รัก ไม่ เล่น (KIDDING LOVE)

    รักไม่เล่น : EPISODE 03


    @18.00 น.
    เหลือบมองนาฬิกาแล้วถอนหายใจไร้คำพูดใด ๆ ที่จะสามารถแสดงความรู้สึกตอนนี้ได้ ฉันแค่รู้สึกเหนื่อย เหนื่อยอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ปกไม่ได้กลับมาอย่างที่เราสัญญากันไว้ โทรไปตามอยู่สองครั้งแต่เจ้าตัวกลับไม่ยอมรับสาย รอแล้ว รออีก สุดท้ายฉันก็ไม่ได้พานีโม่ไปว่ายน้ำ เจ้าตัวเล็กร้องงอแงจนผล็อยหลับไปอีกรอบ ฉันจึงแอบอุ้มเขาใส่รถและขับมาส่งพ่อแม่เขาที่บ้าน
    “พี่เก๋ จัดห้องไว้ให้แล้วนะ” พี่หลามเดินเข้ามาบอกพลางนั่งดูทีวีข้างๆฉัน
    “ขอบคุณค่ะ” ฉันเอ่ยบอก คืนนี้ตั้งใจจะนอนค้างที่บ้านพี่หลามเพราะไม่อยากกลับไปทะเลาะกับใครบางคนที่ไม่รักษาสัญญา จนป่านนี้เขายังไม่โทรกลับมาด้วยซ้ำ ไม่รู้ว่าทำอะไรอยู่
    " เอ่อ วาฬ ได้คุยกับแฟนเรื่องที่เราสอบชิงทุนไปเรียนต่ออังกฤษรึยัง"
    พอพี่หลามพูด ฉันก็พึ่งนึกขึ้นได้ว่าเมื่อสามเดือนก่อน ฉันไปสอบชิงทุนของสถานทูตอังกฤษที่พี่หลามทำงานอยู่ แม้ผลจะยังไม่ประกาศออกมาแต่ฉันก็แอบหวังเล็ก ๆว่าจะเห็นชื่อตัวเองอยู่บนบอร์ด
    “พี่หลาม” ไม่รู้จะเริ่มพูดกับพี่ชายตัวเองยังไงดีแต่ยังไงก็ต้องพูด
    "วาฬยังไม่ได้คุยกับปกเรื่องนี้เลยค่ะ อาจจะไม่ติดก็ได้" อันที่จริงก็ไม่ค่อยมั่นใจว่าตัวเองจะสอบติด คนเก่งก็เยอะ สมมติถ้าฉันสอบติดขึ้นมาจริง ๆ ฉันไม่แน่ใจว่าตัวเองจะไปหรือเปล่า
    " ถ้าเราสอบติดพี่ก็อยากให้เราไป เสียดายนะแค่สองปีเอง ตัดสินใจดี ๆ โอกาสไม่ได้มีมาบ่อยๆ คว้ามันไว้เถอะ ถ้าไม่อยากห่างกันก็ให้แฟนวาฬไปเรียนด้วยกันเลยสิ เรื่องเงินเขาไม่ติดขัดอยู่แล้วนี่” พี่หลามแนะนำอย่างเป็นห่วง เขารู้ดีว่าฉันรักปกมากขนาดไหน รักถึงขั้นยอมทิ้งทุกอย่างเพื่ออยู่ข้าง ๆเขา และเขาก็ห่วงอนาคตของฉันเช่นกัน
    “ถ้าสอบติดจริง ๆวาฬจะลองคุยกับปกดูนะคะ” ซึ่งพี่หลามเคารพทุกการตัดสินใจของฉัน
    ครืด ครืด
    ระหว่างที่นั่งคุยกับพี่หลามอยู่ ก็มีสายเข้ามาพอดี เมื่อเห็นว่าเป็นเบอร์ของปกฉันจึงทิ้งไว้ครู่หนึ่งเพื่อปรับอารมณ์ ก่อนจะหยิบมันขึ้นปลดล้อคเพื่อรับสาย ถึงเวลาต้องคุยกันแล้ว
    "..." ฉันนิ่งเงียบ กำลังรอให้ปลายสายเป็นฝ่ายพูดก่อน
    "ฮัลโหล น้องวาฬ" ทว่าเสียงที่ตอบกลับมานั้นไม่ใช่เสียงปกแต่เป็นเสียงเฮียเจ็ท
    "ค่ะ "
    "รับสักที วาฬมาโรงพยาบาลด่วนเลย" น้ำเสียงเข้มฟังดูหงุดหงิดและไม่สบอารมณ์ อาจเป็นเพราะฉันที่รับสายช้า
    "เกิดอะไรขึ้นคะ ทำไมวาฬต้องไปโรงพยาบาล" ฉันถามกลับอย่างงุนงง
    "ไอ้ปกขับรถล้มอ่ะดิ ขาเดี้ยงเข้าเฝือกอยู่โรงพยาบาล" สิ้นคำบอก โทรศัพท์ในมือก็แทบร่วงหล่นบนพื้น หัวใจพลันเต้นไม่เป็นจังหวะมือไม้สั่นไปหมด
    หลังจากพูดคุยกันพอรู้เรื่อง เฮียเจ็ทก็จัดการส่งโลเคชั่นมาทางแชท ฉันก็รีบขับรถออกไปหาทันทีฟังคร่าวๆคือ ปกลองขี่รถมอเตอร์ไซต์ที่พึ่งถอยมาใหม่ของเฮียเจ็ท แต่เพราะไม่ชินมือ เลยเสียหลักล้มแฉลบบนถนน โชคร้ายรถดันล้มทับขาข้างขวาของปก จนต้องหามส่งโรงพยาบาล
    ทันทีที่จอดรถเรียบร้อย ฉันก็รีบวิ่งไปยังตึกผู้ป่วย ยอมรับว่าห่วงเขามาก ห่วงมากจริงๆ ไม่อยากให้เจ็บแม้แต่นิดเดียว ความรู้สึกเดิมๆมันกลับเข้ามาในความทรงจำอีกครั้ง นับเป็นครั้งที่สองที่ปกเข้าโรงพยาบาล
    เมื่อกี้รีบขับรถรีบวิ่งขึ้นมาแบบไม่คิดอะไรเลยแต่พอมาถึงหน้าห้องฉันกลับไม่กล้าแม้แต่จะก้าวขาเข้าไปในด้านใน ยิ่งเห็นป้ายชื่อของเขาติดอยู่ตรงหน้าประตูยิ่งรู้สึกว่าตัวเองจะไม่ไหว ตั้งสติอยู่หลายครั้งกว่าที่มือจะกล้ายื่นออกไปจับลูกบิด
    แกร็ก!!
    ฉันค่อยๆเปิดเข้าไป ภายในห้องถูกเปิดไฟไว้จนสว่าง ได้ยินเสียงจากทีวีเปิดอยู่พลันสายตาฉันจึงหยุดที่เตียงนอน เขานอนราบอยู่บนเตียง ขาข้างหนึ่งเข้าเฝือกวางพาดและถูกคล้องด้วยผ้าในระดับที่สูงกว่าระดับตัว
    ทันทีที่เขาเห็นฉัน รอยยิ้มบางก็ยกขึ้นทันทีพลางกวักมือเรียกฉันให้เข้าไป
    "อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ ปกไม่ได้เจ็บอะไร" ถึงจะบอกแบบนั้นแต่น้ำตามันดันไหลอาบสองแก้ม ฉันไม่กล้ามองหน้าเขาด้วยซ้ำ
    "อย่าร้องนะครับ ปกไม่ได้เป็นอะไร" ยิ่งเขาพูด ฉันก็ยิ่งร้อง พยายามกลั้นไว้แต่มันก็ไม่ไหว สะอื้นหนักเลยทีนี้ คนป่วยก็ทำท่าจะลุกขึ้นมากอดอย่างทุลักทุเล จนฉันต้องจับตัวเขาไว้ไม่ให้ขยับ
    ปากยังคงบ่นเขาเพราะความเป็นห่วง
    "ดูแลให้ดีกว่านี้ไม่ได้หรือไง ปล่อยให้ตัวเองเจ็บแบบนี้อยากให้วาฬเจ็บด้วยใช่ไหม"
    “ปกขอโทษ ต่อไปจะดูแลตัวเองให้ดีกว่านี้” เขาเอ่ยบอกพลางส่งยิ้มปลอบใจกัน
    เจ็บขนาดนี้ยังยิ้มได้อีก พึ่งเห็นว่าแขนเขามีรอยถลอกด้วย
    "เจ็บมากเลยใช่ไหม ทำไมไม่รีบโทรหาวาฬ"
    "ปกสลบ พอรู้สึกตัวก็รีบให้ไอ้เจ็ทโทรหาเลย " พอเห็นเขาทำหน้ารู้สึกผิด ใจฉันก็อ่อนลงตามไปด้วย ไม่อยากจะดุเขาเลยสักนิด แต่คนเป็นแฟนเห็นคนที่รักเจ็บตัวแบบนี้แล้วตัวเองทำอะไรไม่ได้สักอย่าง มันก็พาลจะโมโหตัวเองให้ได้
    "ไม่ร้องนะครับ เดี๋ยวก็หาย" ฉันนี่มันไม่ได้เรื่องเลยจริง ๆ เขาเป็นคนเจ็บยังต้องมาปลอบคนขี้แยอย่างฉันอีก
    " หิวอะไรไหม กินข้าวรึยัง หมอให้ปกกินอะไรได้บ้าง" ฉันถามพลางเดินไปยังปลายเตียง อ่านป้ายเล็ก ๆที่ติดอยู่
    ‘อาหารอ่อน’
