ทั้งคาบเรียนเซร่าเรียนแทบไม่รู้เื่ เนื่องจากครุ่นคิดแต่ว่าคิมหันต์จะคุยอะไรกับเธอ
หมดเวลาเรียนคาบแรกแล้ว นักเรียนทุกคนมีเวลาพักประมาณ 15 นาที เพื่อทำธุระส่วนตัว
บรรดานักเรียนต่างพากันลุกขึ้นและแยกย้ายกันออกนอกห้องเรียนไป ยกเว้นชายหนุ่มและหญิงสาวที่นั่งอยู่ด้านหลังห้อง ยังคงนั่งเคียงข้างกัน นิ่งเงียบ ไม่พูดจาใดๆ ต่อกัน
“เมื่อเช้าเธอ....”
“เอ่อ....มีอะไรเหรอ?”
“เมื่อเช้าเธอมาโรงเรียนกี่โมง” คิมหันต์ถามเซร่าน้ำเสียงราบเรียบ และจ้องมองอย่างสังเกตอาการของเซร่า
“ก็...เช้าน่ะ...ฉันจำไม่ได้แล้วล่ะว่ากี่โมง” เซร่าอึกอักตอบคิมหันต์ มือบีบเข้าหากันอย่างไม่รู้ตัว
“เธออยู่ที่ห้องเรียนนี่ตลอดเลยงั้นเหรอ?” คิมหันต์เลิกคิ้วเป็เชิงถาม ก็พบว่าเซร่ามีอาการสะดุ้งเล็กน้อย
“ก็....เปล่าน่ะ....ฉันก็เดินไปคุยกับเพื่อน...แล้วก็..คนอื่นน่ะ” เซร่าตอบตะกุกตะกัก มือเย็นเฉียบ เหงื่อเริ่มซึมออกมาที่ปอยผมด้านหน้าของเธอ
“งั้นเหรอ?”
“เออ..จริงสิ พวงกุญแจที่ฉันให้เธอน่ะ อยู่ไหนแล้วล่ะ?” คิมหันต์ทำเสียงเหมือนไม่ใส่ใจ พร้อมกับเปลี่ยนประเด็นคำถามกับเซร่า ทำให้หญิงสาวมองคิมหันต์อย่างแปลกใจ
“ก็อยู่นี่ไง...ฉันเอามันห้อยมาที่กระเป๋า.........อ๊า!!! มันหายไปแล้ว หายไปไหนกันเนี่ย!!”
เซร่าหยิบกระเป๋าขึ้นมาเพื่ออวดให้คิมหันต์เห็นว่าเธอเอากุญแจมาห้อย แต่ก็ต้องใเมื่อพวงกุญแจที่เธอห้อยมาเมื่อเช้า อันตรธานหายไปเสียแล้ว
เซร่าเปิดกระเป๋าค้นหาอย่างเร็ว เพราะคิดว่ามันอาจจะตกลงไปในกระเป๋าก็ได้
คิมหันต์สังเกตอาการของเซร่าก็รู้สึกสับสนว่าสิ่งที่เธอกำลังแสดงให้เขาเห็นอยู่นี้ เป็ท่าทางที่แท้จริงหรือเสแสร้งกันแน่
หญิงสาวมีพิรุธเกี่ยวกับการกระทำตอนเช้าที่เธอพูดมาเหมือนมีอะไรปิดบัง ทำให้เขาไม่แน่ใจว่า คนที่ทำร้ายหญิงสาวคนนั้นจะเป็เซร่าหรือไม่ใช่กันแน่
แต่เมื่อคิดตามความเป็จริงแล้ว เซร่าคงเป็ผู้ต้องสงสัยคนแรกที่ตำรวจจะต้องสอบปากคำเป็แน่ เพราะตอนที่เซร่าทะเลาะกับผู้หญิงคนนั้น มีนักเรียนมากมายที่เป็พยานยืนยันได้
คิมหันต์ครุ่นคิดอย่างหนัก เขาจะทำอย่างไรดีเกี่ยวกับเื่นี้ และหลักฐานชิ้นสำคัญที่เขาเก็บติดมือมาจากผู้หญิงคนนั้น
“เธอ...”
“มิยาเกะ เซร่า”
“คะ?”
