!!!
" พะ พวกนาเดียร์เองหรอ " ข้าวหอมที่จู่ๆก็ต้องมาเจอนาเดียร์ กิ๊บ และกระปุก โดยไม่ตั้งตัว ก็แทบจะเปล่งเสียงไม่ออก ใครจะคิดกันว่าต้องมาเจอกันตรงนี้
" สวัสดีนะ แพร ข้าวหอม มะเฟือง " กระปุกที่เป็มิตรมากที่สุดในกลุ่มตอนนี้ทักทายแพรใส มะเฟือง และข้าวหอม เพื่อนสมัยมหาลัยที่ถึงแม้จะอยู่คนละกลุ่มแต่เธอก็ยังยากสนิทกับพวกแพรใสด้วยอยู่ดี (เห้อยังดีหน่อยที่ยังมีกระปุกที่รู้สึกว่าอยากทักมากกว่าอีก 2 ซะอีก )
" หวัดดี กระปุก "
" ไง ยังหยิ่งอยู่เหมือนเดิมเลยสินะมะเฟือง " นาเดียร์ที่ไม่ชอบมะเฟืองอยู่แล้วก็ได้พูดจิกกัดมะเฟืองทันทีที่เห็นหน้า มะเฟืองที่ยืนกอดอกก็พูดขึ้นมาว่า " ไม่ได้หยิ่ง แค่ไม่อยากทักแล้วก็ไม่อยากมองให้เสียสายตานะ อ่อ ยกเว้นกระปุกไว้คนหนึ่งนะ ส่วนอีก 2 คนก็ตามที่พูดนั่นแหละ "
" อ้าว อินี่ วอนตบสินะแกนะ " กิ๊บที่ได้ยินก็ถึงขั้นหัวเสียอยากจะไปหาเื่มะเฟืองขึ้นมา มะเฟืองที่ไม่กลัวอยู่แล้วก็ตั้งใจจะเดินเข้าใส่เหมือนกัน " " มาสิ!! เข้ามาเลย ถ้าแน่จริง แล้วอย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะว่าเมื่อกี้พวกแกตั้งใจเดินชนเพื่อนฉันอะ " ทั้งแพรใส ข้าวหอม และกระปุก ที่เห็นสถานการณ์เริ่มไม่ค่อยดี จึงช่วยกันแยกเพื่อนของตัวเองออกมา
" ชิ วันนี้ยัยอรไม่มาถือว่าเป็โชคดีของพวกเธอนะ " นาเดียร์พูดขึ้นมา
" ถึงยัยอรอะไรนั่นจะมาด้วยวันนี้ฉันก็ไม่กลัวอยู่ดีนั่นแหละ " มะเฟืองเป็คนแรงอยู่แล้วยิ่งกับพวกนาเดียร์ด้วย มะเฟืองไม่เคยไว้หน้าพวกเขาเลยสักครั้งนะสิ เรียกได้ว่าเจอหน้าทีไรแทบจะเปิดมวยกันทุกรอบ
" แกไม่กลัว แต่ก็ใช่ว่าเพื่อนแกไม่กลัวนี่ จริงมั้ยแพรใส " เมื่อสู้มะเฟืองไม่ได้นาเดียร์จึงเปลี่ยนเป้าหมายไปที่แพรใสแทน "แกหมายความว่างัย"
" ก็อย่างที่รู้ๆกันอยู่ แพรใสเป็แค่ลูกสาวคนใช้บ้านยัยอร ก็เท่าเป็แค่คนใช้เท่านั้น คงไม่กล้ามีปากเสียงกับเ้านายตัวเองหรอก จริงมั้ยแพรใส "
" มันจะมากเกินไปแล้วนะ ต้องพูดกันขนาดนี้เลยหรอ " ข้าวหอมที่ทนไม่ไหวกับคำพูดที่ชอบดูถูกคนอื่นของนาเดียร์ จึงพูดขึ้นมาทันที "แล้วฉันพูดผิดตรงไหนไม่ทราบในเมื่อมันเป็ความจริงนี่ ฉันจะบอกอะไรให้นะ เธอนะสู้ยัยอรไม่ได้หรอก แล้วก็ไม่ใช่แค่เธอแพรใส แต่เป็ เธอ แล้วก็ เธอ ที่สู้พวกเราไม่ได้เลย ทั้งฐานะแล้วก็หน้าตา หึ ดูพวกเธอสิแต่งตัวซอมซ่อ ทำงานตามบริษัท ในขณะที่พวกฉันมีเงินแถมจะซื้ออะไรก็ได้ อ่อ ไหนๆก็ได้เจอพวกเธอแล้ว