ฉันแค่อยากเล่นเกมเงียบ ๆ

    ตอนที่ 43 ดอกบัวหัวใจพุทธะ

    ใต้ป้ายหินคือทางเข้ามิติต่างโลก ซึ่งมีทหารคอยเฝ้ารักษา หลี่เสวียนหยิบบัตรผ่านสองใบออกมาแสดง พวกเขาสองคนถึงเข้าไปข้างในได้


    พวกเขาเดินไปตามบันไดอิฐเขียวใต้ป้ายหิน ลงไปยังส่วนลึกของชั้นใต้ดิน ในที่สุดโจวเหวินก็รู้สาเหตุที่ชาวลั่วหยางเรียกมิติต่างโลกว่าเมืองใต้ดิน


    พื้นที่ชั้นใต้ดินลึกหลายสิบเมตร เมืองโบราณที่พังทลายเชื่อมต่อเป็นหนึ่งเดียวกันกับโลกใต้ดิน อาคารโบราณที่สร้างจากอิฐเขียวเรียงตัวราวกับเขาวงกต


    บนกำแพงอิฐเขียวมีตะเกียงน้ำมันคอยส่องแสงสว่างเป็นระยะ แสงสลัวทำให้เมืองโบราณใต้ดินที่แต่เดิมชื้นมืดทึบอยู่แล้วดูเก่าแก่ลึกลับยิ่งขึ้น


    ตำแหน่งที่พวกโจวเหวินอยู่นั้นเป็นถนนยาวสายหนึ่ง อาคารสองข้างทางล้วนสลักด้วยลวดลายที่เกี่ยวข้องกับพุทธศาสนา แม้แต่กระเบื้องบนหลังคายังสลักเป็นลายนางฟ้าลอยเวหา


    “ผลึกพลังระดับแปดแลกกับผลึกความเร็วระดับแปด รีบมาแลกเปลี่ยนเร็ว”


    “ผลึกดอกบัวหัวใจพุทธะ มีแค่ชิ้นเดียว แลกของเท่านั้น ไม่ขาย...”


    “แผนที่เมืองพุทธที่ละเอียดครบถ้วนที่สุด แค่มีไว้ครอบครอง ก็สำรวจได้ทั้งเมืองพุทธ...”


    สองข้างทางเต็มไปด้วยวัยรุ่นที่สวมชุดนักศึกษากำลังตั้งแผงลอย เห็นชัดว่าเป็นนักศึกษารุ่นพี่ของมหาวิทยาลัยซีหยาง


    เดิมทีโจวเหวินอยากจะซื้อแผนที่สักแผ่น แต่ถูกหลี่เสวียนห้ามไว้


    “เมืองพุทธเพิ่งถูกค้นพบไม่นาน นักศึกษาที่นี่ก็สำรวจไปแค่บริเวณโดยรอบเท่านั้น แผนที่ของพวกเขาจะไปมีค่าได้ยังไง ฉันมีแผนที่ฉบับล่าสุดจากกองทัพ มีประโยชน์กว่าของพวกเขามาก พวกเราไปลุ้นโชคที่สระบัวก่อนเถอะ ดูว่าจะเจอดอกบัวหัวใจพุทธะบ้างไหม” หลี่เสวียนถือแผนที่พลางเดินพลางพูด


    “ดอกบัวหัวใจพุทธะคืออะไร” โจวเหวินถาม


    “มันคือสิ่งมีชีวิตต่างมิติประเภทพืช ก่อนหน้านี้ฉันเคยบอกนายแล้วใช่ไหมว่า ที่นี่มีสัตว์เลี้ยงคู่หูประเภทอวัยวะภายใน ดอกบัวหัวใจพุทธะก็เป็นหนึ่งในนั้น ลักษณะแปลงสภาพของมันคือหัวใจ” หลี่เสวียนอธิบาย


    หลี่เสวียนถือแผนที่พาโจวเหวินลัดเลาะไปตามเส้นทางเมืองใต้ดินที่มืดสลัว อาจเป็นเพราะสิ่งมีชีวิตต่างมิติบริเวณนี้ถูกกำจัดจนหมดแล้ว ตลอดเส้นทางพวกเขาจึงไม่เจอสิ่งมีชีวิตต่างมิติสักตัว


    เดินไปประมาณหนึ่งชั่วโมง ทิวทัศน์ตรงหน้าก็สว่างสดใส เห็นทุ่งใบบัวเขียวมรกตกว้างขวาง ใบบัวเหล่านั้นส่องประกายแสงสีเขียวแวววาวราวกับหยก


    สระบัวใต้ดินแห่งนี้มีขนาดอย่างน้อยหลายหมู่ ประกายแสงสีเขียวแวววาวส่องสะท้อนให้โลกใต้ดินแห่งนี้ราวกับทุ่งมรกต ส่วนตำแหน่งที่อยู่ห่างไกลออกจากริมฝั่ง ก็มีดอกบัวสีขาวขนาดใหญ่ราวกับโล่ศึกกำลังเบ่งบาน