“ผู้อำนวยการ้าพบน่ะ”
“ค่ะ” อาจารย์ฮันน่าเข้ามาเรียกตัวเซร่า หญิงสาวรู้สึกแปลกใจ แต่ก็ลุกขึ้นและจะเดินตามอาจารย์ไปโดยดี
“ผมไปด้วยครับ”
“เธอไม่เกี่ยวนะ”
“ถ้าเป็เื่เมื่อเช้า ผมเกี่ยวครับ” คิมหันต์บอกหนักแน่น
อาจารย์ฮันน่ารู้สึกลังเล ก่อนจะอนุญาตให้เขาตามไปด้วย
คิมหันต์และเซร่าเดินเคียงข้างกันไปตามระเบียงทางเดินที่ตรงสู่ห้องของผู้อำนวยการโดยมีอาจารย์ฮันน่าเดินนำหน้าไปเล็กน้อย
ชายหนุ่มมีสีหน้าเคร่งขรึมเสียจนเซร่ารู้สึกแปลกใจที่ท่าทางของเขาช่างแตกต่างจากเมื่อวานอย่างสิ้นเชิง
ราวกับเหตุการณ์เมื่อวานเป็เพียงความฝันที่เขาและเธอสามารถพูดคุยกันได้ด้วยท่าทางที่เป็มิตรมากกว่านี้
เื่เมื่อเช้า ?
หรือว่าเขารู้แล้ว ?
หรือว่าเขาโกรธเราที่ยุ่งไม่เข้าเื่ ?
เซร่าครุ่นคิดเกี่ยวกับเื่เมื่อเช้าที่เกิดขึ้น และนึกหวั่นใจกลัวว่าความสัมพันธ์ที่ดูเหมือนจะดีขึ้น จะกลับกลายเป็แย่ลงไปกว่าเดิมเสียอีก
“เอาล่ะ เธอทั้งคู่รออยู่ตรงนี้ก่อนนะ”
อาจารย์ฮันน่าหยุดยืนอยู่ด้านหน้าห้องผู้อำนวยการ และหันมาบอก ทำให้ทั้งสองคนที่กำลังคิดอะไรเรื่อยเปื่อยอยู่สะดุ้งทั้งคู่
“ค่ะ/ครับ”
อาจารย์ฮันน่าเดินหายเข้าไปในห้องผู้อำนวยการ ทิ้งให้คิมหันต์และเซร่ายืนรออยู่หน้าห้องด้วยความรู้สึกอึดอัดใจ
“พวกเธอเข้ามาได้”
คิมหันต์และเซร่าเดินผ่านประตูห้องเพื่อตรงเข้าไปหาผู้อำนวยการ และชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าภายในห้องไม่ใช่มีเพียงผู้อำนวยการอยู่ลำพังคนเดียว
แต่ยังมี เหมันต์ ฮิเดกิ ที่ประธานนักเรียน และรองประธานนักเรียนยืนจ้องมองทั้งคู่อยู่ก่อนหน้าแล้ว รวมไปถึงอาจารย์รีส และอาจารย์ท่านอื่นๆ อีกสองสามคนที่ยืนอยู่ภายในห้องด้วย
ทั้งสองคนก้าวเดินตรงไปยืนอยู่ด้านหน้าโต๊ะของผู้อำนวยการ
เซร่ารู้สึกอึดอัดใจและกดดันจากผู้คนรอบข้างที่มองเธออยู่ ราวกับเธอไปทำอะไรผิดมา
“มิยาเกะ เซร่า” ผู้อำนวยการเรียกเซร่าด้วยเสียงทุ้มนุ่ม ฟังแล้วทำให้เซร่ารู้สึกสบายใจขึ้นเล็กน้อย
“ค่ะ”
“ครูคิดว่าเธอคงยังไม่รู้เื่ที่เกิดขึ้นเมื่อเช้านี้ ครูจะเล่าให้เธอฟังคร่าวๆ แล้วกันนะ”
“เมื่อเช้านี้มีคนลอบทำร้ายนักเรียนของโรงเรียนเรา หลังจากที่ได้ลอบทำร้ายเมื่อวานนี้แล้วครั้งนึง ตอนนี้เด็กคนนั้นอาการสาหัสอยู่ในห้อง ICU และยังคงไม่รู้สึกตัวจนถึงขณะนี้”
ผู้อำนวยการหยุดพูดซักครู่และมองหน้าเซร่านิ่ง เมื่อเห็นเซร่ามีสีหน้าฉงนสงสัยและกำลังรอฟังสิ่งที่เขาพูดอยู่
“เธอคงสงสัยว่าทำไมครูถึงเรียกเธอมาสินะ ที่ครูเรียกเธอมาก็เพราะว่า เด็กคนที่ได้รับาเ็ เป็เด็กหญิงที่มีเื่กับเธอเมื่อวานนี้ตอนเช้า........”
