Demonlord online ราชาอสูรสะท้านโลก

    สงครามตะวันจันทรา:หาทาง

                ภายในโลก Demonlord ตอนนี้แบ่งออกเป็นสองฝ่ายได้แก่  ฝ่ายตะวันและฝ่ายจันทรา   ฝ่ายตะวันนำโดยกิลด์เทพผู้สร้างมีกองกำลังทั้งหมด 354 กิลด์รวมถึงคู่อริของศิลาทั้งหมด   ส่วนฝ่ายจันทรามีเพียงผู้เล่นอิสระที่เปลี่ยนมาเป็นอาชญากรและกิลด์ของพวกโมนาเท่านั้น   กองกำลังทั้งหมดของศิลานับคร่าวๆได้ประมาณสามร้อยล้านคนส่วนฝ่ายของพวกนีโอประมาณสี่พันล้านคน  จำนวนของผู้เล่นเกม 70% ไปเข้ากับพวกนีโอทั้งหมดก็ว่าได้   

                เงาหกร่างกำลังเดินถางป่าหิมพานต์มุ่งตรงไปยังริมช่ายทะเล   ศิลาอยากจะลองไปยังเกาะแก้ว   รางสังหรณ์ของเขาบอกว่ายังไงก็ต้องไปให้ได้   เรื่องการล้างบางหิมพานต์เขาทิ้งไว้ให้พวกเพิร์จนำกองกำลังอาชญากรจัดการเพื่อเป็นการเก็บระดับเตรียมพร้อมสำหรับสงครามครั้งสุดท้ายที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้า

                “Demonlord เปลี่ยนไปมากเลยนะคะ”  ฟ้าครามหันมาพูดศิลา  เจ้าหล่อนกวาดสายตามองรอบตัวที่เต็มด้วยสัตว์อสูรรับราชันย์  ยมฑูต  พวกวิญญาณ  เทพสวรรค์  ดินแดนรกล้าง    

                “ค่ะ  ไม่ใช่แค่พื้น   ภูมิประเทศที่เปลี่ยนไป   แม้แต่พวกสัตว์อสูรเองยังมีความแข็งแกร่งเพิ่มทวีคูณ”  ศิลาหรี่ตาสีหน้าครุ่นคิด  “สัตว์อสูรระดับราชันย์  ถ้าพวกเพิร์จล่ะก็สามนาทีสามารถฆ่าได้อย่างง่ายดาย  ทว่าดูตอนนี้ซิ   สัตว์อสูรระดับราชันย์เพิร์จถึงกับต้องอัญเชิญ  เทพวายุซึซาโนโอะ  ออกมาเลย”

                “เรื่องนั้นเป็นเพราะคุณศิลารวมดวงใจภูติเข้าด้วยกันจนครบค่ะ”  ภุชจังเอ่ยขึ้น    ศิลาและฟ้าครามหันมามองจากนั้นเธอจึงกล่าวขึ้นต่อ  “ดวงใจภูติคือแหล่งพลังเวทมนต์   หากรวมกันครบเมื่อใดจะส่งผลให้บริเวณรอบตัวที่คุณศิลาไปนั้นสัตว์อสูรจะได้รับผลจากเศษพลังของดวงใจภูติ”

                ศิลาขมวดคิ้วเล็กน้อย  “หมายความว่าหากผมและน้องฟ้าไปยังสถานที่ไหนของโลก  บริเวณโดยรอบสัตว์อสูรจะแข็งแกร่งขึ้นเพราะได้รับพลังจากดวงใจภูติที่แผ่กระจายออกมาจากร่างของน้องฟ้างั้นหรอ”   ภุชจังพยักหน้า      

                “จันทราเทพไม่ว่าอย่างกายไปที่ใด  ที่นั้นจะชุ่มช่ำ  อุดมสมบูรณ์  เต็มไปด้วยพลังวิญญาณและพลังชีวิต   ดวงใจภูติสถิตที่ใดสัตว์อสูรสิ่งมีชีวิตบริเวณนั้นจะแข็งแกร่งเพราะผลของดวงใจภูติ”  ภุชจังบอก

