เทพแห่งความตาย

    ตอนที่50 สละบัลลังก์/ขึ้นรับบัลลังก์


    เที่ยงวันของวันนี้


    ประชาชนทั่วทั้งเมืองแลคซัสได้เดินทางมาอยู่ตรงหน้าประตูวังกันอย่างล้นหลามเพื่อที่จะได้เห็นการสละบัลลังก์ขององค์ราชาและการรับบัลลังก์ขององค์ราชาคนใหม่ของเมืองแลคซัสนั้นเอง


    ทหารและบ่าวรับใช้พากันวิ่งวุ่นไปหมดเพื่อเตรียมการของงานที่กำลังจะเกิกขึ้นในวันนี้


    และเหล่าราชวงศ์จากเมืองต่างๆก็ได้พากันเดินทางมาถึงเมืองแลคซัสเพื่อที่จะเข้าร่วมเป็นสักขีพยานการขึ้นครองราชขององค์ราชาองค์ใหม่ของเมืองแลคซัสซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดรองลงมาจากเมืองหลวงอย่างเมืองฟรานซิสนั้นเอง





    เมืองออเรมส์


    องค์ราชา เกรเธอร์ วิมส์ ออลเพอร์เรส


    องค์ราชินี มาเรียม ลอเรห์ อลลเพอร์เรส


    องค์หญิง มิร่า เฟร์นัน ออลเพอร์เรส


    และองค์หญิง ชิเรียม เฟร์ลัน ออลเพอร์เรส




    เมืองเชเฟอร์


    เป็นเพราะว่าองค์ราชาอาร์คได้สิ้นชีวิตลงไปนั้นจึบทำให้ผู้ที่เป็นองค์รัชทายาทอย่างมิลค์ได้ขึ้นครองมาเป็นองค์ราชาคนใหญ่แทนนั้นเอง


    องค์ราชา มิลค์ ฟาเรนไฮต์ เชเลสต้า


    องค์ราชินี เคลธี่  ริฟเฟ่น เชเลสต้า




    เมืองลิทัวเนีย


    องค์รัชทายาทดิเลดได้ขึ้นมาครองราชย์แทนท่านพ่อของตนเองที่สละบัลลังก์ให้จึงทำให้เขาได้ขึ้นครองราชย์อย่างสมบูรณ์แบบ


    องค์ราชา ดิเลด อาเรีย ลัมโบร์


    องค์ราชินั เดลล์ เรอร์ปี้ ลัมโบร์




    เมืองคีริลล์


    องค์ราชากริฟฟ์ได้สละบัลลังก์ลงแล้วจึงทำให้

    ไมเลอร์ผู้เป็นลูกเขยได้ขึ้นมาครองราชย์นั้นเอง


    องค์ราชา ไมเลอร์ เตอร์ส คีเปนเคิร์ล


    องค์ราชินี มิเชล นิเกิล คีเปนเคิร์ล


    องค์หญิง มิริน คิเลส คีเปนเคิร์ล






    ณ ห้องโถงใหญ่



    ที่นั่งทั้งสิบเอ็ดตัวได้ถูกเหล่าราชวงศ์จากเมืองต่างๆได้นั่งลงแล้วและเหล่าขุนนาง ทหารต่างๆก็ได้เข้ามายืนรอกันเป็นแถวอย่างสงบเสงี่ยมกันหมดแล้ว





    ไม่นานประตูห้องก็ได้เปิดขึ้นมา


    ปรากฏร่างขององค์ราชาวิลเลียมพร้อมกับองค์ราชินีเอมิเลียและองค์รัชทายาทเอลิออส องค์หญิงแอลลิสัน ลูซิเฟอร์ เวโรนิก้า และองค์หญิงเชอร์เบทเดินกันมาตามๆกันอย่างพร้อมๆกัน



    องค์ราชาวิลเลียมและองค์ราชินีเอมิเลียได้เดินขึ้นไปนั่งบนเก้าอี้บัลลังก์กันทันที


    ส่วนองค์รัชทายาทเอลิออส องค์หญิงแอลลิสันลูกๆทั้งสองและองค์หญิงเชอร์เบทต่างก็เดินเข้าไปนั่งบนเก้าอี้ที่ถูกเตรียมเอาไว้ให้นั่นเอง







    "ข้ามีชื่อว่าชาร์คิสเป็นผู้ดำเนินงานในครั้งนี้เพคะ!"


