(นิยายลงทุกวัน)Ghost CEO:ผีสร้างฉันให้เป็นเศรษฐี ฮาเร็ม

    ตอนที่ 33 รับสมัครพนักงาน

     

    ตอนที่ 33 รับสมัครพนักงาน

     

     

     

    ผู้ที่มาสมัครงานแม้จะมีรูปกายเป็นผู้ชาย แต่หัวใจของเขาเป็นผู้หญิง ด้วยเสื้อผ้า หน้าผมและการแต่งหน้า ต้องยอมรับเลยว่าเธอคือ LGBTQ ที่มีความงามเป็นของตัวเอง แม้แต่ฝ้ายที่เป็นผู้หญิงแท้ๆ ก็ยังอยากจะเข้าไปปรึกษาถึงการแต่งหน้าจากเธอคนนี้เลย

    “หนูมาสมัครงานค่ะ” เธอตอบ พลางชี้ไปที่ป้ายรับสมัครงาน…แน่นอนพีทรีบเข้าไปพูดคุยกับเธอในทันที ก่อนจะพาผู้ที่มาสมัครงานไปพูดคุยที่หลังร้านเหมือนกับน้องโอมในก่อนหน้านี้แบบเป๊ะๆ

     

    “หนูชื่อว่าเต้ แต่หนูอยากให้พี่เรียกหนูว่าลาเต้ได้ไหมคะ?” น้องลาเต้ยื่นบัตรประชาชนและบัตรนักศึกษาให้กับพีทได้ดู พลางแนะนำชื่อเล่นของตัวเองให้กับพีทได้รู้จัก ซึ่งพีทก็ยินดีที่จะเรียกชื่อตามที่น้องร้องขอ โดยไม่มีสิ่งใดที่ตะขิดตะขวงใจ

    “ตกลง พี่รับน้องเข้าทำงาน ถ้าน้องไม่ติดปัญหาที่พี่บอกไปในก่อนหน้านี้ ก็เริ่มทำงานได้พรุ่งนี้เลย” พีทตอบรับด้วยความยินดี เมื่อเขาสามารถแก้ปัญหาพนักงานไม่พอได้แล้ว

     

    อย่างไรก็ตาม ลาเต้กลับส่ายหน้าเล็กน้อย “หนูทำงานวันนี้เลยได้ไหมคะ? พี่คนนู้นยังเริ่มทำงานวันนี้ได้เลย หนูเองก็อยากเริ่มงานวันนี้เลยด้วยเหมือนกัน” ลาเต้ตบอกของตัวเอง แสดงความมุ่งมั่น

     

    “ได้เลย ไม่มีปัญหา พี่แค่อยากให้น้องมีเวลาได้เตรียมตัว…แต่ในเมื่อน้องพร้อมแล้ว งั้นก็ลุยกันเลย” พีทไม่มีปัญหาอยู่แล้ว ถ้าลาเต้อยากจะเริ่มงานทันที กลับกันดีเสียอีกที่เขาจะได้สอนงาน น้องโอมและน้องลาเต้ ไปพร้อมกันเลย จะได้ไม่ต้องสอนหลายรอบ

    ดังนั้นเมื่อทุกอย่างพร้อมสรรพ พีทก็ได้ไปปลดป้ายรับสมัครพนักงานลง ซึ่งระหว่างที่เขากำลังจะปลดป้ายรับสมัครงานลง ก็มีนักศึกษาและผู้ใหญ่บางคนที่ดูเสียดาย เนื่องจากมาช้าเกินไป

     

    “ได้คนครบแล้วเหรอคะ?” นักศึกษาปี 1 ที่มีหน้าตาน่ารักอยู่พอสมควร ได้เดินเข้ามาถามพีทถึงป้ายสมัครงานที่กำลังปลดออก โดยเธอนั้นก็เห็นป้ายรับสมัครของพีทมาสักพักแล้ว แต่ด้วยความลังเล ประกอบกับต้องขออนุญาตที่บ้านของเธอก่อน ทำให้สุดท้ายเธอก็พลาดได้งานไป