    “นั่นก็คือดอกบัวหัวใจพุทธะเหรอ” โจวเหวินถามพร้อมกับจ้องไปที่ดอกบัวสีขาวขนาดใหญ่เหล่านั้น


    “ใช่แล้ว นั่นก็คือดอกบัวหัวใจพุทธะ เป็นสิ่งมีชีวิตต่างมิติประเภทพืช แต่ดอกบัวหัวใจพุทธเหล่านั้นอยู่ห่างไกลจากริมฝั่งเกินไป ถ้าไม่มีความสามารถในการบินเหาะ ก็ไม่มีทางเข้าใกล้พวกมันได้เลย” หลี่เสวียนกล่าว


    “ว่ายน้ำไปไม่ได้เหรอ” โจวเหวินมองน้ำในสระบัว น้ำส่องสะท้อนใบบัวจนกลายเป็นผืนมรกตแวววาวราวกับผลึก


    “ห้ามเด็ดขาด น้ำในสระบัวแห่งนี้ละลายได้แม้กระทั่งเหล็กกล้า ถ้ามนุษย์ลงไปก็จะกลายเป็นเศษกระดูกทันที” หลี่เสวียนรีบกล่าว


    “ในเมื่อเป็นอย่างนี้ พวกเราจะมาที่นี่เพื่ออะไร” โจวเหวินขมวดคิ้วเล็กน้อย


    “ถึงได้บอกว่ามาลุ้นโชคไง ถ้ามีดอกบัวหัวใจพุทธะที่ผลิบานอยู่ริมฝั่ง พวกเราก็จะมีโอกาส” หลี่เสวียนลูบจมูกแล้วพูดต่อ “แต่ดูเหมือนว่าพวกเราจะโชคไม่ค่อยดีเท่าไร ไม่มีดอกบัวหัวใจพุทธะผลิบานอยู่ริมฝั่งเลย”


    ขณะที่กำลังคุยหัน จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงเกือกม้าดังเข้ามาทางพวกเขา เมื่อทั้งสองหันไปมองก็เห็นม้าขาวตัวหนึ่งกำลังวิ่งเข้ามา และมีผู้ชายสีหน้าเย็นชาคนหนึ่งนั่งอยู่บนม้า


    ม้าขาวตัวนั้นวิ่งอย่างรวดเร็ว เพียงครู่เดียวก็ไปถึงริมสระบัว แต่ชายคนนั้นไม่มีทีท่าจะชะลอม้าลงเลย ม้าขาวพุ่งเข้าไปในสระบัวโดยที่ไม่ได้ลดความเร็วแม้แต่น้อย


    วินาทีถัดไป โจวเหวินก็ตกตะลึงเมื่อพบว่าบนตัวม้าขาวจู่ ๆ งอกปีกสีขาวหิมะคู่หนึ่งออกมา พุ่งทะยานขึ้นแล้วบินเรียดอยู่บนใบบัวบนสระน้ำ


    “ม้าบินปีกขาวระดับธรรมดาเป็นสัตว์เลี้ยงคู่หูที่พบเจอได้ยากมาก ตอนนี้ทั้งมหาวิทยาลัยซีหยางก็มีแค่ตัวนี้ตัวเดียว เจ้าของของมันคือลั่วเซวียนที่เรียนอยู่ชั้นปีสอง ซึ่งถูกยกให้เป็นหนึ่งในสี่แห่งเดือนมหาวิทยาลัยซีหยาง หมอนี่หยิ่งยโสมาก ฉันไม่ชอบเลย” หลี่เสวียนพูดพร้อมกับมองม้าบินปีกขาวตัวนั้นอย่างอิจฉา


    ถึงแม้เสือขาวตาหยกของเขาจะมีพลังต่อสู้ที่แข็งแกร่งกว่าม้าบินปีกขาว แต่มันบินไม่ได้ จึงไม่สามารถดูเท่เหมือนกับลั่วเซวียนที่ขี่ม้าขาวบินอยู่เหนือสระบัว


    ลั่วเซวียนขี่ม้าขาวเข้าใกล้ดอกบัวหัวใจพุทธะดอกหนึ่ง แต่เมื่อเขาเข้าใกล้มันในระยะประมาณสิบเมตร ทันใดนั้นกลีบดอกบัวก็หุบเข้ากลายเป็นทรงรี เมื่อกลีบดอกบัวบานออกอีกครั้ง ก็พ่นเมล็ดบัวสีเขียวมรกตเม็ดหนึ่งออกมา พุ่งเข้าใส่ลั่วเซวียนที่อยู่กลางอากาศราวกับเป็นกระสุนปืนใหญ่


    ลั่วเซวียนสีหน้าเรียบนิ่ง บริเวณเอวพลันส่องประกาย เมล็ดบัวสีเขียวมรกตเม็ดนั้นถูกฟันขาดเป็นสองซีก ตอนนี้เองถึงเห็นว่าในมือเขามีดาบยาวเพิ่มขึ้นมาหนึ่งเล่ม


