ลงให้อ่านทุกวัน เวลา 18:00 น. เป็ต้นไป [ส่วน eBook มาวันที่ 13/06/68 ราคาเบา ๆ เพียง 59฿ เก็บเงินรอได้เลยนะคะ]
—————— ༻・ॐ・༺ ——————
บทที่ 1
แสงไฟเพดานสว่างจ้าแบบที่มองนาน ๆ แล้วปวดตา หักเหผ่านผิวกระจกทุกด้านในห้องปลอดเชื้อราวกับสะท้อนอากาศให้ยิ่งว่างเปล่า วินกระพริบตาเชื่องช้า ดวงตาเคลือบฝ้าจากพิษไข้ยังจับภาพไม่ชัด
กลิ่นบางอย่างลอยแตะปลายจมูก มันไม่ใช่กลิ่นโรงพยาบาลธรรมดา...แต่มีกลิ่นปรุงของฟีโรโมนบางเจือแอลกอฮอล์คล้ายกลิ่นยาชา กลิ่นแบบที่โอเมก้าหลายคนถูกบอกว่า ปลอดภัยและควบคุมได้ แต่สำหรับวิน มันทำให้กระเพาะหดตัวและหายใจติดขัด
เสียงเครื่องวัดชีพจรข้างเตียงส่งเสียงเตือนเป็จังหวะ ไฟสีฟ้าอ่อนกระพริบที่ข้อมือซ้าย สายพันธะชนิดใหม่เรืองแสงอยู่ราง ๆ
“คุณชวกร ธาดารัตน์” เสียงจากลำโพงเพดานไม่ติดอารมณ์ คล้ายระบบบันทึกเสียงอัตโนมัติของศูนย์ควบคุมพันธะ “คุณอยู่ในภาวะอ่อนแรงจากอาการฮีทขั้นรุนแรง ภายในระยะเวลา 48 ชั่วโมงล่าสุด...”
เขากะพริบตาช้า หัวหนักเหมือนโดนตะปูตอกลงกลางกะโหลก ลมหายใจร้อนรินผ่านปากแห้งผาก
“ถ้าคุณไม่ทำพันธะตามกฎหมายในครั้งนี้ คุณจะเสียสิทธิรักษาแบบฟรีทันที รวมถึงสิทธิเรียนต่อและทุนสนับสนุนทั้งหมดในนามโอเมก้ากลุ่มเฉพาะ”
กระดาษหนาเกรดกฎหมายวางอยู่บนโต๊ะเหล็กข้างเตียง มุมกระดาษคมกริบติดตราประทับสีเืหมึกหมอใบสัญญาพันธะ 365 วัน
และฝั่งตรงข้ามกระจกเงาที่สะท้อนกลับมาไม่ใช่เพียงตัวเขาเอง...แต่มีอัลฟ่าคนหนึ่งยืนอยู่นิ่ง ๆ
สูทเข้ารูปเรียบไร้รอยยับ ผมสีดำคมเสยเรียบเรียงคล้ายภาพบนโบรชัวร์บริษัท ธาวิน เศวตาธร ไม่ได้เอ่ยอะไร...มีเพียงแววตานิ่งสนิทที่จับจ้องมือเขาซึ่งยังค้างอยู่บนผ้าห่ม
“แม่ง...” เสียงแรกในรอบหลายชั่วโมงหลุดออกมาเบาเหมือนคนกำลังฝันร้าย วินเม้มปากแน่น มือข้างที่ยังพอมีแรงยกขึ้นมาพยายามจะดึงเข็มออกจากแขน แต่เพียงแตะเส้นพลาสติกก็โดนเบต้าหนึ่งในทีมแพทย์เบรกไว้ทันที
“คุณต้องพัก ร่างกายยังไม่พร้อมขยับแรง”
“จะให้ผม ‘พัก’ ในคอกพันธะที่ไม่ได้สมัครใจ?” เขาหัวเราะเบา ๆ แต่มันออกมาเหมือนเสียงหอบ ไร้แรงเสียดสีลำคอ