    “ครบแล้วครับ แต่น้องทิ้งเบอร์ติดต่อกลับเอาไว้ก็ได้ครับ หากที่ร้านขาดคนหรือต้องการคนเพิ่ม ถ้าน้องยังสนใจพี่จะติดต่อกลับไปครับ” พีทเองก็ไม่รู้ว่าอนาคตร้านของเขาจะยุ่งมากแค่ไหน จึงได้ขอช่องทางกับคนที่สนใจทำงาน เพื่อที่จะติดต่อกลับไปในอนาคต

    และก็มีคนที่สนใจในงานและยอมทิ้งเบอร์ติดต่อให้กับพีทถึง 10 กว่าคนเลยทีเดียว พีทได้เก็บเบอร์ติดต่อและจดชื่อพวกเขาเอาไว้ ก่อนที่ตัวเขาจะรีบสวมใส่ผ้ากันเปื้อนและกลับมาทำงานต่อไป

     

    การขายในวันนี้แม้จะมีที่ต้องสะดุดอยู่บ้าง จากการที่รับพนักงานเข้ามาใหม่ถึงสองคน น้องโอมถูกมอบหมายให้รับผิดชอบในการทอดไก่ ส่วนน้องลาเต้ก็ได้ไปช่วยฝ้ายขายไก่ทอดอยู่ที่หน้าร้าน ควบตำแหน่งเด็กเสิร์ฟหากมีลูกค้าเข้ามากินไก่ทอดในร้านไปด้วย

     

    น้องโอม น้องลาเต้ ใช้เวลาเรียนรู้งานประมาณ 3 วัน ทั้งสองคนก็เริ่มปรับตัวเข้ากับการทำงานในร้านของพีทได้แล้ว

    ทั้งสองได้เข้ามาช่วยเติมเต็มสีสันและความมีชีวิต ชีวาให้กับร้านของเขาได้มากทีเดียว

     

    น้องโอมสามารถแบ่งเบาภาระในการทอดไก่ของพีทและแชมป์ลงไปได้มาก น้องลาเต้ก็มีอัธยาศัยดี สามารถพูดเล่นกับแขกได้อย่างไม่เคอะเขิน ทำให้ลูกค้าที่ยืนรอคิว พอจะมีรอยยิ้มอยู่บ้าง ไม่ต้องหงุดหงิดที่ต้องรอคิวนาน

     

    ซึ่งในช่วงเวลาสามวันที่ผ่านมารายได้และกำไรจากร้านไก่ทอดของพีทก็พุ่งขึ้นแทบทุกวันและใน สองในสามวัน ก็เป็นอีกครั้งที่พีทสามารถทำภารกิจของระบบได้สำเร็จ เขาสามารถเอาชนะร้าน QFC ในด้านของจำนวนลูกค้ามาได้ จนตอนนี้ภารกิจได้คืบหน้าไปแล้ว 3/15 ครั้ง

     

    ทั้งนี้พอมีน้องโอมและน้องลาเต้เข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระงาน พีทก็พอจะมีเวลาเพิ่มเติมมากขึ้นในการหันมาสนใจกับแผนการในขั้นต่อไปของเขา มันคงถึงเวลาแล้วที่เขาจะเริ่มต้นเดินหน้าแผนการในขั้นต่อไปของเขาเสียที

     

    ตู๊ดๆ ~!

