“เชิญ” เสียงที่ดังขึ้นมามิใช่ใครอื่น แต่เป็เป่ยจินที่พยายามทำหน้าที่คู่หมั้นที่ดีนั้นเอง
เมื่อทุกคนเข้ามาในห้องรับรองแล้ว ต่างฝ่ายต่างนั่งกันคนละมุมหันหน้าออกจากกัน จวินเทียนหลงที่ต้องเป็คนคลี่คลายเื่นี้ ถึงกับถอนหายใจออกมาอีกเป็รอบที่สิบของวัน
“จินเออร์ เ้าใจเย็นก่อนเถิด” แม้เฟยเฉิงจักค่อนข้างกวนอารมณ์เ้าไปสักหน่อย แต่เขาเป็บุรุษที่ดีผู้หนึ่ง
“ส่วนเ้าเฟยเฉิง แม้เ้าจะออกมานอกวังแล้ว แต่อย่างไรเ้าก็เป็ฮ่องเต้ของแคว้น ช่วยทำตัวเองให้เหมาะสมกับบัลลังก์หน่อยเถิด ถือว่าข้าขอร้องเ้า” จวินเทียนหลงเอ่ยออกมาอย่างหน่ายใจ
จินหลงเองที่นั่งฟัง ก็เริ่มเอือมระอาแล้วเช่นกันในละครฉากนี้ จึงทำบางสิ่งออกไปทันที
“อยากกินกาแฟดำเหลือเกินจินเออร์ เ้าออกไปทำให้ข้าหน่อยสิ” จินหลงเอ่ยออกมา
“ข้าด้วยๆ ข้าขอกาแฟดำไม่ใส่น้ำตาลที่หนึ่ง”
“กึก”
‘คำพูดนี่ ไม่ใช่ว่ามีแค่คนที่มาจากโลกใบเดียวกันกับนางหรอกหรือ’ จินเออร์คิดในใจ แล้วหันหน้าไปมองอีกฝ่ายทันที
ด้านเฟยเฉิงที่รู้ว่าตนเองพลาดไปแล้วจึงทำเพียงนั่งนิ่งๆ คล้ายกับว่าตนเองมิได้เอ่ยอันใดออกไป เขารู้เพียงว่า เทียนหลงมาจากโลกใบเดียวกับเขา
หากแต่จากบทสนทนาที่เพิ่งจบไปจากจนหลงสัตว์เทพก็แล้วไปเถิด แต่นี่คู่หมั้นคู่หมายของจวินเทียนหลงกลับพูดขึ้นมาอย่างไหลลื่นเช่นนี้ ‘มิใช่ว่านางคือคนที่เ้าหมอนี่ตามหาหรอกหรือ ’
“มองหน้านางตรงๆ เช่นนี้ มิใช่ว่าเ้าลอบตีท้ายกลัวข้าหรอกหรือ” เทียนหลงเอ่ยออกมา หากคนภายนอกที่มองมาคงคิดว่าอีกฝ่ายจริงจังเป็แน่
“บ้าน่า ข้านะหรือจะกล้าทำให้เ้าไม่พอใจ” เขายังไม่อยากถามออกไปในตอนนี้
“หึหึ” เทียนหลงเอง เมื่ออีกฝ่ายมิ้าถามอันใด ก็ไม่ได้ใส่ใจที่จะเล่าออกไปเช่นกัน คงต้องรอให้ต่างฝ่ายต่างอยากรู้นั้นแหละ เขาถึงจะเอ่ยออกมา และถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะอยากรู้แต่หากฝ่ายตรงข้ามมิอยากเล่า เขาเองก็ไม่มีอำนาจใดไปบังคับอีกฝ่ายเช่นกัน
“เช่นนั้น ข้าขอแนะนำตัวเองก่อนนะเ้าค่ะ” จินเออร์เอ่ยออกมา เพียงแต่ยังไม่ทันได้เอ่ยกล่าวอันใดออกมา คู่ปรับของนางก็ชิงตัดหน้าเสียก่อน
“องค์หญิงจ้าวจินเออร์ จากแคว้นจ้าว คู่หมายของจวินเทียนหลงแห่งแคว้นเว่ย เช่นนั้นใช่หรือไม่” เอ่ยจบก็หันไปมองหน้าเทียนหลงอย่างภาคภูมิในตนเอง
มิได้สังเกตสีหน้าของคนที่โดนเอ่ยประวัติออกมาแม้แต่น้อย
“ข้าคงประมาทท่านเกินไปสินะ” จินเออร์เอ่ยออกมาพร้อมกับสายข่มขู่ จนอีกฝ่ายรู้สึกได้
แต่ถึงอย่างไรแล้วก็ตามด้วยระดับพลังของเขาที่กล่าวได้ว่าอ่อนด้อยที่สุดในกลุ่มนี้ ก็ไม่อาจจะเป็ศิษย์คิดล้างครู‘คิดแล้วก็ช่างน่าน้อยใจนัก’
‘อุตส่าห์ได้มาเกิดใหม่อีกครั้งในโลกที่มีพลังปราณแล้วแท้ๆ แต่เหตุใดกลับส่งเขามาให้มีระดับพลังที่ต่ำกว่าคนพวกนี้ได้กัน’
‘ไม่ใช่ว่าเขาเป็เพียงตัวประกอบในนิยาย ที่มีนางเอกและพระเอกเป็คนพวกนี้หรือไงกัน’ เฟยเฉิงทำได้แค่คิดและลอบถอนหายใจกับเองตนเองเบาๆ
“ไม่กล้าๆ ระดับพลังของท่านสูงส่งเช่นนี้ ข้าจะกล้าล่วงเกินได้เช่นไรกัน” เอ่ยจบจากฮ่องเต้แห่งแคว้นกลับวิ่งไปหลบหลังฉีกงกงที่กำลังยืนทำหน้าเอือมระอาทันที
“มิกล้าแต่ก็ทำไปแล้วมิใช่หรือไงกัน เ้าฮ่องเต้บ้านี่!” สหายหน้าตายเช่นนี้ ท่านพากลับไปเร็วๆ เถิดเทียนหลง
คนที่กำลังยืนดูเหตุการณ์นี่อย่างกงกงทำได้เพียงคิดในใจ ‘รัศมีนี่ มันคล้ายคนที่กำลังข่มกันมิใช่หรือไง แล้วพวกท่านจะข่มกันเพื่อผู้ใดกัน’ กงกงทำได้เพียงคิดในใจ
“เฟยเฉิง เ้าพอได้หรือยัง” เทียนหลงเอ่ยออกมา
เทียนหลงเองที่ทนไม่ไหว ที่ทั้งสองมัวแต่ลับฝีปากกันไม่หยุดเสียทีจนน่ารำคาญ แน่นอนว่านั้น…ไม่ใช่ เขาทนไม่ไหวที่ต้าเฟยเฉิง ยังไม่หยุดหยอกล้อคู่หมายตนเองอย่างจินเออร์เสียทีต่างหาก
เขาทั้งรักและเอ็นดูนางมากเพียงใด แม้จะเอ่ยห้ามสิ่งใดยังมิมี แล้วเ้าเด็กนี้ กลับต่อล้อต่อเถียงทำให้นางอารมณ์เสียไม่เว้นสักชั่วยามเช่นนี้
ฝากนิยายหน่อยค้าบเรื่อง จ้าวพายุ โซนร้อน