วันนี้เป็วันเปิดเทอมวันแรก...แต่ความรู้สึกมันค่อนข้างแตกต่าง จากเมื่อเทอมก่อนพอสมควร เพราะพริมาไม่ค่อยจะตื่นเต้นนักหล่อนเริ่มชินกับโรงเรียนใหม่แล้ว และแน่นอนขึ้น ม.3 พริมาได้อยู่ห้องเดิม สาวน้อยรู้ดีโดยไม่ต้องไปหาชื่อตัวเองให้วุ่นวายเพื่อนในห้องเองก็ไม่มีใครเปลี่ยนไปมากนัก แต่ที่หล่อนเสียใจคือ ยามาไปอยู่ห้อง 1ก็แน่ล่ะเพื่อนหล่อนเรียนเก่งระดับหัวกะทิ จะให้มาจมปลักอยู่กับเด็กห้อง 5ก็ดูจะแปลกไปหน่อย และดูเหมือนเ้าตัวจะรู้ตัว เพราะหล่อนเดินไปดูรายชื่อตัวเองที่ห้อง1 และยืนสบถเสียงดังอยู่หน้ากระดาน
“ฝากวางกระเป๋าไว้ก่อนนะ เดี๋ยวมา”ยามาเดินมาที่ห้อง 5 หล่อนเอากระเป๋าวางไว้ที่โต๊ะข้างๆ พริมาแล้วเดินออกไปรอบตัวดูวุ่นวายไปหมด เพราะตอนนี้เด็กทุกคนเดินตามหาห้องตัวเองและตามหาเพื่อนไปด้วย
“ยามาไม่ได้อยู่ห้องนี้แล้วนี่แล้วเธอนั่งกับใคร?” ศศิธรสาวหล่อเดินมาทัก ปีนี้หล่อนได้อยู่ห้อง 5และดูเหมือนเ้าตัวจะชอบใจอยู่ไม่น้อยทีเดียว
“ไม่รู้เหมือนกันฝากกระเป๋าไว้แล้วหายไปเลย” พริมาตอบพลางมองหาเพื่อนรักว่าเดินหายไปไหน ได้เวลาเข้าเรียนรอบห้องเริ่มสงบ เด็กส่วนใหญ่ หาชื่อและห้องเรียนของตัวเองเจอแล้วอาจารย์ที่ปรึกษาเข้าห้องแนะนำตัวพร้อมพูดคุยกับเด็กคร่าวๆในภาพรวมของการเรียนในปีนี้ ยามาเดินกลับมาแล้ว หล่อนหย่อนตัวนั่งลงข้างๆพริมา ใช้มือพัดอากาศไล่ความร้อน พริมาเห็นเพื่อนก็เดาได้ว่ายามาน่าจะรีบวิ่งมาจากที่ไหนสักแห่งแต่ตอนวิ่งกลับมานี้ดูผิดจากตอนวิ่งออกไปลิบลับ เพื่อนหล่อนดูสบายอกสบายใจเป็อย่างมากพริมาหันไปมองแต่ยังไม่ได้ถามอะไร เพราะอาจารย์กำลังพูดอยู่หน้าห้อง...ถ้าถามอะไรมากตอนนี้คงไม่เหมาะศศิธรที่นั่งอยู่ด้านหน้าก็หันมามองทำหน้าแปลกใจเช่นกัน
“เข้าห้องผิดรึเปล่า?ฉันเห็นชื่อแกอยู่ห้อง 1 นะ” ศศิธรอดไม่ได้ต้องถามให้หายสงสัย
“ไม่ผิดหรอก...เปลี่ยนแล้ว”ยามาแก้ให้ หล่อนยังคงยิ้มสบายใจเช่นเดิมเพื่อนในห้องบางคนก็เหมือนจะสังเกตเห็นเช่นกัน แต่เพียงแค่มองไม่ได้ถาม ส่วนอาจารย์ประจำชั้นนั้นไม่ได้ทักอะไรอาจเพราะเพิ่งเปิดเรียนวันแรก อาจารย์เองก็ยังไม่รู้จักนักเรียนในห้องมากนัก ทั้งหมดเลือกหัวหน้าห้องและแน่นนอนหัวหน้าห้องก็คือคนเดิม“มาริสา” นั่นเอง มาริสาก็ยังคงอยู่ห้อง 5 และยังรักษาตำแหน่ง หัวหน้าห้องไว้ได้เช่นเคยดูเหมือนมาริสาเองก็สังเกตเห็นยามาเช่นกัน หล่อนไม่ทิ้งความสงสัยให้หายไปตามนิสัย หัวหน้าห้องถามดังๆต่อหน้าเพื่อนๆ ทุกคน
“ยามา...เธอได้เลื่อนไปอยู่ห้อง1 นี่นา หรือเธอยังไม่รู้ว่าตัวเองไม่ได้อยู่ห้องเดิมแล้ว?”หลายคนไม่อยากให้ทัก เพราะพวกเขาเป็ลูกค้าลอกการบ้านยามาความจริงที่หลายคนจำได้ว่าใครย้ายออกหรือย้ายเข้าเพราะว่าห้อง 5 มีรายชื่อเปลี่ยนแปลงไม่มากนักส่วนใหญ่จะย้ายออก มีย้ายเข้ามาคนเดียวแค่ศศิธร พริมาไม่แน่ใจว่าศศิธรผลการเรียนแย่ลงจริง หรือว่าตั้งใจแย่ลงกันแน่?
“อยู่ห้องเดิมนี่แหละเดี๋ยว่บ่ายค่อยไปเอารายชื่อใหม่” ยามายืนยันพริมารู้สึกไม่ชอบมาพากลเพื่อนหล่อนหายไปไหนสักที่ พอกลับมาอีกทีก็บอกว่ารายชื่อเปลี่ยนแล้ว...หล่อนไปไหนมา? ยิ่งเห็นเพื่อนๆสงสัยยามายิ่งชอบใจ หล่อนไปเจรจากับ ผ.อ. เด็กหญิงไปร้องเรียนว่าหล่อนไม่ได้รับความเป็ธรรมหล่อนเพิ่งย้ายโรงเรียนมาและสภาพจิตใจไม่มั่นคงเพราะปัญหาทางบ้าน ตลอดเทอมที่ผ่านมาหล่อนได้รับการเยียวยาจากเพื่อนๆในห้อง จนอาการทางใจดีขึ้นมากแล้ว ผ.อ.จะใจร้ายย้ายให้หล่อนต้องไปปรับตัวปรับใจอีกได้อย่างไร เหตุใดถึงไม่ถามความสมัครใจก่อนขณะพูดหล่อนบีบน้ำตาไปด้วย(เื่น้ำตายามาสั่งได้)โดยยามาได้รับคำตอบจาก ผ.อ.ว่าหล่อนนั้นเรียนดียิ่งกว่า เด็กห้อง 1 บางคน การที่หล่อนไปอยู่ห้อง 1นั้นเหมาะสมแล้ว เด็กสาวจึงเถียงกับ ผ.อ.ถึงปัญหาการศึกษาไทยว่าการแบ่งห้องเรียนแยกตามเกรดแบบนี้เป็การไม่เคารพสิทธิและเสรีภาพของนักเรียนอย่างยิ่งเด็กทุกคนมีความฉลาดและความถนัดไม่เหมือนกันเด็กห้อง 5 บางคนอาจจะเก่งกว่าเด็กห้อง 1 ในบางวิชาด้วยซ้ำ การจะวัดกันแบบนี้มันง่ายเกินไป หล่อนรับไม่ได้และถ้า ผ.อ.ทำแบบนี้ หล่อนเสียใจและมันอาจจะส่งผลให้ผลการเรียนของหล่อนย่ำแย่หนักกว่าเดิมแทนที่จะเป็ผลดีอย่างที่คิดกลับเป็ผลเสียมากกว่า ยามายังสาธยายอีกยาวเกี่ยวกับระบบการศึกษาของไทยที่หล่อนไม่เข้าใจและคิดว่าโบราณคร่ำครึ เด็กหญิงถึงขึ้นขู่ว่าถ้าหล่อนเครียดอีก คราวนี้หล่อนจะโกนหัวอีกครั้งและจะโกนหน้าห้อง ผ.อ.
