ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

เล่มที่ 6 บทที่ 173 เจตจํานงดาบ วิถีดาบ!

        เย่เทียนไม่ได้รออยู่นอกหอคอยสงครามนานนักมิฉะนั้นมันคงจะทำให้คนอื่นสงสัย

        เขาเดินเข้าไปในหอคอยเทพสงครามพื้นที่ของหอคอยเทพสงครามนั้นมีขนาดใหญ่มาก เขาสามารถเดินไปรอบๆ ได้โดยไม่ผิดสังเกต

        เฟิงลู่เซวี่ยท้าทายบททดสอบของหอคอยเทพสงครามยังไม่นานผ่านไป 2 ชั่วโมง การท้าทายก็สิ้นสุดลง

        “อันดับที่37 ของประกาศศักดิ์สิทธิ์ : เฟิงลู่เซวี่ย (หอทหารรับจ้างขวานสงคราม)ชั้นที่ 11 ของหอคอยเทพสงคราม พลังการต่อสู้ระดับมหาปราชญ์”

        เมื่อการจัดอันดับนี้ปรากฏขึ้นหลายคนก็เริ่มพูดคุยกัน

        “อันดับของเฟิงลู่เซวี่ยต่ำกว่าเย่เทียนฉันจำได้ว่าเฟิงลู่เซวี่ยและเย่เทียนทะลวงเข้าสู่ระดับศักดิ์สิทธิ์เกือบจะพร้อมๆ กันทำไมความแข็งแกร่งของพวกเขาถึงห่างชั้นกันมากขนาดนี้? ก่อนหน้านี้เฟิงลู่เซวี่ยเป็นอันดับ1 ของการจัดอันดับรายชื่อราชา แต่เย่เทียนอยู่ในอันดับ 7!”

        “อันดับของการจัดอันดับราชานั้นไม่นับว่าเป็นอะไรอันดับที่ 1 และ 7 ของการจัดอันดับราชานั้นไม่ได้มีช่องว่างระหว่างกันมากนัก พวกเขาล้วนมีพลังการต่อสู้ราชา7 ดารา นอกจากนี้เย่เทียนยังเป็นผู้ที่สามารถทำลายสถิติการโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุดอีกด้วยฉันคิดว่าความเร็วของเขาอาจจะไม่มากนัก ดังนั้นอันดับในระดับราชาของเขาจึงไม่ได้สูงเท่าเฟิงลู่เซวี่ยแต่หากพูดถึงการโจมตี พลังโจมตีของเย่เทียนน่ากลัวกว่าเฟิงลู่เซวี่ยเสียอีก! ว่ากันว่าหลังจากก้าวเข้าสู่ระดับศักดิ์สิทธิ์จำเป็นต้องเปิดพื้นที่สมองส่วนลึกเพื่อยกระดับการบ่มเพาะเย่เทียนอาจจะมีสมบัติบางอย่างที่ช่วยในการเปิดพื้นที่สมอง ดังนั้นการบ่มเพาะของเย่เทียนจึงเร็วกว่าเฟิงลู่เซวี่ย!”

        “ใช่แล้ว ทุกครั้งที่สามารถเปิดพื้นที่สมองได้1% ความแข็งแกร่งจะพุ่งสูงขึ้นมาก! ไม่ว่าจะเป็นเย่เทียนหรือเฟิงลู่เซวี่ยเส้นทางระดับศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขาเพิ่งเริ่มต้นขึ้น ในอนาคต เขาทั้งสองจะเข้าสู่อันดับต้นๆของการจัดอันดับระดับศักดิ์สิทธิ์อย่างแน่นอน จนถึงตอนนั้นใครเร็วกว่ากัน พวกเราก็ได้แต่คอยดู”

        ภายในหอคอยเทพสงคราม

        เฟิงลู่เซวี่ยรู้สึกผิดหวังเล็กน้อยในขณะที่ก้าวออกจากมิติเสมือนจริง

        ในช่วงเวลานี้ภายใต้ทรัพยากรของหอทหารรับจ้างขวานเขาได้รับสมบัติมากมายที่ช่วยเปิดพื้นที่สมองมา ในที่สุดเขาก็เปิดสมองได้ถึง 3% เขาได้ยินมาว่าเย่เทียนท้าทายหอคอยเทพสงครามและสามารถผ่านชั้นที่12 ได้ เขาก็รู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย หลังจากออกจากการปิดการฝึกฝนเขาจึงมุ่งหน้ามายังหอคอยเทพสงครามเพื่อท้าทายในทันที

        แต่ผลที่ได้กลับไม่เป็นดังที่หวัง!

