ยังไม่ได้ตรวจคำผิด
+++++++++++++++++++
ที่ดินของท่านตาและท่านยายมีเพียง60หมู่เท่านั้น ที่ดินมีน้อยเช่นนี้จะต้องทำให้เกิดประโยชน์มากที่สุด
ถึงแม้ครอบครัวจะไม่ได้ร่ำรวย แต่ก็มีความสุขมาก และก็ไม่้าสิ่งใดแล้วในชีวิตนี้
นางชอบวิถีชีวิตที่เป็แบบนี้ นี้คือสิ่งที่ปรารถนา ไม่ต้องร่ำรวย แต่ก็ไม่ได้ยากจนให้เป็ทุกข์
'ความรู้สึกแบบนี้หรือที่เรียกว่าครอบครัว นี่คือครอบครัวของข้า ครอบครัวของหยางมี่'
หยางมี่มองไปตรงที่ดินว่างเปล่าอย่างอึ้งๆ นางก็เพิ่งได้เห็นที่ดินเต็มๆ ตาก็วันนี้ เพราะก่อนหน้านี้มีหิมะปกคลุมและมีหมอกหนาแน่นทำให้นางไม่สามารถมองเห็นที่ดินตรงนี้ได้
หลังจากที่ไม่มีหิมะตกลงมา หิมะที่ทับถมกันก็เริ่มละลาย หมอกหนาก็เริ่มจางหาย ทำให้นางได้เห็นว่า ที่ดินข้างบ้านอีกฝั่งหนึ่งของท่านตานั้นสวยมาก เป็ทางลาดลงเขาไปเป็ขั้นๆ ทั้งยังมีแอ่งน้ำที่ค่อยๆ ไหลผ่านลงไป
'มิน่าล่ะ ท่านพ่อถึงบอกว่าอย่าเดินออกนอกเขตรั่วไม้ไผ่ข้างบ้าน'
"ท่านพ่อ ข้าก็เพิ่งรู้ว่าบ้านของเราตั้งอยู่บนเนินเขา ที่ดินของท่านตาก็เป็ที่เพาะปลูกขั้นบันได"
"ใช่แล้ว แคว้นตงเป็แคว้นใหญ่ก็จริง แต่ข้อเสียคือไม่มีพื้นที่ราบ เพราะแคว้นตงมีแตู่เา เมืองหรือหมู่บ้านต่างๆ ก็จะอาศัยอยู่ตามเนินเขาเหมือนหมู่บ้านของเรา "
"ถึงจะมีแตู่เา แต่ข้าชอบมากเ้าค่ะ ข้าเห็นเมฆลอยอยู่เหนือหัวของเราด้วย"
"ชอบก็ดีแล้ว อ่อ..พ่อก็ลืมบอกเ้าไป ตลาดจะเริ่มเปิดให้ขายของวันที่1เดือน2นะ เ้าจะเริ่มขายของวันนั้นเลยหรือไม่ แต่พ่อได้เช่าพื้นที่ให้แล้วล่ะ"
"ข้าจะขายเลยเ้าค่ะท่านพ่อ"
"ได้ๆ แต่พ่อไปช่วยเ้าไม่ได้ เพราะเราต้องจัดการเื่บ้านเสร็จสิ้น และหลังจากนั้น พ่อเองก็จะเริ่มเตรียมดินเพาะปลูกเองไว้ แล้วเ้าคิดหรือยังว่าจะปลูกอะไร"
"ข้าขอคิดดูก่อนเ้าค่ะ แต่ข้าก็อยากได้เมล็ดพันธุ์แปลกๆ ด้วย "
"แปลกๆ หรืออืม...เ้าต้องไปดูตามท่าเรือนะ มีเรือจากต่างแดนมาจอดขายของที่แคว้นตงเยอะมาก"
"ข้าไปแน่นอนเ้าค่ะท่านพ่อ แล้วที่ดินตรงนี้ท่านพ่ออยากปลูกอะไรหรือเ้าคะ"
"ที่ดินตรงนี้พ่อคิดว่าพ่อจะปลูกข้าว 30 หมู่ ปลูกผักขาย 25 หมู่ เลี้ยงสัตว์อีก 4 หมู่ อีก1หมู่พ่อจะเก็บเอาไว้สร้างที่พักคนงาน"
"ดีที่สุดเ้าค่ะ แต่ที่ดิน60หมู่ พวกเราจะทำกันไม่ไหวแน่นอน เราจ้างคนงานมาช่วยเราั้แ่เริ่มพลิกหน้าดินไม่ดีกกว่าหรือ "
"พ่อก็คิดเอาไว้แล้วละ...เมื่อจัดการบ้านและสร้างบ้านให้คนงานแล้ว พ่อจะหาซื้อทาสมาช่วยงานของเรา"
