เฟยหรงถอยหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายคมกระบี่ลมปราณฟาดฟันอย่างไรปรานีภายในระยะเวลาไม่ถึงสิบลมหายใจปราณอาฆาตก็พลันหายไปมากกว่าครึ่ง เฟยหรงเมื่อเห็นว่าอาจารย์ของตนดูเบื่อหน่ายก็ไม่ได้อยากจะช้าอีกต่อไปกระบี่ลมปราณของเขาจากสิบหกหกเล่มกลายเป็นหนึ่งพันเล่มในทันทีและพุ่งทำลายปราณอาฆาตจนหมดเกลี้ยงไม่มีเหลือภายในชั่วพริบตา
"การทดสอบด่านแรก ผ่าน"เสียงที่หลากหลายดังขึ้นมาอีกครั้งทำให้เหล่าขุมกำลังต่างๆพากันโล่งใจในทันทีและทิ้งตัวลงนั่งด้วยความเหนื่อยหล้าอย่างถึงที่สุด เฟยหรงส่ายหัวอย่างเมินเฉยก่อนจะหันไปและเดินกลับไปหาเหล่าขุมกำลังของเทพสมุทรที่กำลังอยู่ในวารีสวรรค์ของเขาเพื่อรักษาแต่ทันใดนั้นเอง ลมปราณมังกรพุ่งรุนแรงก็พุ่งทะยานมาหาชายหนุ่มอย่างไม่ทันรู้ตัว
"ตูม!!"
หลายคนตื่นตระหนกในทันทีเวลานี้ขุมกำลังจักรพรรดิมังกรเหมือนจะไม่ทนอีกต่อไป การลงมือครั้งนี้ช่างน่ารังเกียจนักไม่เพียงแต่ลงมือกับผุ้มีพระคุณแต่กลับลอบโจมตีลับหลังในเวลานี้เหล่าผุ้คนจึงมองขุมกำลังของจักรพรรดิมังกรไม่ต่างอะไรจากตัวตลก
"ไม่สมเป็นขุมกำลังของจักรพรรดิมังกรที่เย่อหยิ่งในศักดิ์ศรี ดูเหมือนพวกมังกรเพลิงจะเป็นแบบนี้เหมือนกันทุกตัวสินะ"เสียงอันเรยบเฉยดังขึ้น ชายหนุ่มขุมกำลังจักรพรรดิมังกรที่ได้ยินถึงกับตกตะลึงในทันที เวลานี้ชายหนุ่มเพียงใช้นิ้วเดียวก็สามารถหยุดเขาไว้ได้
"หุบปากซะ!!หากเจ้ามีพลังมากขนาดนี้ทำไมถึงไม่ลงมือให้เร็วกว่านี้!!ปล่อยให้ผู้คนตายเป็นร้อยพันเพื่ออะไร!!"มันกล่าวอย่างเดือดดาล แม้คำพูดจะดูดีแต่สิ่งที่มันหมายถึงจริงๆย่อมไม่ได้ดีเช่นปากว่า แต่มันหมายถึงขุมกำลังของพวกมันต่างหากที่เสียหายอย่างหนัก
"ใช่!! ช่างน่ารังเกียจนัก กินแรงพวกเราชัดๆ!!"
"ใช่ๆ"
เหล่าขุมกำลังมากมายพากันประนามเฟยหรงกันยกใหญ่ โดยไม่ได้คิดถึงเรื่องที่ชายหนุ่มช่วยไว้เมื่อครู่เลยแม้แต่น้อย หลากหลายคำก่นด่ามีมาไม่ขาดสายแม้แต่ตำหนักอาญาสวรรค์เองก็อดไม่ได้ที่จะร่มผสมโรงไปด้วย
"ฮ่าๆๆๆ"เฟยหรงหัวเราะร่า นี่แหละคือสิ่งที่ตอบแทนผุ้มีพระคุณ
"บัดซบ!!หัวเราะอะไรของเจ้า!!"หลายคนมองมาที่เฟยหรงด้วยความแปลกใจ ชายคนนี้เป็นบ้าไปแล้วงั้นหรือ
"จะไม่ให้หัวเราะได้อย่างไรในเมื่อมีเรื่องที่น่าขบขันเช่นนี้ ข้าไม่ใช่นักบุญหรือรู้จักพวกเจ้ามาก่อน ทำไมข้าต้องช่วยพวกเจ้าด้วย มนุษยธรรมงั้นหรือคุณธรรมงั้นหรือ ไร้สาระสิ้นดี! พวกเจ้าไม่ใช่ชาวบ้านที่ช่วยเหลือตัวเองจากสัตว์อสูรไม่ได้ทั้งไม่ได้ถูกรุนรานแต่กลับมาเพื่อค้นหาโชคลาภ หากกลัวความตายทำไมไม่กลับไปให้แม่ของพวกเจ้าโอ๋ซะละ ฮ่าๆๆๆ"
"ที่พวกเจ้าตายก็ล้วนเป็นเพราะความโลภของตัวเองทั้งนั้น ทำไมข้าจะต้องไปรักษาชีวิตให้กับคนโลภเช่นพวกเจ้าด้วย แล้วก็นะ!!........หมัดนี้ข้าคืนให้!!"
