง “ฉันได้ยินเหลียนเฉิงพูดว่า เพลง‘กุ้ยเฟยเมามาย’ นั้นเป็นเพลงที่แต่งขึ้นเพื่อเขาดังนั้นฉันเลยอยากจะขอร้องให้นายเขียนเพลงให้ฉันเขียนเพลงเปิดตัวสำหรับอัลบั้มใหม่ของฉันหน่อย”
เมื่อเสียงของหลี่อ้ายกังสิ้นสุดลง จางหมิงห่าวก็โพล่งออกไป“อ้ายกัง นายจะออกอัลบั้มใหม่งั้นหรือ ? ”
ก่อนที่จางหมิงห่าวจะออกจากวงการ ก็มักจะคลุกคลีอยู่ในวงการเพลงมาตลอดสำหรับความล้มเหลวของหลี่อ้ายกังทั้งสองครั้งในปีนั้นพูดได้ว่าเป็นความทรงจำที่ลึกซึ้งมาก
หลางเวิ่นซิงดึงสติกลับมา จู่ ๆ เขาก็พรวดลุกขึ้นจากนั้นก็เดินมานั่งข้างกายของหลี่อ้ายกัง “อ้ายกัง เรื่องนี้นายควรคุยกับฉันนายลืมไปแล้วหรือว่าฉันเป็นผู้จัดการของจือเซีย ? นาย ‘ขอ’ให้จือเซียแต่งเพลงให้นาย คิดจะให้ราคาแบบไหน ? ”
มิตรภาพก็ส่วนมิตรภาพ แต่ถ้าเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์หลางเวิ่นซิงสับสวิตซ์เป็นผู้จัดการทันที ตอนที่คุยก็ต้องหนักแน่นเน้นเสียงต้องคำว่า ‘ขอ’ เป็นพิเศษ
หลิวจือเซียมองหลางเวิ่นซิงด้วยสายตาที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกแล้วพูดว่า “พี่กัง พี่พูดมาเลย”
“เรื่องนี้... ความจริงแล้ว ฉันเองก็ไม่ค่อยเข้าใจการเสนอราคาของคนวงในหรอกนะ”
หลี่อ้ายกังเกาศีรษะด้วยความลำบากใจจากนั้นก็หยิบสัญญาชุดหนึ่งออกมาจากกระเป๋าที่พกติดตัว แล้วพูดว่า“ของเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผู้จัดการของฉันทำให้ วันนี้ฉันไม่ได้พาเขามาด้วยนี่คือสัญญาที่เขาเตรียมไว้ให้ฉันล่วงหน้า”
หลางเวิ่นซิงมือไวตาไว แย่งสัญญาจากมือของหลี่อ้ายกังไปทันที
นี่คือผู้จัดการที่ไม่เป็นสองรองใครในวงการเชียวนะแม้ว่าจะเกษียณไปแล้วกว่าสิบปี แต่ในด้านธุรกิจก็ยังมีความเชี่ยวชาญอยู่ไม่น้อย
เพียงแต่เมื่อกวาดสายตามองอย่างคร่าว ๆหลางเวิ่นซิงก็ทำการวางสัญญาในมือลง
หลิวจือเซียหยิบสัญญาขึ้นมา จากนั้นก็ก้มหน้าอ่าน
หลางเวิ่นซิงมองหลี่อ้ายกังด้วยรอยยิ้ม แล้วพูดว่า “อ้ายกังดูเหมือนสัญญาของผู้จัดการนาย นายก็ยังไม่เคยอ่านใช่ไหม ? ”
หลี่อ้ายกังพยักหน้า และพูดว่า“ผู้จัดการของฉันติดตามฉันมาหลายปีแล้ว ฉันเชื่อใจเขา”