    "ขอเชิญองค์ราชาวิลเลียมและองค์ราชินีเอมิเลียเดินลงมาเซ็นหารสละบัลลังก์องพวกท่านด้วยเถิดเพคะ"





    เก้าอี้บัลลังก์ขององค์ราชาและองค์ราชินีอยู่ตรงกลางห้องโถงแห่งนี้และมีความสูงเล็กน้อยเมื่อเดินลงมาจะพบกับโต๊ะขนาดกลางๆที่ตั้งอยู่ตรงกลางห้องโถงแห่งนี้เช่นเดียวกันต่อมาก็จะเป็นทางเดินในระหว่างสองข้างทางเดินนั้นจะมีเก้าอี้ไว้สำหรับเหล่าราชวงศ์ผู้เป็นแขกและเหล่าขุนนางและทหารก็กำลังยืนอยู่ข้างหลังของพวกเขานั่นเอง




    "ขอเชิญองค์รัชทายาทเอลิออสและองค์หญิงแอลลิสันเดินเข้ามาด้วยเถิดเพคะ"




    โต๊ะขนาดกลางนี้มีเก้าอี้นั่งอยู่แค่สี่ที่นั่งเท่านั้น



    องค์ราชาวิลเลียมและองค์รัชทายาทเอลิออสได้นั่งอยู่ตรงกันข้ามกันและแน่นอนว่าองค์ราชินีเอมิเลียและองค์หญิงแอลลิสันเองก็นั่งอยู่ตรงกันข้ามกันด้วยเหมือนกันอย่างเห็นได้ชัดเลย





    "องค์ราชาวิลเลียม"


    "ฝ่าบาททรงจะสละบัลลังก์จริงๆใช่หรือไม่เพคะ?"


    ชาร์คิสถามขึ้น



    "ใช่"


    องค์ราชาวิลเลียมตอบขึ้นมาทันที



    "องค์ราชินีเอมิเลีย"


    "ฝ่าบาททรงยินยอมหรือไม่เพคะ?"


    ชาร์คิสถามขึ้นอีกครั้ง



    "ใช่"


    องค์ราชินีเอมิเลียตอบขึ้นมาทันทีด้วยเหมือนกัน



    จากนั้นองค์ราชาวิลเลียมและองค์ราชินีเอมิเลียก็ได้เซ็นใบสละบัลลังก์อย่างพร้อมๆกันทันที




    "องค์รัชทายาทเอลิออส"


    "องค์ราชาวิลเลียมได้มอบราชบัลลังก์ให้ท่านเพื่อที่จะให้ท่านได้ขึ้นปกครองแทนท่านจะยินดีหรือไม่?"



    "ข้ายินดี"



    "องค์หญิงแอลลิสัน"


    "ถึงแม้ว่าบ้านเกิดของท่านจะอยู่ที่เมืองฟรานซิสแต่ท่านจะยินดีหรือไม่ที่จะได้มาเป็นองค์ราชินีของผู้คนที่เมืองแลคซัสอย่างนี้?"



    "ข้ายินดี"



    และองค์รัชทายาทเอลิออสและองค์หญิงแอลลิสันก็ได้เซ็นใบปกครองด้วยความยินยอมกันทันที






    "ขอแสดงความยินดีให้กับองค์ราชาเอลิออสและองค์ราชินีแอลลิสันที่ได้ขึ้นครองราชย์ด้วยเพคะ!"


    สิ้นสุดเสียงของชาร์คิสผู้เป็นคนดำเนินงานในครั้งนี้นั้นเหล่าราชวงศ์จากเมืองอื่นๆก็ได้ลุกขึ้นยืนและกปรบมือกันพร้อมกับเหล่าผู้คนที่กำลังยืนอยู่ในห้องโถงแห่งนี้กันอย่างพร้อมๆกัน


    เมื่อเหล่าประชาชนที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้าประตูทางเข้าวังนั้นได้ยินเสียงปรบมือที่ดังกึกก้องนั้นพวกเขาทุกคนก็ต่างส่งเสียงยินดีดีกันทันที




    บ่าวรับใช้นางนึงได้เดินเข้าไปหาเอลิออสพร้อมมอบเสื้อคลุมที่มีสัญลักษณ์ขององค์ราชาแห่งเมืองแลคซัสให้กับเอลิออสและแอลลิสันก็ได้รับเสื้อคลุมที่มีสัญลักษณ์ขององค์ราชินีด้วยเช่นกัน


    ลูซิเฟอร์และเวโีนิก้าก็ได้รับเสื้อคลุมสัญลักษณ์บุตรขององค์ราชาและองค์ราชินีหรือองค์ชายและองค์หญิงด้วยเฉกเช่นเดียวกัน


    และทั้งสี่คนก็ได้เดินตามชาร์คิสไปตรงที่ระเบียง





    "ประชาชนชาวเมืองแลคซัสทุกท่าน!"