"ดีเ้าค่ะท่านพ่อ ว่าแต่ที่นี่มีทาสขายด้วยหรือเ้า"
"มีสิ..แต่มีทั้งถูกกฎหมายและผิดกฎหมายนะ แต่โรงค้าทาสผิดกฎหมายจะราคาถูกกว่า คนพวกนี้มักจะชอบขโมยเด็ก หรือบังคับให้ชาวบ้านที่ไม่มีหนทางมาเป็ทาส เวลาเ้าจะไปไหน เ้าต้องบอกพ่อหรือพี่ใหญ่ก่อนทุกครั้งเข้าใจหรือไม่ ไม่อย่างนั้นเ้าอาจจะไปเจอคนพวกนั้นแล้วถูกจับไปขายได้"
"ข้าเข้าใจแล้วเ้าค่ะท่านพ่อ"
"เฉินเอ๋อร์พ่อจะไปตลาดในเมือง เ้าอยู่กับท่านปู่ท่านย่านะ เดี๋ยวพ่อจะซื้อขนมมาให้"
"ขอรับท่านพ่อ ข้าอยากกินขนมหนวดัขอรับ"
"ได้ๆ พ่อจะซื้อมาให้เ้าเอง จางหลง เ้าหู่ ข้าฝากเ้าดูแลเฉินเอ๋อร์ด้วยนะ"
เมื่อหยางเจี้ยนพูดจบ จางหลงกับเ้าหู่ก็เดินเข้ามานั่งขนาบข้างหยางเฉินทันที
หยางเจี้ยนบังคับรถม้าไปซื้อของที่ตลาดใหญ่ในเมือง โดยมีหยางจื่อนั่งอยู่ข้างๆ ส่วนหยางมี่นั่งด้านในรถม้ากำลังคิดว่าจะซื้ออะไรบ้าง สิ่งที่ต้องซื้อมีหลายอย่าง เครื่องมือเพาะปลูก เครื่องมือสารพัดช่าง ข้าวสารอาหารแห้ง เครื่องปรุงต่างๆ
เมืองไห่เฟิงมีตลาดอยู่สองที่ ที่แรกคือตลาดใหญ่ตั้งอยู่ในเมืองติดกับทะเลและท่าเรือของชาวต่างแดน แห่งที่สองคือตลาดเล็กอยู่ตรงข้ามกับหอการค้าภูผามายาและท่าเรือน้ำจืด
หยางเจี้ยนนำรถม้าไปฝากที่ร้านรับฝาก หยางมี่จึงฝากรถม้าไว้กับองครักษ์ทั้งสอง
"หวังเฉา หม่าฮั่น เ้าเฝ้ารถม้านะ"
'อืม..ไปเถอะ'
หยางเจี้ยนเดินจูงมือหยางมี่เข้าไปในร้านเพื่อซื้อเครื่องมือปลูกผัก และเมล็ดพันธุ์ผักต่างๆ มาเก็บเอาไว้ก่อน
"ท่านจะรับอะไรดีขอรับ"
"ข้าเอาเครื่องมือเพาะปลูก3ชุด"
"จะรับแบบไม้หรือแบบหินเหล็กขอรับ"
"ข้าเอาแบบหินเหล็ก แล้วที่นี่มีเมล็ดผักอะไรบ้าง"
"มีผักกะหล่ำปลี กะหล่ำดอก คะน้า กวางตุ้ง ผักกาดขาว ผักบุ้ง ฝักทอง พริก แตงกวา หอมใหญ่ กระเทียม ไชเท้า ขึ้นฉ่าย กุยช่าย ปวยเล้ง ฟัก ผักกาดเขียว มีเพียงเท่านี้ขอรับ ส่วนเมล็ดผักต่างแดนยังไม่เข้ามาเลยขอรับ ต้องรอเรือเข้าเทียบท่าก่อน "
"แล้วมีต้นกล้าจากต่างแดนหรือไม่เ้าคะ"
"เออ..ร้านของเรารับมาขายหลายอย่างเลยขอรับ "
"ข้าขอดูได้หรือไม่เ้าค่ะ"
"ได้ขอรับ เพียงแต่ว่าต้นกล้าที่มีอยู่ตอนนี้มันปลูกไม่ได้แล้วขอรับ"
หยางมี่เดินตามคนงานไปด้านหลังร้าน นางหวังไว้ว่าจะมีผักที่นางอยากได้ เป็ผักที่อยู่ในภพก่อนของนาง
"ผักพวกนี้มาจากชนเผ่าชาวทมิฬนาฑูขอรับ ต้นพวกนี้มันไม่ค่อยทนกับอากาศหนาวเท่าไหร่นัก ต้องรอเรือของชาวทมิฬนาฑูเดินทางมาอีกครั้งตอนกลางเดือน 2ที่จะถึงนี้"
