“ไป! รีบไป” เทวัญพาทีมของเขาวิ่งหนีจากตำแหน่งของตะขาบั์ในทันที วินาทีที่มันปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับแรงกดดันนั้นเขาก็ตระหนักได้ถึงความอ่อนแอและเล็กจ้อยของตนเอง ความเชื่อมั่นและเย่อหยิ่งทั้งหมดที่มีล้วนแต่สูญหายไปจนหมดสิ้นเหลือเพียงความหวาดกลัวและสิ้นหวังเท่านั้น เพราะแบบนี้เขาจึงไม่ลังเลที่จะหนีมาตามคำสั่งของดรีม
ไอรีนเองก็ติดตามกลุ่มของพวกเขามาด้วย ไม่ใช่เพราะเธอคิดจะหลบหนีแต่เป็เพราะเธอจำเป็ต้องตามมาเพื่อส่งคนเหล่านี้ออกไปจากที่นี่
“นี่มันบ้าอะไรกัน” ในที่สุดพวกเขาก็พบกับรูอันว่างเปล่าที่มีความกว้างมากกว่าแปดร้อยเมตร ความกว้างระดับนี้ทำให้พวกเขามองเห็นพื้นดินฝั่งตรงข้ามห่างออกไปไกลลิบตา ขณะที่ด้านหน้าของพวกเขาก็คือหลุมลึกที่มองไม่เห็นก้นบึ้ง
ต่อให้เป็นักล่าระดับซิลเวอร์ พวกเขาก็ทำได้เพียงมองดูภาพเช่นนี้อย่างสิ้นหวังเท่านั้น ไม่มีใครสามารถะโผ่านระยะนี้ไปได้อย่างแน่นอนต่อให้พวกเขาแข็งแกร่งเพียงใดก็ตาม
“จบสิ้นแล้ว” รสิตาทิ้งตัวลงคุกเข่าและร้องไห้อยู่บนพื้นอย่างสิ้นหวัง ขณะที่คนอื่นๆก็ไม่ได้มีสีหน้าที่ดีกว่ากันนัก
ทว่าขณะที่พวกเขากำลังคร่ำครวญ พวกเขาก็รู้สึกได้ถึงสายลมอันรุนแรงสายหนึ่งที่ผลักร่างของพวกเขาลอยออกไปในอากาศ
ในวินาทีแรกพวกเขาคิดว่าตัวเองคงจะต้องตายภายในหลุมลึกอันมืดมิดนี้อย่างแน่นอน
ทว่าอึดใจต่อมาร่างของพวกเขาก็ลอยละลิ่วด้วยความเร็วอันน่าเหลือเชื่อและเมื่อรู้สึกตัวอีกทีพวกเขาก็ล้มกลิ้งอยู่บนพื้นดินฝั่งตรงข้าม
ท่ามกลางความสับสนของคนทั้งสี่
เมื่อมองกลับไปพวกเขาก็มองเห็นเพียงความว่างเปล่าเท่านั้น
ไอรีนไม่สนใจกลุ่มของเทวัญอีกหลังจากที่เธอลงทุนส่งพวกเขาบินไปอีกฝั่งด้วยยันต์เสริมกำลังกาย แม้ยันต์นี้จะเพิ่มพละกำลังให้เธออย่างมหาศาลแต่มันก็ทำให้ร่างกายของเธอได้รับผลสะท้อนกลับคืนมาบางส่วนเช่นกัน ในตอนนี้เธอยังต้องเก็บพลังเอาไว้เพื่อรับมือกับเ้าตะขาบั์ตัวนั้น
เธอย้อนกลับไปด้วยความเร็วสูงสุดและได้แต่หวังว่าดรีมจะสามารถยื้อเวลาเอาไว้ได้โดยไม่ถูกมันฆ่าตายไปเสียก่อน
