เจ้าหญิงฮิเมรากิ กับไข่มุกแห่งภูผา (Himeragi Princess and The Pearl of Mountain)

    บทที่ 70: อดีตของจิ้งจอกคมดาบ 2 (Past of The Fox’s Blade Part 2)

    “ยาเอะอันตราย” ไมโกะ อิสตรีสุนัขจิ้งจอกในชุดกิโมโนสีฟ้าอ่อนที่เป็นแม่ของรินกับยาเอะได้สละชีวิตเข้าไปปกป้องลูกสาวของนางเอาไว้จนกระทั่งถูกฆ่าตายไปต่อหน้าต่อตา“แม่!!” ทางด้านยาเอะก็รู้สึกตกใจกลัวจนแทบช็อกอย่างสุดขีด ก่อนที่จะสิ้นใจ ไมโกะได้กล่าวสั่งเสียยาเอะ ผู้เป็นบุตรสาวคนรองให้หนีไปจากหมู่บ้านนี้ให้ไกลที่สุด ด้วยความหวาดกลัวอย่างสุดขีด ยาเอะจึงรีบหนีออกไปจากหมู่บ้านเข้าไปในป่าทันทีจนท้ายที่สุด ทั้งชนเผ่าสุนัขจิ้งจอกฮาคุโซสุต่างก็ถูกพวกนางเทวีอสูรฯ ฆ่าล้างจนหมดสิ้น รวมไปถึงสุนัขจิ้งจอกที่เป็นคู่เจ้าบ่าวเจ้าสาวอย่างโกโร่ และริน ผู้ที่เป็นน้องสาวของยาเอะด้วย หมู่บ้านในกลางป่าบนภูเขาสุซุกะก็ได้ถูกเผาทำลายจนราบคาบ ทางด้านสองนางอสูรองยูเรียวอย่างโออิวะและโอคิคุนั้นก็มิวายที่จะไล่ล่าสุนัขจิ้งจอกในชุดกิโมโนสีชมพูที่ชื่อยาเอะนั่นด้วยแต่ท้ายที่สุดก็หนีไม่รอด ยาเอะถูกฟันเข้าที่เอวขวาจนทรุดลงกับพื้น และมีเลือดไหลออกมาจากบาดแผลซึมเข้าไปในเนื้อผ้ากิโมโนสีชมพู นางอสูรองยูเรียวทั้งสองตนนั้นค่อยๆ คลืบคลานเข้ามาล้อมรอบยาเอะที่นิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวดอย่างช้าๆ จนทำให้เธอนั้นเริ่มรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาและในทันใดนั้นเอง ก็ได้มีลูกธนูเวทย์เรือนแสงสีฟ้าถูกยิงออกมา และเฉียดเข้าที่ใบหน้าของนางอสูรองยูเรียวทั้งสองตนอย่างรวดเร็ว“ชิ เรารีบไปกันเถอะ”“ครั้งนี้เจ้ารอดไปได้นะ เจ้าหมาน้อย”ทั้งสองเริ่มเห็นท่าไม่ดี จึงรีบถอยออกมาและหนีออกไปจากพื้นที่ตรงนั้นทันที ทางด้านยาเอะก็ค่อยๆ ตะเกียกตะกายลุกขึ้นพลางนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด ก่อนที่เธอจะเดินโซเซไปยังต้นตอของลูกธนูเวทย์เรือนแสงสีฟ้านั่น แต่หลังจากที่เดินไปแค่ไม่กี่ก้าวเท่านั่น ร่างสุนัขจิ้งจอกในชุดกิโมโนสีชมพูก็ค่อยๆ ทรุดลงที่พื้นก่อนที่จะนอนสลบอยู่กลางป่า และได้รับการช่วยเหลือจากมิโกะสุซุกะกับโอทาเคมารุในเวลาต่อมาทางด้านสุนัขจิ้งจอกในชุดกิโมโนสีชมพูนั้นก็ค่อยลืมตาขึ้นทีละช้าๆ จนได้มาพบว่า ตัวเธอนั้นได้มาปรากฎตัวขึ้นที่ทุ่งดอกไม้ที่ถูกปกคลุมไปด้วยท้องฟ้าอันสดใส“ที่นี่มันที่ไหนเนี่ย”“ยาเอะ” หลังจากที่รู้สึกตัวขึ้นมาได้สักพัก เธอก็ได้ยินเสียงเอ่ยเรียกดังขึ้นจากทางด้านหลัง เมื่อหันไปมองก็ได้พบกับไทโร นักรบสุนัขจิ้งจอกผู้เป็นพ่อ ไมโกะ นายหญิงสุนัขจิ้งจอกผู้เป็นแม่ ริน