    ในช่วงบ่ายของวันนี้ พีทได้ยกโทรศัพท์ของเขาขึ้นมา พลางติดต่อไปหาคนๆ หนึ่ง ที่เขาได้รู้จักเมื่อช่วงก่อนปีใหม่ เขารอเพียงไม่กี่วินาที ปลายสายสนทนาก็ได้รับสายของเขา

     

    “ฮัลโหล…นั้นใครครับ?” เป็นเสียงของชายวัยกลางคน ที่น้ำเสียงออกจะดุดันสักหน่อย แต่กระนั้น พีทรู้ดีว่าน้ำเสียงของคนๆ นี้ ไม่ได้ดุหรือเป็นนักเลงหัวไม้อันใด

    “สวัสดีครับน้า ผมเองครับ เจ้าของร้านไก่ทอดข้างมหาลัยที่เคยคุยกับน้าตอนงานเลี้ยงปีใหม่ที่โรงงานครับ” พีทได้แนะนำตัวไปอีกครั้ง ซึ่งอธิบายไปไม่นาน ปลายสายสนทนาก็จำเขาได้ “อ้อ ไอ้หนูที่เป็นเจ้าของร้านไก่ทอดนั่นเอง…ว่าแต่มีอะไรเหรอ ให้น้าไปรับส่งที่ไหนบอกมาได้เลย ล้อพร้อมหมุน” ใช่แล้วปลายสายสนทนาก็คือน้าที่เป็นเจ้าของวินมอเตอร์ไซต์ในเขตละแวกนี้นั่นเอง

     

    “ไม่ได้ไปไหนหรอกครับ แค่อยากจะไปคุยกับน้า เพราะมีงานมาเสนอให้น้าทำ โดยที่ไม่กระทบกับงานหลักของน้าแน่นอนครับ” ในตอนแรกพีทอยากที่จะเดินทางไปคุยกับน้าด้วยตัวเอง แต่ทางด้านของน้าปฏิเสธและบอกว่า ตัวเองจะขับรถมาหาพีทเอง ดังนั้นพีทจึงได้แต่รออยู่ที่ร้านด้วยความหวัง

    ประมาณ 10 นาที น้าที่เป็นหัวหน้าวินมอเตอร์ไซต์ก็ขับมาหาพีทที่ร้านของเขาและเมื่อได้เห็นร้านของพีท ที่ตอนนี้ได้ย้ายมาเปิดที่ตึกแถว มีจัดคิวของลูกค้าอย่างเป็นระบบระเบียบ ทางด้านของน้าที่เป็นหัวหน้าวิน ก็ได้แต่อึ้งไปกับสิ่งที่เห็น

     

    ไม่กี่วันที่แล้ว เมื่อช่วงก่อนปีใหม่ ร้านของพีทยังเป็นแค่ร้านเล็กๆ ตามข้างทางอยู่เลย…ผ่านไปไม่กี่วัน ก็มีหน้าร้านเป็นของตัวเองแล้ว

     

    น้าหัวหน้าวิน จึงอดที่จะทึ่งไปกับความสามารถของพีทไม่ได้ “ไอ้หนู เอ้งมันเก่งจริงๆ เปิดร้านได้ไม่นานก็มีหน้าร้านใหญ่โตแบบนี้แล้ว” เมื่อเห็นพีทเดินมาต้อนรับ น้าหัวหน้าวินก็ได้เดินเข้ามาทักทาย ซึ่งพีทก็ยิ้มอย่างถ่อมตัวและเชิญน้าหัวหน้าวิน ขึ้นไปยังพื้นที่ชั้นสองของร้าน ที่พีทได้ขอใช้ห้องหนึ่งและดัดแปลงให้กลายเป็นห้องประชุมและห้องทำงานของพีทนั่นเอง

     

    พีทจัดแจงเปิดแอร์และต้อนรับ น้าหัวหน้าวิน ด้วยไก่ทอดและเครื่องดื่มภายในร้าน ซึ่งหัวหน้าวินก็โบกมือว่าไม่จำเป็นต้องมากพิธี คนกันเองทั้งนั้น

     