“เชื่อใจ ? ” หลางเวิ่นซิงเลิกคิ้วสูง “เจ้าหมอนี่ตั้งใจรังแกจือเซียของเรา ? ”
หลี่อ้ายกังตะลึงงันในทันที ก่อนพูดว่า “เป็นไปได้ยังไง ? ”
หลางเวิ่นซิงไม่พูดอะไร แค่แย่งสัญญาไปจากมือของหลิวจือเซียแล้วโยนใส่หลี่อ้ายกัง
หลี่อ้ายกังจึงก้มอ่านอย่างจริงจังในทันที
ไม่นาน ใบหน้าของเขาก็แดงระเรื่อ ก่อนจะพูดด้วยความลำบากใจ“ขอโทษด้วย จือเซีย ฉันเองก็ไม่รู้ว่าเขาจะเสนอราคาแค่ 100,000 หยวนให้นาย แล้วให้ส่วนแบ่งจากลิขสิทธิ์5%”
“100,000 หยวน ? 5% ? ”
ดวงตาของจางหมิงห่าวเบิกกว้างอย่างฉับพลัน “อ้ายกังผู้จัดการของนายเป็นใคร ? กลับไปไล่เขาออกเลยนะ 100,000 หยวน นี่มันราคาผักกาดขาว1ชัด ๆ ! ฉันจะบอกนายให้นะ ในตอนที่จือเซียร้องเพลง ได้เจอเธอพอดี มีเพื่อนคนหนึ่งรอเขาอยู่ที่อึ้งกว่าคือเพื่อนคนนี้รอเขานานถึง 2 ชั่วโมง เพื่อเสนอราคา 300,000ซื้อลิขสิทธิ์เพลงนี้ แต่จือเซียไม่ขาย”
ความจริงได้พิสูจน์แล้ว การเลือกของหลิวจือเซียไม่ผิด อย่างอื่นไม่ต้องพูดถึงเพลง ได้เจอเธอพอดี สร้างเงินให้แก่เพนกวินมิวสิคไม่ต่ำกว่า 5 ล้านหยวน
100,000 หยวน ? ชักจะดูถูกหลิวจือเซียเกินไปแล้ว !
เมื่อได้ยินคำพูดของจางหมิงห่าว หลี่อ้ายกังก็ยิ่งลำบากใจ“เอ่อ... น้องชายที่เสนอราคาในร้านอาหารวันนั้น ก็เป็นคนเดียวกับที่ช่วยฉันเสนอราคาวันนี้”
“หา ? ”
ครั้งนี้ สีหน้าของทุกคนเปลี่ยนเป็นประหลาดใจ ยิ่งอยู่ยิ่งแย่ลงจาก 300,000 เหลือ 100,000 หยวน ผู้จัดการคนนั้น โง่รึเปล่าเนี่ย ?
“อ้ายกัง ฟังพี่พูดหน่อยนะ กลับไปไล่ผู้จัดการของนายออกซะ”
หลางเวิ่นซินพูดอย่างหนักแน่น “เรื่องอื่นฉันไม่พูดถึงนายก็น่าจะรู้จักหานจวิ้นชิงสินะ ? ปีก่อนเขาแต่งเพลงให้กับจางเทียนหวังในฮ่องกงเพลงหนึ่ง แค่ค่าตอบแทนก็ 1 ล้านแล้วไม่นับส่วนแบ่งจากลิขสิทธิ์ที่อยู่ในสัญญาอีกนะ 100,000 งั้นหรือ ? เฮ้อไล่เขาออกเถอะ ! ”
เมื่อเห็นหลางเวิ่นซิงแสดงท่าทีหวังดีกับเขาหลี่อ้ายกังก็จนปัญญา เพราะผู้จัดการของเขาอะไร ๆ ก็ดีไปหมด แต่ขี้งกเกินไป