    “กินแล้วครับ” เขาตอบ พร้อมกับกวักมือให้ฉันเข้าไปใกล้
    “โชคดีที่เขาไม่ตัดขาออก" ฉันพูดติดตลกเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศดราม่าของเราสองคนเมื่อครู่ สายตากำลังอ่านข้อความบนเฝือก เดาว่าคงจะเป็นพวกเพื่อนๆที่เขียนฝากไว้ให้ ข้อความดีๆหายากทั้งนั้น หาคำสุภาพไม่เจอเลยเหอะ
    "หิวน้ำไหม กินผลไม้รึเปล่า ปวดตรงไหนบ้าง " ฉันรัวคำถามใส่ปกเป็นชุด คิดอะไรออกก็พูดออกไป คนตรงหน้าได้แต่ยิ้ม มองกันทำสายตาซึ้งเชียว
    "มานี่มา " เขาพยักหน้าเป็นเชิงเรียกให้ฉันเข้าไปหา ฉันจึงขยับเข้าไปนั่งข้างเขา แต่เขากลับดึงฉันเข้าไปกอด สภาพของเราตอนนี้คือ ฉันนอนเบียดเสียดกับเขาบนเตียงอันแสนจะแคบ คือถ้าเขยิบนิดนึง ไม่ฉันเขาที่ได้นอนไปกองอยู่บนพื้น
    "ปก ทำอะไรปล่อยวาฬนะ เดี๋ยวคนมาเห็น" ฉันตีที่อกเขาเบาๆ
    "ไม่มีใครเข้ามาหรอกครับ ขอกอดปลอบขวัญหน่อยได้มั้ย นึกว่าปกจะไม่ได้กอดวาฬแล้วซะอีก" เขาทำเสียงออดอ้อน พลางกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น ลมหายใจอุ่นรดอยู่บนหน้าผากเบาๆ สุดท้ายฉันก็ต้องยอมให้เขากอดเพราะตัวเองก็ อยากกอดเขาเหมือนกัน
    “ครั้งสุดท้ายแล้วนะ อย่าเป็นอะไรอีกเข้าใจไหม” หัวใจฉันมันรับไม่ไหว
    “ขอโทษนะ ทั้งที่สัญญากันแล้ว
    เช้าวันต่อมา
    หลังจากฉันได้คุยกับคุณหมอเจ้าของไข้ สรุปว่าปกต้องรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลประมาณหนึ่งอาทิตย์ และระหว่างนั้นต้องมีคนดูแลอย่างใกล้ชิด ซึ่งคนๆนั้นจะเป็นใครไม่ได้นอกจากฉัน ฉันต้องเป็นคนมาดูแลเขา เพราะครอบครัวปกอยู่ต่างประเทศกันหมด เขามีแค่ฉัน
    หลังจากเลิกเรียน ฉันก็ต้องรีบบึ่งรถมาหาปกที่โรงพยาบาลทุกวัน ปกเป็นคนป่วยที่โคตรเอาแต่ใจมาก เดี๋ยวก็อยากกินนู่น อยากกินนี่ใช้สารพัดจะเอ่ย นี่ยังสงสัยว่าเขาแกล้งกันรึเปล่า
    นายปกป้องเป็นคนป่วยที่เรื่องเยอะมาก
    "ดื้อแบบนี้ วาฬจะทิ้งให้ปกอยู่คนเดียวนะ" ฉันยืนกอดอกดุคนตัวโต ที่พยายามจะลุกจากเตียง บ่นอยากจะเดินไปนู่น ไปนี่ ทั้งที่หมอก็สั่งห้ามว่าให้นอนพักเฉยๆอย่าพึ่งเดินไปไหน
    "แต่ปกเบื่อ อยากกลับคอนโดแล้ว"คนตัวโตทำหน้าง้ำ งอแงเป็นเด็กไม่ยอมโต
    "รู้ว่าเบื่อ แต่ปกก็ต้องอดทน ขาเดี้ยงอยู่แบบนี้ จะให้เดินเหินอย่างคนปกติได้ไง " ฉันตวัดตามองขาที่ยังเข้าเฝือกอยู่
    "ได้ดิ " คนดื้อทำท่าจะลุก แต่ยังไม่ทันจะก้าวจากเตียงฉันก็หยิกไปที่แขนเขาหนึ่งที
    " โอ๊ย วาฬเจ็บ"
    "เจ็บสิดี จะได้ไม่ดื้อ" มันน่าหงุดหงิดซะจริง
    ฉันดันตัวเขาให้กลับไปนอนตามเดิม วินาทีแรกเขาขืนตัวเองไว้ ทำตัวแข็งไม่ยอมนอน ต้องแกล้งทำสายตาดุ เขาถึงยอมเชื่อฟัง จากนั้นคนป่วยก็ทำหน้าหงอย นอนตะแคงข้างหันหลังให้ฉันซะอย่างนั้น
    เฮ้อ บ่นเสร็จก็ต้องง้ออีก
    "อดทนนะคะ คนดี อีกเดี๋ยวก็หายแล้ว" ฉันบอกเขาเสียงเบาก่อนจะกดจูบลงที่หน้าผากเพื่อปลอบใจ
    “ปกอยากกลับคอนโดของเรา” เขาพูดพึมพำออกมา
    “อีกไม่กี่วันก็ได้กลับแล้ว อดทนอีกนิดนะ” ฉันเข้าใจว่าเขาคงเบื่อที่ต้องมานอนอยู่แบบนี้
    “ปกขอโทษนะ”
    “ขอโทษวาฬทำไม”
    “วาฬต้องมาเหนื่อยกับปก ทั้งที่ปกต้องเป็นคนดูแลวาฬ” ในที่สุดฉันก็เข้าใจว่าทำไมปกถึงงอแงอยากจะออกโรงพยาบาลหนักขนาดนี้ เป็นเพราะเขารู้สึกผิดกับฉันนั่นเอง แต่ฉันก็อยากบอกเขาว่าทุกสิ่งที่ฉันทำ ฉันเต็มใจ
    “อดทนนะคะคนเก่ง” ฉันหอมตรงแก้มซ้ายของเขาเพื่อให้กำลังใจ
    "วาฬทำแบบนี้ ใครจะอยากอยู่โรงพยาบาลกัน"
    "อ้าว วาฬทำไร"
    “อยากดูแลวาฬบ้าง” คำว่าดูแลของเขา คิดปกติไม่ได้เลย ดูสายตาเจ้าเล่ห์ของเขาสิ อ่านแค่แวบเดียวรู้หมดแล้ว
    " งอแงไม่เข้าเรื่อง" ถึงปากจะบ่น แต่ตัวเองก็เข้าไปกอดเขา หอมแก้มซ้ายขวา ก่อนจะเลื่อนไปจูบหน้าผากอีกหนึ่งรอบ พอหันมามองหน้ากัน คนตัวโตดูจะอารมณ์ดีขึ้นแล้ว ยิ้มแก้มปริเชียว
    "จูบด้วยดิ" บอกไม่พอยังทำปากจู๋อีก
    จุ๊บ!! ยอมให้วันนึง
    ยิ้มกริ่มเชียวนะ คนเจ้าเล่ห์
    "น่ารักแบบนี้ รอปกหายดี จะให้รางวัลเจ็ดวันเจ็ดคืนเลยคอยดู" ฉันตีมือไปที่แขนเขาหนึ่งที โทษฐานทำหน้าทะลึ่งใส่ หนำซ้ำยังพูดจาส่อไปทางนั้นอีก
    แกร้ก!!
    สวีทกันไม่เท่าไหร่ดูเหมือนคุณปกป้องจะมีคนมาเยี่ยมไข้ เป็นเฮียไวท์กับเฮียเจ็ทนั่นเอง ร่างสูงในชุดเสื้อช้อปวิศวะฉีกยิ้มทักทายมาตั้งแต่หน้าประตู ฉันยิ้มต้อนรับก่อนจะเดินอ้อมไปอยู่อีกฝั่งของเตียง
    "เป็นไงบ้างวะ"เฮียเจ็ทถามขึ้น พลางยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปใหญ่ กะจะเอาไปแกล้งอีกแล้วล่ะสิ
    "อย่างที่เห็น" ส่วนคนป่วยก็ยังกวนเหมือนเดิม
    "เออ หายเร็วๆ พวกกูเป็นห่วงแทบตาย นึกว่าต้องหาผัวใหม่ให้น้องวาฬซะแล้ว" คราวนี้เป็นเฮียไวท์ที่พูดขึ้น พลางขยิบตาให้ฉันหนึ่งที
    ฉันได้แต่ยิ้มแหย ไอ้แซวฉันก็เข้าใจอยู่หรอกนะ แต่เขินตรงที่เขาใช้คำว่า ผัว นี่แหละ คือทางพฤตินัยน่ะใช่ แต่ทางนิตินัย ยังไม่ใช่รึเปล่า
    แฟนก็พอมั้งพี่
    "ไอ้นี่ วอนโดนตีน " ส่วนแฟนฉันก็ซ่าซะเหลือเกิน
    "โฮะ ก่อนจะถีบกู มึงเอาเฝือกออกจากขามึงให้ได้ก่อนเถอะ" เฮียไวท์ยิ้มเยาะก่อกวนคนเจ็บอย่างไม่ยอมแพ้ ส่วนคนป่วยก็ดิ้นทำท่าจะยกขาขึ้นถีบ คนมองได้แต่ส่ายหน้า ไม่เจียมสังขาลตัวเองเลยแฟนฉัน
    แกร้ก!!