"ตูม!!"
หมัดของเฟยหรงเหวี่ยงตรงไปที่ผู้นำของจักรพรรดิมังกรในทันที เพียงหนึ่งมันเท่านั้นกายมังกรที่ปกคลุมไปด้วยเกล็ดแตกสลายไม่มีชิ้นดี ตัวของมันพุ่งดังกระสุนไปติดกับแพงวิหารในทันที ในเวลานี้ทุกคนได้แต่พรั่นพรึงไปกันหมด ร่างกายของจักรพรรดิมังกรเรียกได้ว่าแข็งแกร่งมากที่สุดในจักรวาลแต่กลับแตกสลายง่ายเช่นนี้ ชายหนุ่มคนนี้เป็นใครกันแน่
"ขะ แข็งแกร่งมาก!!"ผู้นำวิหคเพลิงและผู้นำตำหนักอาญาสวรรค์กล่าวขึ้นพร้อมกันอย่างตกตะลึง ต้องบอกก่อนว่าขุมกำลังจักรพรรดิมังกรนั้นเทียบเท่ากับขุมกำลังของพวกนางและความแข็งแกร่งก็เทียบเท่ากันและออกจะแข็งแกร่งมากกว่าด้วยซ้ำแต่ชายหนุ่มกลัยซัดมันจนหมอบภายในหมัดเดียวเช่นนี้นับว่าไม่ธรรมดาอย่างแท้จริง
"ไปกันเถอะ ข้าคล้านจะอยู่ที่นี่แล้ว"เฟยหรงกล่าวกับขุมกำลังเทพสมุทร พวกเขาพากันลุกขึ้นและเดินตามหลังเฟยหรงไปในทันที เหล่าขุมกำลังต่างๆตอนนี้ถึงกับพูดไม่ออกไปเลยทีเดียวโดยเฉพาะขุมกำลังจักรพรรดิมังกรที่ตอนนี้รู้สึกทั้งหวาดกลัวและเสียหน้าอย่างหนักพวกมันไม่อาจที่จะทำอะไรได้อีกต่อไปแม้แต่เจ้านายยังหมอบราบภายในหมัดเดียวแล้วพวกมันจะไปทำอะไรได้ ดังนั้นเวลานี้พวกมันจึงได้แต่ไปขุดร่างเจ้านายของมันออกจากผนังวิหารซึ่งตอนนี้ได้สลบไปแล้ว ส่วนขุมกำลังอื่นก็ค่อยๆตามพวกเฟยหรงไป
ตัดกลับมาที่เฟยหรงในเวลานี้เขาได้รับรู้ข้อมูลจากขุมกำลังของเทพสมุทรไม่น้อยเลยทีเดียว และเป็นที่น่าแปลกใจมากที่ขุมกำลังเทพสมุทรนั้นเป็นขุมกำลังลับที่ไม่ได้สุงสิงกับใครและตั้งอยู่ในจักรวาลเขตตะวันตกโดยสมาชิกในขุมกำลังเหล่านี้นั้นแตกต่างจากมหาสมุทรนิรันทร์โดยสิ้นเชิงเพราะพวกเขาเพียงได้รับพรเป็นการผสานเลือดของตนเองกับเทพสมุทรเท่านั้นดังนั้นในขุมกำลังนี้จึงมีสายเลือดที่บริสุทธิ์เพียงแปดส่วน ผิดกับขุมกำลังในโลกที่เกิดจากการสร้างจากเทพสมุทรโดยตรงอย่างสิ้นเชิง
และเขายังได้รู้อีกว่าชายหญิงคู่นี้คือผู้นำรุ่นเยาว์รุ่นที่สิบของขุมกำลังเทพสมุทรมีนายมาเป่ยหาน และเป่ยหานเย่ว์ ส่วนข้อมูลขุมกำลังอื่นนั้น เฟยหรงก็แค่ว่าขุมกำลังหลักที่มายังที่แห่งนี้คือขุมกำลังจักรพรรดิมังกรที่นำโดยหลงเสี่ยวที่เขาพึ่งกำหราบไป ขุมกำลังวิหคเพลิงที่มีผู้นำชื่อเฟิงหยาลี่ ผู้นำกระเรียนขาวชื่อฟงจวิน และผู้นำตำหนักอาญาสวรรค์เซี่ยจูชิง โดยทั้งหมดนั้นคือผู้นำรุ่นเยาว์และเป็นบุตรธิดาของผู้นำขุมกำลังนั้นๆทั้งสิ้น
เฟยหรงที่ได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ แต่ก็เอาเถอะเขาไม่ได้สนอะไรอะไรมากนักเกี่ยวกับเรื่องนี้ "แล้วท่านเทพสมุทรได้อยู่ที่ขุมกำลังของท่านหรือไม่"เฟยหรงกล่าวถาม
