ฟางเหม่ยหลิง เจ้าหัวใจจอมบัลลังก์

    ตอนที่29 ยาลูกกลอนพันราตรี


    เช้าวันต่อมา อากาศค่อนข้างแจ่มใส หลังจากที่ฟางเหม่ยหลิงไปเรียนและกลับมาที่จวน เธอและเลียงลี่ รวมทั้งเจ้ามังกรน้อย พากันไปปลูกสมุนไพร หลากหลายชนิดที่เก็บมาจากป่าอาถรรพ์ และแยกปลูกดอกไม้พันราตรีไว้ต่างหาก ห่างจากสมุนไพรอื่นๆ หลังจากปลูกสมุนไพรเรียบร้อย 


     


     

         เธอก็หมกตัวฝึกวิธีปรุงยา ไม่ยอมออกมาจากห้องปรุงยา จนกว่าเธอจะปรุงยาได้สำเร็จ ตอนนี้การปรุงยาเธอนั้นถือว่าพัฒนามากยามีประสิทภาพสูง พอสมควรสามารถใช้ได้ เธอจะต้องพัฒนายา ให้อยู่ในระดับสามให้ได้  เธอพยายามอ่านรายละเอียดในหนังสือ  เหงื่อเริ่มผุดเต็มใบหน้า จากความเหนื่อยล้า ในการพยายามครั้งแล้ว ครั้งเล่า ถึงแม้เธอจะเหนื่อยแค่ไหนก็ไม่เคยย้อท้อ

     

     

    ''เจ้าไม่หิวหรอ หลิงเอ๋อ''


     

    เจ้ามังกรน้อยเห็นว่านี่ก็ใช้เวลานานมากแล้ว แต่ฟางเหม่ยหลิงก็ยังปรุงไม่อยู่ห่างจากห้องปรุงยาสักที ตอนนี้มันเริ่มหิวแล้ว 

     

    ''ข้ายังไม่หิว เจ้าออกไปหาอะไรกินก่อนเถอะนะ ข้าขอเวลาอีกสักพัก ''

     

    ''เจ้าอย่าฝืนเลยนะ ถ้าไม่ไหวก็พักก่อนเถอะ การปรุงยาใช่ว่าจะง่าย ถ้าเจ้าฝืน อาจล้มป่วยได้นะ ''


     

    เจ้ามังกรน้อยเริ่มเป็นห่วงหญิงสาว

     

    ''อีกนิดเดียวเท่านั้นถ้ายาเม็ดนี้สำเร็จ คงขายได้เงินมากมายเลยทีเดียว''

     

    '' เอ๋ เจ้าปรุงยาอะไรอยู่หรือ ถึงได้ตั้งใจแน่วแน่ขนาดนี้''

    เจ้ามังกรน้อยเริ่มสงสัย


     

    "ยาลูกกลอนพันราตรี ข้าเอากลีบดอกไม้พันราตรีมาปรุงเป็นยาลูกกลอน แต่มันยากมาก เลยต้องใช้เวลานาน แค่กลีบเดียวเท่านั้นมีสรรพคุณเลิศล้ำ รับรองใครๆก็ต้องอยากได้"


     

    "ไม่น่าละ เจ้าถึงได้ตั้งใจนัก"


     

    "ใกล้จะได้แล้วละ มีแค่สามเม็ดเท่านั้น"


     

    เธอบรรจงปั้นยาลูกกลอนพันราตรีอย่างเบามือ และใส่กล่องไม้ที่สลักลวดลายสวยงามไว้ 


     

    "คุณหนูเจ้าคะ ปรุงยาสำเร็จแล้วหรือเจ้าคะ"


     

    เหมียนมี่ เดินเข้ามาในห้องปรุงยาใต้ดิน เพื่อมาดูว่าคุณหนูต้องการใช้อะไรนางหรือปล่าว


     

    "เสร็จแล้วละ เหมียนมี่เจ้าช่วยข้าหน่อย เอายานี่ไปขายทีนะ ใครให้ราคาสูงสุดก็ขายให้กับคนนั้น"


     

    "ได้เจ้าค่ะ บ่าวว่ายาตัวนี้ต้องมีคนอยากได้มากแน่ๆ"