ฉันก็ขอขิงเพื่อนฉันให้ฟังหน่อยแล้วกัน ตอนนี้พี่ภาคินกลับมาแล้ว แล้วก็อาจจะได้สมหวังกับพี่เขาก็ได้ อย่างว่านะ ทั้งฐานะ ทั้งหน้าตาแล้ว พวกเขาก็เหมาะสมกันอยู่ ในขณะที่อีกคนหนึ่งก็แต่มองเท่านั้นแหละ" นาเดียร์พูดร่ายยาวพร้อมกับมองแพรใสด้วยสายตาที่เหยียดหยามและดูถูกเป็ที่สุด หลังจากพูดจบนาเดียร์กับกิ๊บก็เดินไปทันทีทิ้งให้พวกแพรใสรู้สึกเจ็บใจกับคำพูดของนาเดียร์ที่ไม่อาจปฏิเสธได้ว่ามันคือความจริง กระปุกที่ยังยืนอยู่ รู้สึกไม่ดีเลยที่เพื่อนของเธอพูดแบบนั้นกับแพรใส จึงอยากขอโทษแพรใสกับเพื่อนแทนนาเดียร์แล้วก็กิ๊บ
"เราขอโทษแทนพวกเขาด้วยนะ เราไม่มีคำแก้ตัวที่จะมาบอกแทนพวกเขาได้หรอกนอกจากขอโทษ"
"เราไม่ถือสาหรอกกระปุก ปล่อยให้พวกเขาพูดไปเถอะ"
"เรารู้สึกไม่ดีจริงๆนะ 2 คนนั้นก็พูดแรงเกินไป"
"เอาเถอะยังไงยัยพวกนั้นก็ชอบดูถูกคนอื่นอยู่แล้ว แก้ยังไงก็ไม่หายหรอก เพราะงั้นถึงได้อยู่กลุ่มเดียวกับยัยอรได้งัย แต่เธอเนี่ยสิ กระปุก ไปสนิทสนมกับพวกนั้นได้ยังไงเนี่ย"
กระปุกได้แต่ยิ้มเล็กน้อยก็จริงอย่างที่มะเฟืองพูด ตัวของกระปุกนั้นนิสัยต่างกับ 3 คนนั้นอย่างมาก แล้วมาสนิทกันได้ยังไงก็ไม่รู้
"รีบตามพวกนั้นไปเถอะกระปุก เดี๋ยวก็โดนทิ้งหรอก"
" แล้วนี่พวกเธอจะไหนกันหรอ "
"พวกเราจะไปหาอะไรกินนะ นี่ก็สายแล้วเดี๋ยวจะเข้างาน่บ่ายช้า "
"อ่ะ เดี๋ยวสินึกขึ้นได้ว่าเราไม่มีช่องทางการติดต่อพวกเธอเลย ถ้าไม่เป็การรบกวนเราขอได้มั้ย กระปุกอยากจะสนิทกับพวกแพรใสมาั้แ่สมัยมหาลัยแล้วแต่ไม่มีโอกาสได้คุยจริงจังสักที" เธอจึงใช้โอกาสนี้ขอช่องทางติดต่อของทั้ง 3 คน เผื่อว่าจะสนิทกันบ้าง
" ได้สิ "
หลังจากที่ทั้ง แพรใส กระปุก ข้าวหอม และมะเฟือง แลกช่องทางติดต่อกันเป็ที่เรียบร้อยจึงแยกย้ายกัน
"หนอยแน่ หมั่นไส้ยัยนาเดียร์จริงๆ มีการมาพูดขิงเพื่อนตัวเองทำยังกะพี่ภาคินจะชอบเพื่อนนางจริงงั้นแหละ" มะเฟืองที่รู้สึกคันปากมาั้แ่เมื่อกี้แล้วก็ได้พูดออกมา ตัวเองเอาความมั่นใจมาจากไหนว่าภาคินจะชอบอรวรา ชิปเปอร์แบบเธอไม่ถูกใจสิ่งนี้อย่างแรง
"แต่ก็จริงไม่ใช่หรอมะเฟือง บางทีที่คุณนาเดียร์พูดก็ถูกนะ คุณอรกับพี่ภาคินนะเหมาะสมกันจริงๆนั่นแหละ" แพรใสที่รู้สึกว่าสิ่งที่นาเดียร์พูดนั้นเธอปฏิเสธไม่ได้สักข้อ อีกอย่าง ภาคินเองก็ไม่แสดงให้เห็นว่าเขาชอบเธอด้วยซ้ำ สิ่งที่เขาทำอยู่ทุกวันนี้ก็เหมือนเขาดูแลน้องสาวคนหนึ่งเท่านั้น อีกอย่างแพรใสก็ไม่อยากไปคิดไปเองว่าเขาจะมาชอบเธอได้