ผ.อ.ฟังหล่อนพูดอยู่ฝ่ายเดียว...เขาได้แต่อ้าปากพูดไม่ทันเด็กหญิงแม้แต่น้อย สุดท้ายตัดรำคาญเขาจึงอนุญาตให้หล่อนกลับไปอยู่ห้องเดิมได้แต่มีข้อแม้ว่าห้ามบอกใครเด็ดขาด เพราะไม่อย่างนั้นจะวุ่นวายมีคนมาร้องเรียนแบบหล่อนกันให้ยุ่งไปหมดยามาดีใจ หล่อนสัญญาว่าจะช่วยอาจารย์ผลักดันเพื่อนในห้องให้ทำคะแนนดีขึ้นกว่าเดิมจึงเป็อันว่าการเจราประสบความสำเร็จ เด็กหญิงวิ่งกลับไปเข้าห้องตามเดิมด้วยอารมณ์ที่ดีขึ้นกว่าตอนเข้ามาหลายเท่า
“อาจารย์ใส่รายชื่อผิดน่ะสิไม่มีอะไรหรอก” ยามาพูดไปยิ้มไป
“ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้วเกรดมันวัดคุณค่าของคนไม่ได้หรอก จะอยู่ห้องไหนก็สำคัญทั้งนั้นแหละแล้วปีนี้ห้อง 5 เราก็ต้องทำคะแนนให้ดีกว่าเดิมกันด้วยนะ จะได้ไม่น้อยหน้าห้องอื่นๆ”เพื่อนหลายคนเบ้ปาก...การจะตั้งใจเรียนไม่เคยอยู่ในความคิดพวกเขาเลยเรียนๆ เล่นๆ ผ่านมั่งไม่ผ่านมั่ง แบบนี้ก็สบายกันดีอยู่แล้วแต่ถ้าจะให้ถึงขนาดทำคะแนนให้ดีตีคู่หรือดีกว่าห้องอื่นๆ นั้น มันดูจะกดดันเกินไปผิดสโลแกนห้อง 5 แค่คิดก็เครียดแล้ว
“เอาน่าเดี๋ยวติวให้...ยามาซะอย่างรับรองผ่านทุกคน” หล่อนมองคร่าวๆส่วนใหญ่เพื่อนในห้องก็พวกเดิมๆ หล่อนรู้จักพวกเขาดีอยู่แล้วและรู้ว่าใครถนัดอะไรชอบอะไร เผลอๆ จะรู้มากกว่าอาจารย์ที่ปรึกษาเสียอีก
“ปีหน้าก็ ม.4 แล้วนะเผื่อใครอาจจะอยากไปเข้าโรงเรียนดังๆ ต้องรีบเตรียมตัวซะั้แ่ตอนนี้พวกเราอยู่ ม.3 ...โตๆ กันแล้ว คิดถึงอนาคตกันบ้าง” มาริสาเลิกคิ้ว หล่อนงง...ปกติยามาไม่เคยพูดจาเป็การเป็งานขนาดนี้...หล่อนนั่นแหละตัวอย่างของการเรียนๆเล่นๆ ของแท้ แต่โชคดีที่สมองดีเรียนนิดเดียวก็ทำได้ แต่มาคราวนี้พูดแปลก
“วู้! แกไปโดนตัวอะไรมาวะ?”ศศิธรที่นั่งฟังอยู่นานอดรนทนไม่ได้
“อุตส่าห์ตั้งใจจะมาอยู่ห้อง 5เผื่อจะเปลี่ยนบรรยากาศ สงสัยจะคิดผิด” สาวหล่อบ่นอุบ ศศิธรเป็ทอมสายเปย์ความจริงหล่อนหมายปองสาวๆ ห้องนี้ไว้หลายคน รวมถึงพริมาด้วยแต่หล่อนก็ชอบบรรยากาศของห้องนี้ด้วย ที่ถึงแม้จะอยู่ห้องท้ายๆแต่ความสัมพันธ์ของคนในห้องต่างหากที่น่าสนใจ ก็เลยตั้งใจลดเกรดตัวเองลงนิดหน่อยเพื่อจะได้มาอยู่ห้องที่หล่อนคิดแล้วว่าเหมาะกับไลฟ์สไตล์อย่างที่สุดเหลืออีกตั้งปี...ปีหน้าค่อยเลือกสายที่ถนัด ค่อยตั้งใจเรียนก็ถือว่ายังไม่สาย
