คำพูดของเซียวยู่หลงทำให้ร่างกายของเซียวเล่ยพลันสะท้านขึ้นมาทั้งร่างแก้วตาพลันหดเล็กลง ชายชรายืนนิ่งเซื่องซึมประดุจคนโง่เง่า
เมื่อเห็นรอยยิ้มชั่วร้ายของเซียวยู่หลง เซียวเล่ยจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าเสียงพึมพำในวันนั้น ต่อหน้าป้ายหลุมศพของเซียวยิงบุตรชายของตน…ล้วนถูกได้ยินโดยเซียวยู่หลง!
สิ่งที่เซียวยู่หลงพูดออกมาสร้างความแตกตื่นตระหนกแก่ฝูงชนขึ้นทันทีพวกมันล้วนปากอ้าตาค้างและเปลี่ยนเป็นจับจ้องไปยังเซียวเล่ย และเมื่อพวกมันเห็นสีหน้าของเซียวเล่ยความแตกตื่นในใจของพวกมันยิ่งเติบโตเป็นทวีคูณ เสียงซุบซิบพูดคุยยิ่งดังขึ้นเป็นเท่าตัว
เซียวเช่อถึงกับนิ่งตะลึงเมื่อชายหนุ่มสังเกตเห็นปฏิกิริยาของเซียวเล่ย ชายหนุ่มถึงกับยืนเซื่องซึมโง่งมอยู่กับที่ เซียวหลิงซีเองมีสีหน้าทื่อด้านจับจ้องมองไปยังเซียวเล่ยด้วยแววตาว่างเปล่า
“ยู่หลง! เรื่องนี้เป็นมายังไง!” เซียวหยุนไห่หน้านิ่วคิ้วขมวด
เซียวยู่หลงหันตัวไปด้านข้างพร้อมกล่าวอย่างนอบน้อม“สองสามวันก่อน เมื่อข้าไปที่สุสานในเขตภูเขาหลังเพื่อทำความเคารพบรรพชนข้ากลับบังเอิญพบพานผู้อาวุโสห้า ตอนนั้นผู้อาวุโสห้ายืนอยู่ต่อหน้าหลุมศพของบุตรชาย และพึมพำบางอย่าง…ทว่าข้ากลับได้ยินทั้งหมดอย่างชัดเจนเขากล่าวว่า…ที่จริงเซียวเช่อมิใช่บุตรชายตามสายเลือดของเซียวยิง!”
จากคำพูดของเซียวยู่หลงก่อนหน้าพร้อมทั้งปฏิกิริยาของเซียวเล่ยผู้คนล้วนสามารถคาดเดาความจริงได้หลายส่วน ทว่าในตอนนี้ เมื่อเซียวยู่หลงเล่าเรื่องราวทั้งหมดออกมาทุกผู้คนในบริเวณรู้สึกประดุจดังได้ยินสายฟ้าฟาด สมาชิกตระกูลเซียวล้วนแล้วแต่ตกตะลึงสำหรับผู้ซึ่งคุ้นเคยกับเซียวเล่ยเป็นอย่างดียิ่งเบิกสองตาโปนโตสีหน้าแววตาเต็มไปด้วยความรู้สึกไม่อยากเชื่อ
“…นี่…” เซียวหยุนไห่เองมีสีหน้าแตกตื่นตะลึงลานมันกล่าวออกมาอย่างเข้มงวดว่า “ยู่หลง!นี่คือเรื่องใหญ่ที่เกี่ยวพันวงศ์ตระกูลของเรา เจ้าไม่สามารถพูดเพ้อเจ้อได้!!”
เซียวยู่หลงตอบรับอย่างมั่นอกมั่นใจว่า“ผู้บุตรย่อมไม่โป้ปดในเรื่องคอขาดบาดตายเช่นนี้อย่างแน่นอนส่วนความจริงเป็นอย่างไรนั้น ไม่ใช่สามารถรู้ได้เมื่อท่านถามผู้อาวุโสห้าหรอกหรือ…ท่านผู้อาวุโสห้าข้าคาดเดาว่าท่านได้ยินทั้งหมดที่ข้าพูดอย่างชัดเจน หากท่านยังมีสติสมบูรณ์ดี และเซียวเช่อเป็นหลานชายในสายเลือดของท่านจริงๆเช่นนั้นท่านกล้าสาบานด้วยเกียรติของบุตรชายของท่านหรือไม่?”