เบต้าคนเดิมปรายตามองผ่านแว่น ก่อนจะเอ่ยเรียบเรื่อย “คุณเกือบตายเพราะฮีทไม่สมบูรณ์ และโชคร้ายคุณไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธพันธะได้อีก ถ้ายังอยากมีชีวิตอยู่”
สายตาวินหันไปมองข้อมือ...ไฟบนสายเรืองจางแต่สม่ำเสมอ เขาอยากดึงมันออก อยากฉีกมันด้วยมือเปล่า ถ้ามือไม่หนักเหมือนตะกั่วแบบนี้
เสียงเครื่องกรองอากาศทำงานครืดหนึ่งก่อนมีเสียงปลดล็อกประตูด้านข้าง ธาเดินเข้ามาโดยไม่พูดอะไร
ฝีเท้าอัลฟ่าไม่ได้ดัง แต่ในความเงียบ มันหนักแน่นจนวินรู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของแรงดันอากาศในห้อง
ธาเดินมาหยุดฝั่งตรงข้ามโต๊ะ วางแฟ้มบาง ๆ ทับบนสัญญาแล้วพลิกหน้าเปิดไปหน้าสุดท้าย
ไม่มีเสียงข่ม ไม่มีถ้อยคำขู่ ไม่มีอะไรเลยนอกจากคำพูดเรียบเรียงของทีมเบต้าที่เหมือนเครื่องจักร
“คุณมีเวลาอีกสิบนาที”
“...แล้วจะเกิดอะไรขึ้นถ้าผมไม่เซ็น” เสียงวินแห้งจนแทบฟังไม่ออก แต่ยังตั้งใจจะพูด
“ถ้าคุณไม่เซ็น ระบบจะบันทึกว่าคุณ ‘ปฏิเสธการรักษาโดยสมัครใจ’ ครอบครัวคุณจะถูกเรียกค่าปรับฐานปล่อยโอเมก้าเข้าสู่ภาวะวิกฤติ โดยไม่เข้าระบบควบคุม และคุณจะไม่มีสิทธิ์สอบจบเทอมนี้”
วินหันหน้าช้า ๆ ไปทางธา ผู้ชายคนนั้นยังยืนนิ่ง ไม่แสดงอารมณ์ใด
“คุณเลือกได้” เบต้าคนเดิมเอ่ย “จะมีชีวิตในระบบ หรือเสี่ยงตายเพราะศักดิ์ศรีที่โลกนี้ไม่เคยให้น้ำหนัก”
ปลายปากกาวางอยู่พอดีตรงจุดเซ็น
วินเงียบ
ห้องทั้งห้องเงียบ
เขาเอื้อมมือช้า ๆ ทั้งที่รู้ว่าไม่มีแรงแล้ว รู้ว่าแค่ยกยังปวดั้แ่หัวไหล่จรดปลายนิ้ว...แต่มือที่เคลื่อนไปแตะปลายปากกากลับไม่ใช่แค่ของเขา
นิ้วเรียวยาวของอัลฟ่าตรงหน้าแตะลงบนปลายปากกาเดียวกันในวินาทีที่เขาจะหยิบขึ้น
ัันั้นเบา...แต่ราวกับกระตุกไฟฟ้าในอกให้วูบหนึ่ง
เขาเงยหน้าช้า ๆ สบดวงตานิ่งสงบของอีกฝ่ายที่ไม่ไหวเอนเลยแม้แต่นิด
“เซ็นสิ” ธาเอ่ยเบา เสียงราบเรียบ แต่กลับหนักแน่นกว่าเสียงใดในห้องนี้ “ไม่ใช่เพื่อผม แต่เพื่อตัวคุณเอง”
มือวินสั่น แต่ยังคงยกขึ้น
เขากดปลายปากกาลงบนกระดาษ พลังกำเข้าปลายนิ้วทุกหยดสุดท้าย
ปลายลายเซ็นแรกปรากฏบนใบพันธะ