                “ข้าว่าไม่ใช่แค่นั้นหรอก”  หงอคงกล่าวขึ้น  “เป็นเพราะโลกทั้งสามมันรวมกันด้วยทำให้โลกนี้กลายเป็นโลกของสัตว์อสูรโดยสมบูรณ์    พลังวิญญาณในอากาศที่ลอยปกคลุมทั่วบริเวณมีแต่กระแสมานาอันดำมืดและมานาอันสว่างศักดิ์สิทธิ์  กระแสมานาทั้งสองกดทับกระแสมานาที่พวกมนุษย์อย่างพวกเจ้าใช้กันจนหมด”  หงอคงถอนหายใจ  “อีกอย่างคงเป็นเพราะไดอาโบลได้ตื่นจากนิทรา”

                ภุชจังมองหน้าซุนหงอคงพลางพยักหน้า  “ไดอาโบลคือเทพปีศาจที่มีพันธสัญญากับปีศาจทุกตัว   หากไดอาโบตื่นขึ้นพวกปีศาจ  อสูร  ทุกตัวจะแข็งแกร่งขึ้น”   

                หงอคงถอนหายใจเอามือจับคางสีหน้าเคร่งเครียด  “ถ้าข้าจำไม่ผิดเคยได้ยินมาว่าไดอาโบสามารถเชื่อมต่อกับปีศาจได้ทุกตัว   แม้มันจะอยู่กับที่แต่ก็รับรู้การเปลี่ยนแปลงความเคลื่อนไหวต่างๆของโลกได้จากความทรงจำและสายตาของปีศาจ”

               ศิลาสีหน้าเคร่งขรึม     ฟ้าครามหันมามองชายหนุ่มที่ดูสีหน้าเป็นกังวล     สัมพาทีเองก็มีสีหน้าสงสัยก่อนจะเอ่ยถามขึ้น  “นายท่านถ้าเรื่องที่ไดอาโบมีพลังเชื่อมต่อกับปีศาจได้เป็นความจริงแล้วคาลิเนียล่ะครับ”

                ศิลาหันมามองสัมพาทีพชางพยักหน้า  “นั่นแหละที่ฉันกำลังกังวล”

                “ฟ้าคิดว่าไดอาโบคงเชื่อมต่อเข้ามาดู  อ่านความคิด  ความทรงจำของคาลิเนียไม่ได้หรอกค่ะ  เพราะตอนนี้คาลิเนียคือสัตว์ในพันธสัญญาของพี่ศิ”

                “นั่นซิ  มันอาจจะเชื่อมต่อได้แค่กับปีศาจที่ไม่มีพันธสัญญา”  ศิลากล่าวสีหน้าเริ่มคลายกังวลเขาจึงถามต่อไปว่า  “มันเป็นตัวแบบไหน”  เขาถามด้วยสีหน้าอยากรู้

                ลิงใช้สมองนึกย้อนความคิด  “เป็นตัววุ้น  หนืดๆ  เหมือนของเหลว  อ่ะ!!...  แต่ว่ามีรูปร่างเป็นชายหนุ่ม”  หงอคงกล่าว

                “ช่างเถอะ   ถึงเวลานั้นเดี๋ยวก็รู้กันว่าใครกันแน่คือเทพสงครามเพียงหนึ่งเดียว”  ศิลาพยักไหล่กล่าวด้วยท่าทีสบายๆ  

                “ทำไมเราไม่เหาะไป  ไอ้เกาะอะไรนั่นกันเลยล่ะ”  หงอคงเอ่ยถามกับศิลา

                “ไม่ล่ะ   ฉันอยากดูบรรยากาศรอบๆ  และสังเกตสิ่งต่างๆของหิมพานต์   เพราะหลังจากมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปสิ่งใหม่จะบังเกิดขึ้น”  ที่ศิลาพูดเขาหมายถึงหลังจากการอัพแพทช์ใหม่มักจะมีตัวละครพิเศษใหม่ๆปรากฎขึ้นและภารกิจลับปรากฎออกมาเสมอ  

                ศิลาหรี่ตาลงมองเบื้องหน้าที่เต็มไปด้วยต้นไม้และอากาศธาตุ    เช่นเดียวกันกับทุกคนที่มองไปยังเบื้องหน้าด้วยสีหน้าประหลาดใจปนระแวดระวังตัว  “ตัวอะไรกันแน่”  ศิลาเปรยออกมาด้วยความประหลาดใจ  “ที่ผ่านมามันรอบตามหลังเรามาตลอด  ทว่าจู่ๆกลับเร่งความเร็วไปดักหน้าและชะลอความเร็วลงจนเกือบจะหยุดอยู่กับที่”