จากนั้นก็ฉีกสัญญาออกเป็นสองส่วน แล้วทิ้งลงถังขยะหลี่อ้ายกังก็ได้เอ่ยขึ้นอย่างตรงไปตรงมา “ผู้อำนวยการหลางขอแค่จือเซียแต่งเพลงแรกในอัลบั้มให้ฉัน จะเงื่อนไขอะไรก็แล้วแต่พวกนายเลย”
หลางเวิ่นซิงมองหลิวจือเซียแวบหนึ่งซึ่งหลิวจือเซียได้พยักหน้าเล็กน้อย
ดังนั้น เขาจึงพูดต่อว่า “อ้ายกัง เราเองก็ไม่ใช่คนนอกหากขอมากไป มิตรภาพของเราอาจจะมีปัญหาได้ เอาแบบนี้ ในส่วนของค่าแต่งเพลงนั้นเราลดให้นายส่วนหนึ่ง แต่ค่าลิขสิทธิ์ต้องสูงขึ้น ! ”
“นายว่ามาเลย” หลี่อ้ายกังยอมรับชะตากรรม
หลางเวิ่นซิงครุ่นคิดครู่หนึ่ง แล้วพูดว่า “ค่าแต่งเพลง 1ล้านหยวน แล้วก็ค่าลิขสิทธิ์ 25 % เป็นไง ? ”
“พรวด ! ”
ทันทีที่สิ้นสุดเสียงของหลางเวิ่นซิงจางหมิงห่าวก็พ่นเหล้าที่อยู่ในปากออกมา !
ไป่เหลียนเฉิงนั่งอยู่ข้างกายของจางหมิงห่าวจึงถูกเหล้าที่พ่นออกมาจากปากของจางหมิงห่าวพ่นใส่เต็มหน้า
ไป่เหลียนเฉิงโพล่งออกมาคำหนึ่ง “มีกระดาษไหม ? ”
หลิวจือเซียก็ทนไม่ไหว รีบดึงกระดาษออกมาจากด้านข้างแล้วยื่นให้ไป่เหลียนเฉิง
“เวรเอ๊ย หลางเกลอ นายไม่เกินไปหน่อยหรือ ? ” จางหมิงห่าวพูดต่อ“ส่วนแบ่งค่าลิขสิทธิ์ 25 % นายไม่แย่งมันไปเลยล่ะ ? ”
ค่าลิขสิทธิ์ในโลกนี้ค่อนข้างมีราคาสูงมากหลี่อ้ายกังมีห้องอัดส่วนตัว รายได้จากการขายเพลง ต้องจ่ายให้กับสมาคมลิขสิทธิ์ 3%และส่วนแบ่ง 10% และ 20% เป็นของแต่ละช่อง ส่วนนักแต่งเพลงถูกแบ่งออกเป็น 5%-15%ส่วนที่เหลือก็เป็นของหลี่อ้ายกัง
ถ้าเป็นบริษัทบันเทิง จะเพิ่มเป็น 30%-40% ตามส่วนแบ่งของบริษัท
นี่คือรายได้ที่มหาศาลที่สุด !
หลางเวิ่นซิงที่พูด 25 % จากปากนั้น ซึ่งสูงกว่า 15% และสูงกว่า10 % ในสัญญาเสียอีก !
ไม่แย่งไปซะเลย คืออะไร ?
หลี่อ้ายกังรู้ชัดเจนดี เขาครุ่นคิดอย่างจริงจังก่อนจะส่ายหน้าและพูดว่า “ผู้อำนวยการหลาง ความจริงแล้ว ค่าแต่งเพลงก็ยุติธรรมดีแต่ส่วนแบ่งมันสูงไปหน่อย”
“ห้ามพูดแบบนี้” หลางเวิ่นซิงดื่มน้ำไปหนึ่งอึก เพื่อล้างลำคอ“อัลบั้มที่นายต้องการจะสร้างขึ้นมา เพื่อจะได้เข้าสู่วงการเพลงได้สำเร็จนายลืมความพ่ายแพ้สองครั้งที่ผ่านมาได้แล้วหรือ ?หรือว่านายไม่อยากใช้อัลบั้มนี้ล้างมลทินของนาย ? ”
1ราคาผักกาดขาว คือราคาถูกมาก