    “ไอ้หนู มีงานอะไรมาเสนอพูดมาได้เลย หากน้าช่วยได้น้าจะช่วยเต็มที่” น้าหัวหน้าวิน เดิมทีก็ไม่ใช่คนที่ชอบพิธีรีตองอยู่แล้ว เนื่องจากเป็นคนหาเช้ากินค่ำธรรมดา ขอเพียงแค่พีทบริสุทธิ์ใจก็คุยกันได้ตามสบายแล้ว โดยน้าหัวหน้าวินก็ได้บอกชื่อของตัวเองให้กับพีทว่าตัวเองชื่อว่า ‘ศักดิ์’

    “คือผมมีงานมาเสนอครับ เป็นงานที่ต้องพึ่งน้าศักดิ์และวินมอเตอร์ไซต์คนอื่นๆ เป็นส่วนสำคัญ คือแบบนี้นะครับ ตอนนี้น้าศักดิ์ใช้มือถือรุ่นอะไรอยู่ครับ?” พีทถามถึงโทรศัพท์ที่น้าศักดิ์ใช้ ซึ่งก็เป็นมือถือรุ่นเก่า ที่ถึงแม้จะเป็นจอสี แต่ก็ยังไม่ได้เป็นระบบสมาร์ตโฟนที่สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้นั่นเอง

     

    น้าศักดิ์หยิบมือถือเก่าๆ ที่ผ่านการใช้งานมาอย่างโชกโชนให้กับพีทได้ดู ซึ่งพีทก็ได้คาดคะเนเอาไว้แล้วว่าจะต้องเป็นแบบนี้ จึงได้พูดเรื่องของเขาต่อ

    “คือผมกำลังทำแอปพลิเคชันตัวหนึ่งอยู่ครับ เป็นแอพที่เอาไว้ให้ลูกค้าใช้สั่งอาหารจากร้านและจะมีบริการรับส่งอาหารให้ถึงหน้าบ้านครับ” พีทอธิบายพลางเปิดหน้าจอโน้ตแอปพลิเคชันและมือถือของเขาที่เชื่อมกับระบบเอาไว้แล้วให้น้าศักดิ์ได้ดูและเห็นภาพตาม

    โดยพีทได้ทำการเลือกเข้าไปที่แอปพลิเคชัน ก่อนจะปรากฏร้านขายไก่ทอดของเขาขึ้นมาในหน้าแรก ก็แหงล่ะ เพราะตอนนี้ก็มีแค่ร้านไก่ทอดของเขาเพียงร้านเดียว

     

    พีทกดเข้าไปที่ร้านไก่ทอดของเขา มีรายการเมนูไก่ทอด พร้อมทั้งรูปภาพแสดงโชว์อยู่ในเมนูตามด้วยราคาของอาหารแต่ละอย่างและในระหว่างนี้ ตอนที่น้าศักดิ์กำลังจ้องมองแอปพลิเคชันที่ถึงแม้ตัวเขาจะไม่มีความรู้กับเรื่องเทคโนโลยีเท่าไรนัก

    แต่ด้วยแอปพลิเคชันของพีทที่ออกแบบมานั้น ดูใช้งานง่าย เหมาะกับทุกเพศทุกวัย ของเพียงแค่ใช้นิ้วจิ้มตามสิ่งที่ต้องการ ก็สามารถที่จะใช้งานได้แล้วนั่นเอง

     

    พีทได้ทำการทดลองด้วยการสั่งไก่ทอดวิงค์แซ่บและไก่ทอดเกาหลีอย่างละ 1 ชุด พลางกดยืนยัน แอปพลิเคชันได้เด้งเข้าไปที่หน้าจ่ายเงิน ถัดมาระบบก็ได้คำนวณรายการอาหาร พร้อมทั้งคำนวณค่าจัดส่งเริ่มต้นให้กับลูกค้าได้ชำระเงิน โดยมีค่าส่งในระยะเริ่มต้น 10 บาทตามจำนวนจริง

    เมื่อเสร็จจากตรงนี้ หลังจากที่พีทกดชำระเงิน ระหว่างนี้พีทก็ได้ลงทะเบียนและใส่เบอร์ของน้าศักดิ์ลงไปในระบบเพื่อให้ระบบทำงานส่งข้อมูลให้กับ ไรเดอร์หรือก็คือคนส่งอาหารทันที

     

    ‘ติ้ง~!’