     

    แค่รู้ว่ายาที่คุณหนูปรุงนั้นมีส่วนผสมของดอกไม้ที่แสนหายากอยู่ด้วยค่าของยาก็ต้องแพงมากเช่นกัน


     

    "เจ้าต้องปั่นราคาให้สูงๆเลยนะ "


     

    ฟางเหม่ยหลิงนั้นต้องการให้ยาตัวนี้ทำกำไรได้มากที่สุด เพื่อจะได้มีเงินมาใช้ภายในจวน เธอเห็นบ่าวไพร่ล้วนได้กินอาหารที่ไม่ค่อยจะมีประโยชน์นักเนื่องจากทุกคนต่างช่วยกันประหยัดเพราะรู้ดีว่าที่จวนตอนนี้กำลังลำบากเนื่องด้วยมีแค่เงินเบี้ยหวัดของฟางเฉินฟงเลี้ยงทุกคนในจวนเพียงคนเดียว เธอเห็นพวกบ่าวยังใส่เสื้อผ้าเก่าๆ ที่ขาดแล้วขาดอีก มีรอยปะเต็มไปหมด


     

    "คุณหนูไว้ใจบ่าวเถอะเจ้าค่ะ เรื่องค้าขายบ่าวถนัด "


     

    เหมียนมี่พูดด้วยความมั่นใจ


     

    "ข้ารู้ว่าเจ้าเก่งเรื่องนี้''


     

    ฟางเหม่ยหลิงยิ้มอย่างยินดี เพราะเธอรู้ว่าครั้งนี้ต้องได้เงินมากโข


     


     

    ....................................................

     

     

    ทางด้านองค์ชายแปด


     

    ''เป็นอย่างไร จื่อฟง ได้เรื่องไหม''

     

    ''กระหม่อมไปสืบมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ คนที่บงการจ้างนักฆ่า คือ ตระกูลไป๋ เสนาบดีไป๋ฟงหวิน และ ลูกสาวไป๋เฉียนฉิง ''


     

    จื่อฟงหลังจากได้รับหน้าที่นี้ เขาก็ให้ลูกน้องภายใต้การดูแล ไปสืบเรื่องมาจนละเอียด


     

    ''หึ ที่แท้ก็คนโปรด ของเสด็จพ่อนี่เอง เสนาบดีชั่ว กล้าแตะต้องหลิงเอ๋อของข้า เห็นทีคงให้อภัยไม่ได้''


     

    หลงเจี่ยนหยางพอจะรู้จักเสนาบดีคนนี้อยู่บ้าง ด้วยได้ยินชื่อเสียงเขาบ่อยๆ

     

    ''องค์ชาย จะทำเช่นไรต่อ พ่ะย่ะค่ะ ''

     

    ''จับตาดูเอาไว้ หาหลักฐานมาให้พร้อม ข้าจะทำให้เสด็จพ่อทรงรู้ ว่าเสนาบดีที่ทรงไว้ใจ กลับทำชั่วช้าได้ถึงเพียงนี้ และสืบมาให้ละเอียดเบื้องหลังของคนๆนี้ยังมีอะไรที่ซุกซ่อนอยู่อีกบ้าง ข้าไม่เชื่อว่าตระกูลไป๋จะขาวสะอาดหรอกนะ ''


     

    "ถ้าจ้างนักฆ่ามาฆ่าคนได้ง่ายๆเพียงนี้ ก็น่าจะไม่ขาวสะอาดแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ"


     

    "คงคิดว่าข้าโง่ จนไม่สามารถรู้เบื้องลึกเบื้องหลังของมันได้สินะ ไปตามสืบมาให้ละเอียด ข้าไม่ต้องการให้ใครมาทำร้ายหลิงเอ๋อได้ง่ายๆ"

     

    ''พ่ะย่ะค่ะ องค์ชาย''


     


     

    ..........................................................