เจ้าสาวสุนัขจิ้งจอกผู้เป็นพี่สาว และชูอิ นักพรตสุนัขจิ้งจอกผู้เป็นน้องชาย ตามด้วยเหล่าเพื่อนๆ ลูกพี่ลูกน้อง และก็ญาติๆ ของมันยาเอะจึงรีบวิ่งเข้าไปกอดร่างผู้เป็นพ่อแม่ พี่สาว และน้องชายอย่างแนบชิดพลางหลับตาพริ้ม มีน้ำตาไหลรินออกมาด้วยความคิดถึง โดยมีพวกพ้องตนอื่นๆ มาอยู่ล้อมรอบยาเอะทั้งไทโร ไมโกะ ริน และชูอิ ต่างก็พากันกอดปลอบประโลมยาเอะอย่างแนบชิด ทางด้านยาเอะนั้นก็สัมผัสได้ถึงความรักและความอบอุ่นที่ได้สูญเสียมันไปอย่างไม่มีวันกลับ เธอจึงมีความรู้สึกอยากจะอยู่ในนี้ไปตลอดกาลหลังจากนั้นสักพัก ร่างสุนัขจิ้งจอกของเหล่าบรรดาพวกพ้องของเธอในชนเผ่าฮาคุโซสุก็ค่อยๆ เรือนแสงสีครีมที่อ่อนละมุนออกมาทีละน้อย จนกระทั่งแสงสีครีมนั้นได้วาบขึ้นมาในวงกว้าง หลังจากที่แสงนั่นค่อยๆ จางลง ยาเอะก็ได้พบว่าขาหน้าของสุนัขจิ้งจอกนั้นได้กลายเป็นแขนเรียวงามของหญิงสาวนางหนึ่งที่ขาวบริสุทธิ์ผ่องใสราวกับไข่มุก เมื่อเธอลองสำรวจที่เรือนกายก็จะพบว่าร่างของเธอนั้นได้กลายเป็นร่างเปลือยงามของหญิงสาวนางหนึ่งที่อยู่ในช่วงอายุประมาณ 16-17 ปี ซึ่งตัวของเธอนั้นค่อนข้างจะมีขนาดเตี้ยเมื่อได้เห็นการเปลี่ยนแปลงเช่นนั้น ยาเอะก็เริ่มเกิดความรู้สึกละอายขึ้น เธอจึงรีบยกแขนเรียวงามทั้งสองข้างขึ้นมาปกปิดเรือนร่างของตนพลางรีบนั่งลงบนทุ่งดอกไม้ด้วยความอับอาย ยาเอะค่อยๆ คลานเข่ามายังริมแอ่งน้ำอย่างช้าๆ เพื่อจะลองส่องใบหน้าของเธอดู จนกระทั่งได้มาพบว่าใบหน้าสุนัขจิ้งจอกของเธอนั้นได้กลายเป็นใบหน้าของหญิงสาวเยาว์วัยผู้มีผมดัดลอนยาวสลวยสีชมพู และดวงตากลมโตสีครามนี่หน่ะหรือตัวข้า บ้าน่ายาเอะพลางค่อยๆ ยกมือเรียวงามขึ้นมาลูบไล้ที่ใบหน้างามของเธอ“นั่นหล่ะคือร่างใหม่ของเจ้า”ทันใดนั้น ก็ได้มีเทพีองค์หนึ่งปรากฏตัวขึ้นจากทางด้านหลัง “นางพญาจิ้งจอกขาว”“จริงๆ แล้ว ข้าคือเทพีอินาริ เป็นตัวแทนของสุนัขจิ้งจอก สิ่งที่ฆ่าล้างชนเผ่าฮาคุโซสุของเจ้านั้นก็คือนางเทวีอสูรฯ อิซานามิ...”ยาเอะได้รู้แล้วว่า แท้จริงแล้ว นางคุซุโนฮะที่เป็นนางพญาจิ้งจอกขาวนั้นก็คือร่างจำแลงของเทพีอินาริ“ถ้าหากเจ้าต้องการจะจัดการกับมัน ข้าจะมอบพลังให้กับเจ้า แต่มีข้อแม้อยู่อย่างหนึ่งว่า เจ้าจะต้องกลายเป็นภูติพิทักษ์ประจำกายของมิโกะแห่งศาลเจ้าบนภูเขาสุซุกะแห่งนี้ไปจนตราบชั่วกาลปวสาน”ทางด้านเทพีอินารินั้นก็มีความกริ้วโกรธในสิ่งที่นางเทวีอสูรฯ อิซานามิได้กระทำลงไปไม่น้อยไปกว่ายาเอะเลย“ข้ายินดีเจ้าค่ะ ท่านอินาริ ข้าต้องการพลังของท่านเพื่อจะล้างแค้นเจ้าพวกนางปีศาจพวกนั้นที่มาฆ่าล้างชนเผ่าของข้า อีกทั้งยังพรากทั้งพ่อแม่ พี่สาว น้องชาย ญาติๆ และก็สหายคนอื่นๆ ไปจากข้าอีก ข้าขอให้ท่านได้โปรด...