ไม่มีเสียงปรบมือ ไม่มีแสดงความยินดี ไม่มีสิ่งใดนอกจากเสียงเบต้าที่พูดผ่านลำโพงอีกครั้ง
“ระบบพันธะเริ่มต้นแล้ว 365 วันนับจากนี้”
ในห้องปลอดเชื้อสีขาวสะอาด ธาเพียงพยักหน้า สายตาไม่แสดงอารมณ์ใดเลย ขณะที่นิ้วเขาถอนกลับจากหลังมือวินอย่างช้า ๆ
การแตะนั้นเบาเหมือนไม่เคยเกิดขึ้น
แต่ในอกวินกลับรู้สึกวูบหนึ่ง...เหมือนบางอย่างถูกฝังลึกลงไปโดยไม่ต้องพูดสักคำ
เสียงล้อเข็นลากครืดไปตามพื้นกระเบื้องเรียบ ด้านหลังคือกระจกสะท้อนเงาวินที่ถูกพันผ้าหนาแน่นรอบตัว ร่างกายอ่อนแรงหลังฮีทยังไม่หายสนิท ถูกพยุงให้นั่งตรงหลังในท่าที่ดูเหมือน เดินได้ แต่ความจริงคือยืนไม่ไหวด้วยซ้ำ
“มาถึงแล้วครับคุณวิน” เบต้าหนุ่มในชุดคลีนออฟฟิศกล่าวเสียงเบา ประตูลิฟต์ส่วนตัวเปิดออกตรงชั้นสูงสุดของคอนโดใจกลางเมืองเพนต์เฮาส์ส่วนตัวของทายาทเศวตาธร
กลิ่นฟีโรโมนที่ติดอยู่กับผนังทุกมุมห้องราวกับมีชีวิต มันไม่ฉุน ไม่แรง แต่นัวแน่นอย่างประหลาด อบอวลราวกลิ่นอุ่นจากหนังสือเก่า หนังสูทแพง และกาแฟเข้มที่ยังไม่จางหาย แม้ไม่มีใครพูด แต่วินรู้ทันทีว่า กลิ่นของชายคนนั้นอยู่ทุกที่
“ที่นี่ปลอดภัย ระบบฆ่าเชื้อทุกชั้นแยกจากลิฟต์ส่วนกลาง” เบต้ายังรายงานต่อ แต่เสียงนั้นค่อย ๆ เลือนหายไปในหัววินเหมือนเสียงใต้น้ำ เขายืนอยู่กลางห้องรับแขกเพดานสูงที่เปิดกระจกกว้างให้เห็นวิวตึกระฟ้ายามดึก แต่กลับรู้สึกเหมือนถูกขังในตู้ปลา
ไม่มีกลิ่นของเขาเลย...
มีแค่กลิ่นของอัลฟ่าของคนที่ผูกพันธะกับเขาโดยไม่ขอความยินยอม
เสียงประตูเลื่อนดังเบา ๆ ธาเดินเข้ามาโดยไม่พูดอะไร เสื้อเชิ้ตสีเทาเรียบไร้รอยยับ รองเท้าหนังดำสะท้อนแสงพรมที่สะอาดเกินเหตุ เขาแค่ปรายตามองวินนิดเดียว ก่อนเอ่ยเรียบ ๆ
“ผมจะไม่แตะนาย ถ้านายไม่ล้ม”
คำพูดนั้นไม่ใช่การให้สัญญา...แต่มันคือการตั้ง ‘เงื่อนไข’ ที่จงใจแนบเสียงเย็นเฉียบใส่ท้ายประโยค
“แล้วถ้าไม่ได้ล้ม แต่หายใจไม่ออกเพราะกลิ่นในห้องนี้ล่ะ?” วินถามเสียงแข็ง แทบไม่หันหน้าไปมอง
“ระบบปรับอากาศแยกฝั่งแล้ว กลิ่นผมอยู่แค่ในโซนนี้ นายเลือกอยู่ห้องไหนก็ได้”
“...แม้แต่ตรงข้างประตูทางออก?”
