หลายสัปดาห์ผ่านไปความสัมพันธ์ระหว่างอาเธลและมีนาดูเหมือนจะดำเนินไปอย่างราบรื่นแม้ต่างฝ่ายต่างเก็บงำความในใจเอาไว้แต่ก็มีปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อกันในฐานะอาจารย์กับศิษย์ มีนามักจะหาโอกาสมาหาอาเธลในห้องพักอาจารย์บ่อยๆทั้งเพื่อขอคำปรึกษาเื่การเรียน และพูดคุยเื่ทั่วไปเธอดูจะชอบใช้เวลาอยู่กับเขามากกว่าเพื่อนๆ เสียอีก
ส่วนอาเธลเอง ก็ค่อยๆ เปิดใจให้กับเธอมากขึ้นพูดคุยกับเธอด้วยสีหน้าที่อ่อนโยนและเป็กันเองกว่าแต่ก่อนแม้จะยังคงรักษาระยะห่างระหว่างอาจารย์กับลูกศิษย์เอาไว้แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่ามีความผูกพันใกล้ชิดเกิดขึ้นแล้วทุกครั้งที่ได้มองเห็นรอยยิ้ม ได้ยินเสียงหัวเราะ ได้ัักับความอบอุ่นจากแววตาของเธอเขาก็รู้สึกเหมือนได้เติมเต็มพลังงานบวกให้กับชีวิต
กระทั่งวันหนึ่ง ในคาบเรียนสุดท้าย่บ่ายอาเธลนั่งสอนหนังสืออยู่ที่โต๊ะ ก่อนจะถูกเสียงเคาะประตูห้องเรียกสะดุดความคิดเขาหันไปมองตามต้นเสียง พบว่าผู้มาเยือนไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็มีนานั่นเอง
"ขอโทษนะคะอาจารย์ที่รบกวนเวลาสอนแต่หนูมีเื่สำคัญที่้าความช่วยเหลือจากอาจารย์จริงๆ ค่ะ"มีนายืนอยู่ที่หน้าประตู สีหน้าดูร้อนรนกระวนกระวายใจ
"โอเคเดี๋ยวให้เวลานักศึกษาทำแบบฝึกหัดก่อนแล้วกัน เข้ามาคุยกันข้างในดีกว่า"อาเธลผายมือเชื้อเชิญ ขณะเดียวกันก็หันไปบอกนักศึกษาในห้อง"พวกคุณทำแบบฝึกหัดที่ผมให้ไว้ก่อนนะ อีกครึ่งชั่วโมงค่อยเฉลยพร้อมกัน"
"ค่ะ! ได้เลยค่ะอาจารย์"นักศึกษาทั้งห้องพูดขึ้นพร้อมกัน บางคนก็เหลือบมองมีนาด้วยสายตาสงสัยใคร่รู้ก่อนที่เธอจะรีบเดินตามหลังอาเธลเข้าไปข้างใน
"นั่งตรงนี้ก่อนนะ มีอะไรให้ช่วยล่ะถึงได้ร้อนรนขนาดนี้" เขากล่าวทักพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยนขณะที่มีนานั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับโต๊ะทำงานของเขา
"คือว่า...ทางมหาวิทยาลัยกำลังจัดโครงการอบรมแลกเปลี่ยนภาษาและวัฒนธรรมกับประเทศเพื่อนบ้านโดยจะส่งนักศึกษาไปอยู่ที่นั่นประมาณ 1 เดือน" มีนาเกริ่นนำ
"อืม ผมเคยได้ยินเื่นี้มาบ้างแต่ก็ยังไม่รู้รายละเอียดมากนัก แล้วคุณมีอะไรให้ผมช่วยหรือเปล่า?"