ย้อนกลับมาระหว่างที่กลุ่มของเทวัญกำลังหลบหนี ดรีมหมุนควงขวานเล่มั์ของเธอพร้อมกับดีดร่างออกจากตำแหน่งเดิมเพื่อหลบการพุ่งชนของร่างอันใหญ่ั์ที่แสนดุร้ายตรงหน้า
แม้ร่างกายของมันจะใหญ่โตทว่าความเร็วของตะขาบั์นั้นกลับน่าสะพรึงกลัวเป็อย่างมาก หากถูกมันชนเข้าเพียงหนึ่งครั้งหรือถูกเขี้ยวอันแหลมคมบนใบหน้าของมันเข้า เกรงว่าร่างอันเล็กจ้อยของเธอคงถูกฉีกกระชากเป็เศษซากชิ้นเล็กน้อยในพริบตา
ดรีมที่ดีดตัวหลบการโจมตีของมันได้สำเร็จเหวี่ยงฟาดขวานเข้าใส่่ลำตัวของมันด้วยกำลังทั้งหมด ขวานของเธอสามารถตัดผ่าร่างของมอนสเตอร์ระดับ B ได้ในครั้งเดียวทว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าเกราะป้องกันของตะขาบั์พลังโจมตีของเธอกลับไม่สามารถแม้แต่จะฝากริ้วรอยเอาไว้บนเปลือกเกราะอันแข็งแกร่งของมัน
ดรีมไม่ได้แสดงท่าทางผิดหวังเพราะเธอคาดเดาเอาไว้อยู่แล้ว ข้อมูลของมอนสเตอร์ตัวนี้ได้ถูกนำมาวิเคราะห์และเผยแพร่นับั้แ่หายนะที่ยุโรปในปีนั้นและมันได้กลายเป็หนึ่งในมอนสเตอร์ที่มีความแข็งแกร่งทางกายภาพสูงที่สุดในโลก แม้เ้าตะขาบั์ตนนี้อาจจะไม่เหมือนกับบารอนตะขาบที่เคยปรากฏตัวขึ้น แต่ในแง่ของคุณสมบัติกายภาพมันก็ไม่น่าจะแตกต่างกันมากนัก
“ฟู่” หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึกขณะที่ขยับกายเปลี่ยนตำแหน่งของตนเองหลบการโจมตีของอีกฝ่ายอย่างต่อเนื่อง ขวานเล่มั์ถูกหมุนควงไปมาเพื่อสั่งสมกำลังก่อนที่เธอจะง้างแขนสุดเอื้อมและเหวี่ยงขว้างขวานั์ออกไปสุดกำลัง
Tomahawk!!
ขวานเล่มั์บินคว้างออกไปราวกับเหยี่ยวตัวหนึ่ง ใบขวานเปล่งประกายสีแดงจากความร้อนของการเสียดสีระหว่างคมขวานและอากาศ บารอนตะขาบที่มีร่างกายใหญ่โตนั้นเป็เป้าขนาดั์ ทว่าเมื่อมันััถึงการโจมตีที่อันตรายมันก็ยังสามารถขยับลำตัวอันใหญ่ั์นั้นเพื่อเบี่ยงหลบไปได้
อย่างไรก็ตาม มุมปากของดรีมนั้นขยับเป็รอยยิ้มและขวานที่ลอยอยู่กลางอากาศก็ได้หมุนโค้งกลับแล้วฟาดฟันลงบนลำตัวของบารอนตะขาบอย่างดุดัน
ตูม!