        แม้ว่าเขาจะสามารถผ่านชั้นที่11 มาได้ แต่เมื่อเข้าสู่ชั้นที่12 เขาก็ถูกนักรบชุดดำฆ่าภายใน 3 กระบวนท่าโดยที่ไม่สามารถต้านทานอะไรได้เลย

        เย่เทียนสามารถสังหารนักรบชุดดำในขั้นที่12 ได้ นั่นหมายความว่าเย่เทียนสามารถฆ่าเขาได้อย่างง่ายดาย

        เขาถูกอัจฉริยะระดับราชา 7ดาราเช่นเดียวกับเขาเอาชนะได้อย่างง่ายดาย มันทำให้เขารู้สึกผิดหวังเล็กน้อย

        “ฮึ่ม เจ้าหมอนั้นต้องได้รับสมบัติล้ำค่ามากมายในมิติวิหารมาอย่างแน่นอนบางทีเขาอาจเพิ่มพรสวรรค์ความแข็งแกร่งระดับลึกลับปลอมเป็นพรสวรรค์ความแข็งแกร่งระดับลึกลับที่แท้จริงได้แล้วแต่เราก็ยังมีสมบัติมากมายที่ช่วยเปิดพื้นสมอง บางที่ในอนาคตเราอาจจะเอาชนะเขาได้!”

        เฟิงลู่เซวี่ยคิดเช่นนี้

        แต่เขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าแท้จริงแล้วพรสวรรค์พละกำลังของเย่เทียนยังเป็นระดับลึกลับปลอมแต่พรสวรรค์ดาบของเย่เทียนนั้นแข็งแกร่งเกินไป และเย่เทียนยังฝึกฝนทักษะดาบระดับทองอีก2 ทักษะ

        แถมเขายังมีพรสวรรค์อื่นๆอีกมากมายให้เลือกใช้

        ความห่างชั้นระหว่างเฟิงลู่เซวี่ยกับเย่เทียนนั้นแตกต่างกันราวกับคนธรรมดาและอัจฉริยะ

        ถ้าเย่เทียนต้องการ เขาสามารถผ่านชั้นที่13 หรือแม้แต่ชั้นที่ 14 ได้อย่างง่ายดาย

        เย่เทียนเห็นเฟิงลู่เซวี่ยออกมาแต่เขาไม่คิดว่าเฟิงลู่เซวี่ยจะมุ่งหน้าเข้าไปในมิติศิลาเทพสงครามต่อ

        เมื่อเห็นดังนั้นเย่เทียนจึงจำเป็นต้องเข้าไปในมิติศิลาเทพสงครามอย่างช่วยไม่ได้

        เย่เทียนนั่งอยู่บนแผ่นหินในมิติศิลาเทพสงครามและครุ่นคิดถึงสิ่งที่ตัวเองควรจะทำความเข้าใจ

        รูปแบบค่ายกล?

        แม้ว่าเขาจะสามารถเรียนรู้มันต่อไปได้แต่เขาก็ไม่ได้ต้องการพัฒนาความสามารถด้านค่ายกลอีกต่อไป และเขาก็ยังไม่ได้คัดลอกพรสวรรค์ค่ายกลระดับดาราของหลินอี้อี้มา

        ในอนาคตเย่เทียนวางแผนที่จะฝึกฝนหลินอี้อี้ให้กลายเป็นจอมเวทค่ายกลที่แข็งแกร่งและปล่อยให้หลินอี้อี้ดูแลรับผิดชอบเรื่องค่ายกลในอนาคต

        “หรือเราควรจะทำความเข้าใจเจตจำนงดาบ?”