ฝั่งมัธยมปลายแม้จะไม่ได้เปลี่ยนห้องเรียนเหมือนเด็กมัธยมต้น แต่ปีนี้ก็มีเื่ให้ฮือฮาไม่น้อยเหมือนกันมีเด็ก ม.5 ย้ายเข้ามาใหม่จากโรงเรียนดังในจังหวัดชลบุรี เป็เด็กเรียนดี...ผลคะแนนดีเยี่ยม! แต่แค่เรียนดีคงไม่ใช่ประเด็นที่จะสามารถเป็ที่สนใจได้เพราะเด็กเรียนดีที่โรงเรียนนี้ก็มีเยอะแยะ แต่เป็เพราะเด็กเรียนดีที่“หน้าตาดีมาก” ต่างหาก มันไม่ใช่จะหากันได้ง่ายๆที่จะมีนักเรียนที่เรียนดีด้วยและหน้าตาดีด้วย แต่นพคุณมีทั้งสองอย่างข่าวสารในยุคดิจิทัลสามารถส่งกันไปได้ไกลข้ามตึกในชั่วพริบตาไม่ใช่ดังแค่ตึกฝั่งมัธยมปลายเท่านั้นความหล่อของนพคุณดังไปไกลถึงฝั่งมัธยมต้นด้วย สายข่าวฝั่งมัธยมต้นคือชัยยศ ส่วนฝั่งมัธยมปลายคืออัปสรามินตรา...แน่นอนตอนนี้หล่อนได้เป้าหมายใหม่แล้ว! ชัยยศถึงขนาดไม่เป็อันเรียนเลยทีเดียวเขาติดต่อสายข่าวให้วุ่น (โชคดีที่เขารู้จักคนทุกชั้น) ตอนนี้เพจข่าวโรงเรียนที่ ชัยยศตั้งขึ้น...แน่นอนเขาเป็แอดมิน(เอาไว้รายงานข่าวด้วยขายของด้วย) และนักเรียนส่วนใหญ่ในโรงเรียนก็เป็สมาชิกเพจนี้และตอนนี้ลูกเพจชัยยศกำลังแข่งกันส่งรูปคนต้นข่าวกันให้วุ่นวายไปหมด...ใครได้ข่าวหรือรูปมากที่สุดคนนั้นเป็ฝ่ายชนะตอนที่ได้ยินข่าวนพคุณนั้น พริมาอยู่ในห้อง เป็ยามาที่เอารูปมาให้หล่อนดู แล้วถามว่าใช่พี่ชายต่างพ่อต่างแม่ของหล่อนที่ย้ายมาเรียนวันนี้หรือเปล่า?นี่ถ้าเพื่อนๆ ในห้องรู้ว่าหล่อนอยู่บ้านเดียวกันกับคนหล่อที่ตอนนี้กำลังจะเป็ขวัญใจสาวๆ...หล่อนคงจะทำตัวลำบากแค่ปีก่อนที่เวียนกันมาดูหน้า เพราะหลายคนไม่เคยเห็นลูกครึ่ง หล่อนก็อึดอัดจะแย่อยู่แล้ว มาเื่นี้อีกหล่อนคงรับไม่ไหว สาวน้อยไม่ชอบเป็จุดสนใจ
“อย่าเอะไปสิ ลูกแก้วี้เีตอบคำถาม”พริมากระซิบบอกยามา เพื่อนหล่อนก็เข้าใจ ยามาเพียงแค่พยักหน้าแล้วหันไปอ่านข่าวต่อ
“หน้าตาเหมือนคุณลุงเลยแฮะแต่ขาวกว่า...อืม! แล้วแต่คนชอบนะ แต่ปลาทูชอบเข้มๆ หน่อยแบบคุณลุงมากกว่า”ยามานั่งดูรูปนพคุณที่ตอนนี้มีไม่ต่ำกว่า 50 รูป และส่วนใหญ่ก็คงจะมาจากสาวๆในห้องเขานั่นแหละ ที่ส่งรูปลงในเพจเพราะตอนนี้เป็เวลาเข้าชั้นเรียนจะมีใครเข้าไปในห้องนั้นได้กัน
“ไอ้ยศคงจะอกแตกตายแล้วมั้งเป็แอดมินแต่วันนี้โดนแย่งพื้นที่ข่าวฮ่าๆ“ ศศิธรหันมาบอกปกติข่าวที่มีความเคลื่อนไหวในหน้าเพจนี้ จะเป็ชัยยศ ที่เป็คนเสนอข่าวทั้งสิ้นเขามักจะรู้ทุกอย่างก่อนทุกคนเสมอ