ดรีมยกมือขึ้นคว้าขวานที่ลอยกลับเข้ามาอยู่ในมือของตนเองพลางหรี่ตามองดูร่างของบารอนตะขาบที่กำลังดิ้นไปมาก่อนจะลอบถอนหายใจ แม้แต่สกิลโจมตีที่เธอภาคภูมิใจก็ยังทำได้แค่ฝากรอยยุบเอาไว้บนเกราะของมันได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
“ถ้าจะทำร้ายมันคงต้องโจมตีจากด้านในปากเท่านั้นจริงๆ” แม้จะรู้ถึงข้อเท็จจริงนี้แต่เธอก็ไม่สามารถทำมันได้สำเร็จโดยง่าย เพราะการจะโจมตีเข้าไปในปากของบารอนตะขาบหมายถึงว่าจะต้องมีใครบางคนช่วยตรึงร่างของอีกฝ่ายเอาไว้ไม่ให้ขยับหนี และถ้าหากไม่ระวังการพาตัวเองไปยืนอยู่ด้านหน้าของบารอนตะขาบก็ไม่ต่างจากการฆ่าตัวตายเลยแม้แต่น้อย
“ระวัง!” เสียงร้องเตือนทำให้ดรีมได้สติและรีบขยับฉีกตัวหลบจากจุดเดิม ทว่ามันก็ช้าเกินไปเล็กน้อย
ตูม!! “อึก” มองดูพื้นดินที่แปรสภาพกลายเป็หอกหนามทิ่มแทงขึ้นมาสีหน้าของดรีมนั้นแปรเปลี่ยนเป็ซีดขาวเพราะในข้อมูลของมอนสเตอร์บารอนตะขาบนั้น มันเป็เพียงมอนสเตอร์ที่มีพลังกายภาพอันแข็งแกร่งและมีพลังป้องกันที่ยากจะโจมตี แต่ข้อมูลนั้นระบุเอาไว้อย่างชัดเจนว่ามันไม่มีความสามารถในการโจมตีประเภทเวทมนตร์แบบนี้
อีกทั้งเวทมนตร์ของมันยังถูกใช้ออกมาโดยที่เธอไม่สามารถััได้เลยแม้แต่น้อย หากไม่ใช่เพราะเสียงเตือนนั้นเธอคงถูกหนามดินทิ่มทะลวงจนพรุนไปทั้งร่าง
ดรีมเหลือบมองดูขาซ้ายของตนเองที่มีาแจากการถูกหนามดินแทงทะลุผ่านไป แม้จะไม่ใช่าแร้ายแรงถึงชีวิตทว่ามันก็อันตรายอย่างมากในสถานการณ์ที่เธอต้องเผชิญหน้ากับมอนสเตอร์ระดับนี้
บารอนตะขาบไม่ปล่อยให้โอกาสของมันหลุดลอยไป เมื่อเห็นว่าเป้าหมายได้รับาเ็มันก็พุ่งเข้าหาหญิงสาวด้วยความเร็วสูงหมายจะใช้คมเขี้ยวฉีกร่างของอีกฝ่ายในทันที
“บ้าเอ้ย” ดรีมสบถและพยายามฝืนความเ็ปเพื่อขยับตัวหลบหนี ทว่าอาการาเ็ทำให้การเคลื่อนไหวของเธอทื่อลง และมันไม่มากพอที่จะพาตัวเองออกนอกระยะการโจมตีของหัวที่ใหญ่โตนั้นไปได้
“สำแดง!”
บึม! ก่อนที่หัวของบารอนตะขาบจะเข้าถึงตัวของหญิงสาว เสียงของหญิงสาวก็ดังขึ้นอีกครั้งพร้อมกับการะเิบริเวณข้างศีรษะของบารอนตะขาบทำให้หัวของมันสะบัดและพลาดโอกาสในการโจมตีไป
“ไม่ได้ผลจริงๆด้วย” ไอรีนเอ่ยเสียงเครียด การโจมตีของยันต์อัคคีนั้นยังอ่อนแอยิ่งกว่าการโจมตีของดรีมหลายเท่า แม้เธอจะใช้การผสานยันต์จนก่อเกิดเป็ะเิเพลิงแต่มันก็ทำได้แค่หยุดการโจมตีของบารอนตะขาบเอาไว้หนึ่งจังหวะเท่านั้น
“คุณไอรีน?” ดรีมที่คิดว่าตัวเองคงไม่สามารถหลบการโจมตีได้พ้นหันไปมองผู้ที่เข้ามาช่วยเหลือตนเองด้วยความประหลาดใจ แม้เธอจะรู้ว่าอีกฝ่ายนั้นไม่ธรรมดาแต่เธอก็ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะเลือกย้อนกลับมาช่วยเธอแบบนี้
“ฉันยังไม่พร้อมจะเปิดเผยสถานะของตัวเองสักเท่าไหร่ ดังนั้นรบกวนช่วยเก็บตัวตนของฉันเป็ความลับทีนะคะ” ด้วยเหตุผลบางอย่าง ไอรีนรู้สึกว่าดรีมนั้นมีบุคลิกคล้ายคลึงกับหนึ่งในศิษย์น้องของเธอที่เข้ากันได้ดีเป็พิเศษ ดังนั้นเธอจึงไม่ยอมปล่อยให้อีกฝ่ายถูกฆ่าตายที่นี่และตัดสินใจเปิดเผยพลังของตนเองต่อหน้าอีกฝ่ายอย่างไม่ลังเล
“ถ้าพวกเรารอดไปได้ละก็นะ” ดรีมหัวเราะอย่างหดหู่เมื่อเห็นได้ชัดว่าการโจมตีของไอรีนไม่ได้สร้างาแอะไรให้กับบารอนตะขาบ “กลุ่มของเทวัญละคะ?”