สายตาของทุกผู้คนล้วนจับจ้องมองไปยังเซียวเล่ยชายชรายืนนิ่งแข็งค้างอยู่เช่นนั้น สีหน้ายิ่งมายิ่งขมฝาด เซียวเล่ยมิได้เอ่ยคำพูดใดแม้แต่คำเดียวเพื่ออธิบายเรื่องราวเหล่านี้…เซียวยิง บุตรชายของมันล้วนเป็นความภาคภูมิใจที่สุดในชีวิต แม้ว่าเซียวยิงจะลาโลกไป เซียวเล่ยย่อมไม่มีทางใช้เกียรติและศักดิ์ศรีของเซียวยิงมาเป็นเดิมพันได้อย่างแน่นอน
เซียวเช่ออ้าปากทว่าชายหนุ่มกลับไม่สามารถเอ่ยคำใดออกมาได้ ภายในอกของมันล้วนกลวงว่างเปล่าความรู้สึกที่ทั้งด้านชาทั้งหนักอึ้งชนิดหนึ่งแผ่ครอบคลุมไปทั่วร่างของเขาอย่างรวดเร็ว
“ท่านพ่อ เช่อน้อยจะไม่ใช่หลานชายแท้ๆ ของท่านได้อย่างไร…ท่านพ่อพูดอะไรบ้างสิ อธิบายให้พวกเขาฟังเร็วเข้า!!”เซียวหลิงซีเขย่ากายของเซียวเล่ยอย่างแรงนางตะโกนออกมาด้วยน้ำเสียงหวาดหวั่น
ทว่า แม้จะรอคอยเป็นเวลานาน เซียวเล่ยกลับไม่เอ่ยอันใดออกมาแม้แต่ครึ่งคำประดุจดัวมันได้กลับกลายเป็นรูปปั้นหินไปแล้ว สีหน้าของมันแปรเปลี่ยนเป็นอ่อนเปลี้ยเพลียแรงทันใดนั้นเอง มันพลันดูคล้ายอายุมากขึ้นอีกสิบปีในพริบตา
“ผู้อาวุโสห้า เรื่องนี้เป็นมาอย่างไร? ที่เซียวยู่หลงพูดล้วนเป็นความจริง?” เซียวหยุนไห่ถามอย่างร้อนรนสองคิ้วขมวดชิดกันแนบแน่น
เซียวเล่ยเงยหน้าขึ้นอย่างช้าๆพร้อมสูดลมหายใจลึก เซียวยู่หลงบีบบังคับให้มันสาบานด้วยเกียรติของเซียวยิง…นี่คือสิ่งที่ชายชราไม่อาจกระทำไม่ว่าจะด้วยเหตุใดดังนั้น ความลับที่มันได้เก็บซ่อนมาเป็นเวลาสิบหกปีได้ถูกลิขิตให้ได้รับการเปิดเผยจากวันนี้เป็นต้นไปมันเคยคาดว่ามันจะสามารถปิดบังความจริงนี้ไปได้จนตลอดชีวิตของมันจนกระทั่งมันตายจากไป ทว่ามันล้วนไม่คาดหมายว่าความลับนี้จะถูกเปิดเผยอย่างไร้ความปรานีภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ต่อหน้าผู้คนมากมาย
การแสดงออกของเซียวเล่ยล้วนเป็นการยอมรับทางอ้อม หาไม่แล้วชายชราคงให้คำสัตย์สาบานโดยไม่อ้อมค้อมเพื่อปิดปากเซียวยู่หลงไปแล้วทุกผู้คนในตระกูลล้วนตกตะลึงพรึงเพริด แม้แต่เซี่ยชิงเยว่เองยังนิ่งงันไปเซี่ยหงอี้ผู้ซึ่งยืนอยู่รอบนอกอย่างเงียบๆ มาโดยตลอดใบหน้าแปรเปลี่ยนเป็นตื่นตกใจ…เซียวเช่อไม่ใช่บุตรชายของเซียวยิง? นี่…จะเป็นไปได้อย่าง!!