"ใช่ ท่านอยู่ในขุมกำลังของพวกเราแต่ก็เร้นกายอยู่ในมหาสมุทรดวงดาวไม่ได้ออกมา หากต้องการแจ้งข่าวมีเพียงแจ้งท่านพ่อของข้าที่คอยดูแลขุมกำลังที่เท่านั้นถึงจะจุเข้าไปพบได้"เป่ยหานกล่าวตอบ
"โอ้ เป็นเช่นนั้น งั้นข้าขอฝากข้อความไปแจ้งกับท่านด้วยแล้วกันว่า ขุมกำลังของเขาในโลกมนุษย์มีสายเลือดเต็มสิบส่วนเกิดขึ้นแล้วเมื่อโลกเปิดผนึกออกให้ท่านไปรับพวกเขาด้วย"เฟยหรงกล่าวบอกไปเช่นนั้น ทั้งเป่ยหาน และเป่ยหานเย่ไม่เข้าใจในสิ่งที่เฟยหรงพูดแม้แต่น้อยแต่ก็บันทึกข้อความเสียงของเฟยหรงเอาไว้และเตรียมเอาไปแจ้งกับท่านเทพสมุทรอย่างไม่ลังเล นั่นเพราะเฟยหรงเองก็ถือว่าเป็นหนึ่งในสายเลือดเทพสมุทรเต็มสิบส่วนและมีสิทธิ์ที่จะเป็นผู้สืบทอดของเทพสมุทรดังนั้นคำพูดของเขาจะละเลยไม่ได้เด็ดขาดและต้องส่งให้ถึงหูของเทพสมุทรโดยตรงเท่านั้น
'ให้ตายเถอะ ว่าแต่ขุมกำลังมังกร วิหคเพลิง เต่าทมิฬ และพยัคฆ์ส่วนใหญ่จะใช้แซ่เดียวกันทั้งหมดเลยแห๊ะ แบบนี้ข้าจะสับสนไหมเนี้ย'เฟยหรงเริ่มปวดหัวขึ้นมาในทันใด เขาคิดไปถึงว่าเมื่อปลดผนึกโลกออกมาเกรงว่าขุมกำลังเหล่านี้จะพากันมาเพื่อแย่งชิงลูกสาวและภรรยาของเขาต่างหาก เส้นลมปราณศักดิ์สิทธิ์ระดับเทวะไม่ใช่อะไรที่หากันง่ายๆไม่เว้นแม้แต่ภายในจักรวาลอันกว้างใหญ่ก็ตาม แต่ถึงอย่างไรเขาก็มีแผนรับมือเอาไว้อยู่แล้วนั่นคือให้พวกนางเข้าไปอยู่ในแหวนจิตวิญญานนั่นเอง
เฟยหรงหลังจากที่ได้ฟังเรื่องราวต่างๆของเป่ยหานแล้วเขาก็พอเข้าใจขุมกำลังในจักรวาลคร่าวๆแล้ว ในจักรวาลที่กว้างใหญ่ถูกแบ่งเป็นเหนือ ใต้ ออก ตก เหมือนกับดินแดนศักดิ์สิทธิ์ และมีขุมกำลังใหญ่สี่ขุมกำลังด้วยกันนั่นคือ ตำหนักอาญาสวรรค์เขตเหนือ ตำหนักดาราสวรรค์เขตใต้ ตำหนักเทพเจ้าสวรรค์เขตตะวันออก และตำหนักเทพพิชิตสวรรค์เขตตะวันตก และในสี่ทิศนี้ยังมีขุมกำลังสัตว์เทพประจำการทิศละหนึ่งขุมกำลังนั่นคือ หลง ไป๋ เฟิง และเสวียนอู่ โดยทิศของแต่ละขุมกำลังก็จะไม่ต่างจากทวีปศักดิ์สิทธิ์เท่าไรนัก อีกทั้งใจกลางจักรวาลยังมีสิ่งที่เรียกว่าป้ายบัญชาสวรรค์ที่จะจัดอันดับความแข็งแกร่งให้กับผู้คนในจักรวาลดังนั้นใครแข้งแกร่งใครอ่อนแอสามารถดูได้ที่ป้ายบัญชาสวรรค์นี้
เฟยหรงรู้สึกสนใจในคำพูดของเป่ยหานไม่น้อย ข้อมูลพวกนี้ล้วนแต่มีประโยชน์ต่อเขามากมายนัก เมื่อการปลดผนึกโลกมาถึงเฟยหรงจะได้วางแผนถูกว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป
หลังจากที่พูดคุยเรื่องราวเหล่านี้มาได้พักใหญ่พวกเฟยหรงก็ชะงักฝีเท้าอีกครา เพราะเขามาถึงโถงสีทองอันกว้างใหญ่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
"บดทบสอบต่อไป ทดสอบต่อสู้กับพวกอาซูร่าระดับราชันเทวะ!!"เสียงที่หลายหลายดังขึ้นมาอีกครั้ง เฟยหรงระบายยิ้มออกมาในทันใด ในที่สุดเขาจะได้ต่อสู้กับพวกอาซูร่าตัวเป็นๆเสียที!