"ก็...โครงการนี้จะต้องมีอาจารย์ติดตามไปดูแลนักศึกษาสักหนึ่งคนน่ะค่ะทางคณะคิดว่าอาจารย์เหมาะสมกับภารกิจนี้ที่สุด เลยให้หนูมาชวนอาจารย์น่ะค่ะ"มีนามองเขาด้วยแววตาเว้าวอน
"อะไรกัน ทำไมต้องเป็ผมด้วยผมไม่ค่อยถนัดเื่พวกนี้เลย" อาเธลแย้งขึ้นทันที เขาเป็คนไม่ชอบเข้าสังคมการต้องอยู่ท่ามกลางผู้คนหลายวันติดต่อกัน เป็ฝันร้ายชนิดหนึ่งสำหรับเขาเลย
"ไม่เป็ไรหรอกค่ะ อาจารย์แค่ไปดูแลพวกหนูเื่ความปลอดภัยทั่วไปก็พอแล้วล่ะส่วนกิจกรรม พวกหนูจะช่วยกันจัดการเอง" มีนายิ้มหวานพลางขยิบตาให้จนเขาแทบละลาย
"ก็ได้ๆ เอาเถอะ ผมไปก็ได้ แต่่ไหนล่ะอย่าบอกนะว่าใกล้ๆ นี้"
"เร็วๆ นี้เลยค่ะ อาทิตย์หน้าพอดีขอโทษนะคะที่มาบอกกระชั้นชิด แต่อาจารย์ต้องไปช่วยหนูนะคะอย่าทิ้งหนูไปคนเดียวเลยนะ" มีนาพูดพลางจับมือเขาเบาๆ แววตาเป็ประกาย
อาเธลมองมือที่กำลังจับอยู่ใจเต้นรัวเหมือนกลองรบ ไออุ่นจากผิวััของเธอแผ่ซ่านเข้าสู่หัวใจชั่วขณะหนึ่งเขาลืมหายใจไปเลย
"เอ่อ...ครับ ผมจะไปกับคุณเองไม่ต้องกังวลไป" เขารีบดึงมือออกช้าๆ พร้อมกับส่งยิ้มให้เป็การปลอบใจ
"เย้! ขอบคุณมากเลยนะคะอาจารย์อาจารย์ช่างใจดีที่สุดเลย หนูดีใจมากๆ เลยล่ะ" มีนาพูดอย่างตื่นเต้นเธอลุกพรวดออกจากห้อง แทบะเิความสุขออกมาเป็พลุดอกไม้เมื่อได้พูดถึงเื่ที่จะได้ไปเที่ยวกับเขา ได้ใกล้ชิดเขามากยิ่งขึ้น
ส่วนอาเธลที่นั่งมองตามหลังเธอไปก็อดคิดไม่ได้...เขาตกลงรับปากเธอเพราะชอบใจที่จะได้อยู่ด้วยกันหรือเพราะไม่อยากปฏิเสธความ้าของเธอกันแน่
สัปดาห์ต่อมาก็ถึงวันเดินทางไปทัศนศึกษาที่ต่างแดน มีนักศึกษาประมาณ 30คนที่ได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการ แน่นอนว่ามีนาก็เป็หนึ่งในนั้นเธอดูสดใสร่าเริงยิ่งกว่าทุกครั้งกระเป๋าเดินทางสีชมพูสดถูกลากจูงไปด้วยอย่างเบิกบาน
ระหว่างนั่งรถบัส อาเธลเองเขาก็พยายามข่มความรู้สึกตื่นเต้นเอาไว้ พยายามสะกดจิตตัวเองว่านี่เป็แค่หน้าที่ไม่ใช่การไปเที่ยวกับแฟนสาว แต่เหตุการณ์ที่ตามมา ก็ทำให้เขาแทบกลั้นใจไม่อยู่
เพราะดันมาได้ห้องพักติดกับมีนาที่รีสอร์ทนี่สิ!เื่บังเอิญชะมัด...