“…ท่านปู่…”
เซียวเช่อเดินไปเบื้องหน้าเซียวเล่ยทุกย่างก้าวล้วนหนักอึ้งถึงที่สุดเมื่อชายหนุ่มจับจ้องไปยังใบหน้าที่ดูคล้ายแก่ลงไปในพริบตา เซียวเช่อรู้สึกประดุจดังเปลวเพลิงพลันแตกกระจายออกเผาผลาญในอกของตนชายหนุ่มพยายามสงบใจอย่างที่สุดและถามอย่างแผ่วเบาว่า“ท่านปู่…เรื่องนี้…เป็นความจริง?”
เซียวเล่ยก้มศีรษะลงพร้อมมองไปยังเซียวเช่อชายชราส่งยิ้มขมขื่นมายังชายหนุ่ม ในดวงตาฝ้าฟางปรากฏแววตาซับซ้อนที่เซียวเช่อไม่อาจเข้าใจได้อย่างชัดแจ้ง“แม้เจ้าจะไม่ใช่หลานชายในสายเลือด ทว่าหลายปีที่ผ่านมา ข้าถือว่าเจ้าเป็นดังหลานชายแท้ๆ ของข้าตลอดมา….”
หากความเงียบก่อนหน้าบ่งบอกถึงการยอมรับในการนี้ประโยคที่ถูกพูดออกมาล้วนนับเป็นการยืนยันที่ทุกผู้คนล้วนได้ยินอย่างชัดแจ้ง!
ทั่วทั้งตระกูลเซียวพลันเปลี่ยนเป็นสับสนวุ่นวายนับจากการอยู่ในตระกูลเซียวมาหลายปีแน่นอนว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าตกใจที่สุดที่เคยได้ยินมาอย่างไม่ต้องสงสัย
เซียวเช่อยืนนิ่งขึงสีหน้าตายด้าน ไม่มีคำพูดใดหลุดออกมาเป็นเวลานานประดุจดังชายหนุ่มได้สูญเสียจิตวิญญาณไป เซียวหลิงซีเองยืนเซื่องซึมโง่งม หญิงสาวสั่นศีรษะไม่หยุดยั้งวิ่งเข้าหาเซียวเล่ยพร้อมตะโกนอย่างแตกตื่น“ท่านพ่อ! ท่านพูดอะไรออกมา…เช่อน้อยเติบโตมาพร้อมกันกับข้าตั้งแต่ยังเยาว์เขาคือบุตรชายแท้ๆ ของพี่ชายข้าเซียวยิงเขาจะไม่ใช่หลานชายของท่านได้อย่างไร…ท่านล้อข้าเล่นใช่มั้ย…ใช่มั้ย?!”
มือข้างหนึ่งยื่นออกมาพร้อมยึดกุมมือของเซียวหลิงซีแนบแน่นชั่วเวลานี้ สีหน้าของเซียวเช่อพลันกลับสู่ปกติชายหนุ่มมองไปยังเซียวหลิงซีพร้อมทั้งสั่นศีรษะเบาๆเผยรอยยิ้มบางเบา “ไม่เป็นไร อาหญิงเล็ก ท่านปู่จะยังคงเป็นท่านปู่ของข้าตลอดไปท่านเองก็จะเป็นอาหญิงเล็กของข้าตลอดไปเช่นกันพวกเรายังคงเป็นครอบครัวที่สนิทสนมกันที่สุดนับจากนี้ไปมันไม่จำเป็นว่าเราต้องมีสายเลือดเดียวกันหรือไม่ความรู้สึกของพวกเราล้วนไม่มีทางเปลี่ยนแปลง…มันจะสำคัญอะไรหากข้าไม่ใช่ลูกชายผู้สืบสายเลือดที่แท้จริง?”