หยางมี่ดวงตาเป็ประกายทันที เนื่องจากสิ่งที่อยู่ตรงหน้าของนางเป็ผักที่นางอยากได้ถึงแม้ต้นมันตายแล้วแต่นางก็ดูออก มีต้นข่า ตะไคร้ กระชาย ต้นมะนาว ต้นพริกขี้หนู ต้นกะเพรา ต้นโหระพา
"ท่านพ่อ กลางเดือน2 ท่านพาข้ามาซื้อได้หรือไม่เ้าค่ะ"
"ได้..พ่อจะพาเ้ามา"
หยางเจี้ยนมองใบหน้าน้อยๆ ที่แสดงท่าทีออดอ้อนของลูกสาว เห็นเช่นนี้คนเป็พ่ออย่างข้าจะทนใจแข็งได้อยู่หรือ
"แล้วก็เมล็ดผักขายอย่างไร"
"เมล็ดผัก ชั่งละ20 อีแปะขอรับ"
"ข้าเอาเมล็ดผัก ทุกชนิดที่มีอย่างล่ะ1ชั่งนะ รวมกับเครื่องมือเพาะปลูกอีก3 ชุด"
"ขอรับๆ ข้าน้อยจะรีบจัดการให้"
คนงานต่างเร่งรีบจัดการตามที่หยางเจี้ยนสั่งทันที เวลาผ่านไปเพียงไม่นาน ทุกอย่างก็เสร็จสิ้น
"เครื่องมือเพาะปลูกแบบหินเหล็กจะแพงกว่าเดิม1เท่านะขอรับ ่นี้หินเหล็กขาดแคลนเป็อย่างมากเพราะทางการกว้านซื้อไปทำอาวุธ จากเดิมราคา 7 ตำลึงเงิน ตอนนี้ราคาเพิ่มเป็ 15 เงิน รวมทั้งหมด 48 ตำลึงเงินกับอีก40 อีแปะ ข้าคิดเพียง48ตำลึงเงินขอรับ"
"นี่เงินของเ้า"
"ขอบคุณมากขอรับ"
เขาไม่ได้แปลกใจเลยว่าทำไม่เครื่อมือเพราะปลูกถึงได้แพง เพราะในแคว้นตงหินเหล็กค่อนข้างหายาก เมื่อหาได้ทางการก็กว้านซื้อไปเก็บสะสมไว้ทำอาวุธ อาวุธหรือสิ่งของที่ทำจากเหล็กจึงมีราคาแพง
เมื่อหยางเจี้ยนจ่ายเงินเรียบร้อยแล้ว ก็ฝากของไว้กับร้านค้า ทางร้านจึงออกใบรายการสินค้ามาให้ เพื่อเวลามารับของ จะได้ไม่มีปัญหาหลังจากนั้นหยางเจี้ยนก็พาลูกไปร้ายขายข้าว
"พวกเ้าจะเข้าไปกับพ่อหรือไม่"
"ไปเ้าค่ะท่านพ่อ"
หยางเจี้ยนเข้ามาในร้านและได้เดินดูสินค้าต่างๆ เมื่อเห็นว่าราคาถูกลงแล้ว จึงตัดสินใจซื้อข้าวสารเพิ่มเติม
"ข้าเอาข้าวอย่างดี 30 ชั่ง แป้งมันเทศ 2 ชั่ง แป้งสาลี 4 ชั่ง เกลือ1ชั่ง พริงแห้ง 2 ชั่ง กระเทียมแห้ง2ชั่ง ซีอิ้ว 1 กระบอก น้ำส้มหมัก1กระบอก น้ำผึ้ง 1 กระบอก ข้าเอาแค่นี้ก่อน"
"ขอรับๆ รอสักครู่ขอรับ…"
คนงานสองคนก้มหัวให้หยางเจี้ยนอย่างนอบน้อม และรีบเข้าไปจัดสินค้าตามที่หยางเจี้ยนสั่งทันที
หยางมี่มองภายในร้านเพื่อดูว่าสมัยนี้มีเครื่องปรุงอะไรบ้าง
'อืม..คงยังไม่มีน้ำมันหอยสินะ เห้อ...สิ่งที่ชอบที่สุดคือน้ำมันหอย จะทำเองก็ไม่ได้เพราะทำไม่เป็ รู้แต่ว่าทำจากหอยนางรม'
"นายท่านตอนนี้ราคาน้ำผึ้งกับเกลือยังคงแพงอยู่นะขอรับ ทั้งหมด 26 ตำลึงเงิน 25 อีแปะขอรับ "
"นี่เงินของเ้า"
"ขอบคุณขอรับ"
