เจ้าหญิงฮิเมรากิ กับไข่มุกแห่งภูผา (Himeragi Princess and The Pearl of Mountain)

    บทที่ 35: อดีตของนักรบมิโกะแห่งขมังเวทย์ 2 (Past of the Magic Warrior of Maiden Part 2)

    โอจิได้มอบของกำนัลให้กับยาสุโมชิเป็นโทกิอาโซบิโดงู เครื่องจักรกลแห่งกาลเวลาที่มาในลักษณะรูปปั้นตุ๊กตาโดงู ซึ่งเขาได้รับมาจากศาลเจ้าอิซุโมะที่เขาเคยเข้าไปเป็นนักบวชและฝึกฝนวิชาเวทย์เมื่อตอนที่เขาเป็นเด็ก สามารถใช้เดินทางข้ามเวลาหรือย้อนเวลาไปยังยุคสมัยต่างๆ ได้โทกิอาโซบิโดงู ถูกสร้างขึ้นจากนวโลหะ และทำการปลุกเสกถึง 300 วัน ด้วยพลังเวทย์ของผู้เป็นอาจารย์ของโอจิที่มีนามว่านากามุระ ซาเนม่อน หัวหน้านักบวชจอมขมังเวทย์แห่งศาลเจ้าอิซุโมะ และเหล่านักบวชกับมิโกะในศาลเจ้าร่วม 300 กว่าชีวิตหลังจากที่สร้างเสร็จ ซาเนม่อนก็ได้มอบรูปปั้นตุ๊กตาให้โอจิเป็นผู้ดูแลก่อนที่เขาจะถอนตัวจากการเป็นนักบวชในศาลเจ้าอิซุโมะและกลายเป็นขุนพลแห่งตระกูลโคโนะในเวลาต่อมา หลังจากนั้นไม่นาน ตระกูลโออุจิก็ได้นำกองทัพบุกเข้ายึดศาลเจ้าและจับหัวหน้านักบวชซาเนม่อนเป็นตัวประกันด้วยความที่หัวหน้าตระกูลโคโนะกับหัวหน้านักบวชซาเนม่อนนั้น ในอดีตทั้งสองเคยเป็นสหายร่วมรบกันมาก่อน ขุนพลโอจิจึงได้รับคำบัญชาจากหัวหน้าตระกูลโคโนะให้นำกองทัพเข้ามาสมทบกับเหล่านักบวชและมิโกะในศาลเจ้าอิซุโมะในการช่วยหัวหน้านักบวชซาเนม่อน ผู้เป็นอดีตสหายของเขาออกมาและขับไล่พวกตระกูลโออุจิออกไปจากศาลเจ้า“ขอบใจเจ้ามาก ศิษย์เก่าของข้า ที่อุตส่าห์นำกองทัพเข้ามาช่วยข้าออกมา”“ข้าก็แค่ทำตามคำบัญชาของท่านหัวหน้าก็เท่านั้นแหละขอรับ ท่านอาจารย์”จากนั้นฝ่ายกองทัพตระกูลโคโนะที่นำโดยขุนพลโอจิ และเหล่านักบวชกับมิโกะในศาลเจ้าอิซุโมะที่นำโดยซาเนม่อนก็ได้ร่วมมือกันขับไล่พวกตระกูลโออุจิ“ศึกนี้จบลงเมื่อไหร่ ก็ช่วยฝากไปทักทายสหายข้าด้วยละกัน”กองทัพฝ่ายตระกูลโออุจินั้นค่อนข้างจะเสียเปรียบเป็นอย่างมาก จากการที่อีกฝ่ายนั้นมีพลังเวทย์เข้ามาเสริมด้วย ฝ่ายโอจิกับซาเนม่อนจึงสามารถขับไล่พวกตระกูลโออุจิออกไปจากศาลเจ้าได้อย่างง่ายดาย ด้วยพลังเวทย์ของโอจิที่เหนือชั้นกว่าซาเนม่อน ผู้เป็นอาจารย์เป็นไหนๆ หลังจากที่แย่งชิงศาลเจ้าอิซุโมะกลับคืนมาได้ โอจิก็นำกองทัพตระกูลโคโนะเข้าพิชิตในศึกสมรภูมิต่างๆ มานับไม่ถ้วน จนได้รับสมญานามว่าเป็นขุนศึกจอมขมังเวทย์แห่งตระกูลโคโนะในเวลาต่อมาอันเนื่องจากว่าเขานั้นมักจะใช้เวทย์มนต์ควบคู่ไปกับทักษะการสู้รบแบบซามูไรในการพิชิตศึกสงครามต่างๆ และนำพาชัยชนะมาสู่ตระกูลโคโนะมาหลายต่อหลายครั้งหลังจากที่สึรุฮิเมะได้ขึ้นเป็นหัวหน้ามิโกะคนแรกในศาลเจ้าโอยามะซุมิ โอจิได้หมั้นหมายกับสึรุฮิเมะพร้อมกับได้รับคำสั่งจากหัวหน้าตระกูลโคโนะให้นำกองทัพเข้าไปช่วยคุ้มกันเกาะโอมิชิมะ4 เดือนต่อมา สึรุฮิเมะได้ทราบข่าวมาว่ากองทัพเรือตระกูลโออุจิกำลังมุ่งหน้ามายังเกาะโอมิชิมะ โอจิได้สั่งให้กำลังพลส่วนหนึ่งจัดทัพเรือเพื่อเข้าทำศึกกับทัพเรือของอีกฝ่ายและอีกส่วนหนึ่งคอยเฝ้าตระเวนอยู่ภายในเกาะ ทางด้านสึรุฮิเมะได้ติดตามทัพเรือของโอจิไปด้วยหลังจากที่ได้เข้ามาเผชิญหน้ากับทัพเรือของตระกูลโออุจิ สึรุฮิเมะก็ได้เรียกมีดไอกุชิมายาออกมาและปาไปยังเรือธงของตระกูลโออุจิเพื่อวาร์ปตัวเองไปยังที่นั่น“มีนางคณิกามาอยู่บนเรือด้วยแฮะ”โอฮาระ ทาคาโกโตะ ผู้เป็นแม่ทัพเรือกล่าวดูถูกสึรุฮิเมะด้วยสีหน้าที่เย้ยหยัน สึรุฮิเมะยกมือเรียวงามขึ้นสู่ฟ้าพลางแบมือเรียวงามออกมาเป็นการร่ายเวทย์สายฟ้าอัสนีบาตทันใดนั้น เมฆบนท้องฟ้าก็ค่อยๆ มืดครึ้มพร้อมกับสายฟ้าสีเหลืองอ่อนที่แผ่กระจายไปทั่วท้องฟ้า เสียงฟ้าร้องนั้นดังสนั่นกึกก้องจนแทบจะทำให้เข่าอ่อนในทันที ก้อนเมฆสายฟ้านั้นค่อยๆ เคลื่อนตัวมายังมือเรียวงามของสึรุฮิเมะจนเกิดเป็นพลังเวทย์สายฟ้าอัสนีบาตขึ้นบนมือเรียวงามของเธอสึรุฮิเมะกำสายฟ้าอัสนีบาตเอาไว้แน่นก่อนที่จะทุบลงบนกับพื้นเรืออย่างเต็มแรงจนทำให้เกิดสายฟ้าจำนวนมหาศาลขึ้นและแผ่กระจายไปทั้งกองเรือ จนกระทั่งเกิดแรงระเบิดอันมหาศาลขึ้นบนเรือทุกลำพร้อมกับเปลวไฟอันร้อนระอุที่ลุกโชนไปทั้งซากกองเรือที่ลอยอยู่บนผืนน้ำ เสียงระเบิดนั้นดังสนั่นกึกก้องไปทั่วบริเวณ มีร่างไร้วิญญาณของเหล่าทหารฝ่ายโออุจิส่วนหนึ่งลอยกระจัดกระจายไปทั่วผืนน้ำ บ้างก็จมลงที่ใต้ทะเล ซึ่งทั้งหมดล้วนมีสภาพที่ถูกย่างสดอย่างน่าอนาถ มีกลิ่นคาวเลือดที่ชวนให้รู้สึกอัดอัดจนแทบอยากจะอ้วกปะปนไปกับน้ำทะเลก่อนจะเกิดแรงระเบิดขึ้น สึรุฮิเมะรีบปามีดไอกุชิมายาไปยังเรือธงของตระกูลโคโนะที่นำโดยโอจิ ผู้เป็นชายคู่หมั้นเพื่อวาร์ปตัวเองหนีออกมาจากกองเรือของตระกูลโออุจิที่กำลังจะระเบิดในขณะเดียวกัน ฮารุคาตะ ซูเอะ ขุนพลแห่งตระกูลโออุจิได้นำกองทัพบุกเข้ามาในเกาะโอมิชิมะและมุ่งหน้าไปยังศาลโอยามะซุมิเพื่อชิงดาบเจ็ดเขี้ยวแห่งกาลเทพ เหล่าทหารฝ่ายโคโนะที่อยู่ในเกาะทั้งหมดต่างก็พากันมารวมตัวกันที่หน้าซุ้มทางเข้าไปยังศาลเจ้าเพื่อคอยรับมือกับกองทัพโออุจิที่นำโดยซูเอะ ซึ่งกำลังจะมาถึงที่ศาลเจ้าแห่งนี้ ส่วนพวกนักบวชและมิโกะต่างก็มารวมตัวกันที่หน้าศาลเจ้าเพื่อปกป้องศาลเจ้าแห่งนี้ไว้บนผืนน้ำอันกว้างใหญ่ที่ล้วนถูกปกคลุมไปด้วยท้องฟ้าที่ค่อยๆ มืดครึ้มลงจนมืดสนิท ทางด้านโอจิกับสึรุฮิเมะ ในระ หว่างที่กำลังเดินทางกลับไปยังเกาะโอมิชิมะอยู่นั้น จู่ๆ ก็มีเหล่าอสูรโยไคจำนวนมหาศาลบุกเข้ามาอาละวาดไปทั่วทั้งเกาะ จนทำให้ผู้คนในเกาะต่างก็พากันหนีตายออกมาอย่างกระเจิดกระเจิง ในขณะเดียวกันนั้น พวกเขาทั้งสองก็พบกลุ่มควันไหม้ที่ลอยฟุ้งขึ้นมาจากที่ต่างๆ ภายในเกาะโอมิชิมะ จึงทำให้สึรุฮิเมะเกิดความรู้สึกเป็นห่วงผู้เป็นพ่อขึ้นมา ความกระวนกระวายเริ่มก่อตัวขึ้นมาในจิตใจเมื่อได้เดินทางกลับมาถึงที่เกาะก็พบร่างไร้วิญญาณของเหล่าผู้คนในเกาะที่ล้วนถูกฆ่าตาย ซึ่งนอนจมกองเลือดอยู่กระจัดกระจายเต็มไปหมด ในระหว่างที่กำลังเดินทางกลับไปยังศาลเจ้าโอยามะซุมิทั้งหมดล้วนสภาพที่มีบาดแผลจากการถูกทำลายพร้อมกับคราบเลือดที่เปรอะเปื้อนไปตามจุดต่างๆ ในชุดผ้าอาภรณ์ที่สวมใส่ มีกลิ่นคาวเลือดลอยคละคลุ้งไปทั่วทั้งเกาะชวนให้รู้สึกอึดอัดจนแทบจะหายใจไม่ออก มีเปลวไฟอันร้อนระอุที่ลุกไหม้ไปตามหมู่บ้านต่างๆ แทบจะทั่วทั้งเกาะพร้อมกับควันไฟที่ปกคลุมจนแทบจะทั่วทั้งเกาะราวกับเป็นเกาะสุสานทะเลเพลิง มีเหล่าอสูรโยไคชนิดต่างๆ โลดแล่นไปมาราวกับขบวนอสูรในยามวิกาล“เรารีบไปกันเถอะ”โอจิกับสึรุฮิเมะต่างก็รู้สึกราวกับว่ามีลางสังหรณ์ไม่ค่อยดีกำลังคลืบคลานเข้ามา จึงรีบมุ่งหน้าไปยังศาลเจ้าโอยามะซุมิพร้อมกับเหล่าทหารฝ่ายโคโนะที่ติดตามมาด้วยทั้งหมดในระหว่างนั้น ทั้งหมดก็คอยจัดการกับเหล่าอสูรโยไคที่ต่างก็พุ่งเข้ามาโจมตีใส่จนแทบจะไม่มีหยุดพัก มีทหารผู้ติดตามที่พลาดท่าและโดนพวกมันฆ่าตายไปจำนวนหลายคน จนสุดท้ายก็เหลือเพียงแค่โอจิกับสึรุฮิเมะแค่สองคนเท่านั้นที่รอดชีวิตจนมาถึงที่หน้าซุ้มทางเข้าไปยังศาลเจ้าโอยามะซุมิ ซึ่งกำลังถูกเปลวไฟอันร้อนระอุเผาไหม้ไปทั้งซุ้ม มีศพทหารทั้งฝ่ายตระกูลโคโนะและฝ่ายตระกูลโออุจินอนตายเกลื่อนที่หน้าซุ้มทางเข้า โทกิอาโซบิโดงู: โดงู คือรูปปั้นตุ๊กตารูปมนุษย์ขนาดเล็ก แต่มีรูปร่างประหลาด โดยมีดวงตากลมโต หัวใหญ่ เอวคอด และสะโพกใหญ่ แลดูคล้ายกับสวมชุดมนุษย์อวกาศ สวมหมวกขนาดใหญ่หรือคาดเข็มขัดรูปร่างประหลาด ซึ่งถูกค้นพบในยุคสมัยโจ ม่อน: อาโซบิ มาจากคำว่า ‘อาโซบุ’ ที่หมายถึงเที่ยว, ท่องเที่ยว: โทคิ หมายถึงเวลา, กาลเวลา: โทกิอาโซบิ หมายถึงการท่องกาลเวลา

    คล้ายกับเรื่องเจ้าหญิงฮิเมรากิ กับไข่มุกแห่งภูผา (Himeragi Princess and The Pearl of Mountain) ที่คุณอ่าน