        เย่เทียนครุ่นคิด

        ระดับเจตจำนงดาบของเขาบรรลุถึงสิบส่วนกลายเป็นขั้นที่สมบูรณ์แบบแล้วแต่หลังจากเจตจำนงดาบแล้วยังมีขอบเขตอื่นอยู่อีกหรือไม่เขาก็ไม่รู้เช่นกัน

        แต่เย่เทียนก็คิดว่ามันมีโอกาสที่จะเป็นไปได้ถึงอย่างไรพรสวรรค์ดาบของเขาก็เป็นพรสวรรค์ระดับดารา บางทีอาจจะมีพรสวรรค์ดาบระดับจันทราหรือแม้แต่ระดับตะวันก็เป็นได้แต่เท่าที่เขารู้พรสวรรค์ดาบระดับสูงสุดสามารถบรรลุเจตจำนงดาบขั้นสมบูรณ์แบบได้ แต่จำเป็นต้องใช้เวลา

        ถ้าเช่นนั้น ในเมื่อมีพรสวรรค์ดาบระดับที่สูงขึ้นมันจะไม่มีขั้นต่อไปของเจตจำนงดาบหรอกหรือ?

        เช่นนั้นพรสวรรค์ดาบระดับดาราจะมีประโยชน์อะไร? แค่ของตกแต่ง? มันไม่สมเหตุสมผลเลย...

        เย่เทียนรู้สึกว่าเหตุผลที่ฐานจงไห่ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็เพราะว่าในฐานจงไห่นั้นไม่มีผู้มีพรสวรรค์ดาบระดับดารา

        “ในเมื่อไม่มีงั้นเราจะหาคำตอบด้วยตัวเอง!”

        เย่เทียนตัดสินใจ

        ดังนั้น

        เขาเปิดใช้งานพรสวรรค์เวลาเร่งเวลาขึ้น3 เท่า และใช้ประโยชน์จากศิลาเทพสงครามเพื่อทำความเข้าใจขอบเขตที่เหนือกว่าเจตจำนงดาบ

        หนึ่งวันผ่านไป!

        ห้าวันผ่านไป!

        สิบวันผ่านไป!

        เย่เทียนดูเหมือนจะลืมเลือนทุกสิ่งลืมแม้กระทั่งเป้าหมายของเขาในการเดินทางมายังหอคอยเทพสงครามครั้งนี้ จิตสำนึกของเขาทั้งหมดทุ่มเทให้กับการทำความเข้าใจทุกสิ่งที่เกี่ยวกับดาบ

        พรสวรรค์ดาบระดับดาราอันทรงพลังได้ช่วยเขาความเข้าใจใหม่ๆ เริ่มปรากฏขึ้น เจตจำนงดาบ 100% ดูเหมือนจะมีความลึกลับบางอย่างที่ทำให้เย่เทียนสัมผัสได้ถึงธรณีประตูบานใหม่

        อีกสามวันผ่านไป

        เย่เทียนค่อยๆ เปิดตาของเขาขึ้นดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความปีติยินดี

        “ทะลวงผ่านแล้วหลังเจตจำนงดาบสิบส่วนยังมีขอบเขตใหม่อยู่จริงๆ ระดับนี้เรียกว่าคือขอบเขตแห่งดาบ!ซึ่งก็คือเต๋าแห่งดาบ!”

        เย่เทียนพึมพำในใจ

        เต๋าแห่งดาบเต็มไปด้วยพลังแห่งกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวกับดาบนี่เป็นขอบเขตเริ่มต้นของวิถีแห่งดาบ ราวกับว่าเขานั้นได้เปิดประตูบานใหม่ออก

        อย่างไรก็ตาม เต๋าแห่งดาบนั้นลึกลับจนเกินไปอย่างน้อยการจะทำความเข้าใจเต๋าแห่งดาบได้จะต้องมีพรสวรรค์ระดับดารา

        แต่มันแตกต่างกับพรสวรรค์ระดับลึกลับหลายคนสามารถใช้สมบัติเพื่อยกระดับพรสวรรค์และเร่งความเร็วในการทำความเข้าใจความลึกลับของพรสวรรค์เพื่อบรรลุในขั้นที่สูงขึ้นทีละน้อย

        โดยปกตินั้นพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับดาราและพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับจันทราจะมีส่วนช่วยในการทำความเข้าใจเป็นอย่างมากบวกกับสมบัติต่างๆ คนเหล่านั้นจึงมีโอกาสสูงที่จะสามารถยกระดับพรสวรรค์ลึกลับปลอมของพวกเขาให้ถึง70% ได้

        เมื่อระดับราชาเลื่อนขั้นเป็นระดับศักดิ์สิทธิ์พรสวรรค์ของพวกเขาจะกลายเป็นพรสวรรค์ลึกลับที่แท้จริง