"ฮืม...ไหนว่าจะให้ผมดูแลความปลอดภัยไงนี่มันห้องนักศึกษาผู้หญิงนะ จะให้ผมมานอนใกล้ๆ แบบนี้ได้ยังไง"อาเธลบ่นอุบอิบ
"อ้าว ก็ดีแล้วไงคะ ถ้ามีอะไรหนูจะได้ะโเรียกอาจารย์ได้ทันไง"มีนาหัวเราะคิกคัก
คำพูดของเธอ ทำเอาอาเธลหน้าร้อนวูบวาบคิดอกุศลไปต่างๆ นานา เธอคงไม่รู้หรอกว่าประโยคเมื่อกี้มันชวนจินตนาการขนาดไหน การเป็บุรุษเต็มตัวอย่างเขามันก็อดใจไม่ไหวเป็ธรรมดา
แต่เขาก็ต้องใช้ความอดทนอย่างถึงที่สุดตลอดระยะเวลา 1 เดือน ที่ต้องอยู่ใกล้ชิดกับเธอในทุกกิจกรรม ั้แ่ตื่นจนหลับั้แ่หัวค่ำยันสาง คอยช่วยเหลือ แนะนำ ไกด์ทาง ปกป้องคุ้มครองไม่ให้เป็อันตราย
ยิ่งเห็นรอยยิ้มสดใสของเธอมากเท่าไหร่ใจของเขาก็ยิ่งพองโต อยากจะกอดเธอไว้แนบอก มอบความรักให้เธอจนหมดหัวใจอยากบอกเธอว่า้าเธอขนาดไหน แต่ก็ต้องกลั้นใจเอาไว้ด้วยรู้ดีว่าเส้นแบ่งระหว่างเขากับเธอนั้น บางเหมือนใยแมงมุม
จนกระทั่งคืนสุดท้ายก่อนจะเดินทางกลับระหว่างที่มีงานเลี้ยงอำลาที่ชายหาด อาเธลแอบหลบออกมาเดินเล่นเพียงลำพังเขา้าผ่อนคลายจากความเครียดที่สะสมมาตลอดทริปทั้งหน้าที่งานและความขัดแย้งในจิตใจ
เขามองดูคลื่นสีเงินที่กระทบฝั่งพร้อมกับครุ่นคิดไปด้วยว่าจะบอกความในใจกับมีนายังไงดีจะเอาชนะความกลัวในใจได้อย่างไร และจะรับมือยังไงหากเธอไม่ยอมรับในตัวตนที่แท้จริงของเขา
แล้วจู่ๆ เสียงหวานใสที่คุ้นเคยก็ดังแว่วมาจากข้างหลัง
"อาจารย์...ทำไมออกมาเดินคนเดียวแบบนี้ล่ะคะในงานกำลังสนุกเลยนะ" มีนายืนอยู่ข้างๆ ในชุดเดรสสีขาวเรียบหรูดูเปล่งประกายราวกับเทพธิดา
"อ๋อ...ผมอยากอยู่เงียบๆ สักหน่อยน่ะพอดีเพลียๆ " อาเธลตอบเสียงเบา รอยยิ้มจางปรากฏบนใบหน้าคมสัน
"เป็อะไรหรือเปล่าคะสีหน้าอาจารย์ดูไม่ค่อยดีเลย" มีนาเอ่ยถามด้วยความเป็ห่วง และยืนมือเรียวบางวางแนบแก้มเขาเบาๆ
ัันุ่มนวลนั้นทำเอาอาเธลแทบลืมหายใจชั่วขณะหนึ่งที่เวลาหยุดลง เขาตัดสินใจว่าจะสารภาพความในใจออกไปไม่ว่าผลจะเป็อย่างไร...
"มีนา...มีเื่หนึ่งที่ผมอยากจะบอกคุณมานานแล้ว"อาเธลจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวย
"หืม? เื่อะไรเหรอคะ"มีนาเอียงคอมองเขาอย่างงุนงง แต่ก็มีความใจจดใจจ่อรอฟัง
"คือ...ผมขอสารภาพตามตรงนะว่า...ผม...ผมชอบคุณไม่สิ ผมรักคุณ รักั้แ่วันแรกที่ได้เจอเลยล่ะ"
อาเธลพูดรัวเร็วจนเหมือนลิ้นจะพันกันราวกับหากไม่รีบพูด เขาอาจไม่มีโอกาสได้พูดอีก
เสี้ยววินาทีหนึ่งผ่านไป มีนายังคงนิ่งอึ้งก่อนที่เธอจะะเิหัวเราะออกมา จนน้ำตาไหล
"มีนา! ทำไมถึงหัวเราะล่ะผมกำลังจริงจังนะ!" อาเธลร้องทักด้วยความหงุดหงิด รู้สึกเหมือนโดนปฏิเสธเต็มๆ
"โอ๊ย ขอโทษค่ะแต่ก็...หนูก็ชอบอาจารย์เหมือนกันนี่นา" มีนาหยุดหัวเราะ กระพริบตาปริบๆอย่างขี้เล่น