                “เห็นชัดว่ามันคงดักรอพวกเรา”  ภุชจังกล่าวขึ้น  

                “หรือมันจะล่อให้เราไปทางอื่นคะ”  ฟ้าครามหันมาถาม    ศิลาส่ายหน้าเล็กน้อยก่อนจะพูดขึ้นบอกกับเจ้าหล่อน

                “พี่คิดว่าไม่น่าใช่   หากต้องการหลอกล่อให้เราไปทางอื่นสู้ปรากฎตัวออกมาขัดขวางเราตรงๆเลยจะไม่ง่ายกว่าหรอ”

                ฟ้าครามพยักหน้าสีหน้าแววตาครุ่นคิด  “จะว่าไปก็จริงค่ะ   อีกอย่างดูเหมือนมันจะรักษาระดับความเร็วการเคลื่อนที่ให้ทรงๆทิ้งระยะห่างกับพวกเราไม่ขาดไม่เกินด้วย”

                ศิลาหันบอกกับทุกคน  “พวกนายกลับเข้าที่สถิตหากเกิดฉันติดกับดักพวกนายจะได้สามารถออกมาจากที่สถิตได้    เอ๊ะ!..”  เขาเอามือจับคางเข้าสู่ห้วงการใช้สมอง  “ไม่  ไม่ต้อง  ถ้าทำแบบนั้นฝ่ายนั้นอาจจะรู้ตัวว่าเรารู้แล้วว่ามันสะกดรอยตามมา   เอาเป็นว่าดินทางตามปกติ   ทิ้งระยะห่างไว้แบบนี้เรื่อยๆ”   ทั้งหมดพยักหน้ารับทราบ

                “ทางที่มันมุ่งไปคือทางเกาะแก้ว”  ภุชจังกล่าวขึ้น  “ไม่ต้องกังวลศิลา  อีกไม่นานหากเข้าเขตน่านน้ำเมื่อใดจะเป็นที่อยู่ของเผ่านาคาของข้า  และพวกเจ้าทะเล  หากมันเป็นมนุษย์มันคงไม่รอด   แต่ถ้ามันยังปกปิดตัวเองได้คิดได้อย่างเดียวไอ้คนที่สะกดรอยตามเรามาไม่ใช่มนุษย์”  

                “พวกผู้เล่นไม่มาเก็บระดับแถวนี้เลย”  ฟ้าครามกวาดสายตามองรอบตัว  “ทั้งที่ช่วงนี้เป็นเวลาที่ควรรีบฟาร์มเก็บระดับหาของแท้ๆเพื่อเตรียมพร้อมทำสงคราม”  

                ศิลาอมยิ้มส่ายศรีษะเล็กน้อย  “มาเก็บระดับในหิมพานต์ไม่ได้ค่ะ  เพราะเพิร์จนำเหล่าเสนาธิการไปปิดร้อมทางเข้าทั้งหมดเอาไว้  หิมพานต์น่ะเป็นที่ฝึกฝนและเก็บระดับของอาชญากร”

                “จริงสิ”  เจ้าหล่อนเปรยออกมา  “พี่ศิตามหาอะไรอยู่หรอค่ะ”  เธอมองชายหนุ่มสีหน้าจริงจัง   ศิลาหันมองหวานใจด้วยแววตาประหลาด

                “ก็ไอเท็มพิชิตเกมและบอสตัวสุดท้ายไงคะ”   เขาตอบเสียงเรียบ    ฟ้าครามส่ายศรีษะแก้มป่องมองเขาด้วยแววตาค้นหาจริงจัง

                “ไม่ใช่ค่ะ  ไม่ใช่ในเกม  ฟ้าหมายถึงชีวิตจริง  ความต้องการของพี่ศิจริงๆ  อะไรที่พี่ศิพอใจหรอ”

                “ทำไมถามแบบนั้นล่ะคะ”

                “ฟ้าสังเกตเห็นค่ะ  ทั้งในโลกจำลอง  ในโลกจริง   ไม่ว่าเรื่องอะไรหรืออะไรที่ได้มาพี่ศิดูเหมือนพึงพอใจก็จริง  แต่ลึกๆพี่กลับยังคงไม่พอ  มันไม่ใช่ความพึงพอใจที่สุดของพี่  ฟ้าเลยอยากจะรู้ว่าจะมีอะไรไหมที่ทำให้พี่พอใจได้จากก้นบึ่งของหัวใจ” 