“เช่อน้อย…” ดวงตาของเซียวหลิงซีพลันพร่ามัวขึ้นมา
ขณะเดียวกันหมาบ้าอีกฝั่งหนึ่งซึ่งเพิ่งจะสามารถค้นพบ “จุดอ่อน” สำคัญของเซียวเช่อพลันเริ่มเห่าหอนอย่างบ้าคลั่ง
“ช่างน่าอับอายนัก! น่าอับอายจริงๆ!เจ้าเด็กน้อยที่ตระกูลเซียวเราเลี้ยงดูมานมนานกว่าสิบหกปีไม่ได้มีสายเลือดตระกูลเซียวทั้งยังเป็นเจ้าเด็กบัดซบที่มีสายเลือดของคนนอกโดยแท้…นี่เป็นเรื่องตลกที่สุดในประวัติศาสตร์ตระกูลเซียวเรา!”ผู้อาวุโสที่หนึ่งเซียวหลี่คำรามด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้น
“เซียวเล่ย!เจ้าพาเด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้านี่เข้ามาในตระกูลเราอย่างแท้จริงทั้งยังหลอกลวงให้พวกเราเลี้ยงดูมันมาตั้งสิบหกปีเต็ม!นี่เจ้า…เจ้าจะให้พวกเราด่าเจ้าว่าอะไรดี! เฮ้อ!” ผู้อาวุโสสามเซียวเจ๋อถอนใจหนัก
“เจ้ารู้ดีว่ามันเป็นเจ้าเด็กกำพร้าทว่าเจ้ายังคงเก็บเข้ามาในตระกูลเราทั้งยังให้มันเสพสุขในฐานะหลานชายของผู้อาวุโสของตระกูล! เซียวเล่ยเจ้าโป้ปดหลอกลวงเราทั้งตระกูลกว่าสิบหกปี หากมิใช่ว่ายู่หลงค้นพบได้โดยบังเอิญไม่แน่ว่าพวกเราอาจต้องถูกเจ้าปิดบังไปทั้งชีวิต ถึงตอนนั้นสายเลือดตระกูลเราล้วนถูกปะปนไปด้วยเลือดของคนนอก! เซียวเล่ย!เจ้ารู้มั้ยว่านี่มันเป็นบาปร้ายแรงแค่ไหน!” ผู้อาวุโสที่สี่เซียวเฉิงชี้นิ้วไปยังเซียวเล่ยใบหน้าแดงก่ำด้วยความร้อนรน
ผู้อาวุโสที่สองเซียวป๋อตะคอกเสียงดังว่า “ไม่น่าแปลกใจเลยทายาทตระกูลเซียวทุกคนล้วนมีพรสวรรค์ในระดับหนึ่งแต่กลับปรากฏเศษสวะเส้นชีพจรลมปราณพิการขึ้นมา! กลายเป็นว่าเจ้าสวะที่ตระกูลเซียวเลี้ยงดูมาสิบหกปีนี่เป็นไอ้ลูกไม่มีพ่อ!หากเรื่องราวนี้แพร่ออกไป ตระกูลเซียวเรามิกลายเป็นที่หัวเราะเยาะของทั้งเมืองเมฆาล่องหรอกรึ!”