    ภายในไม่ถึงวินาที ก็พลันมีข้อความส่งเข้ามาที่เครื่องของน้าศักดิ์ น้าศักดิ์หยิบมือถือของตัวเองขึ้นมาดู ก่อนจะพบว่าข้อความที่ส่งเข้ามา มันคือที่อยู่ของร้านขายไก่ทอดของพีท และ จุดหมายปลายทางของลูกค้านั่นเอง

     

    “เจ๋งมาก! มันเหมือนกับเป็นเดลิเวอรี่ของพวกร้านใหญ่ๆ เลย” น้าศักดิ์เองก็รู้จักการส่งเดลิเวอรี่ของร้านอาหารใหญ่ๆ อยู่บ้าง แต่ด้วยอายุและข้อจำกัดมากมายของบริษัทใหญ่ๆ มันทำให้การสมัครเป็นเรื่องยุ่งยากมากมาย จึงทำให้น้าศักดิ์ยอมแพ้ไปในที่สุด

    “ใช่ครับ จะบอกว่ามันคือบริการเดลิเวอรี่ก็ได้ แต่แอปพลิเคชันของผม มันดีมากกว่านั้นก็ตรงที่หากน้าศักดิ์และมีวินมอเตอร์ไซต์เข้าร่วมเยอะๆ แอปพลิเคชันของผมสามารถส่งงานต่างๆ ให้กับน้าศักดิ์ได้อีกมาก ไม่ใช่แค่ส่งอาหารเพียงอย่างเดียว…อย่างเช่นบริการรับส่งพัสดุ บริการเรียกรถเพื่อไปส่งยังจุดหมายเป็นต้น” พีทได้นำแอปพลิเคชันที่สะดวกสบายเช่นนี้มาจากโลกเก่าของน้าผี ที่ตอนนี้มันรวมเอาบริการต่างๆ ไว้ในแอปพลิเคชันเดียว

     

    แต่ทว่า ถึงพีทจะนำข้อดีของแอปพลิเคชันที่สะดวกมาสร้างเป็นของตัวเอง แต่ก็ใช่ว่าเขาจะไม่เจออุปสรรคใดๆ อุปสรรคที่พีทเจอมันยากเสียยิ่งกว่าแอปพลิเคชันที่เปิดตัวในโลกของน้าผีเป็นไหนๆ

    เพราะตอนนี้ในปี 2013 มือถือของทุกคน ยังไม่ได้เป็นสมาร์ตโฟน คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้การใช้งานของมือถือ อีกทั้งระบบต่างก็ยังไม่เอื้ออำนวย ดังนั้นสิ่งที่พีทจะต้องทำเพื่อสร้างแอปพลิเคชันของเขาขึ้นมาให้ได้ก่อนใคร…นั้นก็คือการใช้สิ่งที่มีอยู่แล้วอย่างวินมอเตอร์ไซต์ เพื่อเป็นบทบาทสำคัญในการผลักดันแอปพลิเคชันของเขานั่นเอง

     

    ถ้าหากวินมอเตอร์ไซต์เอาด้วย แน่นอนว่าพีทจะสามารถแก้ไขปัญหาของแอปพลิเคชันของเขาลงไปได้ชั่วคราว กอปรกับจังหวัดธาราบุรี เป็นจังหวัดระดับกลางที่ไม่ถึงกับใหญ่และไม่ถึงกับเล็ก มีกำลังทรัพย์ในการซื้อพอสมควร แม้จะไม่มากมหาศาลเท่ากับกรุงเทพ แต่อย่างน้อยหากเขาเริ่มก้าวแรกขึ้นที่นี่เพื่อนำร่อง

     

    ในเวลาอันไม่นาน แอปพลิเคชันของเขาก็จะมีรากฐานแน่นพอที่จะลุยตลาดกรุงเทพฯ ได้อย่างแน่นอน