    ทันใดนั้นเสียงเปิดประตูดังขึ้นอีกครั้ง ดูเหมือนวันนี้คนเยี่ยมคงนัดกันมาหา แปลกใจเล็กน้อยที่เห็นเธอมาที่นี่ สาวร่างเล็กในชุดนักศึกษา ที่ฉันยังจำหน้าเธอได้ดี และหนึ่งหนุ่มที่เดินมาข้างกัน
    พีชและดัช
    "หวัดดีครับ เฮียไวท์ เฮียเจ็ท เฮียปก " ดัชวางตะกร้าผลไม้ไว้บนโต๊ะก่อนจะยกมือไหว้ทุกคน
    " หวัดดีเจ้วาฬด้วยฮะ" รวมทั้งฉันด้วย ตอนนี้เป็นเจ้ไปซะแล้ว ส่วนพีชเองก็ยกมือไหว้เช่นกัน
    "เป็นไงบ้างเฮีย" ดัชเข้ามาถามอาการและพูดคุยกับอีกสามหนุ่ม ส่วนพีชเธอเดินมาหยุดอยู่ข้างฉัน
    " พี่วาฬคงเหนื่อยแย่เลยนะคะ มาดูแลพี่ปกทุกวัน ไหนจะต้องไปเรียนอีก" เป็นครั้งแรกที่เธอพูดกับฉัน ทว่าสายตาเธอมองไปยังเตียงคนป่วยนู่น ทั้งที่มีแฟนมาด้วยขนาดนี้
    "ก็เหนื่อยบ้างค่ะ แต่ยังไหว "
    "งั้น ถ้าวันไหนพี่วาฬเหนื่อย ให้พีชมาช่วยดูแลไหมคะ"ฉันเลิกคิ้วมองเธออย่างไม่เข้าใจ อะไรคือทำหน้ายิ้มระรื่นขนาดนั้น แถมยังอาสาจะมาดูแลแฟนคนอื่นอีก พยายามจะไม่คิดแล้วนะ ยังทำให้คิดอยู่ได้
    ปกยังไม่ได้เคลียร์อีกเหรอ
    "ไม่เป็นไรค่ะ แฟนพี่ พี่ดูแลเอง รบกวนคนอื่นเปล่าๆ" ฉันส่งยิ้มเย็นให้
    "พี่วาฬไม่ต้องเกรงใจหรอกค่ะ เราคนกันเองทั้งนั้น" ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้ใสซื่ออย่างที่คิด ฮึ คนกันเองอย่างนั้นเหรอ ฉันตวัดตามองเธออย่างจงใจ
    "หืม น้องหมายความว่ายังไงคะ" ฉันเริ่มควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่ เอาตรงๆคือตอนนี้ไม่พอใจมากอยากจะถามเหมือนกันว่าเธอต้องการอะไร เธอมีสิทธิ์อะไรมาพูดแบบนี้กับฉัน
    "อย่าเข้าใจผิดนะคะ พีชหมายถึงพี่ปกเป็นรุ่นพี่ของพีชกับดัชนี่คะ " ใบหน้าหวานยิ้มกว้าง ทำตาใสซื่อ "ถ้าช่วยได้ พีชก็อยากช่วย"
    ถึงจะแก้ตัว ไถสีข้างยังไงก็ไม่ทันแล้วล่ะ ฉันเป็นประเภทเก็บความรู้สึกทางสีหน้าไม่เก่ง เหวี่ยงคือเหวี่ยงตอนนี้ก็เช่นกัน
    "คุยไรกันสาวๆ วาฬทำหน้าเครียดเชียว" เป็นเฮียไวท์ที่เข้ามาแทรก ฉันได้แต่ส่งยิ้มไปให้ พลางปราดตามองปก ที่มองเราอยู่เหมือนกัน ปกยิ้มให้ฉันเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรจึงหันไปคุยกับเพื่อนต่อ
    "พี่วาฬมีสิทธิ์ไม่พอใจ พีชเข้าใจค่ะ แต่ยังไงพีชก็อยากจะขอดูแลพี่เขาบ้างได้ไหม" แม้อยากจะจบแต่น้องคนนี้ก็ยังอยากจะหาเรื่องให้ได้สินะ ไอ้การที่กล้าขอมาดูแลแฟนคนอื่นนี่ คิดมาแล้วใช่ไหม
    “เธอไม่มีสิทธิ์มาคุยกับฉันแบบนี้” ฉันพูดเสียงเย็นเยียบ ทั้งสีหน้า น้ำเสียง โปรดรับรู้ไว้ว่าฉันไม่โอเคเลยสักนิด การที่ผู้หญิงคนหนึ่งมาหยามกันขนาดนี้ ฉันไม่ทนและต้องมีคนรับผิดชอบ
    “พี่วาฬมีอะไรรึเปล่าคะ ทำไมมองพีชตาขวางแบบนั้น”
    “พี่ไม่ได้อยากมี แต่เธอน่ะสิมีอะไรกับพี่หรือแฟนของพี่รึเปล่า” ฉันเน้นประโยคสุดท้ายชัดเจน ส่งผลให้ทุกคนในห้องหันมามองทางฉันกันหมด แต่ฉันไม่สนใจหรอก ตั้งใจอยากจะให้ได้ยินกันหมดนี่แหละ จะอะไรกันนักหนา ฉันไม่ควรจะมาอยู่ในจุดนี้ จุดที่ต้องนั่งให้เด็กของเขาไซโคหยามกันแบบนี้
    “พี่ไม่มี แต่พีชน่ะสิมีไรกับพี่ หรือ กับแฟนพี่รึเปล่า” ฉันเน้นประโยคสุดท้ายชัดเจน ทุกคนในห้องหันมามองทางฉันกันหมด แต่ฉันไม่สนใจหรอก ตั้งใจอยากจะให้ได้ยินกันหมดนี่แหละ
    “เอ่อ เจ้วาฬมีไรกับแฟนผมรึเปล่าครับ” เป็นดัชที่รีบเดินเข้ามาโอบไหล่ป้องแฟนตัวเองได้อย่างน่าชื่นชม ฉันไม่ได้คิดจะทำอะไรหรอก แค่อยากรู้เพราะน้องมันแหย่ อยากให้ฉันถาม ก็เลยลองเล่นตามน้ำไปสักหน่อย
    “พี่บอกไปแล้วว่าไม่มี แต่ดูเหมือนว่าแฟนดัชจะมีนะ ถามแฟนนายดูสิ”ฉันโบ้ยไปทางแฟนเขา พีชทำหน้าเหมือนคนจะร้องไห้ ทั้งที่เมื่อกี้ยังพร้อมบวกอยู่เลย
    “พีชไม่มีค่ะ ก็แค่ถามเพราะเห็นพี่วาฬทำหน้าอารมณ์เสียใส่กัน ”น้ำเสียงกระแทกกระทั้นกันสุดๆ
    “หน้าพี่ก็เป็นแบบนี้ ” ฉันตอบหน้าตายพลางส่งสายดุไปให้
    "พี่วาฬไม่พอใจอะไรแฟนผมรึเปล่า ” เสียงดัชเริ่มห้วนขึ้นอย่างชัดเจน ฉันไม่ได้โกรธที่เขาทำเสียงไม่พอใจใส่หรอกนะ เข้าใจอยู่หรอกว่านั่นแฟนเขาส่วนฉันแค่คนรู้จัก น้ำหนักมันต่างกันอยู่แล้ว
    กระทั่งเสียงเข้มขรึมแทรกเข้ามาสนบทสนทนาของเรา รังสีบางอย่างแผ่ออกมาปกคลุมไปทั่วห้อง
    “ไอ้ดัช อย่าลามปามแฟนกู” ฉันหันไปมองปกก็พบว่าสีหน้าเขาเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน
    “โทษครับเจ้” ดัชยกมือไหว้ทันที แววตาขุ่นเคืองนั้นกลายเป็นนอบน้อม เขาดูเคารพปกมาก แค่ปกขึ้นเสียงเล็กน้อยเขาก็ทำหน้าหงอยแล้ว ส่วนตัวต้นเหตุนั้น เธอเอาแต่ก้มหน้า ก้มตา เห็นแก่ดัชครั้งนี้จะปล่อยผ่านก็แล้วกัน