“นอกจากจุดนั้น”
ไม่มีเสียงหัวเราะ ไม่มีความประชดใด ๆ คำตอบของธาไม่มีแม้แต่ความเหน็บแนม มันคือความจริงอย่างซื่อตรงจนเจ็บหู วินไม่ตอบ เขาเดินลากกระเป๋าใบเดียวที่ติดมาด้วยฝืน ๆ เข้าไปยังห้องด้านใน แต่กลิ่นที่ลอยวนอยู่ทุกฝาผนังกลับไม่ลดลงเลยแม้แต่นิด
“อย่ามายุ่งกับเสื้อผ้าผม อย่าล้างกลิ่นผมออก” วินเอ่ยเสียงเรียบเมื่อเดินผ่านเขาในระยะไม่ถึงเมตร “อย่าจัดของ อย่าแตะโทรศัพท์ผม อย่าใช้กฎควบคุมเหมือนผมเป็โปรเจกต์ทดลอง”
“นายอยู่ภายใต้พันธะของผมตอนนี้”
“ไม่ใช่เพราะเลือก”
คำพูดนั้นฟาดตรงเข้ากลางอกธาโดยไม่ต้องะโ วินเดินหายไปด้านใน ปล่อยความเย็นเยียบไว้กลางห้อง
ธายืนนิ่ง สายตาจับจ้องที่ประตูห้องที่เพิ่งถูกปิดลงโดยไร้เสียงกระแทก แต่แรงที่กระชากประตูนั้นหนักแน่นพอจะส่งสัญญาณ ‘อย่าแม้แต่จะคิดเคาะ’
เขายกมือขึ้น...ราวจะเคาะเรียก
แต่กลับหยุดไว้แค่ปลายนิ้วแตะผิวไม้เย็นเฉียบ
“ผมจะไม่ล้ำเส้น” เขาพูดลอดประตูด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ
ด้านในเงียบกริบ
...แต่นานพอให้ธารู้ว่าคนด้านในยังยืนอยู่ตรงประตูเดียวกัน
ปลายนิ้ววินค้างอยู่บนลูกบิดเหมือนกำลังคิดจะหมุนกลับออกมา
...แต่ก็ไม่กล้า
ห้องกระจกสูงทอดยาว เสียงเมืองยามดึกยังดังลอดเข้ามาแ่เบา แต่ระหว่างพวกเขาสองคน แม้ไม่มีผนังเสียงกั้น ก็ยังรู้สึกเหมือนอยู่กันคนละซีกโลก
เสียงกลอนล็อกห้องนอนดัง ติ๊ก เบา วินหยุดมือที่แตะลูกบิด เขาเหลียวมองกระจกฝ้าเล็ก ๆ ข้างประตู ภาพแสงไฟลอดเข้ามาบางเบา ตึกทั้งหลังสงบเกินจริงในยามดึก
'ต้องลองคืนนี้...ไม่อย่างนั้นอาจไม่มีโอกาสอีก'
เขากดข้อมือซ้ายขึ้นใกล้ใบหน้า แสงจากบราเซอร์เรืองวาบชั่วครู่ ก่อนจะดับลงคล้ายเข้าสู่โหมดสลีป ระบบเงียบตามคำสั่งที่เขาเพิ่งแฮ็กผ่านปลอกข้อมูลเบื้องต้นในแท็บเล็ตเมื่อกลางวัน วินเดินย่องในชุดเสื้อยืดตัวบางกับกางเกงผ้าสีเข้ม พื้นเท้าเปล่าััเย็นของไม้ขัดมันยิ่งขับความตื่นตัวให้ลามท่วมสันหลัง
กล้องวงจรปิดตัวแรกอยู่หัวโถง เขารู้มันหมุนช้า มีจังหวะขยับทุกห้าวินาที วินกลั้นลมหายใจนับตามจังหวะ ก่อนเคลื่อนไหววูบเดียวลอดผ่านเส้นมุมกล้องอย่างเฉียดฉิว
ลิฟต์กระจกอยู่ไม่ไกลเป็จุดเดียวในตึกที่เชื่อมไปสู่ประตูหนีไฟได้โดยไม่ผ่านสแกนบัตรชั้นใน
...แต่รอยพันธะบนข้อมือกลับวูบวาบขึ้นมาเสียก่อน