    “ดาบเร็วมาก !” โจวเหวินตกตะลึงเล็กน้อย


    “ตระกูลลั่วเป็นสายดาบอยู่แล้ว วิชาดาบผกายแสงก็ถือเป็นสกิลดาบชื่อดัง เขาฟันดาบได้รวดเร็วก็ไม่ใช่เรื่องแปลก” หลี่เสวียนพูดด้วยน้ำเสียงอิจฉาเล็กน้อย


    เขาไม่ได้อิจฉาในวิชาดาบของลั่วเซวียน แต่หมั่นไส้ม้าบินปีกขาวตัวนั้น ถึงแม้เป็นแค่ระดับธรรมดา แต่เมื่อขี่มันแล้วกลับดูเท่กว่าเสือขาวตาหยกเสียอีก


    โจวเหวินเองก็รู้สึกอิจฉาเล็กน้อย ถึงแม้มดกระดูกกลายพันธุ์จะแข็งแกร่ง แต่รูปลักษณ์ของมันก็ดูน่ากลัวจริง ๆ ไม่สามารถเทียบกับม้าบินปีกขาวได้เลย


    แน่นอนว่าโจวเหวินไม่ได้สนใจเรื่องรูปลักษณ์ภายนอก แต่ความสามารถในการบินของม้าบินปีกขาวมีประโยชน์จริง ๆ


    ม้าบินปีกขาวโฉบผ่านสระบัว ดาบยาวในมือของลั่วเซวียนวูบไหว ทันใดนั้นดอกบัวหัวใจพุทธะสีขาวขนาดใหญ่ดอกหนึ่งก็ถูกเขาฟันขาดลงมา


    เมื่อเห็นดอกบัวหัวใจพุทธะถูกลั่วเซวียนฟันขาดดอกแล้วดอกเล่า หลี่เสวียนกับโจวเหวินก็รู้สึกอิจฉาเล็กน้อย


    “ถ้ารู้แบบนี้ ฉันคงหาทางครอบครองสัตว์เลี้ยงคู่หูที่บินได้ดีกว่า” หลี่เสวียนพูดอย่างหัวเสีย


    “ช่างเถอะ พวกเราไปดูที่อื่นกันดีกว่า ที่นี่นอกจากดอกบัวหัวใจพุทธะแล้ว คงมีสิ่งมีชีวิตต่างมิติชนิดอื่นอีกใช่ไหม” โจวเหวินถาม


    “ข้างหน้ายังมีอีกจุดหนึ่งที่พบสิ่งมีชีวิตต่างมิติ แต่ตรงนั้นค่อนข้างอาถรรพ์ ตอนที่กองทัพไปสำรวจตรงนั้น พวกเขาก็เสียชีวิตไปมากมาย แม้แต่ผู้แข็งแกร่งระดับตำนานยังไม่สามารถหลุดรอด สุดท้ายตรงนั้นถูกจัดให้เป็นเขตต้องห้าม นักศึกษาทั่วไปเลยไม่กล้าเข้าใกล้” หลี่เสวียนดูแผนที่พลางกล่าว


    “คนพวกนั้นตายกันยังไง” โจวเหวินเริ่มรู้สึกสนใจ เขามองหลี่เสวียนแล้วถาม


    “ถ้ารู้ว่าตายยังไงก็คงไม่เรียกว่าอาถรรพ์แล้ว เอาเป็นว่าเดิน ๆ อยู่ก็ตายไปเฉย โดยที่ไม่เห็นร่องรอยการปรากฏตัวของสิ่งมีชีวิตต่างมิติ บนตัวก็ไม่มีบาดแผล แต่หลังจากเอาศพกลับไปชันสูตร ถึงพบว่าอวัยวะภายในทั้งหมดเสื่อมสลาย สภาพฝ่ออย่างรุนแรง” หลี่เสวียนกล่าว


    “นอกจากสองที่นี้แล้ว จุดอื่นในเมืองพุทธก็ไม่มีสิ่งมีชีวิตต่างมิติแล้วเหรอ” โจวเหวินขมวดคิ้วเล็กน้อย


    “ส่วนลึกของเมืองพุทธต้องมีอยู่แน่นอน แต่ขนาดกองทัพยังไม่ได้สำรวจถึงตรงนั้น นักศึกษาทั่วไปจะกล้าไปได้ยังไง เห็นชัดว่าเป็นการรนหาที่ตาย พวกเราจะเอาชีวิตไปเสี่ยงไม่ได้นะ”


    หลี่เสวียนเงียบลงครู่หนึ่งแล้วพูดต่อ “ความจริงทางกองทัพได้ตั้งรางวัลไว้ ถ้าใครไขปริศนาการตายของทหารเหล่านั้นได้ ทางกองทัพก็จะมอบไข่สัตว์คู่หูระดับตำนานหนึ่งฟองให้เป็นรางวัล อีกทั้งยังได้รับสิทธิ์เข้าเมืองพุทธอย่างถาวร”


    คล้ายกับเรื่องฉันแค่อยากเล่นเกมเงียบ ๆ ที่คุณอ่าน