    "งั้นพวกกูกลับเลยละกันนะ เดี๋ยวต้องไปเคลียร์เอกสารเรื่องรถอีก” เฮียไวท์และเฮียเจ็ทที่เห็นบรรยากาศไม่ค่อยดีก็รีบชิ่งหนีทันที ฉันยกมือไหว้พี่ทั้งสองคน และเดินไปส่งพวกเขาถึงหน้าประตู ก่อนจะเดินกลับมาเห็น พีชยืนคุยกับปกอยู่ข้างเตียง สีหน้าพวกเขาดูจริงจังเกินกว่าจะถามเรื่องสุขภาพ แล้วดัชอยู่ไหนล่ะ ฉันลากสายตาตามหาเจ้าของร่างสูง กระทั่งเจอเขายืนหันหลังคุยโทรศัพท์อยู่นอกระเบียง มิน่าล่ะ เธอถึงกล้ายืนคุยกับปก
    "อะ แฮ่ม" แค่กระแอมเบาๆ ทั้งสองคนสะดุ้งตัวโหยงหันมามองฉันพร้อมกัน ปกยังคงสีหน้าเรียบเฉย ส่วนพีชเดินกลับมานั่งที่โซฟาทันที เป็นฉันที่เดินเข้าไปหาปก
    "คุยไรกัน" ฉันยังคงทำสีหน้าปกติสุดๆ แต่ในใจอยากจะดึงสองคนนี้มาถามต่อหน้า ให้มันจบๆไป
    "เรื่องเรียนน่ะ "
    "เหรอ" ฉันชำเลืองไปทางคนตัวเล็กที่เอาแต่ก้มหน้า ก้มตา ท่าทางสงบเสงี่ยมกว่าเมื่อตะกี้มาก
    "เดี๋ยวน้องเขาจะกลับแล้วล่ะ " จู่ๆปกก็พูดขึ้น ทั้งที่ฉันยังไม่ได้ถามเลยด้วยซ้ำ มือข้างหนึ่งยืนมาจับมือฉันไว้หลวมๆ
    จากนั้นดัชกับพีชก็กลับไปตามที่ปกบอกจริงๆ จนทั้งห้องเหลือแค่เขากับฉัน ความเงียบจึงเริ่มเข้ามาปกคลุม ได้ยินแต่เสียงรายการทีวีที่ยังเปิดอยู่ ปกหันมองฉันเป็นระยะ คล้ายอยากจะพูดอะไรแต่ก็ไม่พูดออกมาสักที
    "ปก นอนก่อนเลยนะ วาฬจะกลับแล้วนัดโมลี่ไว้ " ฉันบอกขณะที่กำลังเก็บกระเป๋า เตรียมออกไปข้างนอก
    ตอนนี้ฉันต้องการปรึกษาอย่างเร่งด่วน และคิดว่าโมลี่คือคนที่จะรับฟังและให้คำแนะนำกับฉันได้
    "ออกไปแล้ว จะกลับมาอีกไหม" เขาทำเสียงอ่อย สายตากึ่งอ้อนวอน คล้ายอยากให้ฉันกลับมาหาเขา ถ้าหากเป็นปกติ ฉันกลับมานอนเฝ้าเขาทุกคืน แต่คืนนี้ไม่อยากเห็นหน้า
    ฉันมองเขาด้วยสายตาผิดหวัง อยากให้เขาสำนึกความผิดตัวเองเสียบ้าง ที่ทนอยู่ตอนนี้มันก็มากพอแล้วนะ อย่าให้ฉันต้องพูดอะไรไปมากกว่านี้
    "คงไม่ได้เข้ามาแล้วอ่ะ ว่าจะกลับคอนโดเลย พรุ่งนี้มีเรียนเช้า ปกอยู่กับพยาบาลไปก่อนนะ" ฉันเลือกจะใช้น้ำเสียงเย็นชาคุยกับเขา พลางก้มเก็บของไม่ได้เงยหน้าสบตากับเขา ไม่รอให้เขาได้พูดอะไรต่อ ฉันจึงรีบคว้ากระเป๋าเปิดประตูออกจากห้องทันที
    @Pikku Cafe'
    ฉันมาถึงร้านคาเฟ่ขนมหวานที่ชอบมานั่งกินกับเพื่อนเป็นประจำ พอเปิดประตูเข้ามาเห็นโมลี่นั่งรออยู่แล้วพร้อมกับผู้ชายอีกคนที่ฉันไม่รู้จัก แต่ที่แน่ๆไม่ใช่โซ่ แฟนของเธอ หรือยัยโมลี่จะมีแฟนใหม่
    "ไม่ต้องทำสายตาแบบนั้นเลย นี่น้องค่ะ น้อง" เหมือนเพื่อนรักจะรู้ทันความคิดฉันถึงได้รีบพูดดักออกมาก่อน
    "วาฬ นี่ คัฟ ลูกพี่ลูกน้องฉันเอง " ฉันหันไปมองร่างสูงที่นั่งยิ้มอยู่ พยักหน้าทักทายเล็กน้อย สำรวจมองเขาคร่าวๆ หน้าตาหล่อใช้ได้ บุคลิคดี ดูใสซื่อจัง อายุน่าจะอ่อนกว่าพวกเรา ปี สองปี
    "เบาๆ น้องมันยังเด็ก" ยัยโมลี่พูดแซว
    "แกก็เว่อร์ แค่มองเฉยๆ"
    "ไม่เด็กนะเจ้ ปีหนึ่งแล้ว ทำได้หมด" เขาแก้ต่างให้ตัวเอง ทำหน้างอนพี่สาวใหญ่ ผู้ชายคงไม่ชอบให้ผู้หญิงมองว่าเด็ก
    "อย่ามานอยด์ กินขนมไป ผู้ใหญ่จะคุยกัน"
    "ว่าแต่แกนัดฉันด่วนมีเรื่องอะไร อย่าบอกนะว่าเรื่องปกอ่ะ " โมลี่ทำหน้ารู้ทัน เธอเบ้ปากเล็กน้อยตอนที่พูดชื่อปกออกมา
    "มีเรื่องเดียวแหละ แต่..." ฉันหันไปมองคัฟที่กำลังทำตาใสนั่งฟังเราสองคนคุยกัน
    จึงหันกลับมาส่งสายตาให้โมลี่เป็นเชิงบอกว่าต้องการความเป็นรส่วนตัว โมลี่พยักหน้าก่อนจะส่งสายตาให้คัฟลุกออกไปก่อน
    "อ่อ เดี๋ยวผมออกไปรอข้างนอกนะเจ้" คัฟบอกเสร็จก็รีบลุกออกไปทันที คล้อยหลังคัฟลุกออกไป บทสนทนาของเราก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับเสียงถอนหายใจที่ฉันทนกลั้นมาตั้งแต่อยู่โรงพยาบาล
    "ไหนเล่ามาซิ พี่ปกมันทำไรอีก " โมลี่ทำหน้าเซง รู้หรอกว่าเธอไม่ค่อยชอบปก เห็นแบบนี้ชักไม่อยากจะเล่าให้ฟังแล้วสิ หนึ่งคือเพื่อนมันออกตัวเต็มที่ว่าอยากให้เลิกกัน สองคือฉันไม่อยากให้เพื่อนกลายเป็นหมาตอนที่เราสองคนคืนดีกัน แต่ตอนนี้ฉันเก็บคนเดียวไม่ไหวจริงๆ อย่างน้อยขอระบายสักหน่อย
    "คืองี้ แกจำยัยน้องพีชรุ่นน้องคณะปกที่ฉันเคยเล่าให้ฟังได้ปะ " โมลี่พยักหน้า จากที่ทำไม่สนใจ ตอนนี้เธอยื่นหน้ารอฟังอย่างตั้งใจ
    "ฉันว่า มีซัมติงกับปก"
    "แล้วแกมีหลักฐานปะ"
    "ไม่มี " แต่ปกก็บอกว่าจะจัดการ เขาเองก็ยอมรับกรายๆว่ามี เจ็บเนอะ ว่าไหม
    "นี่แหละคือปัญหา เราต้องหาหลักฐานจับให้ได้คาหนังคาเขา" ไม่รู้ไปเอาแรงฮึดมาจากไหนตอนนี้ สายตายัยโมลี่เป็นประกายมาก
    "แต่ปกบอกจะจัดการนะ หรือฉันควรอยู่เฉยๆ " จู่ๆฉันก็เกิดอาการกลัวขึ้นมาเฉยๆ
    "กลัวอะไร รอให้ปกจัดการแล้วแกจะมาหาฉันทำไม จับให้ได้คาหนังคาเขาแล้วเลิกเหอะ ใช่ว่าพี่ปกมันจะนอกใจแกครั้งแรกซะเมื่อไหร่ แกมันโง่ที่หลับหูหลับตาปล่อยให้มันลั้ลลากับผู้หญิงไปทั่ว ไม่ยอมทำอะไรเลย" ได้ทีโมลี่ก็สวดใหญ่
    "เห้ย เบาๆดิ คนหันมามองกันใหญ่แล้ว"