     

    “น่าสนใจมาก!” น้าศักดิ์ตาโตขึ้นมาแล้ว เมื่อเห็นสิ่งที่แอปพลิเคชันของพีททำได้ เพราะนั้นหมายความว่า เขาไม่จำเป็นต้องรอให้งานวิ่งมาหาตัวเอง ไม่ต้องรอให้ลูกค้ามาเรียกรถที่วินของพวกเขา ซึ่งไม่รู้ว่าจะมาเมื่อไร เอาแน่เอานอนกับเวลาไม่ได้ แถมยังต้องรอให้ถึงคิวของตัวเองวิ่งอีก

    แต่ทว่าหากสิ่งที่พีททำมันเป็นจริงขึ้นมาได้จริงๆ วินมอเตอร์ไซต์ก็ไม่จำเป็นต้องนั่งรอลูกค้าอีกต่อไปแล้ว พวกเขาสามารถไปหาลูกค้าถึงที่ มีงานให้ทำตลอดทั้งวัน โดยที่ไม่ต้องนั่งตากแดดรออีกต่อไป

     

    ทั้งนี้ในส่วนของค่าตอบแทนที่จะได้รับ พีทก็ไม่ได้หักเปอร์เซ็นต์ใดๆ ระบบกำหนดราคาเท่าไร ก็เป็นไปตามนั้น โดยมันได้อิงราคาเริ่มต้นไว้ที่ 10 บาทและถ้าหากจุดหมายที่ต้องไปมันไกล ก็จะปรับเพิ่มให้ตามราคาที่ควรจะเป็น ไม่ให้วินมอเตอร์ไซต์หรือลูกค้า รู้สึกได้เปรียบหรือเสียเปรียบกัน

    เพราะลูกค้าเองก็ได้เห็นถึงราคาของการใช้บริการนี้มาตั้งแต่แรก ดังนั้นจึงตัดปัญหาในเรื่องที่อาจจะถูกเรียกเก็บเงินหลังจากไปส่งถึงที่หมาย ที่ส่วนใหญ่แล้วหากไม่ใช่คนในพื้นที่ ไม่รู้ราคาของวินมอเตอร์ไซต์ อาจถูกเรียกเก็บเงินตามความพอใจของวินมอเตอร์ไซต์ได้นั่นเอง

     

    “ถ้าน้าสนใจงั้นเรามาร่วมมือกันไหมครับ” พีทเสนอ เขาได้วางน้าศักดิ์เป็นคนช่วยกรุยทางเพื่อชักชวนวินมอเตอร์ไซต์มาตั้งแต่แรกแล้ว

    การที่มีคนในวงการช่วยกันพูด ยังไงเสียมันก็ดีกว่าที่เขาต้องไปพูดเอง…และเมื่อตัดเรื่องของวินมอเตอร์ไซต์ลงไปได้แล้ว

    อีกโจทย์สำคัญที่พีทต้องทำต่อไปนั้นก็การเชิญให้ทุกคนหันมาใช้งาน แอปพลิเคชันของเขา

     

    นี้เป็นโจทย์สำคัญและเป็นโจทย์ที่ยากมาก ต่อให้แอปพลิเคชันของเขาจะดีแค่ไหน แต่ถ้าไม่มีคนใช้มันก็ถือเป็นแอปที่ล้มเหลว ดังนั้นพีทต้องทำให้ทุกคนรู้จักกับแอปพลิเคชันของเขาให้ได้ก่อน

    และเขาก็ได้คิดมันเอาไว้แล้ว!

     

     

    ...โปรดติดตามตอนต่อไป...

     

     

    นิยายลงทุกวันเวลา 18.00 นะครับ

    สามารถติดตามผู้แต่งเพื่อติดต่อสอบถามได้ที่แฟนเพจเลยนะครับ

    www.facebook.com/WritelazyV2

    นามปากกา.Writelazy