มะเฟืองกับข้าวหอมที่เห็นเพื่อนตัวเองพูดด้วยน้ำเสียงที่เศร้าสร้อยก็อดสงสารไม่ได้ พวกเธอไม่รู้จะพูดยังไงดี แต่ก็อยากจะบอกให้แพรใสสู้สักตั้ง ในสายตาของแพรใสอาจจะคิดว่าภาคินปฏิบัติกับเธอเหมือนพี่น้อง แต่ในสายตาของคนอื่น มันไม่ใช่งัยเล่า
ไม่ได้ๆ แพรใสจะคิดแบบนี้ไม่ได้แล้ว มะเฟืองจึงเอ่ยปากพูดเื่ที่สำคัญนี้กับแพรใส
"นี่แพรเลิกคิดแบบนั้นสักทีได้มั้ย อย่าเอาคำพูดของคนที่ไม่ชอบเรามาทำให้เราเสียศูนย์สิ ถึงฐานะจะต่างกันแต่เราก็เป็คนเหมือนกันนี่ แกได้ลองถามพี่ภาคินแล้วหรอว่าเขาชอบยัยอร แพร ความรู้สึกนะแค่คำว่าฐานะมันไม่สามารถห้ามความรู้สึกกันได้หรอกนะ ถ้าคนที่พี่เขาชอบคือแกล่ะ ในสายตาแกอาจจะดูไม่ออก แต่ในสายตาคนอื่นนะแค่มองจากดาวอังคารก็รู้แล้วว่าพี่เขาชอบใคร ถ้าเขาชอบอรจริงๆ เขาจะไม่มีทางปฏิบัติกับเธอแบบนี้หรอก แล้วการปฏิบัตติแบบนี้ก็ไม่ใช่พี่น้องแน่นอน ฉันมั่นใจว่าพี่ภาคินมองแก เป็ผู้หญิงคนหนึ่ง ไม่ใช่น้องสาว" คำพูดของมะเฟืองในวันนี้เหมือนจะทำให้แพรฉุกคิดและรู้สึกอยากสู้ขึ้นมาสักตั้ง บางทีมันอาจจะเป็อย่างที่มะเฟืองพูดก็ได้
ในขณะที่กำลังกลับบ้าน แพรใสนั้นก็ได้เอาคำพูดของมะเฟืองมาคิดอยู่ตลอดทาง
[ถึงฐานะจะต่างกันแต่เราก็เป็คนเหมือนกันนี่ แกได้ลองถามพี่ภาคินแล้วหรอว่าเขาชอบยัยอร แพร ความรู้สึกนะแค่คำว่าฐานะมันไม่สามารถห้ามความรู้สึกกันได้หรอกนะ ถ้าคนที่พี่เขาชอบคือแกล่ะ ในสายตาแกอาจจะดูไม่ออก แต่ในสายตาคนอื่นนะแค่มองจากดาวอังคารก็รู้แล้วว่าพี่เขาชอบใคร ถ้าเขาชอบอรจริงๆ เขาจะไม่มีทางปฏิบัติกับเธอแบบนี้หรอก แล้วการปฏิบัตติแบบนี้ก็ไม่ใช่พี่น้องแน่นอน ฉันมั่นใจว่าพี่ภาคินมองแก เป็ผู้หญิงคนหนึ่ง ไม่ใช่น้องสาว]
นั่นสินะ เรายังไม่เคยถามพี่เขาเลยนี่ ถ้ายังงั้นเราควรถามเขาคืนนี้เลยมั้ยนะ
แพรใสที่ตอนนี้เดินมาถึงหน้าบ้านของภาคิน เธอตั้งใจว่าจะถามเขาอย่างจริงจัง แต่พอมาถึงจริงๆเธอกลับไม่กล้าอย่างงั้น เธอกลัวว่าคำตอบที่เธอได้รับมันจะทำให้ไม่กล้าเจอหน้าเขาไปอีกนานนะสิ เธอจึงตัดสินใจเดินถอย หลังออกมาก่อนที่จะเข้าบ้านของตัวเอง
แพรใสที่กำลังจะเปิดประตูเข้าไป แต่มือของเธอกลับหยุดชะงัก ทำไมคนที่เธอมีคำถามที่อยากจะถามในตอนนี้ถึงมาอยู่ในบ้านได้ มันยิ่งทำให้เธอช๊อคมากไปกว่าเดิม เพราะภาพที่เห็น คือ ภาพที่ คุณอรกกำลังกอดกับพี่ภาคินแล้วหนำซ้ำพี่ภาคินกอดตอบคุณอรด้วย นี่เธอหมดหวังแล้วจริงๆใช่มั้ย