“อาจารย์คิดว่าหนูเป็คนทำ.....อย่างนั้นหรือคะ?”
“ครูไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น......เพียงแต่....” ผู้อำนวยการหยุดชะงักคำพูดเล็กน้อยก่อนจะถอนหายใจออกมา
“เพียงแต่? เพียงแต่อะไรคะ?”
ผู้อำนวยการจ้องมองเซร่าอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปมองอาจารย์รีส และพยักหน้าให้สัญญาณ
อาจารย์รีสพยักหน้ารับ ก่อนจะเดินไปยืนตรงหน้าของเซร่า พร้อมกับหยิบสิ่งของบางอย่างออกมาจากกระเป๋าเสื้อคลุมที่เธอใส่อยู่ และยื่นไปตรงหน้าของเซร่า
“สิ่งของชิ้นนั้น....เป็ของเธอหรือเปล่า มิยาเกะ เซร่า?”
ผู้อำนวยการถามเสียงเรียบ เมื่อเห็นสีหน้าที่อึ้งไปของเซร่าหลังจากที่เธอเห็นสิ่งของตรงหน้า
“ค่ะ...มันเป็ของหนูเองค่ะ” เซร่าตอบผู้อำนวยการเสียงเบา แต่ถึงกระนั้นทุกคนในห้องก็ได้ยินสิ่งที่เซร่าพูดทั่วกันทุกคน
“งั้นหรือ?” ผู้อำนวยการมีสีหน้าลำบากใจเมื่อได้ยินสิ่งที่เซร่าพูด
“มันอยู่ในมือของเด็กสาวที่โดนทำร้ายเมื่อเช้านี้ ดังนั้น...”
“แต่หนูไม่ได้เป็คนทำร้ายเธอนะคะ”
“ได้โปรดเชื่อหนูเถอะค่ะ หนูไม่ได้ทำจริงๆ นะคะ” เซร่าบอกผู้อำนวยการน้ำเสียงอ้อนวอนให้อาจารย์เชื่อในสิ่งที่เธอพูด ผู้อำนวยการนิ่งอึ้งไป
ผู้อำนวยการเชื่อว่าหญิงสาวไม่ได้เป็คนกระทำ แต่เมื่อมีหลักฐานแบบนี้เขาจะเข้าข้างเธอได้อย่างไร
เหมันต์กับฮิเดกินิ่งอึ้งอย่างพูดไม่ออก รวมทั้งอาจารย์คนอื่นๆ ก็เช่นกัน ต่างคนต่างมีความคิดที่แตกต่างกันไป อาจารย์บางคนเชื่อว่าเซร่าเป็คนทำ
“มิยาเกะ ของชิ้นนี้เป็หลักฐานสำคัญที่ทางตำรวจต้องนำไปพิสูจน์ ดังนั้นในเมื่อมันเป็ของๆ เธอ เธอก็ต้องตกเป็ผู้ต้องสงสัยอันดับแรกก่อนอย่างแน่นอน ดังนั้น...”
“มิยาเกะไม่ได้เป็คนทำแน่นอนครับ”
คิมหันต์พูดแย้งทันที ทำให้ผู้อำนวยการและคนอื่นๆ ในห้องหันไปมองเขาอย่างสงสัย
เซร่าเหลือบมองชายหนุ่มที่ยืนข้างๆ เธออย่างแปลกใจระคนดีใจที่มีคนเชื่อเธอ
“เธอมีหลักฐานอะไรงั้นหรือ คิมหันต์? ที่บอกว่ามิยาเกะไม่ได้เป็คนทำ” ผู้อำนวยการขยับแว่นตาพร้อมกับจ้องมองคิมหันต์นิ่งราวกับรอให้เขาพูดอะไรบางอย่าง
“ผมไม่มีหลักฐานอะไรมายืนยันหรอกครับ สำหรับเื่วันนี้...”