    "ข้าขอประกาศว่าตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปเมืองแลคซัสของเราได้มีความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ขึ้นแล้ว"


    "และนี่คือ องค์ราชาเอลิออส องค์ราชินีแอลลิสันองค์หญิงเวโรนิก้าและองค์ชายลูซิเฟอร์"


    "ผู้ที่จะปกครองเมืองแลคซัสตั้งแต่วันนี้และต่อไปนี้!"







    "ขอแสดงความยินดีด้วยเพคะ!"



    "องค์ราชา! องค์ราชินี!"


    "องค์หญิง! องค์ชาย!"



    "พวกเราจะนับถือพวกท่านตลอดไปเพคะ!"



    เหล่าประชาชนที่ได้ยินที่ชารืคิสพูดออกมานั้นต่างก็ตะโกนแสดงความยินดีกันถ้วนหน้า






    "ขอขอบคุณพวกท่านทุกคนที่ไว้ใจให้ข้าได้ขึ้นมาปกครองพวกท่านอย่างนี้และแน่นอนว่าข้าจะปกครองอย่างยุติธรรมและดีที่สุด"


    "แต่ตอนนี้ข้ามีเรื่องจะแจ้งให้ทุกคนได้รู้"


    "พวกท่านคงจะได้ยินชื่อและรู้จักพวกนางทั้งสองเป็นอย่างดีนั่นก็คือหงส์ขาวและหงส์ดำใช่หรือไม่?"








    "หงส์ขาวและหงส์ดำ?"



    "มีใครในเมืองนี้ไม่รู้จักบ้างล่ะ?"



    "ถึงแม้พวกนางจะงดงามหยาดเยิ้มกันขนาดนั้นแต่พวกนางต่างก็โหดเหี้ยมกันมากๆเลยนะ"


    "ถ้าจะให้เลือกระหว่างพวกนางกับหญิงขี้เหร่ข้าก็ขอเลือกหญิงขี้เหร่มากกว่าซะอีก!"



    "แต่ว่าทำไมองค์ราชาถึงได้พูดถึงพวกนางล่ะ?"



    "ไม่ใช่ว่าแม้แต่องค์ราชาก็ถูกความงดงามของพวกนางเล่นงานหรอกใช่ไหม?!"



    "เจ้าโง่!"


    "ไม่เห็นหรือไงว่าองค์ราชินีงดงามกว่าพวกนางตั้งหลายเท่าแล้วองค์ราชาจะไปหลงพวกนางสองพี่น้องนั้นได้อย่างไรกัน?!"



    "มันก็ไม่แน่ไหมล่ะ?"








    "นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจะไม่มีพรรคหงส์ขาวหรือพรรคหงส์ดำอีกต่อไปเพราะว่าพวกนางทั้งสองคนได้รับปากกับข้าแล้วว่าจะยอมเข้ามาทำงานกับข้าเพื่อที่จะได้รับใช้ประชาชนชาวเมืองแลคซัสอย่างพวกเจ้าแล้วยังไงล่ะ"


    "เพราะฉะนั้นข้ารู้ว่าตอนนี้พวกเจ้าทั้งสองคนกำลังยืนฟังสิ่งที่ข้ากำลังพูดในตอนนี้อยู่เพราะอย่างนั้นก็รีบมาหาข้ากันตั้งแต่ตอนนี้เลย"



    "พวกเจ้ารีบเข้าไปข้างในกันก่อนเถอะ"


    เอลิออสหันไปพูดกับแอลลิสันและลูกๆทั้งสอง







    เหล่าประชาชนที่ได้ยินแบบนั้นต่างก็เลิ่กลั่กและตกใจกันถ้วนหน้าเพราะพวกเขาไม่คิดเลยว่าองค์ราชาจะพูดอะไรแบบนี้ออกมาได้


    ทางฝั่งผู้คนที่กำลังยืนอยู่ในห้องโถงแห่งนี้ต่างก็ตกใจกันขึ้นมาด้วยความกังวัลกันขึ้นมาทันที


    ส่วนผู้ที่ถูกพูดถึงก็ตกใจไม่แพ้กันเลย




    "อลิซาเบธ!"