"หา!!!เหมือนกัน...หมายความว่ายังไงน่ะ" อาเธลอ้าปากค้าง อึ้งไปชั่วขณะ
"ก็หมายความตามนั้นไงคะั้แ่เจออาจารย์วันแรก หนูก็ปิ๊งเลย รู้สึกว่าเรามีอะไรผูกพันกันและยิ่งใกล้ชิดกันเท่าไหร่ ก็ยิ่งมั่นใจว่าอาจารย์คือคนที่ใช่ของหนู"
มีนาพูดไปยิ้มไป ใบหน้าสวยระเรื่อด้วยความสุข
อาเธลได้ฟังดังนั้นก็ดีใจราวกับปาฏิหาริย์เขามองเธออย่างไม่เชื่อสายตา ก่อนจะเข้าไปโอบกอดเธออย่างแแ่ไม่อยากจะปล่อยให้หลุดลอยไปไหน สองมือลูบไล้แผ่นหลังเล็กเบาๆ
"แต่...ผมมีเื่ที่ต้องสารภาพอีกอย่างคุณอาจจะใ หรือไม่พอใจก็ได้ แต่ผมอยากให้คุณรู้ความจริง"อาเธลถอนใจเฮือกใหญ่ แล้วผละออกจากอ้อมกอดอย่างอ้อยอิ่ง
"อะไรอีกล่ะคะอย่าบอกนะว่าอาจารย์มีเมียแล้ว" มีนาทำหน้าย่น ทำเสียงกระเง้ากระงอด
"เปล่า! ไม่ใช่อย่างนั้น...แต่จะว่าไปมันก็ใกล้เคียงอยู่ เพราะมันเกี่ยวกับอดีตของผม"
อาเธลสูดหายใจลึกอีกครั้ง ก่อนจะค่อยๆเล่าเื่ราว ั้แ่ที่เขาเป็ปิศาจ มีอายุขัยยืนยาว การเป็องครักษ์ในวังการหนีออกมาหลังรู้ความลับของเ้าชาย รวมถึงการตามล่าที่ยังไม่สิ้นสุด
ยิ่งฟังมีนาก็ยิ่งอึ้งงันสีหน้ากังวลสลับกับตื่นใ เมื่อได้รู้ความจริง
"นั่นแหละ...ตัวตนที่แท้จริงของผมผมเป็ปิศาจ ไม่ใช่มนุษย์อย่างที่เห็น คุณคงรังเกียจผมสินะถ้าอย่างนั้น...ผมจะไม่รบกวนคุณต่อไปแล้วก็ได้" อาเธลก้มหน้างุด น้ำเสียงสั่นเครือด้วยความเ็ป
แต่แล้ว...สิ่งที่มีนาทำต่อมากลับทำให้เขาประหลาดใจยิ่งกว่าครั้งไหนๆ
เธอเข้ามากอดเขาแน่นโอบรัดด้วยความรู้สึกที่หาคำพูดใดๆ มาบรรยายไม่ถูกก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอีกครั้ง
"มีนา..."อาเธลอุทานอย่างไม่เชื่อสายตา
"อาจารย์...เื่แบบนี้มันไม่สำคัญเลยสำหรับหนู ต่อให้อาจารย์จะเป็ปิศาจ มีอดีตอย่างไรหนูก็ไม่สนใจทั้งนั้น สิ่งที่สำคัญคือหัวใจของเรา ที่เต้นเป็จังหวะเดียวกันความรู้สึกของเราที่มีให้กัน มันคือสิ่งล้ำค่าที่สุดแล้ว"
อาเธลฟังแล้วอึ้งไป รู้สึกราวกับโลกทั้งใบพลิกกลับหัวกลับหางสิ่งที่กลัวที่สุดไม่ได้เกิดขึ้น แถมเขายังได้รับคำยืนยันในรักแท้อีกต่างหากมันเป็ความรู้สึกที่ล้นเหลือบรรยาย เหมือนโชคชะตากำลังเล่นตลกกับเขาอีกครั้งแต่ครั้งนี้เป็เื่ดีที่ไม่คาดฝัน
"มีนา...คุณพูดจริงใช่ไหมนี่ไม่ใช่ความฝันใช่ไหม บีบผมทีสิ ผมอยากรู้ว่าเป็เื่จริง"อาเธลพูดอย่างตื่นเต้น
"อาจารย์บ้า ก็เห็นอยู่ว่าเป็เื่จริงต้องบีบทำไมกัน" มีนาหัวเราะ ก่อนจะซบหน้ากับอกเขาอีกครั้ง
ณ วินาทีนั้น ณ ริมหาดยามราตรีท่ามกลางแสงจันทร์เรืองรองและคลื่นใสกระทบฝั่ง ทั้งคู่ต่างสัญญาในรักนิรันดร์จะผ่านทุกอุปสรรคไปด้วยกัน ไม่ว่าอดีตจะเป็เช่นไร ขอเพียงมีกันและกันก็เพียงพอแล้วสำหรับวันนี้ และวันต่อๆ ไป...