“แต่ถ้าพูดถึงการลอบทำร้ายเมื่อวานนี้ล่ะก็ มิยาเกะไม่ได้เป็คนทำอย่างแน่นอนครับ” คิมหันต์บอกผู้อำนวยการเสียงเรียบๆ “เมื่อวานมิยาเกะอยู่กับผมทั้งวันครับ ผมพาเธอไปเที่ยวที่สวนพฤกษศาสตร์ มีหางตั๋วเข้าชมเป็หลักฐานยืนยันเวลาได้ครับ รวมทั้งผมยังไปส่งเธอถึงหน้าสถานทูตอีก ดังนั้นการลอบทำร้ายเมื่อวาน เธอไม่ได้เป็คนทำอย่างแน่นอนครับ” คิมหันต์อธิบาย
เหมันต์และฮิเดกินิ่งเงียบไปทันทีเมื่อได้ยินสิ่งที่คิมหันต์พูด สิ่งที่ได้ยินเหนือความคาดหมายมากนัก
“งั้นเื่การทำร้ายเมื่อเช้านี้ล่ะ เธอเชื่อรึเปล่าว่า มิยาเกะไม่ได้เป็คนทำ” ผู้อำนวยการมองคิมหันต์ลอดแว่นตาของเขา และถามคำถามเจาะจงให้คิมหันต์ตอบ
ชายหนุ่มนิ่งอึ้งไปเพราะเขาเองก็ยังไม่รู้เลยว่า เซร่าทำหรือไม่ หญิงสาวกลั้นหายใจรอฟังคำตอบจากเขารวมทั้งคนอื่นๆ ก็สนใจรอฟังคำตอบของเขาเช่นกัน
“ผมเชื่อว่า มิยาเกะไม่ได้เป็คนทำอย่างแน่นอนครับ”
คิมหันต์ตัดสินใจเชื่อในสิ่งที่เขาคิด เซร่ารู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูก ผู้อำนวยการ เหมันต์และฮิเดกิมีท่าทีโล่งอกเมื่อได้ยินสิ่งที่คิมหันต์พูด
“แม้จะมีหลักฐานงั้นหรือ?”
“เธอคงโดนใครสักคนใส่ร้าย ผมเชื่อว่าเธอไม่ได้เป็คนทำแน่นอน” คิมหันต์ยืนยันหนักแน่นกับความคิดของเขา
“เอาล่ะ งั้นครูจะให้เวลาพวกเธอ 48 ชม. ในการหาตัวคนที่ลงมือทำร้ายเด็กสาวคนนั้น คงจะทำได้ ใช่มั้ย?”
“ผมจะพยายามหาตัวคนร้ายให้ได้ครับ” คิมหันต์รับคำของผู้อำนวยการ
“งั้นเธอสองคนไปได้แล้ว เื่อื่นๆ พวกครูจะจัดการเอง”
ผู้อำนวยการบอกกับคิมหันต์และเซร่าให้ออกไปได้ ทั้งสองคนโค้งหัวทำความเคารพผู้อำนวยการ ก่อนจะหันหลังและเดินออกจากห้องไปทั้งสองคน ทุกคนที่อยู่ภายในห้องมองตามด้วยความนิ่งเงียบ
“.................”
“ผู้อำนวยการคะ ให้เด็กคนนั้นไปง่ายๆ แบบนี้ ทางพ่อของเด็กแคลร์จะไม่มีปัญหาหรือคะ?” อาจารย์รีสท้วงผู้อำนวยการ เพราะรู้ถึงอิทธิพลของมิสเตอร์เบนสันเป็อย่างดี
“ฉันจะคุยกับ มิสเตอร์เบนสันเอง” ผู้อำนวยการบอกอาจารย์รีสเสียงเข้ม
เหมันต์กับฮิเดกิมองตามหลังของคิมหันต์และเซร่าอย่างครุ่นคิด
ความรู้สึกของทั้งคู่ตอนนี้รู้สึกสับสนกับความสัมพันธ์ของเซร่าและคิมหันต์เป็ยิ่งนัก
“เหมันต์ ฮิเดกิ พวกเธอ 2 คน ก็ช่วยอีกแรงนะ”
“ครับ”