ไม่เพียงผู้อาวุโสทั้งสี่ทว่าแม้แต่เหล่าสมาชิกวัยกลางคนเราทั้งผู้ร่วมงานที่อยู่ฝ่ายผู้อาวุโสทั้งสี่ล้วนออกมาด่าประณามเซียวเล่ยอย่างไร้เมตตาชั่วขณะนี้ เซียวเล่ยกลายเป็นเป้าหมายของคำพูดโจมตีทั้งหลายแหล่
“ผู้อาวุโสห้า…นี่…นี่…เฮ้อ!”หลังจากสีหน้าของเซียวหยุนไห่ผ่านการเปลี่ยนแปลงไปหลายรอบมันพลันทอดถอนหายใจยาวออกมา
“ฮิๆพวกเจ้าได้ให้ข้าเป็นพยานในการแสดงที่น่าตื่นตาตื่นใจเป็นที่สุด ตระกูลเซียวที่ได้ผ่านอุปสรรคนานากว่าจะแผ่ขยายได้อย่างทุกวันนี้ได้รับเอาไอ้ลูกสำส่อนจากไหนไม่รู้เข้ามาอยู่ในตระกูล! แม้แต่ข้ายังต้องรู้สึกอับอายแทนพวกเจ้า!”เซียวกวงหยุนเปิดปากสุ้มเสียงของมันล้วนแสดงออกถึงความไม่พอใจอย่างรุนแรงมันเหลือบตามองไปยังเซียวเช่อพร้อมทั้งกล่าวต่ออย่างกระตือรือร้น“วันนี้เป็นวันประชุมใหญ่ของตระกูลเซียว ผู้คนภายนอกที่ไม่ใช่คนของตระกูลเซียวล้วนไม่อาจเข้าร่วมคนนอกล้วนไม่อาจอยู่ที่นี่! ท่านผู้นำตระกูล ท่านยังจะรออะไรอีกไล่ไอ้ลูกสำส่อนนี่ออกไป จากวันนี้เป็นต้นไปมันไม่สมควรได้รับอนุญาตให้ก้าวเท้าแม้แต่ครึ่งก้าวเข้ามายังตระกูลเซียว!!”
“หะหา…นี่…”สีหน้าของเซียวหยุนไห่แสดงออกถึงการ“ไม่อาจหักใจ” อยู่บ้าง ทว่า มันเพียงลังเลชั่วขณะ เซียวหยุนไห่กัดฟัน หันหน้าเข้าหาเซียวเช่อพร้อมกล่าวว่า “เซียวเช่อผู้อาวุโสห้าได้ยอมรับแล้วว่าเจ้าไม่ใช่หลานชายที่แท้จริงเจ้าไม่ได้มีสายเลือดของตระกูลเรา…แม้ว่าตระกูลเซียวจะเลี้ยงดูเจ้ามาอย่างยากลำบากกว่าสิบหกปีทว่าในสิบหกปีนี้ เจ้าเองก็ไม่ทราบเช่นกัน หากเราจะเอาเรื่องอันใดกับเจ้าก็เพียงสามารถแสดงถึงความใจแคบของพวกเราเท่านั้น…เจ้าไปซะ…ไปจากตระกูลเราให้เร็วที่สุดจากนี้ไป เจ้าไม่มีความสัมพันธ์ใดกับตระกูลเซียว ทั้งไม่อนุญาตให้ก้าวเท้าเข้ามาในเขตตระกูลเซียวแม้เพียงครึ่งก้าว!”
สายตาทั้งหมดหันเหกลับมายังเซียวเช่ออีกครั้งทุกคนในที่นั้นต่างถอนหายใจอย่างเงียบๆ อย่างไรก็ตาม เซียวเช่อไม่มีแม้แต่ร่องรอยของการขอร้องอ้อนวอนหรือความเศร้าโศกเสียใจอันใดบนใบหน้าหลังจากได้ยินคำพูดของเซียวหยุนไห่ชายหนุ่มเพียงยิ้มบางเบาอย่างเหยียดหยัน “ท่านผู้นำตระกูลและผู้อาวุโสทั้งหลายไม่จำเป็นต้องกังวลใจในเมื่อข้าไม่ได้เป็นคนของตระกูลเซียว เช่นนั้นข้าจะไป…ยิ่งกว่านั้น…ข้าจะไปในทันที!”
ชายหนุ่มยืนอยู่ต่อหน้าเซียวเล่ยสองตาทอแววสั่นสะท้านชั่วครู่ จากนั้นจึงถามออกมาอย่างทันทีทันใด “ท่านปู่ข้ามิใช่หลานของท่าน เช่นนั้นใครคือบิดามารดาที่แท้จริงของข้า?”