                ศิลาหยุดฝีเท้าเบือนหน้ามองท้องฟ้า  เขาหลับตาสัมผัสถึงสายลมบางเบาสายหนึ่งก่อนจะลืมตาขึ้นพร้อมเอามือรูบหัวเจ้าหล่อน  “สิ่งที่พี่อยากได้มากที่สุดและพึงพอใจมากที่สุด  มันเป็นของที่ไม่ได้ล้ำค่าอะไร  แต่ว่าก็ไม่สามารถซื้อได้ด้วยเงิน  เป็นบางอย่างที่มองจากข้างหน้าไม่เห็นต้องมองจากข้างหลังเท่านั้นถึงจะเห็น  เอาไว้ถึงเวลานั้นเดี๋ยวน้องก็รู้   อีกอย่างความพอใจที่สุดของพี่ที่ได้มาแล้วก็น้องไงคะ”

                ฟ้าครามเอนคอมองพี่ศิของเธอ   เขาเป็นคนพิลึกจริงๆนั่นแหละ   “ค่ะ”  เจ้าหล่อนตอบอมยิ้มเล็กๆ  สีหน้าแดงก่ำ

               ศิลาหันมองทางเบื้องหน้าคอแทบหักสีหน้าเคร่งขรึม  และเป็นสัมพาทีพูดขึ้น  “สัมผัสของมันหายไปแล้วครับนายท่าน”

                ศิลามองรอบตัว   เขามาถึงยังริมชายหาด  ห่างออกไปไกลเกือบสุดสายตาคือเกาะกรุงลงกาและไม่ห่างออกไปเท่าไหร่คือเกาะแก้ว   อาชญากรมากมายก่อแค้มไฟและทำการต่อเรือกันอยู่ที่ชายหาด   เมื่อเห็นเจ้านายและนายหญิงของเขามาทั้งหมดก็รีบละมือและเข้ามาทักทาย   อาชญากรที่อยู่บริเวณนี้คืออาชญากรที่ร่วมสงครามกับเขามาตลอดหรือก็คืออาชญากรยุคแรกเริ่มก่อตั้ง   

                “น้องมุทิตาทำไมต้องมาต่อเรือใหม่ล่ะ”  ศิลาเดินสำรวจแค้มป์   ตามจุดต่างๆที่เต็มด้วยอุปกรณ์ต่อเรือ   เมตตาและมุทิตาสองพี่น้องหัวหน้าหน่วยรอบสังหารได้นำคนมาเตรียมพร้อมจะบุกกรุงลงกา   เมตตาถอนหายใจก่อนที่จะเป็นมุทิตาตอบว่า

                “เจ้าทะเลน่ะซิครับพี่ศิลา  เมื่อพวกเราออกนอกชายฝั่งได้ระยะหนึ่งเจ้าทะเลสัตว์อสูรระดับเทพจะมาโจมตี”  เด็กหนุ่มอธิยายฉะฉานสีหน้าเหน็ดเหนื่อย

                “ซ้ำร้ายกว่านั้น”  เมตตาพูดขึ้น  “สัตว์อสูรระดับเทพก็มีความแข็งแกร่งเกินกว่าปกติอีกด้วยครับ”

                ศิลาพยักหน้า  “แม้จะรวมเป็นแพนเจียแล้วแต่ก็ยังเหาะข้ามไปไม่ได้ซินะ”  

                “ได้ครับพี่ศิลา   แต่เหาะไปได้เพียงระยะหนึ่งเท่านั้นพอใกล้ถึงกรุงลงกาเราจะเหาะไม่ได้จะมีบางอย่างเหมือนแรงดึงดูดดึงเราลงผิวน้ำ”

                

                พาราไดร์ดินแดนสรวงสวรรค์ที่หลอมรวมเป็นผืนเดียวกันเป็นสถานที่อุดมสมบูรณ์

    ทุ้งหญ้าเขียวขจีมีวิหารหลังหนึ่งตั้งตระหง่าอยู่กลางทุ้งดอกไม้นานาพรรณ     ร่างชายหนุ่มใบหน้าเรียบคม  นัยน์ตาสงบนิ่งลึกล้ำราวกับเย้ยหยันในโลกทั้งใบ  ผมสีขาวยาวถึงข้อเท้าโบกสะบัดตามสายลมสอดรับกับชุดจอมเวทย์ผ้าฝ้ายสีทองปลิวสะบัด  มือขวาของเขาถือคฑารูปหัวมังกรสีทองเอาไว้ในมือ  ด้านหลังเป็นวงแหวนสีทองลอยหมุนวนอยู่พร้อมกลับลูกแก้วเจ็ดลูกฝังอยู่ในเส้นวงแหวนด้านหลัง