        การถือกำเนิดของพรสวรรค์ระดับลึกลับนั้นสามารถเรียนรู้จากผู้อื่นได้แต่การถือกำเนิดของเต๋าแห่งดาบไม่ได้มีเส้นทางที่ชัดเจน และเย่เทียนก็เป็นผู้ฝึกยุทธ์เพียงคนเดียวในฐานจงไห่ที่มีพรสวรรค์ดาบระดับดารา

        เขาเพิ่งเข้าใจเต๋าแห่งดาบเพียงเส้นขนเท่านั้นแต่ในเบื้องต้นเขาก็รู้ในส่วนของเส้นทางต่อไปแล้ว แต่นี่ยังถือว่าเพิ่งจะก้าวข้ามผ่านธรณีประตูมาเท่านั้นยังต้องใช้เวลาอีกหลายวันกว่าจะก้าวข้ามได้ 10% ของวิถีแห่งดาบ

        แต่ถึงแม้จะเข้าใจเต๋าแห่งดาบแล้วมันก็ยังไม่มีประโยชน์กับเขามากนักเพราะเขายังไม่มีทักษะระดับที่เหนือกว่าระดับทอง

        ถึงแม้ว่ามีความเป็นไปได้ที่เขาสามารถสร้างทักษะดาบระดับที่เหนือกว่าระดับทองขึ้นมาได้ด้วยตนเองแต่มันยังคงต้องใช้เวลานานเกินไป

        หลังจากทำความเข้าใจเต๋าแห่งดาบสี่วันเย่เทียนก็เข้าสู่เต๋าแห่งได้ดาบอย่างสมบูรณ์

        ในเวลานี้ เขาพบว่าเฟิงลู่เซวี่ยยังคงทำความเข้าใจเจตจำนงขวานอยู่ที่นี่แสดงให้เห็นว่าเฟิงลู่เซวี่ยเพิ่งได้รับคะแนนสะสมมามากมาย เขาคงจะเก็บตัวที่นี่อยู่อีกสักระยะแต่การจะอยู่ที่นี่นานเกินไปก็เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้

        ในเมื่อเพิ่งทะลวงเข้าสู่ขอบเขตจะดับศักดิ์สิทธิ์ผู้ฝึกยุทธ์จำเป็นต้องเปิดพื้นที่สมอง และทุกครั้งที่เปิดพื้นที่สมองได้ 1% ความแข็งแกร่งของเขาจะพุ่งสูงขึ้นเฟิงลู่เซวี่ยย่อมรู้เรื่องนี้ดีอยู่แล้ว เขาคงไม่ทำความเข้าใจเจตนารมณ์แห่งขวานนานเกินไป

        เป็นอย่างที่คาดไว้

        เมื่อถึงวันที่ 18

        เฟิงลู่เซวี่ยก็ลุกขึ้นหันหลังเดินจากไปและเย่เทียนก็จากไปเช่นกัน

        เมื่อทั้งสองเดินออกจากหอคอยเทพสงครามเฟิงลู่เซวี่ยก็มองไปที่เย่เทียนด้วยความสงสัย เขาเริ่มเอะใจว่าเย่เทียนจงใจออกมาพร้อมเขาหรือไม่

        “มหาปราชญ์เย่เทียน!”

        “มหาปราชญ์เฟิงลู่เซวี่ย!”

        เสียงตะโกนดังมาจากนอกหอคอยเทพสงคราม

        เย่เทียนดูเหมือนจะไม่สนใจเฟิงลู่เซวี่ยเลยแม้แต่น้อยราวกับว่าเขาออกมาพร้อมกันโดยบังเอิญและมุ่งหน้าออกไปยังทิศทางอื่น และเฟิงลู่เซวี่ยก็ไม่ได้ทักทายเย่เทียนเช่นกันเขาเดินตรงไปยังสำนักงานใหญ่ของหอทหารรับจ้างขวานสงคราม

        แต่สิ่งที่เขาไม่รู้ก็คือเย่เทียนได้แอบคัดลอกพรสวรรค์ด้านพละกำลังระดับลึกลับของเขาไปแล้วและยังคัดลอกพรสวรรค์ด้านความเร็วระดับลึกลับปลอม 40% ของเขาไปอีกด้วย

คล้ายกับเรื่องระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】 ที่คุณอ่าน