“แต่พี่เค้าหล่อดีนะนี่ขนาดฉันไม่ชอบผู้ชายยังว่าเขาหล่อเลย อยู่ห้องเด็กวิทย์ด้วยนิ เก่งด้วยหล่อด้วย” ไม่บ่อยนักที่ศศิธรจะชมผู้ชายหล่อขนาดยามา ยังหยุดอ่านข่าวในเพจหันมามองหน้าศศิธร
“อุ๊ต๊ะ! หรือทอมจะกลับใจวะ?” ยามาถามขึ้น
“ไม่ๆ ปลาทูแกอย่าหวังเลย ฉันเลือกทางนี้แล้วไม่มีทางกลับใจแน่นอน นี่ถ้าพี่เขามาจีบฉันก็ไม่สนหรอก อี๋!ขนลุก” ศศิธรรีบแก้โดยไว ลึกๆหล่อนยังระแวงยามาอยู่ เพราะตอนนี้ยังไม่แน่ใจว่ายามานั้นแท้จริงแล้วชอบทางไหนถ้ายามาเดินทางสายเดียวกับหล่อน...แน่นอนต้องเป็คู่แข่ง ไม่แน่...ยามาอาจจะคิดกำจัดคู่แข่งด้วยการสร้างข่าวรักๆใคร่ๆ ของศศิธรกับนพคุณ เพื่อทำลายเครดิตการเป็ทอมสายเปย์ของหล่อนหรือเปล่าทางที่ดีหล่อนต้องรีบออกตัวไว้ก่อน
“โอ้โห!!!” หลายเสียงประสานพร้อมกันในเสียงเ่าั้มีความรู้สึกปนๆ กัน ทั้งขำและหมั่นไส้
“ไอ้เก๋! แกไปเอาความมั่นใจมาจากไหนวะ ฮ่าๆๆๆ”ศุรากาญจน์ที่นั่งถัดไปขำยกใหญ่ หล่อนนึกภาพนพคุณตกหลุมรักทอมสายเปย์ที่เทใจทั้งดวงให้สาวๆ ถ้าเกิดขึ้นจริงจะน่าขำขนาดไหนเื่นี้ยิ่งกว่ารักสามเศร้าเสียอีก คงมีหลายเศร้าเลยทีเดียว
“อื้อ...อยากเป็ยอดชายที่ละลายใจทอมมั่งจัง”สุรวิทย์ที่นั่งฟังอยู่ก็ร่วมวงด้วย เขาไม่ค่อยชอบศศิธรนักเพราะปีก่อนพวกเขาแย่งกันจีบสาว คนเดียวกันสุดท้ายสาวเ้าก็เทหันไปคบเด็ก ปวช. โรงเรียนอาชีวะซอยถัดไป
“หุบปากไปเลยไอ้ต้น!” ศศิธรหันไปแหวใส่
“หยุดเธอให้หายเป็ทอม ฮิฮิ...เฮ้ย! ไอ้ต้นถ้าแกทำได้รับรองแกเป็ตำนานของโรงเรียนแน่นอนแกจะได้พื้นที่ข่าวบนเพจไอ้ยศไปอีกหลายเดือนเลยโอ้ย!” ศศิธรปาหนังสือใส่อนาทินและมันแม่นเหมือนจับวาง หนังสือทั้งเล่มกางอยู่บนหัวเขา ครูประจำวิชาเดินเข้ามาแล้วทั้งห้องจึงต้องหยุดการสนทนาทันที
“แหมๆ สาวๆวันนี้ตื่นเต้นกันใหญ่เลยนะ รุ่นพี่คนนั้นหล่อละซิขนาดครูยังเซฟรูปเก็บไว้ดูเล่นเลย” เด็กนักเรียนขำกันใหญ่พริมาคิด...ขนาดอาจารย์ยังเป็ลูกเพจชัยยศเลยหรือนี่พริมาเข้าไปดูในเพจของชัยยศมันมีชื่อว่า “เซลล์แมนแถลงไข”ชื่อนี้มันแยกความหมายออกได้สองทางคือเป็คนขายของด้วย และเป็คนที่ชี้แจ้ง ชี้แจงอธิบายให้กระจ่าง...ในเพจนี้มีคนกดถูกใจมากกว่า 500 คน เข้าไปดูแล้ว ส่วนใหญ่จะเป็เด็กนักเรียนโรงเรียนนี้รวมถึงอาจารย์ด้วยนี่ชัยยศถึงขั้นขายดะจิปาถะของแท้ เขาเข้าถึงกลุ่มคนทุกชนชั้นจริงๆ