ช่วยมอบพลังให้กับข้าด้วย”“หากเช่นนั้นแล้ว งั้นข้าจะมอบพลังให้กับเจ้า”จากนั้น เทพีอินาริก็ได้ทำการเนรมิตดาบคาตานะขึ้นและมอบให้กับยาเอะ ดาบเล่มนั้นได้ลอยเข้ามาสิงสถิตอยู่ในร่างงามของเธอจนกระทั่งมันเรือนแสงออกมา หลังจากที่แสงนั่นได้จางลง ยาเอะก็ได้กลายเป็นภูติพิทักษ์จิ้งจอกคมดาบในเวลาต่อมา“นับจากนี้เป็นต้นไป เจ้าคือภูติพิทักษ์จิ้งจอกคมดาบที่มีนามว่าคิทสึเนะ เจ้าคือภูติพิทักษ์เพียงหนึ่งเดียวที่จะสามารถกลายสู่ร่างมนุษย์ได้ ข้าขออวยพรให้เจ้าโชคดี” จากนั้น ร่างของเทพีอินาริก็ได้เรือนแสงวาบออกมา“หลังจากนั้นต่อมา ข้าก็ได้กลายเป็นภูติพิทักษ์ประจำกายของท่านอาจารย์สุซุกะ และก็ได้รู้จักกับโอทาเคมารุในฐานะที่เป็นสหายคนใหม่ของข้า...”“ข้าคอยติดตามพวกเขาในการปราบอสูรโยไคที่เพ่นพ่านไปมา และค่อยช่วยบรรเทาทุกข์ให้กับผู้คนในหมู่บ้านที่ถูกคุกคามโดยสิ่งเหนือธรรมชาติ ในระหว่างนั้น ข้าก็รอเวลาที่จะได้ล้างแค้นเจ้านางเทวีอสูรฯ นั่นด้วย”หลังจากที่กล่าวจบ คิทสึเนะก็เอ่ยเรียกโทโมเอะให้หันเข้ามาหาเธอ ก่อนที่เธอจะรีบเข้าสวมกอดร่างงามของโทโมเอะที่นั่งอยู่ข้างๆ อย่างแนบชิดอยู่บนระเบียงไม้ที่อยู่ตรงบริเวณหน้าประตูกระจกทางด้านซ้ายมือของบ้านพักในศาลเจ้า ราวกับว่าพยายามจะซึมซับความรักและความอบอุ่นจากผู้เป็นเสมือนพี่สาวให้ได้มากที่สุด ดวงตาคู่งามของเธอนั้นพลางหลับตาพริ้มอย่างแน่นหนา“นี่หล่ะคือเหตุผลที่ข้าเรียกว่าพี่โทโมเอะ เพราะพวกพ้องของข้าได้ตายจากไปหมดแล้ว และท่านอาจารย์กับโอทาเคมารุก็ถูกพวกนางเทวีอสูรฯ ฆ่าตายไปแล้วด้วย พี่โทโมเอะจึงเป็นเหมือนกับพี่สาวเพียงคนเดียวที่ข้ามีอยู่ในตอนนี้ ข้าไม่อยากเสียพี่โทโมเอะไปอีกหนึ่งคน เพราะงั้น...อย่าจากข้าไปอีกคนเลยนะ”คิทสึเนะพลางนิ่วหน้าด้วยความเศร้าหมองนิดๆ ทางด้านโทโมเอะก็อดรู้สึกเห็นใจไม่ได้ จึงกอดตอบคิทสึเนะอย่างแนบชิดเป็นการปลอบประโลม ดวงตาคู่งามของเธอนั้นพลางหลับตาพริ้มอย่างแน่นหนา“ข้าก็ไม่อยากจะเสียเจ้าไปอีกคนด้วยเช่นกัน เพราะข้าเอง...ก็ไม่เหลือใครอีกแล้ว เจ้าก็เป็นเสมือนน้องสาวเพียงคนเดียวของข้า ดังนั้น ข้าจะไม่มีวันทิ้งเจ้าไปไหนอย่างเด็ดขาด”หลังจากนั้นเป็นต้นมา ทั้งโทโมเอะและคิทสึเนะต่างก็อาศัยอยู่ร่วมกันที่บ้านพักในศาลเจ้าอินาริ พร้อมกับคอยอยู่ดูแลภายในศาลเจ้าเพียงแค่สองคนเท่านั้น พวกเธอทั้งสองได้กลายมาเป็นเสมือนพี่น้องร่วมสายเลือดในเวลาเดียวกัน และแล้ว ภาพเหตุการณ์ก็ได้ตัดกลับมายังช่วงปัจจุบัน

    คล้ายกับเรื่องเจ้าหญิงฮิเมรากิ กับไข่มุกแห่งภูผา (Himeragi Princess and The Pearl of Mountain) ที่คุณอ่าน