“ฉันส่งพวกเขาหนีไปแล้ว คิดว่าอีกไม่เกินสิบนาทีน่าจะไปถึงทางออกดันเจี้ยน” ไอรีนตอบกลับพลางลากตัวดรีมขยับหนีเพื่อถ่วงเวลา แม้บารอนตะขาบจะรวดเร็วแต่มันก็มีจุดอ่อนในแง่ของการเคลื่อนที่แบบสามมิติ
แน่นอนว่าไอรีนในตอนนี้ยังไม่สามารถใช้วิชาเซียนเพื่อโบยบินบนท้องฟ้าหรือแม้แต่การเหยียบกระบี่เพราะระดับพลังที่อ่อนแอลง ทว่าเธอก็ยังมีวิธีสำหรับใช้เคลื่อนที่แบบสามมิติรูปแบบอื่นเช่นกัน
“สำแดง” ยันต์ยี่สิบแผ่นถูกซัดขว้างปลิวว่อนออกไปทั่วทุกทิศทาง เมื่อพวกมันหยุดอยู่กลางอากาศมันก็เปล่งแสงและกลายเป็กระบี่ลมปราณลอยค้างอยู่บนท้องฟ้าเพื่อให้ไอรีนใช้พวกมันเป็แท่นเหยียบในการพุ่งทะยานไปมาอย่างอิสระ
“โอ้” ดรีมอุทานออกมาด้วยความตื่นเต้นและประหลาดใจเพราะนี่เป็ครั้งแรกที่เธอได้เห็นสกิลแบบนี้
แม้จะตื่นเต้นแต่เธอก็ยังเรียกสติของตนเองกลับมาและเอ่ยอย่างจริงจัง “ถ้ากลุ่มของเทวัญสามารถหนีออกจากดันเจี้ยนได้สำเร็จพวกเขาก็น่าจะติดต่อไปที่สมาคม แต่ฉันไม่แน่ใจว่าสมาคมจะกล้าส่งคนมาช่วยพวกเราหรือเปล่า”
พูดตามตรงมันมีความเป็ไปได้น้อยมากที่สมาคมจะส่งทีมเสริมลงมา แม้ว่าสมาคมนักล่าแห่งประเทศไทยจะมีขุมกำลังที่แข็งแกร่งอย่างหัวหน้าทีมปฏิบัติการณ์อยู่แต่ความแข็งแกร่งของพวกเขาก็อยู่ในระดับเดียวกับดรีมเท่านั้น อีกทั้งยังมีบุคลากรระดับนี้อยู่เพียงสี่คนในสมาคม และไม่ใช่ทุกคนที่อยู่ในเมืองหลวง ส่วนสมาชิกทีมปฏิบัติการณ์คนอื่นๆนั้นความแข็งแกร่งของพวกเขาไม่มากพอที่จะเผชิญหน้ากับมอนสเตอร์อย่างบารอนตะขาบอย่างแน่นอน
ในกรณีนี้มีความเป็ไปได้เพียงสองทางนั่นก็คือ สมาคมจะประกาศให้ดันเจี้ยนแห่งนี้กลายเป็พื้นที่ต้องห้ามและจับตาดูเพื่อระมัดระวังสถานการณ์ดันเจี้ยนเบรกต่อไป หรือไม่ก็ระดมขุมกำลังจากกิลด์เอกชนเพื่อจัดการกับบารอนตะขาบภายในดันเจี้ยน ซึ่งการจะทำเช่นนั้นย่อมต้องใช้เวลายาวนานในการติดต่อกับกิลด์เอกชนทั้งหลาย
ไม่ว่าจะเป็ทางไหนเธอก็รู้สึกว่าตนเองแทบไม่มีโอกาสหนีรอดออกจากที่นี่
“คุณไอรีน คุณหนีออกไปเถอะ ฉันจะยื้อเวลาเอาไว้ให้” ดรีมตัดสินใจเอ่ยขึ้นมา