    "ไหนเจ้าบอกว่าไอ้เอลิออสโดนพิษแล้วจะตายแล้วทำให้พวกเราได้เข้าไปยึดตำแหน่งไม่ใช่หรอกหรอ?!"


    "แล้วเรื่องบ้าๆนี้มันอะไรกันแน่?!"


    ผู้เป็นน้องหัวหน้าพรรคหงส์ดำมีนามว่าอลิซพูดขึ้ยมาด้วยความโกรธถึงขีดสุด



    "เป็นไปไม่ได้"


    "ไม่เคยมีใครรอดพ้นจากพิษของข้าเลยสักคนเดียวแล้วทำไมเจ้านั่นถึงได้ไม่ตายล่ะ?!"


    "อลิซ! ยังไงๆข้าก็ยังเป็นพี่ของเจ้าอยู่นะ"


    ผู้เป็นพี่หัวหน้าพรรคหงส์ขาวมีนามว่าอลิซาเบธพูดขึ้นมาด้วยความเหลือเชื่อสุดๆ



    "ถึงเจ้าจะเป็นพี่แล้วยังไงล่ะ?!"


    "นี่เจ้าอ่อนแอถึงขนาดนี่ตั้งแต่เมื่อไหร่กันถึงทำให้พิษของเจ้าไม่เกิดผลอะไรแบบนี้เลย?!"


    "ได้ยินไหมล่ะเจ้านั่นกำลังเรียกพวกเราอยู่นะ?!"



    "ให้ตายสิ!"


    "ก็แค่ไม่ต้องไปฟังที่เจ้านั่นพูดก็ได้แล้วหนิ"


    "ถึงยังไงการเดิมพันของพวกเราก็มีแต่พวกเราเท่านั้นที่รู้ใครมันจะไปเชื่อถ้าเจ้านั่นไปเล่าให้คนอื่นๆฟังกัน?"



    "สรุปคือเจ้าจะยกเลิกแผนทุกอย่างจริงๆงั้นเหรอ?"


    "ชิ! แต่ข้าไม่ยอมหยุดแค่นี้หรอกนะ"


    "บุกมันไปซะตอนนี้แล้วข้าพวกมันให้หมดก็สิ้นเรื่องแล้วข้าก็จะได้ขึ้นครองบัลลังก์สักที!"



    "เฮ้! เดี๋ยว.."




    สิ้นสุดคำพูดอลิซก็ได้กระโดดพร้อมพุ่งตัวออกไปทันทีโดยที่อลิซาเบธก็ยังห้ามไม่ทันเลยจึงทำให้อลิซาเบธเองก็ตามหลังอลิซไปติดๆ




    ฟึ่บบ--





    "เห้ยๆ!"


    "อย่าบอกนะว่านั่นคือหัวหน้ากลุ่มหงส์ดำอลิซ?!"



    "อย่ามาล้อเล่นนะ!"


    "นั่นหัวหน้ากลุ่มหงส์ขาวอลิซาเบธ?!"



    "จบสิ้นแล้ว!"


    "เมืองแลคซัสของพวกเรากำลังจะจบสิ้นแล้ว!"



    "องค์ราชาเอลิออสพึ่งจะได้ขึ้นปกครองเป็นวันแรกแท้ๆทำไมถึงได้ต้องด่วนจากไปแบบนี้กันนะ?"



    "บังอาจ!"


    "เจ้าสาปแช่งองค์ราชาแบบนี้ได้ยังไงกัน?!"



    "ใครสาปแช่งกัน?!"


    "พวกเจ้าก็รู้ว่าพวกนางแข็งแกร่งกันถึงมากแค่ไหนและพวกนางก็เกลียดผู้ชายหน้าตาดีอีกด้วยเพราะฉะนั้นองค์ราชาไม่น่าจะรอดจากเหตุการณ์นี้ไปได้"


    "และแน่นอนข้าก็ด้วย~"



    "ไอ้บ้านี่!"


    "เหตุการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ยังจะยังกล้ามาหลงตัวเองกันตอนนี้อีกนะ!"