     

    ทางด้านฟางเหม่ยหลิง


     

    "คุณหนูเจ้าคะ บ่าวขายยาหมดแล้วเจ้าค่ะ ได้เงินมาเต็มหีบเลยเจ้าค่ะ"


     

    เหมียนมี่รีบเดินมาหาคุณหนูและเปิดหีบให้นางดู


     

    "โอ้โห เยอะแยะเลย เจ้าเก่งจริงๆเลย ไม่เสียแรงที่ข้าไว้ใจเจ้า"


     

    ฟางเหม่ยหลิงตะลึงกับเงินในหีบที่มีมากมายเธอหยิบเงินขึ้นมาดูอย่างมีความสุข


     

    "บ่าวเพิ่งเคยเห็นเงินเยอะครั้งนี้เป็นครั้งแรกเจ้าค่ะ"


     

    เลียงลี่เองก็มองเงินในหีบด้วยดวงตาเปล่งประกาย


     

    "ร้านยาที่ใหญ่ที่สุดในแคว้น เขาเหมาไปหมดเลยเจ้าค่ะ เขาให้ราคาไม่อั้น และบอกว่าถ้ามียาดีๆให้มาร้านเขาก่อนเป็นร้านแรกเจ้าค่ะ เขาอยากซื้อยาจากเราอีก"


     

    เหมียนมี่นั้นรู้สึกมีความสุขมากที่นางขายยาได้สำเร็จ


     

    "ดีเลย เลียงลี่เจ้าจัดการเงินพวกนี้นะ ต่อไปนี้เจ้าเป็นคนดูแลเรื่องต่างๆในจวน เอาเงินนี่แจกจ่ายให้บ่าวทุกคนในจวนให้พ่อครัวไปซื้อวัตถุดิบดีๆมาไว้ทำอาหาร ให้ทุกคนไปซื้อเสื้อผ้าใหม่ จะได้กินอาหารดีๆกับเขาบ้าง เงินเยอะขนาดนี้น่าจะพอแจกทุกคนนะ ถ้าหมดก็ช่างมัน ข้าจะหาใหม่ "


     

    "บ่าวเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ"


     

    หลังจากที่ทุกคนได้รับเงินก็สงสัยว่าคุณหนูไปเอาเงินมาจากไหน ด้วยตอนนี้ทางจวนไม่ค่อยมีเงินเท่าไหร่พวกเขานั้นรู้ดี ทุกคนจึงไม่อยากรับเงินเพราะกลัวว่าจะทำให้คุณหนูต้องเดือดร้อน แต่ทางเลียงลี่ก็ได้อธิบายให้ฟังว่าเป็นเงินที่คุณหนูได้ปรุงยาแล้วเอาไปขาย ไม่ได้ใช้เงินของจวน ขอให้ทุกคนรับไว้และไปซื้อเสื้อผ้าใหม่มาใส่กัน เพราะคุณหนูต้องการที่จะให้เพื่อขอบคุณที่ทุกคนนั้นได้อดทนอยู่ร่วมกันมาโดยไม่ทอดทิ้ง ไม่จากไปไหน ทั้งๆที่ลาออกไปทำงานที่จวนอื่นก็ได้ แต่พวกเขาก็ไม่ทำ ยังคอยอยู่รับใช้คนในจวนนี้อยู่


     

    "โถ่ คุณหนูของบ่าว ช่างประเสริฐจริงๆ"


     

    "ยังมีแก่ใจมาห่วงพวกเรา"


     

    ''บ่าวจะตั้งใจดูแลสวนสมุนไพรของคุณหนูให้ดีเลยขอรับ"


     

    "บ่าวจะอยู่ที่นี่จนวันตายเลยเจ้าค่ะ"


     


     

    บ่าวทุกคนในจวนต่างพากันซาบซึ้งใจ ในความมีเมตตาของคุณหนู พวกเขาตัดสินใจไม่ผิดที่ไม่คิดจะจากไปไหน เพราะเชื่อมั่นว่าสักวันจวนแห่งนี้จะกลับมาสดใส สวยงาม รุ่งเรือง เหมือนเช่นการก่อน ตอนที่พ่อแม่ของคุณหนูยังอยู่ พวกเขานั้นได้รับความเมตตาเสมอ พวกเขาจึงยังซื่อสัตย์และจงรักภักดี


     


     


    คล้ายกับเรื่องฟางเหม่ยหลิง เจ้าหัวใจจอมบัลลังก์ ที่คุณอ่าน