    "แกนั่นแหละ ต้องฟังฉัน ขอพูดสักวันเหอะ อัดอั้นมานานละ”โมลี่ตั้งท่ากอดอก สีหน้าเอาจริงเอาจัง จนฉันไม่กล้าจะพูดอะไรต่อ
    "วาฬ แกเป็นคนสวย คนเก่ง ฉลาด แกเป็นคนดีมาก แกน่าจะเจอผู้ชายที่ดีกว่านี้สิวะ ปกอ่ะ ถึงมันจะให้สถานะแก แต่การกระทำมันไม่ใช่ แค่เรื่องซื่อสัตย์มันยังทำไม่ได้เลย"
    ข้อนี้ฉันรู้อยู่เต็มอก ไม่ใช่ไม่รู้
    "คนรักกัน เขาไม่นอกใจกันหรอก ถ้าหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมันมีคนอื่นเข้ามา นั่นก็แปลว่า ไม่ได้รักกันแล้ว"
    แต่ฉันรักเขา รักมาก
    "แกควรออกมาเจอคนดีๆ คนที่รักแกคนเดียว ไม่นอกใจ มองแค่แกคนเดียว" โมลี่ยื่นมือมาจับมือฉันไว้ สายตาอ่อนลงจน รู้สึกได้ถึงความห่วงใยจากแววตาของเธอ
    "เลิกรักมันเหอะ" สิ้นคำสุดท้าย น้ำตาฉันรื้นเอ่อเต็มขอบตา แต่พยายามกลั้นไว้ไม่ให้มันไหล คำทุกคำที่โมลี่พูด ถูกต้องทุกอย่าง แต่จะให้เลิกรัก พูดน่ะมันง่ายแต่จะทำมันโคตรยาก
    "ขอล่ะ รักตัวเองเหอะวาฬ" ยี่สิบนาทีต่อมา ทั้งพะพายและขนมหวานก็มารวมตัวกันที่ร้านคาเฟ่เป็นที่เรียบร้อย ทั้งสามคนนั่งกอดอกมองฉันสีหน้าเคร่งเครียด
    ขบวนการจับกิ้กของปกกำลังเริ่มขึ้น
    "ซูด ๆๆ"
    " ไอ้คัฟ ไปดูดนมไกลๆไป ผู้ใหญ่จะคุยกัน" โมลี่หันไปเอ็ดน้องชายตัวเอง อดสงสารคนตัวโตที่ทำหน้างงๆ ไม่รู้เรื่องรู้ราว
    "ว่าแต่ยัยพีชนี่ นางมีแฟนแล้วใช่ปะ?"พะพายถาม
    "อืม ชื่อดัชเป็นรุ่นน้องของปก"ฉันตอบ
    "เป็นรักสี่เศร้างี้" ขนมหวานพูดเสริม ทำไมต้องทำสายตาสงสารฉันขนาดนั้น จากนั้นฉันก็โดนกันออกจากทีม พวกเธอให้เหตุผลว่า ฉันมันอ่อนแอเกินไป กลัวทำแผนพังแต่ฉันยังเงี่ยหูฟังอยู่ตลอด
    "แล้วจะจับให้ได้คาหนังคาเขายังไงล่ะ" เป็นพะพายที่ทำสีหน้าคิดไม่ตก ฉันเองไม่ได้อยากให้เพื่อนคิดแผนบ้าบอพวกนี้เลย
    " นี่แหละ ฉันถึงเรียกพวกเรามารวมตัว ช่วยกันคิด คนอย่างพี่ปกน่ะ มันไม่เหลือหลักฐานอะไรให้เราจับได้แน่ " โมลี่เอ่ย
    "งั้นก็ต้องพุ่งไปที่ฝ่ายหญิง ฟังจากที่อิวาฬเล่า ฉันว่ามันอยากเปิดตัว"พะพายหันมาทางฉัน
    ตอนนี้พวกเพื่อนจริงจังกันมาก ยิ่งกว่าติวสอบไฟนอลเสียอีก ส่วนคนนี้ดูชิลล์สุดละ ทั้งขนม นม เนย วางอยู่เต็มโต๊ะด้านหน้าเขา
    "พี่กินปะ" คัฟเลื่อนบราวนี่มาให้ฉัน เด็กตัวโตยิ้มกว้างจนตาหยี
    "เรากินเถอะ พี่ยังไม่อยากกิน" ฉันเลื่อนมันกลับไปให้เขา
    "อร่อยน๊า พี่ลองกินหน่อยดิ รับรองติดใจ " เขาว่าพลางเลียเศษบราวนี่ที่มุมปาก คงอร่อยจริงๆแหละ
    "พี่ไม่ชอบกินของหวานน่ะ"
    "ไม่หวานพี่ น้ำตาลไม่ถึง 24 กรัม รับรองไม่อ้วน" หลังจากทนคัฟรบเร้าไม่ไหว ฉันเลยตักกินหนึ่งคำ อร่อยและไม่หวานอย่างที่เขาบอกจริงๆนั่นแหละ แต่ฉันไม่มีอารมณ์จะกินมันตอนนี้
    "กินอีกดิพี่ "
    "ไม่ล่ะ เรากินเลย"
    “กินเยอะ เขาบอกว่ากินของหวานจะช่วยให้อารมณ์ดีขึ้น”
    “ไม่กิน” ฉันเน้นเสียงปฏิเสธกลับไป เขาทำเพียงไหวไหล่ไม่ได้รบเร้าอะไรต่อ แต่ดันพูดเรื่องอื่นที่ไม่น่าฟังขึ้นมาซะงั้น
    "แฟนพี่น่ะ เจ้าชู้มากเลยเหรอ"
    "..." เป็นคำถามที่ไม่รู้จะตอบยังไงเหมือนกัน มันไม่ใช่เรื่องน่าอวดอะไร
    "ไม่ต้องตอบก็ได้พี่ ผมแค่ถามเฉยๆ "
    "ถึงแฟนพี่จะเจ้าชู้ แต่พี่ก็รักเขามาก ผมว่าแฟนพี่คงดูแลพี่ดีมากสินะ” คัฟยังกล่าวต่อ เขากำลังทำเหมือนว่าเข้าใจความสัมพันธ์ทุกอย่างบนโลกใบนี้
    “ เพราะรัก พี่เลยมองข้ามเรื่องความซื่อสัตย์ไปสินะ”
    “…” อืม ฉันตอบในใจ
    “ตอนนี้พี่ยังมั่นใจเพราะแฟนพี่แค่นอกกายใช่มั้ยล่ะ แล้วถ้ามันมีวันที่เขานอกใจ พี่จะยังอยู่มั้ย”
    “…” ไม่อยู่
    จากนั้นคัฟก็เงียบไปเหมือนกำลังคิดอะไรสักอย่าง ฉันเองก็นั่งเงียบเพราะกำลังคิดถึงเรื่องที่เด็กคนนี้พูด มันจริงอย่างที่เขาบอก
    ตอนนี้ปกแค่นอกกาย
    แต่ถ้าวันหนึ่งเขานอกใจ
    ฉันไม่รู้เหมือนกันว่าจะทนได้ไหม
    บทบรรยาย: ปกป้อง
    @โรงพยาบาล
    เบื่อ!! ช่องทีวีมีแต่หนังฉายซ้ำวนกันอยู่ทุกวันผมจำได้ว่าดูหนังรัก นางเอกตายพระเอกหนีไปบวชนี่ฉายมาสามรอบได้แล้ว กะจะวนออกทุกสามเวลาหรือยังไง ซื้อลิขสิทธิ์มาคุ้มจริงๆ
    รำคาญจนต้องกดรีโมทปิดมันทิ้งทันที หลังจากวาฬกลับไปตอนหนึ่งทุ่ม ชีวิตผมก็คว้าง โคตรจะเหงา ไปไหนก็ไม่ได้ เฝ้านับวันที่จะได้กลับคอนโด
    ตอนนี้เป็นเวลาเกือบตีหนึ่งครึ่ง ตามปกติผมต้องหลับแล้ว เพราะวาฬจะบังคับผมนอนตั้งแต่สี่ทุ่ม ถ้าหากเป็นอย่างทุกวัน เวลานี้ห้องคงมืดสนิท แต่วันนี้แฟนผมไม่อยู่ไง ผมกรอกตามองเพดานสีขาว มันเคว้งคว้างกว่าทุกคืน คิดถึงวาฬว่ะ
    ติ้ง!! ทันใดนั้นเสียงข้อความแชทจากโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เป็นไอ้ไวท์ที่ส่งมา ถ้าให้เดาตอนนี้มันคงอยู่ผับซักที่กับไอ้เจ็ทอีกตามเคย
    Vite: ให้เดา กูเจอใคร?