เซียวเล่ยสังหรณ์ได้ตั้งแต่แรกว่าชายหนุ่มต้องถามคำถามนี้ชายชราหลับตาลงสั่นศีรษะ “ข้าไม่รู้ เซียวยิงนำเจ้ากลับมาจากภายนอก แม้แต่เขาก็ไม่รู้ว่าบิดามารดาที่แท้จริงของเจ้าคือใคร…”
“…” จากการสั่นศีรษะปฏิเสธของเซียวเล่ยประกอบกับแววตาทอประกายแปลกประหลาด เซียวเช่อรู้ได้ว่านี่มิใช่คำพูดจากใจจริงของชายชรา เซียวเล่ยต้องรู้ชาติกำเนิดของตนทว่าต่อหน้าผู้คนมากมาย ชายชราไม่สามารถพูดออกมาได้
ด้วยเสียงดังตึง เซียวเช่อคุกเข่าลงอย่างแรงต่อหน้าเซียวเล่ยพร้อมกล่าวด้วยใจจริงว่า “ท่านปู่แม้ว่าข้าจะไม่ใช่หลานชายที่แท้จริงของท่าน ทว่าสิบหกปีมานี้ท่านเลี้ยงดูข้ามาอย่างดียิ่งกว่าหลานชายแท้ๆ ของท่าน ท่านเลี้ยงดูข้า ให้การศึกษา ปกป้องข้าสูญเสียหยาดเหงื่อและเลือดเนื้อมากมายเพื่อข้าข้าคงไม่อาจทดแทนบุญคุณที่เลี้ยงดูสิบหกปีมานี้ข้ารู้สึกซาบซึ้งใจอย่างยิ่งที่ได้มีท่านปู่ที่รักเมตตาเช่นท่านแม้ว่าวันนี้จะเป็นวันที่ข้าได้รับรู้ว่าข้าไม่มีสายเลือดตระกูลเซียวทว่านี่ล้วนไม่นับเป็นอย่างไรได้ ท่านคือท่านปู่ของข้าและข้าคือหลานชายของท่านแม้ว่าท่านและข้าจะไม่ได้มีสัมพันธ์ทางสายเลือดทว่าข้าจะจดจำความรักความเมตตาของท่านไว้ในใจตลอดไป! หากท่านปู่ไม่ถือสาข้าจะขอเป็นหลานชายของท่านตลอดชีวิต!”
คำพูดเหล่านี้สร้างความสั่นสะเทือนในจิตใจของทุกผู้คนสองตาของเซียวเล่ยปรากฏประกายน้ำตาเมื่อชายชราผงกศีรษะรับอย่างหนักแน่นพร้อมกล่าวคำว่า“ดี” ด้วยเสียงสั่นเครือ มันก้าวเท้าออกไปเบื้องหน้าพร้อมยื่นสองมือออกไปเพื่อพยุงเซียวเช่อขึ้น
ทว่า เซียวเช่อหลบเลี่ยงสองมือนั้น ชายหนุ่มก้มตัวลงพร้อมโขกศีรษะอย่างแรงสามครั้งเพื่อคารวะต่อเซียวเล่ย
“ท่านปู่ อาหญิงเล็กไม่ว่าหลังจากข้าไปจะเกิดอะไรขึ้นข้าขอร้องให้ท่านทั้งสองจงปกป้องตัวเองอย่างระมัดระวังและดูแลสุขภาพตัวเองให้ดีๆ…”
เมื่อเซียวเช่อยืนหยัดขึ้นหน้าผากของชายหนุ่มล้วนถลอกปอกเปิก ทว่ารอยยิ้มบนใบหน้าของชายหนุ่มยังคงทั้งอ่อนโยนทั้งเยือกเย็นประดุจลมใบไม้ผลิชายหนุ่มหมุนตัวกลับหลังพร้อมเดินมุ่งหน้าออกไปทางประตูเขาไม่อยากจากไป…เนื่องเพราะอาหญิงเล็กและท่านปู่ล้วนอยู่ที่นี่ชายหนุ่มต้องการปกป้องพวกมันด้วยชีวิต…ทว่า เขาจำเป็นต้องไปไม่เช่นนั้นท่านปู่และอาหญิงเล็กอาจถูกลากเข้ามาในเรื่องวุ่นวายไร้ที่สิ้นสุดนี้ไม่ว่าเขาจะอยากไปหรือไม่ ชายหนุ่มยังคงต้องไปในท้ายที่สุด
“เช่อน้อย!”