เปิดเรียนวันแรกนพคุณก็ปวดหัวเลยเขาย้ายมาอยู่โรงเรียนนี้ ตอน ม.5โรงเรียนสารสินทร์เป็โรงเรียนใกล้บ้าน และเป็โรงเรียนดังในละแวกนี้เดิมทีถ้าเขาไม่ไปอยู่โรงเรียนประจำก็คิดอยู่แล้วว่าจะเรียนต่อที่นี่ และด้วยเกรดเฉลี่ยระดับนพคุณแล้วไม่ว่าจะอยากไปอยู่โรงเรียนไหนรับรองว่าโรงเรียนเ่าั้ต้องกางแขนรับอย่างแน่นอนแต่ที่เขาไม่ชอบใจคือความวุ่นวาย แม้จะเคยเจอกับตุ๊ดโรงเรียนชายล้วนมาแล้วแต่พอมาเจอสายตาเขินอาย ที่มองเขาไปทุกที่แบบนี้เล่นเอาอึดอัดอยู่เหมือนกันยังดีว่าเพื่อนในห้อง ส่วนใหญ่เป็เด็กเรียนอาจจะมีมองบ้าง แต่ก็ไม่เล่นใหญ่เท่าเด็กห้องอื่น
“เธอย้ายมาจากต่างจังหวัดเลยเหรอ?”แพรวพณิตเป็คนแรกที่ทัก นพคุณหล่อนนั่งอยู่หน้าห้องแถวเดียวกันกับเขา โชคดีที่ห้องนี้ถึงแม้จะมีแต่เด็กเก่ง แต่ก็ไม่ค่อยมีใครแย่งกันนั่งหน้านักแต่นพคุณชอบ เขาจะได้เห็นกระดานและอาจารย์ชัดเจนและที่สำคัญคนที่นั่งข้างหน้าไม่ชอบคุย...จะได้ไม่ทำให้เสียสมาธิ
“เปล่าหรอก บ้านเราก็อยู่แถวนี้แหละ”นพคุณตอบสั้นๆ แล้วหันกลับไปอ่านหนังสือต่อเขาไม่ชอบคุยกับผู้หญิง...บางทีพวกหล่อนก็ชอบคิดไปไกล เขาไม่อยากเจอปัญหา...และถ้าจะหนีปัญหาตัวเขาต้องชัดเจนแพรวพณิต มีสีหน้าแปลกใจเล็กน้อยเพราะผู้ชายส่วนใหญ่ชอบคุยกับหล่อน เพราะแพรวพณิตเป็ดาว ม.5 หล่อนสวยและเรียนเก่งปีที่แล้วหล่อนเรียนได้ที่ 3 ของชั้นปีส่วนดาว ม.6 คือวิกรเลขา ที่ปีนี้ก็จะได้สวยๆ เป็ปีสุดท้าย แต่หล่อน ยังมีเวลาสวยๆ ใสๆ อีก 2 ปี ส่วนดาว ม.4เพิ่งเปิดเทอม...ยังไม่เกิด จึงถือได้ว่า ปีนี้เป็ปีทองของหล่อนเลยก็ว่าได้ยิ่งถ้าได้เดือนมายืนเคียงคู่รับรองว่าจะส่งให้หล่อนมีชื่อเสียงได้มากเลยทีเดียวและแพรวพณิตเล็งเห็นแล้วว่าเดือนของ ม.5 น่าจะเป็นพคุณอย่างแน่นอนแต่ความจริงก็มีอีกคนที่เป็เดือน ม.4 ปีที่แล้ว...คเชนทร์คนนี้หล่อนไม่ชอบ เคยเข้าไปคุยด้วยแล้วเขาปากหมาเกินไป หล่อแต่ปากไม่ดีหล่อนไม่ชอบและที่สำคัญคเชนทร์ชอบมองหล่อนด้วยสายตารู้ทันตลอดเวลาเหมือนผีเห็นผีอย่างนั้นนั่นแหละแต่ปีนี้อยู่ๆ นพคุณก็ย้ายเข้ามา แพรวพณิตคิดว่า คงจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่และอาจจะมีการจัดลำดับใหม่แน่นอน ถ้าไอ้คเชนทร์ตกกระป๋องจริง...หล่อนอยากจะตามไปหัวเราะดังๆที่โต๊ะของเขาเหลือเกิน