    จั่วหัวมาแบบนี้ แม่งจะรู้ได้ไง ว่ามันเจอใคร จากนั้นมันส่งรูปในผับมาให้ แล้วมันส่งอะไรมาล่ะ มืดจนมองไม่เห็นอะไรสักอย่าง
    Me: ไอ่ห่า ส่งเหี้ยไรมาครับ
    ไอ้ไวท์อ่านทันทีที่ผมกดส่งไป อยู่ดีๆต้องให้ผมได้ด่า
    Vite: เอ่อ ส่งผิด เมาโว้ย นี่ๆ ส่งใหม่
    Vite: Sent Picture
    ผมกดเปิดมันอย่างรวดเร็ว อยากรู้เหมือนกันว่ามันจะส่งรูปอะไรมา คงไม่ใช่เจอสาวแล้วอยากอวดส่งมาให้ดูหรอกนะ คิ้วผมเลิกขึ้นเมื่อเห็นรูปที่มันส่งมามีผู้หญิงของผมอยู่ในนั้น แต่ที่ทำให้ผมหงุดหงิดคือไอ้ผู้ชายที่นั่งข้างเธอต่างหาก
    มันเป็นใคร
    ผมกดโทรหาไอ้ไวท์ทันที
    "ไอ้เหี้ยนั่นใครวะ " ผมโพล่งออกไปทันทีที่ไอ้ไวท์รับสาย ไหนวาฬบอกนัดโมลี่ แล้วจะกลับคอนโดเลยเพราะมีเรียนเช้า แต่นี่เธอไปเที่ยวผับกับไอ้เหี้ยคนไหนไม่รู้ ไม่บอกผมสักคำ
    (ใจเย็นไอ้ปก กูก็พึ่งเจอ เลยส่งให้มึงดูเนี่ย)
    "มึงไปดูให้กูหน่อย " หงุดหงิดตัวเอง ขาเดี้ยงอยู่แบบนี้ ไปตามก็ไม่ได้ คงต้องพึ่งไอ้ไวท์อย่างเดียวแล้ว
    ( อ้าว เห้ย เมียมึงหายไปไหนไม่รู้ว่ะ แม่งละสายตาแป๊ปเดียว หายกันทั้งโต๊ะ) พึ่งพาไม่ได้สักคน
    "แค่นี้ กูโทรหาวาฬเอง" ฝากไอ้ไวท์ดูคงไม่ได้เรื่องอะไร วางของไอ้ไวท์เสร็จก็กดโทรหาวาฬต่อ
    ทว่าวาฬกลับรับสายช้า รอเกือบจะตัดสาย เธอถึงรับ
    "ค่ะ” ผมพยายามฟังเสียงรอบข้าง ทุกอย่างเงียบสงบหรือวาฬจะออกมาจากร้านแล้ว
    "วาฬอยู่ไหนครับ"
    (เอ่อ ...ตอนนี้เหรอ อยู่ข้างนอกค่ะ) ทำไมต้องทำเสียงเหมือนไม่อยากบอกขนาดนั้น แค่บอกว่าไปเที่ยวผมก็ไม่เคยว่าอะไรเธออยู่แล้ว
    "อ้าว นึกว่าอยู่คอนโด ไหนบอกมีเรียนเช้า "
    ( วาฬมาเที่ยวกับโมลี่นะ กำลังจะกลับ) สรุปไปกับโมลี่นี่เองแต่ไอ้ผู้ชายในรูปมันเป็นใคร ยังไม่ทันจะถามอะไรต่อ ก็มีเสียงหนึ่งแทรกเข้ามาในสาย
    (พี่ เอานมปะ) เสียงผู้ชาย มันเป็นใครวะ
    (ไม่อ่ะ เรากินเลย) วาฬตอบมันซะด้วย
    "ใครอ่ะวาฬ?" ไม่ตั้งใจจะกดเสียงต่ำถามเธอแต่อารมณ์มันเดือดจนควบคุมไม่ได้
    (น้องโมลี่มัน) เธอตั้งใจโกหกผมรึเปล่า เท่าที่ผมรู้โมลี่มีน้องชายซะที่ไหน เธอเป็นลูกคนเดียว
    (ลูกพี่ลูกน้องน่ะ) ยังดีที่ไม่ถามอะไรต่อ ไม่งั้นหน้าแตกยับ
    (พี่ คุยกับแฟนเหรอ ) เสียงไอ้เด็กนั่นดังมาในสายอีกแล้ว มันอยู่ใกล้วาฬหรือยังไง
    "แล้วตอนนี้อยู่ไหนกันครับ"
    (อยู่แถวเซเว่นหลังมอนี่แหละ แวะมาซื้อไรกินเดี๋ยวก็กลับแล้ว ไม่ต้องห่วงนะ)
    "ครับ" ถึงตอบไปแบบนี้แต่แม่งไม่สบายใจเลยว่ะ
    (ปกหลับได้แล้วนะ ดึกแล้ว ห้ามดื้อ) ปลายสายทำเสียงดุ แต่ตอนนี้ผมอยากให้เธอมาหาผมใจจะขาดว่ะ
    "ครับ ถึงห้องแชทบอกด้วยนะ" ใจจริงอยากอ้อนให้มาหา แต่คงเอาแต่ใจไม่ได้ วาฬดูงอนๆผมเรื่องพีชอยู่ เธอจะรู้อะไรบ้าง ผมก็ยังเดาไม่ออก อาการวาฬบอกชัดเจนว่าเธอรู้ ส่วนพีชค่อนข้างวุ่นวายพอสมควร ก่อนเกิดเหตุรถล้มผมกะจะเข้าไปเคลียร์กับเธอ แต่ดันมาเจ็บเอาซะก่อน เรื่องมันเลยไม่จบสักที
    ตอนเย็นที่วาฬเห็นผมคุยกับเธอก็เรื่องนี้แหละ แต่ยังคุยไม่จบวาฬก็เข้ามาเห็นซะก่อนเมื่อไหร่จะหายสักทีวะ จะได้เคลียร์ให้จบ ก่อนที่วาฬจะจับได้จนผมดิ้นไม่หลุดและเสียเธอไป
    จบบทบรรยาย
    "ใครโทรมา พี่ปกเหรอ?"
    โมลี่เดินออกมาจากเซเว่นพอดี ฉันพยักหน้าให้ก่อนจะหันไปมองอีกฝั่งหนึ่งที่มีเด็กกำลังกินนมอยู่ เด็กที่ว่าไม่ใช่เด็กตัวเล็กๆหรอก แต่เป็นเด็กตัวโตที่ชื่อว่าคัฟ น้ำเสียงปกดูไม่พอใจที่ได้ยินเสียงเขาสักเท่าไหร่
    แต่มันไม่มีอะไรจริงๆนี่นา
    "รู้นะว่าเมื่อกี้ตั้งใจพูด" ฉันหันไปดุคนตัวโตที่ตีหน้าซื่อตาใส ไม่รู้เรื่อง เด็กมันไม่ตอบ หนำซ้ำยังทำหน้ากวนใส่อีก
    "อะไรกันไอ้คัฟแกไปทำอะไรให้วาฬไม่พอใจ" โมลี่ทำเสียงดุใหญ่ ส่วนคัฟเดินหนีขึ้นรถไปแล้ว
    "อย่าไปด่าน้องมันเลย คงแค่เล่นสนุก" ฉันบอกไป ไม่อยากจะให้มันวุ่นวาย และไม่ได้บอกโมลี่ด้วยว่าคัฟทำอะไร
    "แก งั้นแยกกันกลับตรงนี้เลยละกัน" ฉันบอกก่อนจะเปิดประตูขึ้นรถตัวเอง หลังจากแยกกับพะพาย และขนมหวานที่คาเฟ่ โมลี่กับคัฟก็ลากฉันมากินเหล้าแก้เซงตรงผับหลังมอ กินไปกินมา ก็ปาเข้าไปตีสอง พรุ่งนี้มีเรียนเช้าด้วยสิ เลยต้องรีบแยกย้ายกันกลับ ส่วนเรื่องแผนที่สามคนนั้นรวมหัวช่วยกันคิดยังคงไม่เป็นรูปเป็นร่าง เพราะความคิดเห็นดันไม่ตรงกัน เลยต้องแยกย้าย มติเอกฉันท์ว่าค่อยคิดกันใหม่พรุ่งนี้
    ฉันกลับมาถึงคอนโดประมาณตีสองครึ่ง เปิดประตูเข้าห้องได้ ฉันก็ทิ้งตัวลงนอน ขอเป็นคนสกปรกไม่อาบน้ำสักหนึ่งวัน ง่วงมาก จังหวะที่จะผล็อยหลับ เสียงโทรศัพท์ที่อยู่ในกระเป๋าดังขึ้น ง่วงเกินกว่าจะลุกไปรับสาย เปลือกตาหนักเต็มทน พรุ่งนี้ค่อยโทรกลับละกัน
    @โรงพยาบาล
    แกร้ก!!
    หลังเลิกเรียนเสร็จ ฉันก็รีบขับรถมาหาปกเลยแต่พอมาถึงในห้องมืดสนิท แม้แต่ม่านยังไม่เปิด เงียบเหมือนไม่มีคนอยู่ ฉันกวาดสายตามองรอบๆและพบคนงอนนอนตะแคงหันหลังอยู่บนเตียงหนึ่งอัตรา
    "ปก วาฬมาแล้วน๊า" ฉันเดินอ้อมเตียงไปอีกฝั่ง ไม่ตอบแฮะ หลับตาสนิท พึ่งจะหนึ่งทุ่ม นี่เขาหลับแล้ว
    "ปก หลับละเหรอ วาฬซื้อโจ้กเจ้าอร่อยหลังมอมาฝากด้วยนะ"
    "..." ไม่มีเสียงตอบรับ
    "หลับจริงๆเหรอ ถ้างั้นวาฬกลับก่อนนะ"
    หมับ!! ว่าแล้วเชียว แกล้งหลับ ตาใสปิ้ง แต่หน้าง้ำได้อีก
    งอน!