เสียงสะอึกสะอื้นของเซียวหลิงซีดังมาให้ได้ยินจากทางเบื้องหลังฝีเท้าของเซียวเช่อชะลอเชื่องช้าหากทว่ายังคงไม่หยุดเดิน ชายหนุ่มไม่หันกลับหลังและเดินไปทางประตูโดยปราศจากความลังเลใจ…ไม่มีผู้ใดทราบว่าภายใต้ใบหน้าที่เยือกเย็นและสงบนิ่ง ถูกซุกซ่อนไว้ด้วยความโกรธมากมายมหาศาลความแค้น และเจตนาฆ่าฟัน…
เซียวเช่อทั้งสุขุมทั้งชาญฉลาดเหนือผู้คนทว่า มันไม่มีอำนาจ….เมื่อไม่มีอำนาจ มันล้วนไม่อาจตอบโต้อันใดมันไม่สามารถปกป้องท่านปู่และอาหญิงเล็กทั้งไม่มีแม้แต่ความเข้มแข็งที่จะขัดขวาง…มันไม่มีทางเลือกนอกจากถูกขับไล่จากไปเช่นนี้…
วันที่ชายหนุ่มเพิ่งเกิดใหม่วันนั้น เซียวเช่อได้ตัดสินใจที่จะแสวงหาพลังอำนาจและพลังอำนาจเป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกผู้ล้วนแสวงหาโดยสัญชาตญาณแต่แรกเริ่ม ณ ขณะนี้เปรียบเทียบกันวันแรกๆ ที่ถือกำเนิดใหม่ความกระหายในอำนาจของชายหนุ่มพุ่งทะยานเป็นร้อยเท่าถึงกับสามารถพูดว่าความกระหายอยากนี้เพิ่มพูนขึ้นมากกว่าพันเท่าเลยทีเดียว….
เซียวเช่อต้องการพลังอำนาจที่มากพอเพื่อจะปกป้องท่านปู่และอาหญิงเล็กเพื่อลบความอับอายที่ถูกเย้ยหยันและเพื่อทำให้ผู้คนที่เปิดเผยใบหน้าชั่วร้ายของพวกมันออกมาในวันนี้ต้องสำนึกเสียใจชายหนุ่มต้องการให้เซียวกวงหยุนต้องตายโดยไม่มีแม้แต่ชิ้นส่วนครบสมบูรณ์….และยังต้องการให้ตระกูลเซียวทั้งตระกูลต้องชดใช้อย่างสาสม!!
“ช่วยปกป้องท่านปู่และอาหญิงเล็กแทนข้าด้วย…ข้าขอร้อง…”
เมื่อก้าวเดินผ่านเซี่ยชิงเยว่ เซียวเช่อกล่าวด้วยเสียงแผ่วเบาที่มีเพียงนางสามารถได้ยิน
ชายหนุ่มผู้ซึ่งเต็มเปี่ยมไปด้วยปริศนาและความภาคภูมิทะนงเมื่อเซียวเช่อกล่าวคำนี้ในแววตาสะท้อนความรู้สึกวิงวอนร้องขออย่างอับจนปัญญา….อาจบางที ในชีวิตที่ผ่านมาชายหนุ่มล้วนไม่เคยปริปากขอร้องผู้ใด คำขอร้องของเซียวเช่อยิ่งบีบคั้นจิตใจผู้ฟังภายในใจของเซี่ยชิงเยว่สั่นสะท้านอย่างรุนแรงนางพลันรู้สึกอึดอัดจนแทบไม่อาจหายใจ….เซี่ยชิงเยว่ไม่สามารถทำอย่างไรได้นอกจากค่อยๆ ผงกศีรษะรับอย่างไม่ยินยอมพร้อมใจ