่เวลาพักเที่ยงเป็่เวลาที่นักเรียนทุกชั้นจะได้มาเจอกันเพราะโรงอาหาร อยู่ตรงกลางระหว่างตึกมัธยมต้นและตึกมัธยมปลาย พวกเด็กนักเรียนที่เวลาปกติ อาจจะไม่ได้เจอกัน ก็จะได้มาเจอกันในเวลากลางวันพริมาเห็นนพคุณนั่งอยู่ คนเดียว...เขาไม่มีเพื่อนหรือเปล่า? แล้วเขาจะเป็ยังไงมั่งนะ? เด็กหญิงยืนมองเขา จากตรงนี้ ยามาเดินมาสมทบ เด็กหญิงมองตามสายตาของพริมา
“นั่นพี่ชายลูกแก้วนี่นาสงสัยยังไม่มีเพื่อน...จะเข้าไปทักหน่อยไหม?” ยามาเสนอ หล่อนเข้าใจดีเพราะปีที่แล้วหล่อนก็อยู่ในสถานการณ์เดียวกัน
“เอ่อ...” พริมาไม่รู้จะพูดอย่างไรยามาไม่เคยเจออิทธิฤทธิ์คุณชายใหญ่ เหมือนจะไม่รอฟังคำตอบ เพราะยามาลากมือพริมาเดินตรงไปยังที่นพคุณนั่งอยู่แล้วนพคุณเห็นพริมาเดินมาแต่ไกลความจริงเขาเห็นหล่อนตั้งนานแล้ว เพราะสาวน้อย ไม่เหมือนใครเขามองเห็นั้แ่พริมาเดินมาต่อแถวซื้ออาหาร จนหล่อนมองมาเห็นเขา(แต่เขาก็รีบทำเป็ไม่เห็น จะให้รู้ได้ยังไงว่าแอบดูอยู่) และตอนนี้หล่อนกำลังเดินตรงมาทางนี้ นพคุณกินข้าวอิ่มแล้ว และวันนี้ก็วุ่นวายมากเกินพอเขาไม่อยากเพิ่มปัญหา ถ้าพริมาเข้ามาอีกคนรับรองวุ่นวายไม่จบ...พวกผู้หญิงน่ารำคาญพริมาเดินมาถึง นพคุณก็ลุกขึ้นพอดี หล่อนทำหน้าแปลกใจเล็กน้อยเหมือนลังเลว่าเป็เพราะหล่อนเดินมาหรือเปล่า เขาถึงได้ลุกขึ้นนพคุณไม่ได้ทักหรือพูดอะไรกับพริมาเลยสักคำ...ไม่มองด้วยซ้ำเขาเดินผ่านไปอย่างรวดเร็ว ยามาหนักกว่าหล่อนยืนเงิบอ้าปากค้าง เพราะไม่เคยเจอกับพฤติกรรมของ นพคุณมาก่อน...แต่พริมาชินเสียแล้ว
“พี่แกจะรีบไปไหนวะ?” ยามายังเงิบไม่หาย
“ช่างเขาเถอะมาๆ กินข้าวกัน” พริมาดึงมือเพื่อนให้นั่งลง ยามาเป็คนฉลาด...ไม่ต้องเล่าอะไรสักพักหล่อนก็คงเข้าใจได้เอง กินข้าวเสร็จแล้ว พวกเขาไปนั่งเล่นใต้ต้นไม้ริมสนามเด็กนักเรียนส่วนใหญ่ก็วิ่งเล่นอยู่แถวนั้น พวกพริมามีที่นั่งประจำ วันนี้ยามานัดพวกห้อง5 ที่เกรดต่ำเตี้ยเรี่ยดินมาเจอกัน หล่อนรับปาก ผ.อ. ไว้แล้วก็ต้องทำให้ได้ พวกเพื่อนๆจึงจำเป็ต้องมารวมตัวกัน มาริสาที่ไม่ได้มีเกรดนิยมอันดับโหล่ ก็มาร่วมฟังด้วยความจริงยามาก็สงสัยอยู่เหมือนกันว่าระดับมาริสา...