“ถ้าฉันอยากหนีฉันคงหนีออกไปพร้อมกับพวกนั้นนานแล้ว” ไอรีนตอบกลับ “ตรงกันข้าม เธอนั่นแหละที่ต้องไป ฉันจะโยนเธอออกไปเหมือนกับพวกเขาแล้วดึงความสนใจเอาไว้ให้ เธอรีบหนีออกไปจากดันเจี้ยนนี้ให้เร็วที่สุดก็แล้วกัน”
“จะได้ยังไง” ดรีมอุทานออกมา
“อย่ามัวแต่พูดไร้สาระ ที่ฉันยังต้องอยู่ที่นี่ก็เพราะเธอ ถ้าเธอหนีไปได้แล้วฉันถึงจะสามารถหลบหนีตามไปได้ ดังนั้นจำไว้ให้ดี รีบหนีออกไปให้เร็วที่สุดซะ” ไอรีนเอ่ยอย่างเด็ดขาด
ทั้งที่อีกฝ่ายเป็หญิงสาวที่อายุน้อยกว่าแต่ดรีมกลับรู้สึกเหมือนอีกฝ่ายเป็พี่สาวที่เข้มงวดและมีเหตุผลทำให้เธอไม่สามารถโต้แย้งอะไรได้อีก เมื่อดูจากการเคลื่อนไหวของไอรีนที่สามารถหนีจากการไล่ล่าของบารอนตะขาบได้สบายกว่าเธอหลายเท่า เธอก็ตระหนักได้ว่าตอนนี้ตนเองเป็ตัวถ่วงอีกฝ่ายอยู่อย่างแท้จริง
“เข้าใจแล้ว ฉันจะรีบหนีไป คุณเองก็อย่าเสี่ยงอันตรายเกินไปนะ” เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่สร้างปัญหาและว่าง่ายไอรีนก็เผยรอยยิ้มอบอุ่นจริงใจออกมาเป็ครั้งแรก
เธอลากดรีมและบารอนตะขาบไปที่รอยแยกในทิศทางย้อนกลับสู่เกทดันเจี้ยน เมื่อมองเห็นรอยแยกที่ใหญ่โตนั้นดรีมก็ยิ่งตกตะลึงมากยิ่งขึ้นเพราะถ้าหากให้เธอหลบหนีด้วยตัวเอง เธอไม่มีทางข้ามผ่านรอยแยกั์นี้ไปได้อย่างแน่นอน
“อย่าเผลอกัดลิ้นละ” ไอรีนเอ่ยพร้อมกับเหวี่ยงร่างของดรีมลอยไปอีกฟากหนึ่ง โชคดีที่ดรีมนั้นเก็บขวานด้วยระบบของเธอั้แ่ตอนที่ถูกไอรีนหิ้วตัวไปมาดังนั้นน้ำหนักของเธอจึงไม่ได้มากมายอะไร หญิงสาวม้วนตัวลงบนพื้นอย่างสง่างามแม้จะาเ็ที่ขา เมื่อเทียบกับสภาพของพวกเทวัญแล้วยังถือว่าดูดีกว่าหลายเท่า
เมื่อบารอนตะขาบเห็นว่าเหยื่อของตนถูกเหวี่ยงข้ามไปอีกฝั่งมันก็กรีดร้องออกมาด้วยความโกรธ
“กะแล้วเชียว นั่นคือเป้าหมายของแกจริงๆสินะ” ไอรีนเอ่ยเสียงเย็น เธอไม่สามารถหลบหนีถ่วงเวลาได้อีกต่อไปเพราะเห็นได้ชัดว่าเป้าหมายของบารอนตะขาบก็คือดรีม บางทีมันอาจจะััได้ถึงพลังเวทมนตร์ที่แข็งแกร่งของหญิงสาวจึงได้เล็งเป้าที่เธออย่างหิวกระหาย
เพื่อยับยั้งไม่ให้อีกฝ่ายไล่ตามดรีมไป ไอรีนจึงถูกบังคับให้ต้องเผชิญหน้ากับบารอนตะขาบอย่างตรงไปตรงมา