    "จะรีบกลับไปไหน " งอนจริงๆด้วย ฉันยกมือขึ้นลูบหน้าเขาเบาๆ ก่อนจะโน้มตัวกดจูบตรงแก้มขาวหนึ่งที
    ฟอด~~
    แหนะ แอบเห็นเขายกยิ้มตรงมุมปาก แต่พอฉันสบตากลับทำหน้านิ่งซะงั้น
    "ไม่ได้อยากกลับหรอก แต่คนบางคนงอนนี่ เหมือนไม่อยากเจอกัน"
    "ใครกันแน่ที่ไม่อยากเจอกัน โทรหาก็ไม่รับ" อ่า งอนเรื่องนี้ด้วยสิ สายที่โทรเข้ามาแล้วไม่ได้รับเมื่อตอนตีสองคือปกเองแหละ
    "ขอโทษน๊า วาฬง่วงเลยรับไม่ไหว" ฉันโน้มตัวไปกอดเขา " ส่งข้อความตอนเช้าแล้วไง แต่ไม่เห็นตอบกัน"
    "หมอพาไปผ่าเฝือก" เขาตอบพลางทำหน้านิ่ว ฉันมองที่ขาของเขาตอนนี้ไม่มีเฝือกแล้วจริงๆด้วย
    "อ้าว งั้นเดี๋ยวก็ออก รพ ได้แล้วอ่ะดิ"
    " ครับ รอทำกายภาพอีกสองสามวัน "เขาบอกเสียงเรียบ ก่อนจะมองด้วยสายตาดุ " อยากออกเร็วๆ จะได้ตามเฝ้าคนบางคน ช่วงนี้ดื้อ"
    แหนะ ทำหน้าเข้ม
    "พาลใหญ่ละ ปกติไม่เห็นจะบ่นกัน"
    "บ่นเพราะเป็นห่วง ปกติวาฬไปเที่ยว ปกไปรับได้ไง " ก้มหน้ารับคำบ่นค่ะ
    "แต่นี่นอนขาเดี้ยงอยู่รพ วาฬเป็นไร ปกจะทำไง"
    ฉันเงยหน้าขึ้นมองตาปริปๆ อยากให้เขารู้ว่าฉันรู้สึกผิดแล้วจริงๆพอเห็นฉันทำหน้าแบบนั้นปกก็ถอนหายใจออกมาอย่างยอมแพ้
    "เราเคยตกลงกันแล้วนี่ วาฬจะไปไหน ทำอะไร ปกไม่เคยห้าม แต่ขอแค่บอกกัน " ตอนนี้เริ่มรู้สึกผิดจริงๆละ ปกทำหน้าจริงจังมาก จริงอย่างที่เขาบอก ปกติที่เขาให้อิสระฉัน เที่ยวนู่น เที่ยวนี่ เขาไม่เคยบ่น เพราะเขาจะเป็นคนไปส่งและรับตลอด
    "ขอโทษนะคะ ยกโทษได้ไหม" ฉันชูนิ้วก้อยขึ้นรอให้คนตัวโตยกนิ้วตัวเองขึ้นเกี่ยว คือยิ้มหวานที่สุดในชีวิตง้อเขาแล้วตอนนี้ แต่ก็ต้องหุบยิ้มลงเมื่อปกเบนหน้าหนีกัน งอนจริงจัง
    จังหวะที่ลดมือตัวเองลง เขากลับยกนิ้วก้อยขึ้นมาเกี่ยว ฉันถึงยิ้มได้อีกครั้ง และโผเข้ากอดเขาอีกครั้ง
    "กินโจ้กนะ เดี๋ยวไปใส่ชามให้"
    "ครับ"
    มือยังใช้งานปกติ มีแต่ขาที่เจ็บอยู่แต่เขายังอ้อนให้ฉันป้อนให้ ทำตัวเป็นเด็กๆไปได้
    ป้อนเข้าเสร็จ เราสองคนก็นั่งดูทีวีกันต่อ เป็นรายการวาไรตี้ตลกที่ฉันมักจะดูกับเขาเป็นประจำ
    ปกนอนอยู่บนเตียง ส่วนฉันนอนอยู่ข้างเขา เบียดๆกันนี่แหละ อบอุ่นดี
    "วาฬ รอปกหายดี เราไปเที่ยวทะเลกันไหม"
    "ไปดิ วาฬอยากลงแถบอันดามัน"
    จะว่าไป เราสองคนไม่ได้ไปเที่ยวต่างจังหวัดด้วยกันนานแล้ว ไปเปลี่ยนบรรยากาศ เห็นน้ำทะเลสีฟ้าๆ ดำน้ำดูปะการัง คงสนุกดี ถึงจะว่ายน้ำไม่แข็งก็เหอะ แต่จะกังวลอะไร ขอแค่มีปกอยู่ด้วย เขาคงไม่ปล่อยให้ฉันจมน้ำตายหรอก
    "ครับ" วงแขนอุ่นโอบไหล่ฉันไว้ พลางกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น พักหลังๆเราไม่ได้สวีทกันแบบนี้เลย
    ทำไมกันนะ
    เขากดจูบลงบนเรือนผมฉันอย่างแผ่วเบา จังหวะที่เงยหน้าขึ้นมอง ปกคล้ายจะรอกันอยู่แล้ว สายตาเราสบกันจนหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ เขายิ้มหวานโน้มริมฝีปากลงมาทาบทับลงบนริมฝีปากฉัน เป็นจูบที่แสนจะธรรมดา ทว่ากลับทำให้ใจฉันเต้นแรง
    "ปกรักวาฬ" เสียงทุ้มกระซิบลงข้างหู มันช่างเป็นคำบอกรักที่เยียวยาจิตใจของฉันได้ดีจริงๆ
    ฉันช้อนตาขึ้นมองเขา...
    "ถ้ารักกันจริง...ฉันยกมือทาบอกซ้ายเขาเอาไว้ ...อย่าแบ่งใจให้ใคร"
    "ขี้หวงจัง" เขาบีบจมูกฉันเล่น หัวเราะเบาๆ
    "ก็คนมันรัก อยากให้มีกันแค่คนเดียว"
    "ใจปก ก็มีแต่วาฬ" ทำไมฉันถึงดีใจกับคำโกหกของเขา
    "ถ้างั้น หยุดได้ไหม"
    เป็นคำขอที่ฉันไม่ได้เตรียมใจมาพูดหรอก แต่มันก็พูดออกไปจนได้ ปกเลิกคิ้วขึ้น แววตาวูบหนึ่งดูสั่นไหว
    "ปกก็อยู่กับวาฬ" ตอบไม่ตรงคำถาม ความรู้สึกตอนนี้บอกเลยว่าโคตรจะอ่อนใจ เขาไม่มีความมั่นใจให้ฉันจับมือเขาต่อเลยสักนิด
    "วาฬขอถามปกอย่างหนึ่งได้มั้ย" ฉันดันตัวเองลุกจากเตียงเพื่อมองหน้าเขาให้ถนัดขึ้น
    "หืม จะถามอะไรครับ"
    "วาฬไม่ดีพอสำหรับปกเหรอ" เขานิ่งเงียบ คงอึ้ง ไม่คิดว่าฉันจะถามอะไรแบบนี้ออกไป
    "ทำไมถามแบบนั้นล่ะ วาฬดีทุกอย่าง" เขาเอื้อมมือมาจับฉันไว้ "เป็นอะไรครับ มีอะไรบอกกันได้นะ"
    "แต่ดีไม่พอให้ปกหยุด" ฉันบอกออกมาเสียงเบา จู่ๆน้ำตาก็เอ่อล้นเต็มขอบตา
    "ยังไงปกก็ให้วาฬเป็นที่หนึ่ง" หัวใจฉันหล่นวูบ ทำไมยิ่งพูด ฉันยิ่งมองเขาแย่ลง
    "สรุปที่ขอ... ให้กันไม่ได้ " เจ็บจนจะขาดใจแล้วตอนนี้
    "วาฬเป็นอะไร ปกติไม่เห็นพูดเรื่องนี้" เขาทำเสียงอ่อน เลี่ยงไม่ตอบคำถามฉัน
    "มันไม่เคยปกติ " ฉันโพล่งออกมาเสียงดัง เรื่องนอกใจมันไม่เคยปกติสำหรับคนรักกัน ตลอดสองอาทิตย์ที่ผ่านมาฉันต้องจมอยู่กับเรื่องบ้าพวกนี้ เครียดจนไม่รู้จะทำยังไง
    "ถ้าหยุดไม่ได้ งั้นเรา..."/ไม่ครับ" ยังพูดไม่จบเขาก็พูดขัดขึ้นมาทันที คำปฏิเสธที่ไร้ซึ่งความลังเลใจ
    "ไม่เลิก ไม่ห่าง " เขาปฏิเสธทุกอย่างที่ฉันจะพูด
    "ปก ใจร้ายกับวาฬมากเลยรู้ไหม " อดกลั้นจนนาทีสุดท้าย ตอนนี้น้ำตามันไหลพรั่งพรู จนหยุดไม่อยู่
    "ไม่รู้ว่าวาฬกำลังคิดอะไร แต่มันไม่มีอะไรเลย " เราสองคนยังไม่ยอมเอ่ยชื่อของบุคคลที่สามของหัวข้อบทสนทนาดรม่านี้
    "แล้วปกคิดว่าวาฬคิดอะไร"
    "... " นิ่งเงียบ
    "ไม่ไหวว่ะ วาฬไปต่อไม่ไหว"
    "อย่าทิ้งกัน...สายตาเขาอ้อนวอนสุดชีวิต...อย่าปล่อยมือ ได้ไหม"
    "หยุดสิ ทุกอย่างที่ปกทำ หยุดเพื่อวาฬได้ไหม " ฉันยื่นคำขาด รอคอยคำตอบจากเขา
    "ครับ"
    "รับปากแล้วทำให้ได้ ถ้าหากทำไม่ได้ ปกจะไม่เห็นหน้าวาฬอีกเลย"
    ฉันไม่ได้ขู่ แต่พูดจริง เขาพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะดึงตัวฉันเข้าไปกอด “ทุกอย่างจะเหมือนเดิม ปกสัญญา”
    สองวันต่อมา...
    วันนี้ปกได้ออกโรงพยาบาลแล้ว หลังเลิกเรียน ฉันก็รีบขับรถมาหาเขาทันที ยอมรับว่าช่วงนี้เหนื่อยมาก ทั้งเรื่องเรียน เรื่องปก จนไม่มีเวลาให้ตัวเอง ตอนที่มาถึง คนตัวโตเปลี่ยนเสื้อผ้ารอฉันอยู่ในห้องเรียบร้อยแล้ว
    "ยิ้มหน้าบานเชียว ดีใจขนาดนั้นเลยได้ออกโรงพยาบาล"
    "อืม ทำไมมาช้าอ่ะ" งอนกันอีกแล้ว
    "รถติดค่ะ" ฉันบอกไปก่อนจะเก็บของใช้ในห้อง " วาฬทำเรื่องออกรพให้แล้วนะ เก็บของเสร็จก็กลับได้เลย"
    "ครับ " ฉันเดินตามหลังเขา คอยสังเกตว่าขาเขาอาการดีขึ้นสามารถเดินได้ปกติตามที่คุณหมอบอกรึยัง
    เดินตามเขาสักระยะ ผลคืออาจจะมีขากระเผลกบ้างตอนเดินทางต่างระดับ แต่คงจะดีขึ้นในไม่ช้า
    ฉันรีบสาวเท้าเดินเคียงคู่เขา
    "กินไรดีเย็นนี้" แขนใหญ่กอดคอฉันไว้ ชอบเวลาเขายิ้มจัง "เดี๋ยวป๋าเลี้ยง" ฉันหรี่ตามองคนตรงข้าง อารมณ์ดีกว่าปกติ คงดีใจที่ได้ออกรพ "คิดก่อน"
    เรามาถึงคอนโดในตอนบ่าย ฉันพาปกกลับไปพักที่ห้องก่อนจะแยกตัวกลับห้องตัวเองเพื่อทำธุระส่วนตัว
    บทบรรยาย ปกป้อง
    ครืด ครืด...