หล่อนฉลาด แต่ทำไมถึงได้มาอยู่ห้อง5 หรือหล่อนจะติดสินบนอาจารย์เหมือนกัน? พริมานั่งฟังยามาสวมิญญาอาจารย์แนะแนวเพื่อนๆจนเริ่มจะปวดหัว แค่เรียนในห้องหล่อนก็จะตายอยู่แล้ว นี่ยังต้องมาติวนอกห้องอีกแค่คิดก็จะหายใจไม่ออกแล้ว เด็กหญิงจึงปลีกตัวออกไปเข้าห้องน้ำระหว่างที่ยามาเผลอ
“ไปล้างหน้าซะหน่อยไม่ไหวง่วงเหลือเกิน” สาวน้อยล้างหน้าจนหัวเปียกไปหมด
“ค่อยยังชั่ว พักเที่ยงก็จะเรียนเดี๋ยวก็จะเรียนอีก ตายแน่ลูกแก้วเอ้ย!” พริมาเดินบ่นออกมาจากห้องน้ำ หล่อนต้องรีบกลับไปนั่งที่เดิมก่อนที่เพื่อนรักจะทันสังเกตระหว่างทางเดินกลับไปเด็กหญิงเห็นนพคุณนั่งอ่านหนังสืออยู่เสียงออดหมดเวลาพักเที่ยงดังขึ้นพอดี เขาเก็บหนังสือลุกขึ้น และกำลังจะเดินสวนมาเด็กหญิงหยุดชะงัก หล่อนไม่แน่ใจว่าจะเดินสวนไปทางนั้น หรือหลบเดินไปทางอื่นระหว่างที่สาวน้อยกำลังคิดอยู่นั้น นพคุณเดินมาถึงแล้ว เขาเดินผ่านไปและหยุดลงห่างไปเล็กน้อย
“อยู่โรงเรียนไม่ต้องมาทักไม่ต้องมารู้จักกัน” นพคุณพูดเสียงเบา พอให้ได้ยินกันแค่สองคนแล้วเขาก็เดินไปไม่หันมามองอีกเลย
“ห๊ะ?”พริมาพูดได้คำเดียว หล่อนยังคิดไม่ทันด้วยซ้ำ ว่าที่นพคุณพูดนั้น หมายความว่าอย่างไร?
“มาอยู่นี่เอง เผลอไม่ได้เลยนะ”ยามาเดินมา หลังออดดังก็วงแตก แต่ละคนแยกย้ายกันไปแต่หล่อนไม่เห็นพริมาเลยเดินออกมาตามหาเพื่อน แล้วก็เจอพริมายืนนิ่งเหมือนโดนสตัฟฟ์อยู่ตรงนี้
“ไปๆเข้าห้องได้แล้ว” ยามาเดินมาลากเพื่อน ยามาเห็นพริมาทำหน้าตา แปลกๆ ดูงงๆ สลดๆ ชอบกล...สงสัยจะมึนนี่แค่วางแผนติวหนังสือเองนะ ถ้าเริ่มติวจะมึนๆ งงๆ ขนาดไหนยัยลูกแก้ว
นพคุณเดินไปกลับห้องเรียน...เขาดูหงุดหงิดเล็กน้อยวันนี้เขาเจอยัยตัวปัญหาบ่อยเกินไปแล้ว เหมือนหล่อนเดินตามเขาไปทุกที่แค่พวกเด็กผู้หญิงที่ชอบมองเขา (เหมือนบางคนจะแอบถ่ายรูปด้วย)แค่นี้ก็น่ารำคาญพอแล้ว...พวกเด็กผู้หญิงน่ารำคาญจริงๆแล้วยัยตัวปัญหา...ตัวหล่อนเองก็เป็ปัญหากับตัวเองอยู่แล้วถ้าหล่อนเจอปัญหาจากภายนอกอีก เด็กนั่นไม่น่าจะรับมือได้...นี่เขาเป็ห่วงเด็กนั่นเหรอ?
“ไม่!” นพคุณเผลอพูดออกมาเสียงดังจนคนที่ยืนอยู่แถวนั้นหันมามอง ไม่จริงหรอก...เขาจะเป็ห่วงเด็กนั่นทำไมเขาแค่รำคาญไม่อยากให้หล่อนมายุ่งวุ่นวายกับเขาเท่านั้นเอง