อยางมี่หันไปเห็นบางสิ่งที่คุ้นเคยั้แ่อยู่ในภพชาติก่อนนั่นก็คือน้ำตาลปึก นางจึงสะกิดชายเสื้อขอท่านพ่อ
"ท่านพ่อๆ นั้นคืออะไรหรือเ้าคะ"
"หื้ม...อืม..พ่อก็ไม่แน่ใจนัก...พวกเ้านี่ใช่ก้อนหวานหรือไม่"
"ใช่ขอรับนี่เป็ก้อนหวาน"
"ราคาเท่าไหร่เ้าคะ"
"ชั่งละ 2 เงินขอรับ"
"แพงมากเลยเ้าค่ะ"
"ที่แพงเป็เพราะว่าก้อนหวานเป็สินค้าต่างแดนของชาวทมิฬนาฑูขอรับ พวกเขาบอกว่าทำค่อนข้างยาก"
"อ่อ..เป็เช่นนี้นี่เอง"
หยางมี่กอดอกพร้อมกับคิดว่าชาวทมิฬนาฑูหน้าตาเป็อย่างไร แล้วน้ำตาลปึกมันก็ทำไม่ยากเลย เพียงแต่มันหาวัตถุดิบยากและใช้เวลานานเท่านั้นเอง
'ถ้ามีต้นอ้อยก็คงจะดี'
"ข้าฝากของไว้กับที่ร้านก่อนนะ"
"ได้ขอรับ ท่านรอสักครู่ ข้าจะออกใบรายการสินค้าให้ เวลาท่านมารับของ ให้ยืนใบรายการนี้นะขอรับ"
"ท่านพ่อจะซื้ออะไรอีกหรือไม่ขอรับ"
"พ่อจะซื้อพวกถ้วย ตะเกียบ ไห ไม้กวาด แล้วก็ขนมหวานให้เฉินเอ๋อร์ เ้าอยากได้อะไรหรือไม่"
"ข้าอยากได้ธนูขอรับ"
"ได้ ..พ่อจะพาไปซื้อ"
หยางเจี้ยนพาลูกๆ ไปร้านขายเครื่องปั้น เพื่อจะซื้อพวกถ้วย กาน้ำชา จอกดื่มชา อุปกรณ์เครื่องครัวต่างๆ หลังจากนั้นก็พาไปร้านขายอาวุธ
"จื่อเอ๋อร์ลองเลือกดูนะ มี่เอ๋อร์เ้าอย่าเดินออกห่างจากพ่อนะ"
"เ้าค่ะท่านพ่อ"
หยางเจี้ยนและหยางจื่อเลือกซื้อธนูสำหรับผู้ใหญ่ กับลูกธนูหัวหินมา2กระบอก เมื่อเลือกซื้ออาวุธแล้ว ก็ถึงคราวของหยางมี่เลือกซื้อบ้าง
"เอาหนวดัสองกล่องเ้าค่ะ"
"สองกล่องเลยหรือมี่เอ๋อร์"
"เ้าค่ะ จะได้ไม่ต้องแย่งกับน้อง"
หยางมี่ยิ้มแฉ่งให้หยางเจี้ยนอย่างน่ารัก หยางเจี้ยนและหยางจื่อส่ายหน้าพร้อมกับอมยิ้มไปด้วย
หลังจากนั้นหยางเจี้ยนก็บังคับม้าไปตามร้านที่ซื้อของไว้ แล้วก็พากันกลับหมู่บ้านต้าซู่
"ท่านพ่อขอรับ มีใครมาหน้าบ้านของเรา"
"พ่อก็ไม่รู้เช่นกัน"
หยางมี่โผล่หน้าออกมานอกรถม้าเพื่อมาดูว่าใครที่มายืนอยู่หน้าบ้าน เมื่อรถม้าเข้าไปใกล้ นางก็ได้ยินกลุ่มพวกนั้นกำลังยืนต่อว่าท่านปู่ท่านย่าซ่งอยู่หน้าบ้านของนาง
"ท่านปู่ท่านย่ากำลังโดนคนพวกนั้นต่อว่าเ้าค่ะ!! มันจะล้ำเส้นกันเกินไปแล้ว!!"
"พ่อจัดการเอง"
หยางเจี้ยนรีบบังคับรถม้าไปที่บ้านของเขาอย่างรวดเร็ว เพราะเขาสังเกตสีหน้าของท่านป้าที่เริ่มจะแสยะยิ้มออกมา ถ้าท่านป้าซ่งเริ่มแสยะยิ้มออกมาเมื่อไหร่ พายุอารมณ์ของท่านป้าจะบังเกิดทันที
"พวกเ้ามันตัวหายนะ มาถึงหมู่บ้านของข้า พายุหิมะก็พัดกระหน่ำหมู่บ้านทันที "
"ใช่..พวกเ้าต้องชดใช้ให้พวกข้า!!"
+++++++++++++++++++
ขอบคุณค่า