    ทหารทุกๆคนที่อยู่ในห้องโถงในขณะนี้ต่างก็ตั้งดาบขึ้นมาพร้อมต่อสู้กันทุกคนแม้กระทั่งเหล่าราชวงศ์เองก็พร้อมที่จะต่อสู้แล้วด้วยหมือนกัน






    "ตามสัญญา"


    เอลิออสได้เห็นพี่น้องทั้งสองนี้กระโดดและพุ่งตัวขึ้นมาข้างบนนี้อย่างไม่ได้มีความกลัวเลยแม้แต่น้อย



    "สัญญา?"


    "ใครมันจะไปทำสัญญาอะไรกับเจ้ากัน?"


    อลิซพูดขึ้นด้วยความที่แสร้งเป็นไม่รู้



    "เจ้าก็ไม่รู้งั้นรึ?"


    เอลิออสเองก็รู้อยู่แล้วว่ามันจะต้องเป็นแบบนี้จึงหันไปถามอลิซาเบธผู้ทำสัญญาแทน


    อลิซาเบธก็ได้แต่เงียบไม่กล้าจะตอบอะไรทั้งสิ้น



    "งั้นพวกเจ้ามาเพื่อจะสังหารข้างั้นรึ?"



    "ก็ฉลาดอยู่บ้างหนิ~"



    "พวกเจ้ากล้าขนาดบุกมาในที่แห่งนี้โดยที่ไม่ได้สนใจผู้คนที่กำลังอยู่ตรงนี้ด้วยแบบนี้งั้นก็แสดงว่าพวกเจ้าคงจะแข็งแกร่งมากๆเลยงั้นสิ?"



    "กะอีแค่พวกที่ต่อสู้เป็นนิดหน่อยข้าจะไปกลัวพวกมันทำไมกันล่ะ?"







    "ปกป้ององค์ราชา!"


    ทหารทุกนายรีบวิ่งเข้าไปหาเอลิออสแต่ก็โดนอดีตองค์ราชาวิลเลียมห้ามเอาไว้ก่อน



    "คิดว่าพวกเจ้าไปแล้วจะสู้กับพวกนางได้งั้นรึ?"


    "เฮ้อ.. ไม่คิดว่าจะได้เจอพวกนางเลยนะเนี่ย"


    ท่านวิลเลียมเดินไปหาพวกเขาทันที



    "โอ้! เจ้าหนูน้อยอลิซหรอกหรอเนี่ย?"


    "งั้นนั่นก็คงจะเป็นผู้เป็นพี่อลิซาเบธใช่ไหมน่ะ?"


    ท่านวิลเลียมพูดขึ้นด้วยความสนิทสนม



    "หรือว่าท่านจะเป็นองค์ราชาวิลเลียม?"


    "แต่ว่าข้าไม่ใช่หนูน้อยแล้วนะ!"


    อลิซพูดขึ้น



    "ไม่ได้เจอกันนานยังสบายดีใช่ไหมเพคะ?"


    อลิซาเบธถาสขึ้น



    ฮ่าๆ--


    "ข้าเองก็ยังสบายดีอยู่ๆ"


    "แต่ข้าได้ฟังเรื่องราวมาจากเอลิออสแล้วล่ะนะว่าพวกเจ้าได้ทำการตกลงบางอย่างเอาไว้แล้ว"


    "แต่ทำไมถึงได้ไม่ทำตามนั้นล่ะ?"


    ท่านวิลเลียมถามขึ้น



    "ขออภัยเพคะ"


    "ถึงข้าจะยอมแต่อลิซไม่ยอมด้วยนั้นสิเพคะ"


    อลิซาเบธพูดขึ้น



    "เจ้าเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนมากเลยนะทั้งๆที่เมื่อก่อนเจ้าน่ารักมากขนาดนั้นแท้ๆ"


    "เหตุใดเจ้าถึงไม่ยอมงั้นรึ?"


    "หรือว่าเจ้าอยากขึ้นครองบัลลังก์เหตุผลเพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับพ่อแม่ของพวกเจ้าในอดีตหรอกใช่หรือไม่?"


    "ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆแล้วเจ้าจะขึ้นครองบัลลังก์เพื่ออะไรกันล่ะ? ในเมื่อพวกเจ้าก็ได้ตามไปแก้แค้นให้พวกเขาแล้วไม่ใช่หรอกเหรอ?"


    "ถึงเจ้าจะขึ้นครองบัลลังก์ได้สำเร็จแต่มันก็ไม่ได้ไปแก้ไขเรื่องราวในอดีตได้สักหน่อย"


    คล้ายกับเรื่องเทพแห่งความตาย ที่คุณอ่าน