                บุรุษเบือนหน้ามองท้องฟ้าพลางระบายลมหายใจออกมารำพึงกับตัวเอง  “ในที่สุดข้าก็ตื่นจากนิทราอันยาวนาน”  เขาหลับตาลงสงบนิ่ง   บรรยากาศรอบกายสั่นสะเทือนออร่าสีทองบางเบาเลือนลอยแต่หนักแน่นแผ่ออกมาจากร่างของเขา    ในห้วงมโนภาพของบุรุษเขาเห็นสถานที่ต่างๆของโลก Demonlord เป็นภาพฉากๆไหลเข้ามาในมโนภาพ  “จันทราเทพ  สุริยะเทพ  พวกแกยังไม่ตายซินะ  เทพสงคราม?....!   จันทราเทพไปอยู่กับเทพสงครามได้ยังไง”  ชายหนุ่มหลับตาเพ่งมองฟ้าครามและศิลาที่กำลังเดินสำรวจแค้มป์   เขามีสีหน้าอยากรู้ขมวดคิ้วย่นเข้าหากัน

                บุรุษหนุ่มปรากฎร่างขึ้นในอากาศธาตุด้านหลังของชายปริศนาพร้อมกับพูดขึ้น  “ท่านไดอาโบ  พลังของดีมิเทอร์และดวงใจภูติทั้งเจ็ดตอนนี้อยู่ที่เทพสงครามศิลาครับ”  

               ไดอาโบค่อยๆลืมเปลือกตาขึ้นช้าๆก่อนจะพูดขึ้น  “ข้ารู้แล้ว  ที่ข้าสงสัยตอนนี้คือ  ฮาเดส  ลูซิเฟอ  โลกิ  ข้าสัมผัสถึงพลังของพวกมันไม่ได้”  ไดอาโบพูดเสียงเรียบไม่หันกลับมามองคนด้านหลัง

               “ทั้งหมดถูกเทพสงครามศิลาสังหารหมดแล้วครับ”  ชายหนุ่มนามอาบาไนกล่าวขึ้นแววตาวาวโรจน์  

               “ฮืมมม”  ไดอาโบเลิกคิ้วสูงครางในลำคอสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ  “พวกมันกำลังมุ่งหน้าไปเกาะแก้ว”      อาบาไนหรี่ตาเงยหน้ามองไดอาโบทางด้านหลัง

               “มันรู้หรอครับว่าวงแหวนแห่งโลกาซ่อนอยู่ที่นั่น”  เขาถามเสียงเครียด  

                ไดอาโบส่ายศรีษะเล็กน้อย  “ข้าคิดว่ามันคงไม่รู้   แต่ถ้ามันได้วงแหวนโลกาไปล่ะก็เท่ากับโลกนี้ตกอยู่ในมือของมัน  วงแหวนแห่งโลกามีความสามารถในการสะกดพลังของดีมิเทอร์และดวงใจภูติให้อยู่กับเจ้าของโดยที่ไม่แผ่พลังงานออกมา”  สีหน้าของชายหนุ่มดูไม่กังวลเท่าไหร่ต่างจากคำพูดลิบลับสีหน้าของเขาดูเหมือนจะมั่นใจและไม่เกรงกลัวเทพสงครามศิลาเลยสักนิด 

                ฟ้าครามสามารถคืนร่างเป็นจันทราเทพและศิลาสามารถดึงพลังของดีมิเทอร์ออกมาใช้ได้ทว่านั่นก็ยังไม่ใช่พลังที่แท้จริง  กล่าวให้ถูกคือพลังของเขามันรั่วไหลออกมาจากร่างกายทำให้ศิลาไม่สามารถใช้พลังได้เต็มที่เเละนั่นจึงเป็นอีกสาเหตุว่าทำไมเมื่อศิลาไปบริเวณไหนสัตว์อสูรบริเวณนั้นจะแข็งแกร่งขึ้นจนผิดปกติเพราะพลังที่รั่วไหลออกมาจากร่างของเขานั่นเอง  วงแหวนโลกาเปรียบคล้ายกับฝาครอบไม่ให้น้ำรั่วซึมไหลออกมา