    นั่งพักไม่ถึงสิบนาที ไอ้ไวท์เหมือนรู้ว่าผมออกจากรพแล้ว ถึงโทรมา เดาว่าคงชวนไปเที่ยว ไม่ถูกให้เตะเลยครับ
    "ว่า"
    (ได้ข่าวว่าออกรพแล้ว เจอกันที่เดิมไหมครับคุณปกพวกกูจะเลี้ยงรับขวัญมึงสักหน่อย) เสียงระรื่นเชียว อยู่ใกล้ผมคงถีบมันไปแล้ว
    "กูไม่ไปครับ" ปฏิเสธมันทีแบบไม่ต้องคิดพึ่งออกร.พ.มาหมาดๆ ผมไม่มีกระจิตกระใจจะไปเที่ยวหรอก อยากนอนอยู่ห้อง พักผ่อนชิลๆ ตอนค่ำนัดพาวาฬไปกินข้าวอีก
    (สัส ไม่ได้โว๊ย กูรับปากเค้าไปแล้ว) ไอ้ไวท์ตะโกนโวยวายใหญ่
    "เกี่ยวไรกู แล้วมึงรับปากใครไว้ "
    (คนที่มึงอยากเจอไง กูเจอเค้าโดยบังเอิญว่ะ) ไอ้ไวท์มันหมายถึงใคร คนที่ผมอยากเจอ ทำไมผมถึงนึกไม่ออก
    "ใคร " ถ้ามันยังลีลากวนผมอยู่ ผมจะกดวางสายมันทันที
    (ถุงข้าว แฟนเก่ามึงไง)
    "มึงเจอเค้าที่ไหน" ใจผมกระตุกวูบ คนที่ไม่เจอกันเกือบสี่ปี จู่ๆผมก็ได้ยินชื่อเธออีกครั้งและกำลังจะได้พบกัน ถุงข้าวคือแฟนเก่าตอนมัธยมครับ เธอเป็นรักแรกของผม แต่ก็เลิกกันนานแล้ว เรื่องรักคงไม่มีแล้ว จะมีก็แต่ความคิดถึง ไม่ได้คิดอะไรมากกว่านี้ ต่างคนต่างแยกย้ายใช้ชีวิตของตัวเอง ตอนเลิกกันเราสองคนจบไม่สวยสักเท่าไหร่ และผมยังไม่มีโอกาสขอโทษเธอเลย
    (บังเอิญว่ะ เลยนัดรียูเนี่ยนกันสักหน่อย สรุปมึงเอาไง จะมาไหม)
    "กูมีนัดกินข้าวกับวาฬแล้วว่ะ คงไปไม่ได้ " ผมเลือกที่จะปฏิเสธไอ้ไวท์เพราะตอนนี้ผมต้องดูแลจิตใจวาฬ เป็นอันดับแรก
    (พามาด้วยดิวะ ไม่เห็นยาก) ไอ้ไวท์ยังคงตื้อไม่เลิก
    "เออ เดี๋ยวลองชวนดู แต่กูไม่รับปากนะเว้ย" จังหวะนั้น วาฬเดินเปิดประตูเข้ามาพอดี "แค่นี้นะ เดี๋ยวกูแชทบอก" คนตัวเล็กเดินมานั่งข้างผม เธอหายกลับห้องไปเปลี่ยนชุดนี่เอง
    "คุยกับใครอ่ะ?"
    "ไอ้ไวท์ครับ มันชวนไปเที่ยว" วาฬทำตาดุใส่ผมทันที รู้แหละว่าต้องโดนด่าแน่ๆ ก็พึ่งจะออกรพ.มาไม่ถึงชั่วโมง
    "แล้วตอบตกลงเขาไปแล้วอ่อ" ตอนนี้แฟนผมหน้างอหมดแล้ว
    "ยังครับ ปกถามวาฬก่อนไง ถ้าวาฬไม่ไป ปกก็ไม่ไป" ผมล้มตัวนอนหนุนตักเธอ ขอทำคะแนนหน่อยละกัน ช่วงนี้เสียไปเยอะ
    "แล้ว ปกอยากไปไหม" มือเล็กกำลังเล่นซุกซนอยู่บนหัวผม
    "เอ่อ…ไม่ครับ " เกิดอาการลังเลชั่วขณะ ผมทำให้เธอหงุดหงิดอีกแล้ว ปากนะปาก
    "อยากไปสินะ" เป็นคำถามธรรมดาแต่ทำไมรู้สึกเสียวสันหลังวาบ
    "ก็ไม่เชิงครับ " ได้แต่ด่าตัวเองในใจ ทำไมไม่ตอบปฏิเสธไปวะ
    "ตอบแบบนี้คืออยากไปว่างั้น "
    "วาฬไม่ไป ปกก็ไม่ไป"
    "เห้อ หน้าปกบอกว่าอยากไปนี่ ไปก็ไป" ผมจับมือเธอมาหอมหนึ่งที วาฬก็ยังเป็นวาฬ เธอใจดีและแคร์ผมเสมอ
    ผมนั่งเล่นโทรศัพท์ของตัวเองและพึ่งคิดได้ว่าควรจัดการเรื่องที่เป็นปัญหาอยู่ให้เรียบร้อย เรื่องของพีชที่ยังคาราคาซังกันอยู่ ผมใช้จังหวะช่วงที่วาฬเข้าไปทำรายงานในห้องเพื่อโทรศัพท์หาเธอ ยังไงวันนี้ก็ต้องเคลียร์ให้จบเรียบร้อยตามที่ผมได้สัญญาไว้
    (ฮัลโหลค่ะ) เสียงใสเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเธอเป็นปกติคล้ายกับรู้ว่าผมจะโทรมาหา
    “คุยกันหน่อย” ผมดึงเข้าเรื่องทันที เพราะไม่อยากให้เสียประเด็นไปไกลกว่านี้
    (เรื่องอะไรคะ)
    “มาจบเรื่องของเรากันเถอะพีช” สิ้นประโยคผมได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆจากปลายสายดังเข้ามา
    (ง่ายขนาดนี้เลยเหรอคะ พี่แน่ใจว่าแล้วเหรอไม่กลัวพี่วาฬเขารู้เรื่องของเรารึไง) ผมรู้ว่าเธอจะต้องใช้เรื่องวาฬมาขู่
    “พี่คุยกับวาฬแล้ว พีชขู่พี่ไม่ได้หรอก”
    (เฮอะ พี่วาฬใจกว้างจังนะคะ)
    “วาฬเป็นแบบนั้น ในเมื่อวาฬรู้แล้วเรื่องระหว่างเราขอให้จบกันแค่นี้” ผมบอกความต้องการของตัวเอง
    (พี่พูดง่ายเนาะ ไม่ต้องการก็ทิ้ง ถ้าพีชไม่ยอมล่ะ พีชจะเอาเรื่องของเราไปโพสในเพจให้คนมันรับรู้ทั่วมหาลัย พีชก็อยากรู้เหมือนกันว่าพี่วาฬจะรับได้อยู่อีกหรือเปล่า) เด็กคนนี้ไม่ยอมจบง่ายๆอย่างที่คิด
    “พีชอย่าทำตัวเป็นเด็ก ”
    (พี่เริ่มกลัวขึ้นมาบ้างแล้วเหรอคะ)ในน้ำเสียงเธอหยิ่งผยอง พองตัวคิดว่าถือไพ่เหนือกว่า
    “เปล่า พี่แค่ห่วงเรา สิ่งที่ตามมาพีชก็น่าจะรู้ดี มันไม่มีพื้นที่ในสังคมสำหรับมือที่สามหรอกนะ พีชรับได้เหรอ”
    ที่ผมพูดออกไป ผมมั่นใจว่าคนอย่างพีชรับไม่ได้หรอก เธอไม่ยอมให้คนอื่นมาตราหน้าว่าตัวเองเป็นคนไม่ดี และผมมั่นใจสิ่งที่พีชทำจะไม่มีผลอะไรต่อวาฬ ส่วนผมไม่แคร์อยู่แล้ว
    เมื่อไหร่ที่วาฬตัดสินใจอยู่ข้างผม เธอจะไม่มีวันหวั่นไหวกับสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ว่าใครจะว่ายังไงก็ตาม
    “อยากจะทำอะไรก็ทำ จบนะ” เสียงกรี้ดบาดแก้วหูลอดเข้ามาในสายไม่จบสิ้น ผมกดวางสายและจัดการลบเบอร์โทรของพีชออกจากโทรศัพท์ทันที ผมไม่เคยเสียดายเธอเลยสักนิด พีชเป็นเพียงความสุขชั่วคราวที่ผมจะหาเมื่อไหร่ก็ได้ แต่วาฬเป็นความสบายใจที่ผมอยากจะให้อยู่ตลอดไป
    เมื่อความสบายใจของผมเริ่มไม่มีความสุข ผมก็พร้อมจะทิ้งความสุขส่วนตัวให้กับเธอ