“แค่ไม่ใช่ฟีโรโมน...ไม่ควรมีสัญญาณเตือน” เขากัดฟันแน่น ััแสบเร่าร้อนแล่นขึ้นจากรอยเชื่อมพันธะ ทำเอาหัวใจเต้นถี่แบบไม่ตั้งใจ
จังหวะที่เขาแตะแผงควบคุมลิฟต์เพื่อทดสอบพอร์ตเชื่อม กลับปรากฏเสียง ติ๊ด! ดังลั่นพร้อมแสงสีแดงสว่างวาบพรึ่บทั่วโถง
วินชะงัก นิ้วชาวาบกับเสียงแจ้งเตือนระบบ ออกนอกระยะปลอดภัย
“เวรเอ๊ย...” เขาคำรามในลำคอ หมุนตัวจะกลับเข้าไปในเงามืด แต่
เสียงฝีเท้าเรียบนิ่ง...มาจากด้านหลัง
แล้วเงาสูงกว่าก็แทรกกลางระหว่างเขากับประตูลิฟต์พอดิบพอดี
“ระบบจะปลุกบอดี้การ์ดภายในห้าวินาที” น้ำเสียงทุ้มต่ำดังขึ้นโดยไม่ต้องเห็นหน้า วินหยุดหายใจทันที
เขาจำเสียงนั้นได้แม้ในความมืด
“ถ้าไม่อยากให้ทั้งตึกแตกตื่น ก็ยืนนิ่ง ๆ” ธาพูดพร้อมเสียงติ๊ดจากมือถือที่เขายกขึ้นกดคำสั่งหนึ่ง ปลายนิ้วสแกนรหัสเฉพาะตัว
...เสียงเตือนดับในเสี้ยววินาทีเหมือนถูกกลืนหายไปในอากาศ
วินยังไม่ขยับ ดวงตาสบเงาแสงจากริมกระจก สะท้อนภาพแผ่นหลังธาที่ขวางเขาไว้เหมือนเป็กำแพงจริง ๆ
“คิดจะหนี?” น้ำเสียงไม่มีแววขุ่นเคือง แต่เย็นพอจะทำให้เสียวสันหลังได้ง่าย ๆ
“ผม...แค่สำรวจ” โอเมก้าหนุ่มพึมพำ น้ำเสียงอาจแข็ง แต่ปลายนิ้วเย็นเฉียบ
“คืนนี้เป็คืนแรกของสัญญา ผมไม่ชอบให้ใครเปิดเกมด้วยการโกง”
คำพูดนั้นไม่ต่างจากการประทับหมากลงบนกระดาน หยุดทุกแผนในหัวของวินไว้ทั้งหมด
ก่อนที่เขาจะเอ่ยอะไรตอบกลับ ร่างสูงก็ขยับเข้ามาใกล้อีกนิด
ปลายนิ้วแตะแ่ที่บ่าข้างหนึ่ง ไม่แรงพอจะถือว่า 'จับ' แต่ก็ไม่เบาพอจะไม่รู้สึก
“อย่าฆ่าตัวตายด้วยความดื้อรั้น” ธากระซิบเบาเหนือใบหู อุณหภูมิลมหายใจเขาอุ่นจัดขัดกับบรรยากาศโถงเย็นจัดรอบตัว
และมันพอจะทำให้หัวใจวิน...สั่นวูบได้แบบไม่ทันตั้งตัว
เขาไม่ตอบ มือแนบชิดลำตัว ร่างกายแข็งค้าง แต่ในอกเหมือนจะะเิ
ไม่ใช่เพราะคำพูดของอัลฟ่า...แต่เพราะน้ำเสียงนั้นไม่ได้ข่มขู่ มันมีอะไรบางอย่างที่เหมือนห่วง
หรือเขาอาจจะแค่คิดไปเอง เขาอาจกำลังอ่อนแอจนแปลทุกอย่างผิดไปหมด
สายตาทั้งคู่ไม่สบกันตรง ๆ แต่เมื่อเงาสะท้อนจากกระจกเผยภาพใบหน้าวินซีดลงทีละน้อย ธาก็ขยับตัวคล้ายจะเอื้อมมืออีกครั้ง
วินขยับหลบช้า ๆ ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เพราะ...ไม่อยากให้ใจเขาอ่อนกว่านี้
เสียงเครื่องปรับอากาศกระทบกระจก และไฟแดงที่ยังคงกระพริบเตือนในสายตาของเขา...ว่าต่อให้หาทางหนีเจอ
ตราบใดที่ยังอยู่ในตึกของธาเขาก็ไม่มีวันพ้นสายตาของอีกฝ่ายได้เลย