                “ท่านดูจะกระหายางครามมากเลยนะครับ”  อาบาไนถามกลับชายหนุ่มตรงหน้า                  ไดอาโบยิ้มที่มุมปากแววตาเย้ยหยันฉายแสงสีเงินออกมา  “ไม่เลย  ข้าไม่เคยกระหายในสงคราม  ข้าเพียงแค่ต้องการความสงบอันเป็นนิรันดร์กลับคืนสู่โลกใบนี้ก็เท่านั้น”   นัยน์ตาสงบนิ่งว่างเปล่าของไดอาโบแฝงความอำมหิตและความกระหาย

                “แต่ข้าว่าท่านคงจะผิดหวัง  เพราะเทพสงครามและสุริยะเทพคงจะไม่รอด  เพราะตอนนี้เวน่อมและเดม่อนได้ลงมือแล้ว  ข้าคิดว่าจันทราเทพและสุริยะเทพคงไม่มีชีวิตรอดมาถึงตัวท่าน”

               “เวน่อม  เดม่อน  ทั้งสองแข็งแกร่งและเป็นเทพสงครามก็จริง”  ไดอาโบกล่าสเสียงเรียบ  “ทว่าในช่วงที่พวกเรานิทราอะไรหลายๆอย่างเปลี่ยนไปมาก  บอกทั้งสองอย่าได้ประมาท  โดยเฉพาะคนที่ไปหาเทพสงครามและจันทราเทพ  เจ้าจงไปบอกให้ระวังเอาไว้เป็นที่สุด  อีกอย่างอย่าตามพวกมันจนไปถึงเกาะแก้วเพราะที่นั่นมีนางจันทวดีและสินสมุทรหลับไหลอยู่”

              อาบาไนพยักหน้ารับคำ  “เราควรขัดขวางมันไม่ให้ไปเกาะแก้วไหมครับ”  อานาไนถามด้วยความสงสัย

                “ไม่....    ไม่จำเป็น   เกาะแก้วใช่ว่าใครจะเข้าก็เข้าจะออกก็ออก   ผู้เข้าไปจะไม่ได้กลับออกมา   ผู้ที่ออกมาได้จะไม่เหลือสิ่งใด   แม้แต่ข้าเองยังมิอาจเข้าออกเกาะแก้วได้โดยง่าย”  ไดอาโบเสียงเครียด

                “อันตรายขนาดนั้นเลยหรอครับ”  ชายหนุ่มถามด้วยความอยากรู้

                ไดอาโบถอนหายใจ  “สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น  หากเจ้าใคร่รู้ก็จงไปดูให้ประจักษ์แก่สายตาเสียเถิดแต่อย่านำคนของเราไปทิ้งชีวิตแบบไร้ข้า  ถ้าเข้าเขตเกาะแก้วแล้วเจ้าอยากรู้ก็จงไปด้วยตัวคนเดียว”

                “ครับ  ถ้างั้นกระผมขอนำกองกำลังเทพสงครามไปกำจัดเทพสงครามศิลาเสียตั้งแต่ต้นลมเพื่อมิให้เกิดเป็นกองเพลิงหายนะ”  

                “แล้วแต่เจ้าจะเห็นดี   ข้าจะเข้าฌาณสักระยะเพื่อนำหลังของข้าที่กระจัดกระจายกลับคืนสู้ข้า  เพราะงั้นก่อนหน้านั้นเจ้าจงไปตามมุรามาสะมาเฝ้าระวังพาราไดรส์แห่งนี้  อย่าให้ใครรบกวนข้าได้”  ไดอาโบสั่งก่อนร่างจะหายไปในอากาศธาตุ

                “ครับท่านมหาจอมเทพสงคราม”

               


    #อาจจะช้าไปหน่อย  สวัสดีปีใหม่พี่ๆน้องๆเพื่อนๆทุกคนนะครับ  ขอให้ปีนี้มีแต่เรื่องดีๆ     

    คล้ายกับเรื่องDemonlord online ราชาอสูรสะท้านโลก ที่คุณอ่าน

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ปรมาจารย์นักหลอมอาวุธ

    ปรมาจารย์นักหลอมอาวุธ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    971K 2377
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    จุติเทพอสูรสยบบรรพกาล【จบ】

    จุติเทพอสูรสยบบรรพกาล【จบ】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.13M 4052
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.58M 3380
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.35M 933